ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 464 เพิ่งรู้สึกเจ็บ
เมื่อครั้งยังสาว หมอต าแยจ้าวเคยไปช่วยท าคลอดให้ตระกูลใหญ่
ในเมือง ตอนนั้นนางรู้สึกว่าชีวิตของพวกเขาช่างราวกับเป็นสวรรค์
เสียจริง
แต่ตอนนี้ได้มาเห็นสภาพความเป็นอยู่ของสกุลโม่ หมอต าแย
จ้าวกลับรู้สึกว่าเหล่าคนตระกูลใหญ่ในเมืองนั้นเทียบกับพวกเขา
ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ขณะนางก าลังมองส ารวจไปรอบ ๆ หลานเอ๋อร์ก็ถือถาดอาหาร
ซึ่งเต็มไปด้วยของกินเดินเข้ามา
นางวางอาหารลงบนโต๊ะทีละอย่าง พร้อมทั้งอธิบายอย่างใจเย็น
ก่อนจะจากไป
ฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่คิดจะอยู่คุยอะไรกับหมอต าแยที่นี่ ตอนนี้นาง
อยากไปดูลูกสะใภ้ของตัวเองเท่านั้น หากมีอะไรเกิดขึ้นจะได้มีคนอยู่
ข้าง ๆ เพิ่มอีกคน
“พี่สะใภ้จ้าว รบกวนท่านพักอยู่ที่นี่ก่อน หากลูกสะใภ้ข้ามีอาการ
อะไร จะรีบมาเรียกท่านทันที”
ตอนนี้หมอต าแยจ้าวเข้าใจแล้ว โม่จิ่วเยี่ยท าเรื่องใหญ่โตลาก
นางมาด้วยวิธีการนั้น ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ภรรยาของเขาเจ็บท้อง
คลอดโดยไม่มีหมอต าแยอยู่ข้างกาย
เรื่องแบบนี้ส าหรับนางไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย ส าหรับหญิง
ตั้งครรภ์ที่อยู่ไกล ครอบครัวของพวกเขามักจะเชิญนางไปรออยู่ที่นั่น
ล่วงหน้า
นางคิดว่าพวกเขาอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ระยะทางก็ใกล้มาก หาก
ภรรยาเหล่าจิ่วมีอาการขึ้นมาก็ค่อยมาเชิญนางยังทัน
ใครจะรู้ว่าคนยังไม่มีอาการอะไรก็รีบร้อนลากนางมาที่นี่เสียแล้ว
พอมาถึงแล้ว หมอต าแยจ้าวก็ไม่คิดจะจากไป จึงตัดสินใจพักผ่อนอยู่
ที่นี่
นางถูกโม่จิ่วเยี่ยลากมาที่นี่ตลอดทาง ความง่วงงุนที่มีอยู่
มากมายก็หายไป หมอต าแยจ้าวจึงหยิบของกินบนโต๊ะขึ้นมาทาน
การกินครั้งนี้นางแทบจะหยุดมือไม่ได้
ไม่ว่าจะเป็นอาหารชนิดใด ล้วนเป็นสิ่งที่นางไม่เคยได้ลิ้มลองมา
ก่อน และในสายตาของนาง สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นของอร่อยที่สุด
ความไม่พอใจเล็กน้อยที่หมอต าแยจ้าวมีต่อโม่จิ่วเยี่ยก็มลาย
หายไปในพริบตา
สกุลโม่ช่างจริงใจมากเหลือเกิน ถึงกับใช้อาหารดี ๆ เช่นนี้มา
ต้อนรับนาง
ความตกใจที่นางเพิ่งได้รับ อาหารเหล่านี้สามารถชดเชยกลับมา
ได้อย่างสมบูรณ์…
เฮ่อจือหร่านหลับไป ในความฝัน นางเห็นลูกน้อยทั้งสองของ
ตนเอง
พวกเขาน่ารักมาก ตัวขาว อวบอ้วน ทั้งยังยิ้มกว้างให้นางอีก
ด้วย
