ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 51 กระโจม
“ใช่ หากวิเคราะห์จากมุมมองของขันที่ ก็ไม่ง่ายที่จะหาตัวการ
เบื้องหลังจริง ๆ” มันสอดคล้องกับความคิดของเฮ่อจือหร่านที่คิดว่า
การหาตัวการเบื้องหลังตัวจริงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
ทั้งสองต่างเข้าใจดีว่า เบาะแสเพียงเล็กน้อยที่หลี่หู่บอกมานั้นไม่
มากพอจะหาตัวการเบื้องหลังตัวจริงได้
อย่างไรก็ตาม การที่สามารถหาสายลับได้หลังจากออกจากเมือง
หลวงไม่นาน ก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่กันแน่
คิดมาถึงตรงนี้ เฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยต่างตกอยู่ในห้วง
ความคิด
หลังจากผ่านไปพักใหญ่ เฮ่อจือหร่านจึงเอ่ยการวิเคราะห์ของตน
ออกมา
“เรื่องที่หลี่หู่คิดจะสังหารโจวเหล่าปานั้น ยังมีพวกที่ช่วยเขาอยู่
เบื้องหลังอีกหลายคน และตอนที่เจ้าหน้าที่รีบไปช่วยโจวเหล่าปา
ขึ้นมาจากแม่น ้าก็ไม่ได้มีการปิดบัง มีผู้คนมามุงดูกันมากมาย ข้า
เชื่อว่าพรรคพวกของหลี่หู่ต้องเห็นเหตุการณ์นี้แน่นอน ซ ้าข้ายัง
ช่วยชีวิตโจวเหล่าปาต่อหน้าผู้คน เรื่องหลี่หู่ท าพลาดก็ถือว่าแพร่ง
พรายไปหมดแล้ว ในคนพวกนั้นต้องมีคนรายงานเรื่องนี้ให้คนสั่งการ
เพื่อจัดการเรื่องนี้แน่ ข้าคิดว่า ทันทีที่คนสั่งการของหลี่หู่รู้ว่าเขาเกิด
เรื่อง อาจจะส่งคนมาปิดปากเขาก็ได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น โม่จิ่วเยี่ยก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
“หมายความว่า พวกเราจะท าตามความต้องการของหลี่หู่ไป
เพื่อหาตัวการเบื้องหลังของเขาหรือ”
เฮ่อจือหร่านพยักหน้า “ข้าก็คิดเช่นนั้น แต่ด้วยสถานะของพวก
เราในตอนนี้ ข้ากลัวว่าการลงมือไม่สะดวกเท่าไหร่”
“การลงมือท าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ข้ามีวิธีของตัวเอง แต่ตอนนี้ข้า
ก่อเรื่องไปแล้ว ถึงแม้จะหาตัวคนที่ต้องการท าร้ายสกุลโม่ได้จริง ๆ
แล้วจะท าอย่างไรได้เล่า”
เฮ่อจือหร่านสามารถรับรู้ได้ว่าค าพูดของโม่จิ่วเยี่ยแฝงไปด้วย
การปล่อยวางและยอมแพ้อยู่บ้าง
“ด้วยฝีมือของเจ้า การแก้แค้นคงไม่ใช่เรื่องยากใช่หรือไม่ และ
ข้าเพียงสงสัยว่าเบื้องหลังของหลี่หู่อาจจะเป็นคนเดียวกับคนที่วางยา
พิษในจวนสกุลโม่ก็ได้”
เมื่อถูกย ้าเตือนเช่นนี้ ความคิดของโม่จิ่วเยี่ยก็กระจ่างขึ้นมา
ทันที่ พร้อมความเกลียดชังและความรู้สึกไม่เป็นธรรมที่พุ่งทะลัก
ขึ้นมาในใจ
“เจ้าพูดมีเหตุผล เช่นนั้นคืนนี้ข้าจะหาทางออกไปและจับตาดูหลี่
หู่ไว้”
เฮ่อจือหร่านเห็นว่าโม่จิ่วเยี่ยตัดสินใจได้แล้ว จึงออกไปช่วยงาน
สตรีข้างนอกท ากระโจมต่อ
นางเพิ่งจะออกมาจากในห้อง ก็เห็นเจ้าหน้าที่ก าลังมัดตัวหลี่หู่
ด้วยเชือก แล้วผลักเขาไปนอกโรงเตี๊ยม
ในปากของหลี่หู่ถูกอุดด้วยผ้าขาดจนเขาส่งเสียงไม่ได้ ได้แต่
มองไปยังเจ้าหน้าที่เหล่านั้นด้วยสายตาอ้อนวอน
ความสัมพันธ์ระหว่างเหล่าเจ้าหน้าที่กับโจวเหล่าปา
ไม่อาจเทียบได้กับหลี่หู่ซึ่งเข้าหน่วยมาได้เพียงปีเดียว
