ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 451 ทำให้เขำหายไปจากโลกนี้อย่ำงสิ้นเชิง
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 451 ทำให้เขำหายไปจากโลกนี้อย่ำงสิ้นเชิง
เนื่องจากอานาจของพระพันปี องค์จักรพรรดินีจึงต้องไว้ชีวิตนาง
กำนัลคนนั้น และปล่อยให้นางคลอดองค์ชายสี่อย่ำงปลอดภัย
แม้ว่าองค์ชายสี่จะเกิดอย่ำงปลอดภัย แต่จักรพรรดินีไม่ต้องการ
เปิดเผยสถำนะของเขำ ยิ่งไม่มีทำงจะให้เขำปรากฏตัวต่อหน้ำผู้คน
นางบอกต่อหน้ำจักรพรรดิซุ่นอู่ว่า หากองค์จักรพรรดิยอมรับ
องค์ชายสี่คนนี้ก็เท่ำกับแสดงว่าเขำประพฤติตัวไม่เหมาะสมในฐำนะ
กษัตริย์และมีความสัมพันธ์กับสาวใช้ในวังที่ต ่ำต้อย
ไม่เพียงเท่านั้น องค์จักรพรรดินียังขอให้บิดำของนางอัคร
เสนาบดีเซวีย ยื่นฎีกำลับเตือนจักรพรรดิซุ่นอู่ไม่ให้ทำสิ่งที่จะทำลาย
ภำพลักษณ์ของเชื้อพระวงศ์
เพื่อรักษำหน้ำ จักรพรรดิซุ่นอู่จึงทำตำมคำพูดขององค์
จักรพรรดินีและบิดำของนาง ปล่อยให้องค์ชายสี่และมารดำใช้ชีวิต
กันเอง จนในที่สุดพระพันปีก็ทนเห็นทำยาทราชวงศ์ถูกทำร้ำยโดยไร้
เหตุผลไม่ไหว จึงคอยเตือนองค์จักรพรรดินีไม่ให้ทำเกินไป
ส่วนเรื่องอื่น ๆ พระพันปีไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวมากนัก
ถึงขนาดที่แม่ลูกคู่นั้นต้องใช้ชีวิตในวังหลวงอย่ำงระมัดระวังราว
กับเดินบนไข่ ในที่สุดนางกำนัลคนนั้นก็ถูกทรมานจนตำยตำมคำสั่ง
ขององค์จักรพรรดินี
แม้ว่าองค์ชายสี่จะอยู่ในวัง แต่ก็ถูกองค์จักรพรรดินีส่งไปทำงำน
ร่วมกับพวกขันที่
ตอนนี้หนานเหิงหายตัวไป เพื่อรักษำตำแหน่งของตนเองและ
ตระกูลเสวีย จักรพรรดินีจึงต้องมีคนที่สามารถต่อกรกับหนานฉีได้
ดังนั้น นางจึงหันความสนใจไปที่องค์ชายสี่
องค์จักรพรรดินีได้ไปพบจักรพรรดิซุ่นอู่ และกล่าวว่านับตั้งแต่
หนานเหิงหายตัวไปนางก็รู้สึกว่างเปล่ำ พอดีที่องค์ชายสี่ไม่มีมารดำ
บัดนี้นางจึงปรารถนาจะรับเลี้ยงเขำไว้ในนาม เมื่อแก่ตัวลงก็จะได้มีที่
พึ่งพิง
จักรพรรดิซุ่นอู่ก็คำนึงว่าโอรสสองพระองค์หายตัวไป หากมี
เพียงรัชทำยาทองค์เดียวย่อมถูกขุนนางตำหนิ อีกทั้งองค์ชายสี่อายุ
ยังน้อย อีกทั้งตนเองก็ไม่เคยสงสัยว่าจักรพรรดินีจะมีความ
ทะเยอทะยานอะไร ดังนั้นจึงตกลงตำมคำขอขององค์จักรพรรดินี
อย่ำงรวดเร็ว
แม้ว่าองค์ชายสี่จะไม่เคยได้รับการยอมรับอย่ำงเปิดเผยจาก