ขณะนางก าลังจะไปอุ้มลูก จู่ ๆ ก็รู้สึกอยากเข้าห้องน ้า เฮ่อจือห
ร่านจึงตื่นขึ้นมา
ทันทีที่ลืมตาขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูอิดโรยของโม่จิ่วเยี่ยก็โน้ม
เข้ามาใกล้
“หร่านหร่าน เจ้าตื่นแล้วหรือ รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่”
เฮ่อจือหร่านยื่นมือไปหาเขา โม่จิ่วเยี่ยก้าวเข้ามาช่วยพยุงนาง
ลุกนั่งอย่างนุ่มนวล
“ท่านพี่ พวกเราไป…ไปห้องน ้ากัน”
นางอยากบอกว่าจะไปพื้นที่มิติ แต่พอกวาดตามองรอบ ๆ และ
เห็นมารดา แม่สามี พี่สะใภ้ใหญ่ และพี่ชายอยู่ในห้องจึงเปลี่ยนค าพูด
สุดท้าย
ตอนนั้นพี่สะใภ้ใหญ่ก็เข้ามาใกล้
“น้องสะใภ้เก้า ข้าจะไปกับเจ้าด้วย”
นางกับโม่จิ่วเยี่ยสองคนประคองเฮ่อจือหร่านทั้งซ้ายขวา เดินไป
ยังห้องน ้าในห้อง
เฮ่อจือหร่านถูกเฮ่อซื่อหมิงใช้เข็มเงินแทงจุดหลับ ดังนั้นตอนนี้
นางจึงยังรู้สึกมึนงงอยู่บ้าง โชคดีที่มีคนคอยประคองอยู่ นางไม่ได้ฝืน
ตัวเอง อาศัยก าลังของคนทั้งสองค่อย ๆ เดินไปข้างหน้า
เมื่อกลับมาจากห้องน ้า เฮ่อจือหร่านยังคงง่วง เพียงแต่ความรู้สึก
อยากเข้าห้องน ้าตลอดเวลาท าให้นางหลับได้ไม่นาน
คืนนี้ นางเข้าห้องน ้านับครั้งไม่ถ้วน
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกกังวล คิดว่าภรรยาอาจมีอาการผิดปกติบางอย่าง
เห็นเขาขมวดคิ้วด้วยความกังวล ฮูหยินผู้เฒ่าจึงอธิบายว่า “จิ่ว
เยี่ย เจ้าไม่ต้องกังวลไป สตรีก่อนคลอดบุตรล้วนเป็นเช่นนี้”
“แต่หากหร่านหร่านพักผ่อนไม่ดี พรุ่งนี้ยังจะมีแรงคลอดได้
อย่างไร” โม่จิ่วเยี่ยถามด้วยความกังวล
แม้ว่าเขาจะเห็นหญิงที่ต้องก่อนคลอดเป็นครั้งแรก แต่หนังสือที่
เขาอ่านในยามว่างก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์
ในหนังสือกล่าวว่า ก่อนคลอดสตรีควรรักษาก าลังกายและ
ก าลังใจเพื่อให้คลอดบุตรได้ราบรื่นยิ่งขึ้น
ฮูหยินผู้เฒ่าเองก็รู้สึกจนปัญญาเช่นกัน เรื่องเช่นนี้นางเคยผ่าน
มานับครั้งไม่ถ้วน และล้วนแล้วอาศัยความมุ่งมั่นอดทนของตนเอง
พอถึงยามรุ่งสาง เฮ่อจือหร่านยังเข้าห้องน ้า จากนั้นท้องน้อย
นางก็เริ่มปวดขึ้นเล็กน้อย
เฮ่อซื่อหมิงเห็นสีหน้าของนางผิดปกติ จึงถามว่า “หร่านหร่าน
เจ้าปวดท้องหรือ?”
เฮ่อจือหร่านใช้มือข้างหนึ่งประคองท้องใหญ่ ขมวดคิ้วพลาง
กล่าวว่า “เมื่อครู่รู้สึกเจ็บนิดหน่อย แต่ดีขึ้นแล้ว”
เสียงของนางเพิ่งจะขาดหาย คิ้วก็ขมวดแน่นยิ่งขึ้น เพราะความ
เจ็บปวดนั้นกลับมาโจมตีอีกครั้ง
เฮ่อซื่อหมิงรีบก้าวเข้ามาใกล้ ยื่นมือไปจับชีพจรนาง
“เริ่มเจ็บท้องคลอดแล้ว เชิญหมอต าแยมาดูเถอะ!”
