ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 52 ความคิดของโจวเหล่าปา
เมื่อคนในตระกูลเซี่ยเห็นเช่นนั้น ต่างมองไปที่ชิวซื่อมารดาของ
สะใภ้รอง
พวกเขาหวังว่านางจะพูดอะไรออกมาอย่างเด็ดเดี่ยวเหมือนกับฮู
หยินตระกูลฟาง
เช่นนี้แล้ว เมื่อพวกเขาได้รับความเมตตาจากสกุลโม่ พวกเขาจะ
รู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง
ชิวซื่อมองซ้ายขวา แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้
สะใภ้รองเข้าใจนิสัยใจคอของมารดาตนดีที่สุด มารดานางมักฟัง
ค าสั่งของบิดานางเสมอ เรื่องเช่นนี้นางจึงไม่กล้าตัดสินใจ
“ท่านแม่ เรื่องนี้ท่านไม่ต้องล าบากใจหรอก ต่อไปเราแสดงออก
ด้วยการกระท าก็พอ”
ชิวซื่อพยักหน้ารัวเร็ว “ฟางเอ๋อร์พูดถูก ในใจแม่ก็คิดเช่นนี้”
เฮ่อจือหร่านท าสิ่งเหล่านี้ ก็เพราะได้รับค าอนุญาตจากโม่จิ่วเยี่ย
อีกอย่างก็เป็นเพราะค านึงถึงทุกคนว่าเมื่ออยู่ด้วยกันจะได้ช่วยเหลือ
กันได้มากขึ้น
เส้นทางการเนรเทศยังยาวไกล ใครจะรับประกันได้ว่าพวกนางไม่
ต้องพึ่งพากัน?
“อาสะใภ้พูดเกินไปแล้ว พวกเราย่อมต้องช่วยเหลือกันในยาม
ยาก ท่านไม่ต้องรู้สึกคิดมากหรอก”
เหล่าสะใภ้อีกสองสามคนก็ช่วยพูดเสริม บรรยากาศจึงคึกคักขึ้น
อย่างรวดเร็ว
เฮ่อจือหร่านซื้อผ้าน ้ามันสิบสามม้วน เมื่อตั้งกระโจมยี่สิบหกหลัง
เสร็จ ก็ถึงเวลาอาหารเย็นพอดี
เจ้าหน้าที่ที่คุมตัวหลี่หู่ไปที่ว่าการอ าเภอก็กลับมาเช่นกัน
เฮ่อจือหร่านจึงวางแผนจะมอบกระโจมทั้งหมดในตอนที่ทุกคน
อยู่พร้อมหน้า
สตรีจากตระกูลเซี่ยและตระกูลฟางน ากระโจมที่มากพอส าหรับ
คนในครอบครัวตนออกไปก่อน
กระโจมอีกหกหลังของคนสกุลโม่ ก็ถูกพับเก็บโดยพี่สะใภ้
ทั้งหลายและน ากลับไป
ที่เหลือก็เอาไว้ใช้ส าหรับติดสินบนเจ้าหน้าที่
เฮ่อจือหร่านตั้งใจจะไปหาเผิงวั่ง พร้อมกับไปดูอาการของโจว
เหล่าปาด้วย
หลังจากถามเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเฝ้ายาม ได้ความว่าเผิงวั่งอยู่
ในห้องของโจวเหล่าปาตลอด นางจึงไปที่นั่นทันที่
หลังเคาะประตู เผิงวั่งก็บอกให้นางเข้าไป
เผิงวั่งเป็นคนที่แยกแยะรักชังชัดเจน ถึงแม้ว่าสองวันนี้ท่าทีของ