จักรพรรดิซุ่นอู่ แต่ความจริงย่อมปิดบังตลอดไปไม่ได้ คนของ
หนานฉีสืบทราบถึงการมีตัวตนของเด็กคนนั้นตั้งแต่หนึ่งปีก่อนแล้ว
ตอนนั้นยังมีหนานเหิงและหนานรุ่ยอยู่ เขำจึงไม่ได้ใส่ใจกับองค์
ชายที่ไม่โดดเด่นและไม่ได้รับการยอมรับจากองค์จักรพรรดิ
ใครจะคิดว่าตอนนี้รัชทำยาทคนที่สี่ซึ่งไม่โดดเด่นคนนี้ จะ
กลายเป็นหมากตัวสุดท้ำยขององค์จักรพรรดินี
แน่นอนว่าเฟ่ยหนานอวี่ไม่อาจเขียนเนื้อหามากมายเช่นนี้ลงบน
กระดำษแผ่นเดียวได้ สิ่งที่เขำพูดนั้นง่ำยกว่านี้มาก แต่ทั้งโม่จิ่วเยี่ย
และเฮ่อจือหร่านต่ำงก็เข้าใจความหมายได้
เฟ่ยหนานอวี่พูดถึงเรื่องของรัชทำยาทคนที่สี่มากมายเช่นนี้
จุดประสงค์หลักก็เพื่อกำชับโม่จิ่วเยี่ยให้ระวังตัว องค์จักรพรรดินีไม่รู้
ว่าความสัมพันธ์ระหว่างหนานฉีกับโม่จิ่วเยี่ยนั้นย ่ำแย่ หากหนานฉี
ประสบความสาเร็จ เขำจะต้องหาทำงล้ำงมลทินให้สกุลโม่แน่นอน
เมื่อถึงตอนนั้น หากโม่จิ่วเยี่ยปกป้องหนานฉี ตระกูลเซวียของนางก็
จะสูญเสียที่ยืนในราชสานักได้
จุดนี้แม้เฟ่ยหนานอวี่จะไม่เตือน โม่จิ่วเยี่ยก็ย่อมระมัดระวังอยู่แล้ว
โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งเพิ่งเกิดเรื่องที่ตระกูลเซวียมาเปิดจิงเซียนโหลวที่ซี
เป่ย นี่แสดงให้เห็นว่าฝั่งองค์จักรพรรดินีได้เริ่มลงมือแล้ว เพียงแต่
เฟ่ยหนานอวี่ยังไม่ทันสังเกตเห็นเท่านั้น
แต่เดิมพวกเขำก็รู้ว่าในบรรดำขุนนางสามคนที่ถูกวางยาพิษใน
เมืองหลวง คนหนึ่งเป็นบิดำขององค์จักรพรรดินีคืออัครเสนาบดีเซวีย
แต่พวกเขำก็ไม่รู้ว่าในบรรดำกู่แม่สามตัวที่อยู่ในมือนั้น ตัวไหนกัน
แน่ที่ควบคุมขุนพลอาวุโสจินอยู่ด้วย
ความจำเป็น ทั้งสองจึงต้องเลือกส่งกู่แม่ทั้งสามตัวไปให้เฟ่ยหนา
นอวี่
หากไม่ใช่เพื่อรักษำชีวิตของขุนพลอาวุโสจินเอาไว้ หลังจาก
อัครเสนาบดีเซวียถูกพิษกู่แล้ว แม้จะมีหมอหลวงช่วยประคองชีวิต ก็
เป็นเพียงการยืดเวลาตำยของเขำออกไปเท่านั้น
ยามนี้เพื่อช่วยชีวิตขุนพลอาวุโสจิน กลับทำให้ตำเฒ่ำอัคร
เสนาบดีเซวียได้รับประโยชน์เช่นกัน…
นี่ก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยต่ำงก็
ไม่มีอารมณ์จะคิดมากกับเรื่องพวกนี้
พอวางจดหมายลง สีหน้ำของสองสามีภรรยาก็ดูเคร่งเครียดมาก
ไม่นานนัก ข่ำวที่บุรุษสกุลโม่รวมถึงนายท่านผู้เฒ่ำยังมีชีวิตอยู่