สีหน้าของเฮ่อซื่อหมิงเคร่งเครียดมาก เพราะหญิงที่ก าลังจะ
คลอดเป็นน้องสาวของเขาเอง เขาจึงไม่อาจท าตัวสงบนิ่งได้
เหมือนกับตอนที่รักษาคนอื่น
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยไม่อยากจะห่างจากเฮ่อจือหร่านแม้แต่ก้าวเดียว
เขาพลันตะโกนไปทางประตูว่า
“หลานเอ๋อร์ ไปเชิญหมอต าแยจ้าวมาที่นี่!”
เมื่อคืนหมอต าแยจ้าวได้กินอาหารที่อร่อยและนอนหลับอย่าง
สบาย ในบรรดาพวกเขา นางดูมีพลังมากที่สุด
ตอนนี้นางรู้สึกว่าหากไม่ช่วยเหลือคนอื่นอย่างเต็มที่ ก็คงจะไม่
คุ้มกับอาหารอร่อย ๆ มากมายที่ได้รับมา
“อย่าเพิ่งรีบร้อน นางเพิ่งเริ่มเจ็บท้องคลอด คงไม่คลอดทันที
หรอก พวกเจ้าออกไปรออยู่ข้างนอกก่อน ข้าจะช่วยตรวจดูนางเอง”
การตรวจสอบครั้งนี้แตกต่างจากเมื่อวาน คนที่ไม่เกี่ยวข้องไม่
อาจอยู่ด้วยได้
เฮ่อจือหร่านย่อมรู้ว่าหมอต าแยจ้าวต้องการตรวจสอบอะไร มัน
ไม่มีอะไรมากไปกว่าการดูว่ากระดูกเชิงกรานของนางขยายออกมาก
แค่ไหน
การตรวจสอบนี้ไม่ส าคัญ แต่นางหมอต าแยจ้าวกลับตกตะลึง
นางจ้องมองเฮ่อจือหร่านด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสงสัย
“ภรรยาเหล่าจิ่ว เมื่อคืนเจ้าไม่รู้สึกปวดท้องเลยหรือ?”
เฮ่อจือหร่านส่ายหัว “เพิ่งจะเริ่มเจ็บเมื่อครู่นี้เอง”
“แปลกจริง ๆ ปาจู่*[1]เปิดแล้ว ท าไมถึงเพิ่งจะรู้สึกเจ็บตอนนี้?”
หมอต าแยจ้าวพูดพึมพ า
เฮ่อจือหร่านเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน นางอยากจะตรวจสอบ
โดยการเข้าไปในพื้นที่มิติและใช้เครื่องมือแพทย์ที่สมัยใหม่ แต่เมื่อ
คืนรอบตัวนางกลับไม่เคยว่างเว้นผู้คน จึงไม่มีโอกาสท าเช่นนั้นเลย
แม้ว่านี่จะเป็นการคลอดครั้งแรกของนาง แต่นางไม่เคยได้ยินมา
ก่อน ว่าสตรีคลอดบุตรจะเจ็บแค่นิดเดียวแล้วปาจู่ถึงเปิด มันช่างน่า
เหลือเชื่อเกินไป
ดังนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะการตรวจของหมอต าแยจ้าวไม่แม่นย า ก็
คงเป็นเพราะร่างกายของนางพิเศษ…
ในขณะที่นางก าลังสงสัย หมอต าแยจ้าวก็หันหลังและเปิดประตู
ห้องออก
พอคนที่รออยู่ด้านนอกเห็นอย่างนั้น พวกเขาก็รีบวิ่งเข้ามาล้อม
วงทันที่
“ท่านป้า ภรรยาของข้าเป็นอย่างไรบ้าง?” โม่จิ่วเยี่ยถาม
หมอต าแยจ้าวเล่าผลการตรวจของเฮ่อจือหร่านอีกครั้ง จากนั้น
นางก็สั่งว่า “เด็กจะออกมาเร็วมาก พวกเจ้ารีบไปต้มน ้าร้อนเถอะ
นอกจากนี้ตอนนางยังไม่คลอด ให้เอาอาหารมาให้นางกินให้มาก
ที่สุดเท่าที่จะท าได้ด้วย”
เมื่อได้ยินว่าต้องต้มน ้า โดยไม่ต้องสั่งการ พี่สะใภ้ใหญ่ก็วิ่งไปที่
ห้องครัวทันที่
ฮูหยินผู้เฒ่าและเฮ่อฮูหยินต่างมองหมอต าแยจ้าวด้วยสายตา
สงสัย
พวกนางทั้งสองล้วนเคยผ่านการคลอดบุตรมาแล้ว เฮ่อจือหร่าน
เพิ่งเริ่มปวดท้อง จะเป็นไปได้อย่างไรที่ปาจู่จะเปิดแล้ว?