เขาที่มีต่อเฮ่อจือหร่านจะดีอยู่ตลอด แต่ก็ไม่ดีเท่ากับตอนนี้
เมื่อเห็นเฮ่อจือหร่านเข้ามา เผิงวั่งถึงกับลุกขึ้นยืนและคารวะนาง
เล็กน้อย
“เฮ่อจือหร่าน ข้าขอขอบคุณเจ้าที่ช่วยชีวิตแทนเหล่าปา”
เรื่องนี้ไม่เหมือนกับตอนที่เขาถูกงูพิษกัด ตอนนั้นเขาไม่มีสติ
อะไร จึงไม่ได้เห็นเหตุการณ์อันตรายนั้นกับตาตัวเอง
ดังนั้น ความรู้สึกของเผิงวั่งที่มีต่อเฮ่อจือหร่านที่ช่วยชีวิตเขา จึง
ไม่ลึกซึ้งเท่ากับตอนที่โจวเหล่าปาถูกช่วยชีวิต
เขาเห็นกับตาว่าคนที่ถูกยืนยันโดยคนจ านวนมากว่าไม่รอดแล้ว
กลับถูกเฮ่อจือหร่านช่วยชีวิตไว้ได้
ถึงแม้ว่าวิธีช่วยชีวิตของนางจะพูดออกมาได้ยากสักหน่อย…
ส าหรับการคารวะของเผิงวั่งครั้งนี้ เฮ่อจือหร่านไม่ได้หลบเลี่ยง
ไม่มีใครเข้าใจดีไปกว่านางแล้วว่าหากโจวเหล่าปาไม่ได้พบนาง
ป่านนี้เขาคงกลายเป็นผีพรายอยู่ใต้น ้าไปแล้ว
เผิงวั่งค านับแล้วยืดตัวตรง ท่าทางกลับมาสูงส่งเหนือใคร
เหมือนเดิม
“เฮ่อจือหร่าน เจ้ามีธุระอะไรกับข้าหรือ”
ส าหรับคนที่เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วภายในเวลาเพียงเสี้ยว เฮ่อจื
อหร่านไม่ได้ประหลาดใจมากนัก
ตรงกันข้าม นางยังชื่นชมนิสัยของเผิงวั่งด้วยซ ้า
“เจ้าหน้าที่เผิง ข้าเพิ่งพาสตรีในบ้านท ากระโจมสองสามหลัง
พวกเจ้าหน้าที่ก็จะได้รับด้วย อีกสักครู่ท่านส่งคนไปเอามันกลับมา
เถอะ นอกจากนี้ ข้ายังอยากมาตรวจดูอาการของเจ้าหน้าที่โจวด้วย”
เฮ่อจือหร่านมองไปยังโจวเหล่าปาที่นอนหลับตาอยู่บนเตียง
แต่สิ่งที่ท าให้นางรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยคือใบหน้าของเขาก าลัง
แดงมาก
“เจ้าหน้าที่โจวป่วยไข้หรือไม่”
เผิงวั่งที่อยู่ดูแลโจวเหล่าปาในห้องมาตลอด รู้ดีว่าเขาไม่ได้เป็น
ไข้
ผลคือ เมื่อสายตาของเผิงวั่งมองตามค าพูดของเฮ่อจือหร่านไป
และเห็นใบหน้าของโจวเหล่าปา เขาก็ตกใจจนชะงัก
“เหล่าปา เจ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือ เหตุใดเมื่อครู่ยังดีอยู่เลย
ตอนนี้กลับหน้าแดงขนาดนี้แล้ว”
ยิ่งถูกค าพูดของสองคนนี้ โจวเหล่าปายิ่งรู้สึกว่าใบหน้าของ
ตัวเองเห่อร้อนกว่าเดิม
ตอนนี้เขาอยากหาจะหลุมแล้วมุดลงไปเสีย
เมื่อเห็นว่า ‘อุ้งมือปีศาจ’ ของเผิงวั่งก าลังจะมาแตะหน้าผากของ