คงจะแพร่ไปถึงเมืองหลวง
หากจักรพรรดิซุ่นอู่ไม่ต้องการให้คนสกุลโม่มีชีวิตอยู่ ก็มีสอง
วิธีการ
วิธีแรกคือออกคำสั่งโดยตรง ตั้งข้อหาหลอกลวงเบื้องสูงว่าคน
สกุลโม่แกล้งตำยเพื่อจะได้ไม่ต้องรับใช้ประเทศชำติ
ส่วนอีกวิธีนั้นง่ำยกว่า เพื่อกำจัดหนามยอกอก เขำอาจจะส่งมือ
สังหารมาที่นี่
ไม่ว่าจักรพรรดิซุ่นอู่จะใช้วิธีใดจัดการกับสกุลโม่ พวกเขำก็หนี
ไม่พ้นที่จะต้องแบกรับข้อหากบฏ
“หร่านหร่าน หากเกิดเหตุการณ์ที่แก้ไขไม่ได้ เจ้ำจงพำพวก
ผู้หญิงในบ้ำนกับลูกของเราไปซ่อนตัวนะ”
โม่จิ่วเยี่ยวางมือทั้งสองลงบนไหล่ของเฮ่อจือหร่านอย่ำงแผ่วเบำ
น้ำเสียงเคร่งขรึมนัก
เฮ่อจือหร่านก็ตระหนักถึงความร้ำยแรงของสถำนการณ์เช่นกัน
เดิมทีคิดว่าหนานเหิงตำยไปแล้ว จักรพรรดินีจะไม่มีไพ่ตำยใน
การแย่งชิงอานาจอีก
แต่อีกฝ่ำยกลับยังทะเยอทะยาน รับเลี้ยงองค์ชายสี่เพื่อแย่งชิง
บัลลังก์
แม้ว่าเจิงเซียนโหลวของตระกูลเซวียที่เปิดในซีเป่ยจะถูกทำลาย
จนราบเป็นหน้ำกลองแล้ว แต่ถึงอย่ำงนั้น สกุลโม่กลับสงบสุข
เพียงชั่วคราวเท่านั้น
เมื่อไม่มีข่ำวคราวจากคนของเจิงเซียนโหลวในซีเป่ยส่งไป ย่อม
ทำให้ตระกูลเซวียตื่นตระหนก ถึงเวลานั้น ตระกูลเซวียก็จะส่งคนที่
เฉลียวฉลาดมาสืบสวน ข่ำวที่บุรุษสกุลโม่ยังมีชีวิตอยู่ทุกคนก็คงไม่
เป็นความลับอีกต่อไป
“ท่านพี่ แม้เรื่องราวจะกำลังเป็นไปในทำงที่ไม่ดี แต่ก็ไม่ได้
หมายความว่าเราจะไม่มีทำงเลย”
“เจ้ำหมายความว่าอย่ำงไร? คิดจะก่อกบฏหรือ?”
เฮ่อจือหร่านพยักหน้ำ “มีอะไรทำไม่ได้เล่ำ กษัตริย์โฉดครอง
บัลลังก์ ไม่คิดแยกแยะผิดถูก คนเช่นนี้จะปล่อยให้อยู่ต่อไปทำไม?”
โม่จิ่วเยี่ยกำหมัดแน่น แล้วทุบลงบนโต๊ะอย่ำงแรง
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ เขำจึงเอ่ยปำก “หากการเดินทำงไป
หนานเจียงของพี่เจ็ดราบรื่น อีกครึ่งเดือนก็จะพำคนกลับมาได้ ถึง
ตอนนั้นระเบิดของพวกเราก็จะมีจำนวนมากพอ พวกข้าพี่น้องจะรีบ
ขึ้นเขำไปฝึกฝนพวกอดีตทหารเหล่านั้น”
“การฝึกกองกำลังของตัวเองไม่ใช่เรื่องผิด แต่เจ้ำเคยคิดหรือไม่
ว่า หากจักรพรรดิซุ่นอู่ต้องการลงมือกับสกุลโม่ ไม่ว่าสกุลโม่ของ
พวกเราจะทำสาเร็จหรือล้มเหลว ก็จะถูกตราหน้ำว่าเป็นกบฏ แทนที่
จะเป็นเช่นนั้นก็ไม่ต้องไปยุ่งยาก หากจักรพรรดิซุ่นอู่ไม่ลงมือก็แล้ว
ไป แต่ถ้ำลงมือ พวกเราก็จะเป็นศัตรูกับเขำ!”