ปาจู่เปิดหมายความว่าอะไร?
หมายความว่าใกล้จะคลอดแล้ว!
ต้องรู้ไว้ว่าตอนที่พวกนางคลอด แม้จะไม่ใช่การคลอดครั้งแรก ก็
ต้องทนเจ็บปวดอยู่หลายชั่วยามกว่าปาจู่จะเปิด
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่สนใจแล้วว่าการตั้งค าถามจะท าให้หมอต าแยจ้าว
ไม่พอใจ นางถามว่า
“ท่านแน่ใจหรือว่าลูกสะใภ้ของข้าปาจู่เปิดแล้ว?”
[1] ปาจู่ : “八指” จะมีความหมายว่า “ปาจู่” แต่ในบริบททาง
การแพทย์คือปากมดลูกที่เปิดกว้าง 8 เซนติเมตร ซึ่งเป็นสัญญาณ
บ่งบอกว่าใกล้คลอด
บทที่ 465 ข้าจะไม่มีลูกอีกแล้ว
หากเป็นปกติ หมอต าแยจ้าวคงจะไม่พอใจที่ถูกตั้งค าถามเช่นนี้
แต่วันนี้สถานการณ์ของเฮ่อจือหร่านนั้นพิเศษจริง ๆ ไม่ต้องพูด
ถึงว่าฮูหยินผู้เฒ่าถามเช่นนี้ แม้แต่นางเองก็ต้องตรวจสอบอย่าง
ละเอียดถี่ถ้วนหลายครั้ง ก่อนจะเชื่อว่าเฮ่อจือหร่าน ตอนนี้ปาจู่เปิด
แปดนิ้วจริง ๆ
ขณะที่หมอต าแยจ้าวก าลังคิดว่าจะอธิบายอย่างไรดี เฮ่อซื่อหมิง
ก็เอ่ยขึ้น
“โม่ฮูหยิน การที่หร่านหร่านปาจู่เปิดแปดนิ้วตอนนี้ไม่ใช่เรื่อง
แปลกแต่อย่างใด”
ฮูหยินผู้เฒ่า ยิ่งงุนงงกว่าเดิม
“ไม่แปลกหรือ?”