ตัวเอง โจวเหล่าปาก็หลบเลี่ยงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากอย่าง
ยากล าบาก
“ข้าไม่ได้รู้สึกไม่สบายและไม่ได้มีไข้”
เผิงวั่งงุนงงมากขึ้น
“เจ้าไม่ได้มีไข้ แล้วท าไมหน้าถึงแดง? เฮ่อจือหร่านอยู่ที่นี่ด้วย
ถ้าเจ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหนก็บอกนาง ให้นางช่วยตรวจดูให้สัก
หน่อย”
เมื่อได้ยินค าว่า ‘เฮ่อจือหร่าน’ สองค านี้ ใบหน้าของโจวเหล่าปา
ยิ่งแดงเรื่อขึ้นไปอีก แม้แต่ตัวเขาเองก็รู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แผดเผา
นั้นได้
เฮ่อจือหร่านเองก็รู้สึกงงงวยเช่นกัน ด้วยประสบการณ์ของแพทย์
คนหนึ่ง ในสถานการณ์เช่นนี้ ต้องเป็นเพราะร่างกายของโจวเหล่าปา
มีปัญหาแน่นอน
ดังนั้นนางจึงไม่พูดอะไรมากความอีก เดินมาข้างเตียงยื่นมือไป
จับชีพจรของโจวเหล่าปา
นอกจากอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้นเล็กน้อยแล้ว ทุกอย่างก็
ปกติดี มันน่าแปลกจริงๆ…
เฮ่อจือหร่านพยายามคิดถึงสาเหตุต่าง ๆ ที่อาจท าให้โจวเหล่าปา
มีอาการแบบนี้
เผิงวั่งจ้องมองเฮ่อจือหร่านอย่างเอาเป็นเอาตาย รอให้นางบอก
อาการของโจวเหล่าปา
ตอนนั้นเองโจวเหล่าปาก็ผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันใด
“ข้าไม่ได้ป่วย”
“เหล่าปา เจ้าเป็นอะไรไป? อย่าท าให้ข้าตกใจเช่นนี้สิ เกือบท า
คนตายไปแล้วนะ” เผิงวั่งค่อย ๆ ลูบอกตัวเองอย่างระมัดระวัง
โจวเหล่าปาไม่ได้อธิบายอะไรกับเผิงวั่ง แต่กลับหันไปมองเฮ่อจื
อหร่านอย่างอึกอัก
ค าพูดที่เอ่ยออกมาก็ตะกุกตะกัก
“เฮ่อ…เฮ่อจือหร่าน ข้า…ข้าได้ยินมาแล้วว่า เจ้าจุม…จุมพิตข้า
จึงสามารถช่วยชีวิตข้าไว้ ข้า…ข้ารู้ว่าความบริสุทธิ์ของหญิงสาว
ส าคัญกว่าสิ่งใด แต่เจ้า…เจ้าเป็นภรรยาของคนอื่นแล้ว ข้าไม่
สามารถพูดว่าจะรับผิดชอบเจ้าได้ แน่…แน่นอนว่า ถ้าโม่จิ่วเยี่ย
รังเกียจเจ้า และต้องหย่าร้าง ข้า…ข้าก็สามารถ…สามารถแต่งงานกับ
เจ้าได้”
พูดจบ โจวเหล่าปาก็หันหน้าหนีด้วยความใจเสีย ไม่กล้ามอง
เฮ่อจือหร่านอีก
เฮ่อจือหร่าน “…”
นางก าลังสร้างบาปกรรมอะไรกันแน่?
แค่ช่วยชีวิตคน ท าไมถึงบานปลายไปไกลขนาดนี้ด้วย?