เฮ่อจือหร่านหยุดชั่วครู่ แล้วกล่าว “ข้าก็คิดเหมือนกับท่าน หาก
ไม่มีคนคิดร้ำย ข้าก็ปรารถนาจะใช้ชีวิตอย่ำงเรียบง่ำยและสงบสุขใน
ชนบทเช่นนี้ไปตลอดชีวิต แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐำนที่ไม่มีใครมายั่วยุ
หากถึงวันที่ต้องต่อต้ำนจริง ๆ ก็ต้องทำให้พวกเขำกลัวถึงที่สุด จนไม่
กล้ำคิดจะทำแบบนี้อีก”
คำพูดของเฮ่อจือหร่านชัดเจนว่านางไม่ต้องการเป็นคนก่อกบฏ
ยิ่งไปกว่านั้น นางยังเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศำสตร์ของราชวงศ์นี้
อยู่บ้ำง แม้ว่าตอนนี้หลายสิ่งจะเปลี่ยนแปลงไปเพราะการมาถึงของ
นาง แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงภำพรวมทั้งหมด
เฮ่อจือหร่านไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงประวัติศำสตร์ อีกทั้งตำม
ประวัติศำสตร์แล้ว จักรพรรดิซุ่นอู่จะสวรรคตในอีกสองปีข้างหน้ำ
และบัลลังก์จะตกอยู่ในมือของหนานฉี
หนานฉีขึ้นครองราชย์แต่ไม่สนใจการบริหารราชการแผ่นดิน
การงำนทั้งหมดในราชสานักจะถูกมอบหมายให้เฟ่ยหนานอวี่จัดการ
แทน
เฟ่ยหนานอวี่ไม่ใช่คนไม่รู้จักแยกแยะผิดถูก เมื่อถึงตอนนั้นสกุล
โม่คงจะได้รับความสงบสุขอย่ำงแท้จริง
เพียงแต่ยังเหลือเวลาอีกสองปีก่อนถึงเวลาที่บันทึกประวัติศำสตร์
ระบุว่าจักรพรรดิซุ่นอู่จะสวรรคต วิธีที่ดีที่สุดสาหรับสกุลโม่คือการไม่
ก่อกบฏ และสามารถรักษำความปลอดภัยของครอบครัวเอาไว้ได้
โม่จิ่วเยี่ยนั่งอยู่บนเก้ำอี้ข้างโต๊ะ ครุ่นคิดพลางนิ้วมือเคำะโต๊ะเบำ
ๆ
เขำก็คิดเหมือนกับเฮ่อจือหร่าน
“พวกเราจำเป็นต้องเตรียมการให้พร้อม เพียงแต่หวังว่า
จักรพรรดิซุ่นอู่จะไม่ทำอะไรรุนแรงเกินไป ส่วนคนอื่น ๆ หากคิดทำ
ร้ำยสกุลโม่ ข้าก็จะนาคนเข้าเมืองหลวง ไปทำให้พวกเขำหายไปจาก
โลกนี้”
“อืม ตอนนี้พวกเราก็ยังมองไม่ออกว่าพวกเขำจะเคลื่อนไหว
ต่อไปอย่ำงไร” เฮ่อจือหร่านกล่าวพลางก้มมองท้องที่ใหญ่ของตัวเอง
“หากไม่ใช่เพราะข้ากำลังตั้งครรภ์อยู่ตอนนี้ พวกเราก็สามารถ
ไปเมืองหลวงแล้วกำจัดคนของตระกูลจักรพรรดินีทั้งหมดได้ สุภำษิต
กล่าวว่าธนูที่ยิงมาจากเงำมืดป้องกันยาก พวกเราไม่ควรประมาทจริง
ๆ”
สามีภรรยาพูดคุยกันมากมายเช่นนี้ แต่กลับยังไม่สามารถลงมือ
ทำอะไรได้