เฮ่อซื่อหมิงพยายามอธิบายด้วยวิธีที่ผู้อื่นสามารถเข้าใจได้
“ตอนที่ข้าช่วยปรับท่าทารกให้หร่านหร่าน ข้าได้ใช้เข็มเงินฝังจุดและ
ใช้มือประกอบกัน เพื่อช่วยให้ช่องคลอดของนางเปิดกว้าง
จุดประสงค์ก็เพื่อให้หร่านหร่านเจ็บน้อยลงในตอนคลอด”
นอกจากหมอต าแยจ้าวแล้ว ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างรู้ดีถึงตัวตน
ของเฮ่อซื่อหมิง แม้สถานการณ์ปัจจุบันของเฮ่อจือหร่านจะดูน่า
เหลือเชื่ออยู่บ้าง แต่การที่ผู้ที่ถูกเรียกว่าหมอต าแยผู้เลื่องชื่อสามารถ
ท าเช่นนี้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
เฮ่อฮูหยินและฮูหยินผู้เฒ่าในฐานะผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์นี้
มาแล้ว ต่างก็มีสีหน้าโล่งใจหลังจากได้ฟัง
ความปลอดภัยของเฮ่อจือหร่านในระหว่างการคลอดเป็นสิ่งที่
พวกนางให้ความส าคัญเป็นอันดับแรก รองลงมาคือความหวังที่จะให้
นางทุกข์ทรมานน้อยลง
ดูเหมือนว่าตอนนี้ ทั้งสองเรื่องได้รับการแก้ไขด้วยการมาถึงของ
เฮ่อซื่อหมิงแล้ว
ฮูหยินผู้เฒ่าสั่งการเป็นพิเศษว่า วันนี้อาหารของสกุลโม่จะให้
ลูกสะใภ้ของนางเป็นคนท า นางเรียกอวี่เอ๋อร์มาช่วยเฮ่อจือหร่าน
เตรียมอาหารอร่อย ๆ
เฮ่อจือหร่านได้รับการช่วยเหลือให้ช่องคลอดเปิดจากเฮ่อซื่อห
มิง ท าให้ความเจ็บปวดมาเร็วเป็นพิเศษ
เมื่อหลานเอ๋อร์ถือชามบะหมี่น ้าใสที่นางชอบทานเป็นประจ าเข้า
มา นางก็เจ็บปวดจนมีเหงื่อผุดที่หน้าผากแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยอยู่เคียงข้างตลอดเวลา แม้ว่าภรรยาของเขาจะไม่ส่ง
เสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวด แต่เขาก็มองออกได้อย่างชัดเจน
ว่านางก าลังทรมานมากเพียงใด
ในตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยรับบะหมี่น ้าใสจากมือของหลานเอ๋อร์แล้ว
ส่งไปตรงหน้าเฮ่อจือหร่าน
“หร่านหร่าน ข้าจะป้อนเจ้าเอง เจ้ากินสักหน่อยเถอะ”
แม้ว่าตอนนี้เฮ่อจือหร่านจะเจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหว แต่นางก็รู้
ดีว่าอีกไม่นานนางจะต้องใช้แรงในการคลอด ถึงแม้จะต้องกินเหมือน
กินยา นางก็ต้องพยายามกินให้ได้มากที่สุด
“ตกลง ข้าจะกิน”
หลังจากกินบะหมี่ไปได้ครึ่งชาม เฮ่อจือหร่านก็ถูกความเจ็บปวด
ที่ท้องโจมตีอย่างกะทันหัน ท าให้นางสูญเสียความอยากอาหารไป
โดยสิ้นเชิง
ความเจ็บปวดครั้งนี้มาอย่างรวดเร็วและรุนแรง นางทั้งตัวนอน
กลิ้งไปมาบนเตียง
โม่จิ่วเยี่ยเห็นสถานการณ์แล้วตกใจจนสีหน้าซีด ก้าวเข้าไป
เตรียมพยุงเฮ่อจือหร่านให้ลุกขึ้น
ในขณะนั้นเอง หมอต าแยจ้าวก็เดินเข้ามา
“จิ่วเยี่ย เจ้าอย่าเพิ่งขยับนาง ให้ข้าดูก่อน น่าจะเป็นเวลาที่จะ
คลอดแล้ว”
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินค าพูดของหมอต าแยจ้าวแล้ว มือที่ยื่นออกไปก็
ชะงักค้างกลางอากาศ
“ท่านป้า ข้าขอฝากเรื่องนี้กับท่านด้วย”
หมอต าแยจ้าวเดินมาที่ข้างเตียง เห็นโม่จิ่วเยี่ยยังคงยืนนิ่งอยู่ที่