ยิ่งไปกว่านั้น นางไม่ได้สัมผัสกับริมฝีปากของโจวเหล่าปาจริง ๆ
ด้วยซ ้า
เผิงวั่งตกใจกับค าพูดของโจวเหล่าปาเช่นกัน
เขาไม่คิดเลยว่า โจวเหล่าปาจะหน้าแดงเพราะเรื่องนี้
เผิงวั่งรู้สึกทั้งข าขันทั้งร้องไห้ไม่ออก
อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดดูแล้ว ค าพูดของโจวเหล่าปาก็ค่อนข้างสม
กับเป็นลูกผู้ชายดี
รู้จักรับผิดชอบผู้หญิง…
เรื่องนี้ส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของเฮ่อจือหร่าน และโจวเหล่าปาก็
แสดงท่าทีชัดเจนแล้ว เผิงวั่งรู้สึกว่าตนเองไม่จ าเป็นต้องพูดอะไร
เขาก็เชื่อว่าเฮ่อจือหร่านจะสามารถจัดการเรื่องนี้ให้กระจ่างได้
แต่ตอนนี้เฮ่อจือหร่านหงุดหงิดใจเป็นอย่างมาก
นางบ่นอุบอิบในใจพักใหญ่ ก่อนจะสงบสติอารมณ์ลง แล้วเอ่ย
เสียงราบเรียบ
“เจ้าหน้าที่โจว ข้าช่วยชีวิตท่านด้วยหน้าที่ของหมอคนหนึ่ง และ
ข้าก็ไม่ได้จุมพิตท่าน ขอท่านอย่าคิดมากเลย”
ขณะเอ่ย เฮ่อจือหร่านก็หยิบกระบอกไม้ไผ่ขนาดเท่าหัวแม่มือ
ออกจากพื้นที่มิติ
นี่คือสิ่งที่นางเตรียมล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนจะมา โดยมีจุดประสงค์
เพื่ออธิบายว่าตอนที่นางช่วยชีวิตเขานั้น นางไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดเขา
“ท่านดูสิ ตอนที่ข้าช่วยท่าน ข้าก็ใช้ของชิ้นนี้ อาจเป็นเพราะ
ตอนนั้นเจ้าหน้าที่เผิงกับคนอื่น ๆ เป็นห่วงอาการของคุณมากเกินไป
จึงไม่ได้สังเกตให้ดี ดังนั้น ท่านไม่ต้องคิดมากจริง ๆ”
เฮ่อจือหร่านตั้งใจจะบอกให้เจ้าหน้าที่โจวอย่าคิดเกินเลยในสิ่งที่
ไม่ควรคิด แต่เมื่อนึกได้ว่าถ้าพูดเช่นนั้นไปจะยิ่งท าให้เรื่องราวยุ่ง
เหยิง นางจึงเปลี่ยนค าพูดเป็นไม่ต้องคิดมากแทน
โจวเหล่าปาหันมองเฮ่อจือหร่าน แล้วมองเผิงวั่ง อีกฝ่ายไม่แสดง
ท่าทีคัดค้านหรือเห็นด้วย
“หัวหน้า ท่านกับพี่น้องทั้งหลายว่าเห็นกับตาว่าเฮ่อจือหร่าน
จุมพิตข้า เช่นนั้นข้าควรจะเชื่อใครกันแน่”
ไม่รอให้เผิงวั่งพูด เฮ่อจือหร่านรีบตอบก่อน “ท่านเชื่อข้าสิ ข้าจะ
อธิบายให้ฟังเดี๋ยวนี้เลยว่าข้าช่วยชีวิตท่านอย่างไร”
ต่อจากนั้น เฮ่อจือหร่านก็อธิบายหลักการของการผายปอดอีก
ครั้งอย่างละเอียด
โจวเหล่าปาฟังแล้วเข้าใจทันที่ แต่เขายังยืนกรานตามความคิด
เดิม
“ถึงแม้สิ่งที่เจ้าพูดมาจะมีเหตุผล แต่ก็มีผู้คนมากมายเห็นว่าเจ้า
จุมพิตข้า มันท าให้ชื่อเสียงของเจ้าเสียหาย”
เฮ่อจือหร่านเห็นท่าทางของโจวเหล่าปาที่ไม่ยอมฟังเลยสักนิดก็
โมโหขึ้นมาทันที่
เมื่ออารมณ์ของนางพุ่งพล่านขึ้น จะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
“โจวเหล่าปา ข้าพูดชัดเจนขนาดนี้แล้ว ต่อไปนี้ช่วยอย่าคิดมาก
เกินไป แล้วก็ชื่อเสียงของข้า ไม่ต้องให้ท่านมากังวล!”