เดิมไม่ขยับเขยื้อน นางอดไม่ได้ที่จะเตือนว่า “จิ่วเยี่ย นี่เป็นห้องคลอด
เจ้าออกไปรออยู่ข้างนอกได้แล้ว”
นางท างานเป็นหมอต าแยมาครึ่งชีวิต แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็น
ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนเฝ้าอยู่ในห้องคลอดตลอดเวลา
ไม่ใช่ว่าไม่มีคนที่เป็นห่วงภรรยา แต่ใคร ๆ ก็รู้ว่าห้องคลอดเป็น
สถานที่อัปมงคล หากผู้ชายอยู่ในนั้นจะท าให้โชคร้าย
ฮูหยินผู้เฒ่าและเฮ่อฮูหยินที่อยู่หน้าประตูต่างได้ยินหมอต าแย
จ้าวไล่โม่จิ่วเยี่ยออกไป
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่สนใจเรื่องนี้
หากไม่ใช่เพราะเฮ่อจือหร่าน ไม่ต้องพูดถึงการได้อยู่พร้อมหน้า
พร้อมตากัน คงไม่มีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้
เฮ่อจือหร่านเสี่ยงชีวิตเพื่อให้ก าเนิดบุตรให้กับสกุลโม่ การที่โม่
จิ่วเยี่ยในฐานะสามีอยู่เคียงข้างนางก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรต าหนิ ไม่ว่าจะ
เป็นเรื่องโชคร้ายหรืออะไรก็ตาม
สกุลโม่นั้นโชคร้ายมามากพอแล้ว ถูกตัดสินอย่างอยุติธรรมให้
ถูกเนรเทศไปซีเป่ย เรื่องโชคร้ายขนาดนี้ยังผ่านมาได้ ส าหรับเรื่อง
โชคร้ายอื่น ๆ ส าหรับสกุลโม่แล้วมันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
เฮ่อฮูหยินกลับไม่ได้คิดอะไรมากมาย ตามธรรมเนียมแล้ว โม่จิ่ว
เยี่ยไม่เหมาะที่จะอยู่ในห้องคลอดจริง ๆ
นางเห็นฮูหยินผู้เฒ่าไม่มีท่าทีจะขยับเขยื้อน นางจึงตั้งใจจะเข้า
ไปในห้องเพื่อลากโม่จิ่วเยี่ยออกมา
ฮูหยินผู้เฒ่ามองออกถึงความตั้งใจของนาง จึงห้ามไว้ว่า “แม่
สะใภ้ไม่ต้องไปยุ่งกับเขาหรอก หร่านหร่านทนทุกข์ทรมานมากมาย
เพื่อคลอดลูกให้เขา การที่เขาอยู่เป็นเพื่อนนางนั้นสมควรแล้ว”
“เช่นนั้น…” เฮ่อฮูหยินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
ในมุมมองของนางในฐานะมารดา การที่ลูกเขยสามารถอยู่เป็น
เพื่อนลูกสาวในยามคลอดบุตร ก็จะท าให้ลูกสาวรู้สึกปลอดภัยขึ้น นี่
ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแต่อย่างใด
เมื่อแม่แท้ ๆ ของอีกฝ่ายยังไม่สนใจ นางในฐานะแม่ยายย่อมไม่
ควรไปยุ่งวุ่นวายอะไรมากนัก
“หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะไปอยู่เป็นเพื่อนหร่านหร่านด้วย”
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นแม่สะใภ้เข้าไปแล้ว จึงเดินตามเข้าไปในห้อง
ด้วย
ในเวลานี้ พี่สะใภ้หลายคนที่เพิ่งจัดการธุระในมือเสร็จก็รีบมากัน
หมด เมื่อได้ยินว่าน้องสะใภ้เก้าก าลังจะคลอด ไม่เพียงแต่น้องเก้าจะ
อยู่ในห้องคลอด แต่ฮูหยินทั้งสองท่านก็เข้าไปด้วย พวกนางสบตากัน
แวบหนึ่ง ทุกคนตั้งใจจะไปอยู่เป็นเพื่อนเฮ่อจือหร่าน
หมอต าแยจ้าวเห็นว่าตนเองไม่อาจห้ามปรามโม่จิ่วเยี่ยได้ จึง
ปล่อยให้เขาอยู่ตามใจ
ผลก็คือนางหันกลับมาอีกที่ ก็พบว่าในห้องมีคนมากมาย
นางท างานเป็นหมอต าแยมาหลายปี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เจอ
สถานการณ์เช่นนี้
ชายคนนั้นไม่ยอมจากไปก็แล้วไป แต่นี่… นี่… นี่เกือบทั้ง
ครอบครัวเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนแล้ว…
หมอต าแยจ้าวสงบจิตใจลงแล้วพูดว่า “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าทุกคนเป็น
ห่วงภรรยายของจิ่วเยี่ย แต่เหลือเพียงคนเดียวไว้ช่วยเหลือก็พอแล้ว”
คนมากมายขนาดนี้ นางยังรู้สึกอึดอัด ไม่ต้องพูดถึงหญิงที่ก าลัง
จะคลอดเลย
ฮูหยินผู้เฒ่าก็เข้าใจประเด็นนี้ดี หากไม่ใช่เพราะแม่สะใภ้เข้ามา
เมื่อครู่ นางก็คงไม่ตามเข้ามาด้วย
นางมองดูเหล่าลูกสะใภ้ที่อยู่ด้านหลังแวบหนึ่ง แล้วโบกมือ
“ทุกคนฟังค าของหมอต าแยเถิด พวกเราออกไปรอข้างนอกกัน
เถอะ”
เฮ่อฮูหยินต้องการจะอยู่ต่อ แต่เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่าพาบรรดา
สตรีออกไปแล้ว หากนางยังคงอยู่ต่อแล้วถูกหมอต าแยไล่ออกก็จะดู
ไม่งาม
นางมองดูลูกสาวที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าเจ็บปวดอีกครั้ง
ด้วยดวงตาแดงก ่า ก่อนจะอาลัยอาวรณ์ตามบรรดาสตรีสกุลโม่
ออกไป
ส าหรับการกระท าของหมอต าแยจ้าว เฮ่อจือหร่านก็เห็นด้วย
การที่มีคนมากมายเฝ้าดูนาง โดยเฉพาะการล้อมรอบอย่างแน่นหนา
ท าให้นางรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
ความเจ็บปวดของนางในตอนนี้ไม่เหมือนตอนแรกที่จะปวดเป็น
ระยะ
นับตั้งแต่ทุกคนออกไป ความเจ็บปวดของนางก็โถมเข้ามาไม่
หยุดหย่อน
เพื่อรักษาเรี่ยวแรงไว้ แม้จะเจ็บปวดจนอยากระบายออกมา นางก็
ยังคงอดทนอย่างเข้มแข็ง
การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานาน โม่จิ่วเยี่ยย่อมเข้าใจทุกการกระท า
ของนาง
เขาใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากของนางด้วยความเป็น
ห่วง
“เฮ่อจือหร่าน หากเจ้าเจ็บปวดก็ร้องออกมาเถิด หรือจะตีข้าก็
ได้” โม่จิ่วเยี่ย ขยับตัวเข้าไปใกล้ เพื่อให้เฮ่อจือหร่านสามารถระบาย
ความรู้สึกได้สะดวก
แม้เฮ่อจือหร่านจะเจ็บปวดราวกับตายแล้วเกิดใหม่ แต่นางก็ยัง
ไม่สูญเสียสติสัมปชัญญะ
เมื่อเห็นโม่จิ่วเยี่ยขยับเข้ามาใกล้ นางก็เลื่อนตัวถอยหลังไป
เล็กน้อย
เมื่อเห็นนางเป็นเช่นนั้น ความรู้สึกของโม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกเจ็บปวด
ดวงตาของเขาแดงก ่า เขาจับมือของเฮ่อจือหร่านไว้
“หร่านหร่าน พวกเราคงจะมีลูกแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว หลังจากนี้จะ
ไม่มีอีกแล้ว การได้เห็นเจ้าทรมานเช่นนี้ ข้ารู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น”
เขารู้สึกเจ็บปวดใจจริง ๆ ภรรยาเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง หากนาง
ยังทนความเจ็บปวดไม่ไหว ไม่ต้องคิดก็รู้ว่ามันต้องเจ็บมากแค่ไหน
“ข้าจะไม่มีลูกอีกแล้วจริง ๆ…” เฮ่อจือหร่านเอ่ยประโยคนี้ออกมา
ด้วยความเจ็บปวด
ความเจ็บปวดนี้ นางไม่รู้จะบรรยายออกมาอย่างไรดี