หลังจากเห็นโจวเหล่าปาต้องเกือบตายเพราะเขา พวกเขาก็
เกลียดชังหลี่หู่แล้ว ยังจะใจอ่อนกับเขาได้อย่างไร
จางชิงเห็นหลี่หู่ดื้อดึง จึงยกเท้าถีบเขาทีหนึ่ง
“เจ้าอยู่นิ่ง ๆ หน่อย ไว้เจอนายอ าเภอแล้ว เจ้าจะร้องขออภัย
อย่างไรก็เชิญ”
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาพลันเห็นเฮ่อจือหร่าน
จางชิงไม่ได้แสดงท่าทีเย่อหยิ่งต่อนางเหมือนที่ผ่านมา แต่กลับ
ขอบคุณและพยักหน้าให้เล็กน้อย
เฮ่อจือหร่านพยักหน้าตอบเช่นกัน
จากความรู้ที่นางมีเกี่ยวกับเรื่องราวในยุคโบราณ การพิจารณา
คดีต่าง ๆ ของที่ว่าการ มักเป็นช่วงเช้า แต่ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาเย็นแล้ว
นางคาดว่าหลี่หู่คงถูกส่งตัวไปที่ว่าการอ าเภอ เพื่อคุมขังไว้
ชั่วคราวในคุก ส่วนการไต่สวนเขาน่าจะเริ่มในเช้าวันพรุ่งนี้โดยเร็ว
ดังนั้นเฮ่อจือหร่านจึงเดาว่าค ่าคืนนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการ
ปิดปากหลี่หู่
คิดได้ดังนั้น นางจึงรีบกลับไปที่ห้องแล้วบอกโม่จิ่วเยี่ยอีกครั้ง
ว่าหลี่หู่ถูกเจ้าหน้าที่ส่งตัวไปที่ว่าการอ าเภอ พร้อมกับการคาดเดา
ของนาง
โม่จิ่วเยี่ยกล่าวว่าเขาจะจัดการเรื่องเวลาให้ดี
แม้ว่าเขาไม่เคยฆ่าคนเพื่อปิดปากมาก่อน แต่ด้วยอยู่ในแวดวง
ราชการมานาน ก็มักได้ยินเรื่องสกปรกเหล่านี้บ้าง
คนส่วนใหญ่ที่จะฆ่าคนปิดปากในคุกมักเลือกช่วงเวลาระหว่าง
ยามโฉ่ว*[1]ถึงยามอิ๋น*[2] เพราะเป็นช่วงที่คนง่วงงุนที่สุด ยามที่เฝ้า
ก็จะระมัดระวังน้อยลงเช่นกัน
ทว่าเพื่อความปลอดภัย โม่จิ่วเยี่ยจึงวางแผนจะไปที่นั่นก่อนยาม
ฉือ
ในที่สุดทุกอย่างก็ถูกเตรียมการเรียบร้อย ท าให้เฮ่อจือหร่าน
วางใจในการลงมือของเขามากขึ้น
ความเร็วในการเย็บปักของเหล่าสตรีพวกนั้นเร็วกว่าที่นางคิดไว้
มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท ากระโจมซึ่งไม่จ าเป็นต้องเย็บให้แน่น
หนามาก
เมื่อเฮ่อจือหร่านมาถึงสถานที่ที่ทุกคนก าลังท ากระโจม นางก็ทั้ง
แปลกใจและดีใจที่พบว่าพวกนางท ากระโจมเสร็จไปหลายหลังแล้ว
เพียงแต่พวกนางไม่เข้าใจวิธีใช้กระโจม ดังนั้นจึงจัดเรียงไว้อย่าง
เป็นระเบียบทางด้านข้าง
เมื่อเห็นเฮ่อจือหร่านเดินเข้ามา โม่หานเยี่ยจึงกล่าวอย่างตื่นเต้น
ว่า “พี่สะใภ้เก้าท่านดูสิ กระโจมที่ข้าท าใกล้จะเสร็จแล้ว”
ขณะที่พูดนางก็ผูกปมเชือกที่โผล่ออกมาจากมุมผ้า แล้วตัด
เชือกออก ก่อนลุกขึ้นยืนและส่งกระโจมที่นางท าเสร็จแล้วให้เฮ่อจือห
ร่าน
เฮ่อจือหร่านอยากจะดูว่ากระโจมที่นางออกแบบด้วยตัวเองนั้น
ส าเร็จหรือไม่
นางกางกระโจมต่อหน้าทุกคน
กระโจมนี้มีรูปทรงสามเหลี่ยมเรียบง่ายที่สุด โครงท ามาจากไม้ไผ่
มีเชือกป่านห้อยลงมาจากยอด ปลายอีกด้านของเชือกป่านผูก
ติดกับท่อนไม้ไผ่ที่หนากว่า เมื่อฝังลงดินก็จะช่วยยึดกระโจมให้อยู่กับ
ที่ได้
ถึงแม้ว่ากระโจมนี้จะดูเรียบง่าย แต่ก็ใช้งานได้ดี
เมื่อเหล่าสตรีเห็นเฮ่อจือหร่านกางกระโจมขึ้น พวกนางต่างไม่
กล้าเชื่อสายตาตนเอง
“พี่สะใภ้เก้า เมื่อครู่ข้ายังคิดอยู่เลยว่า กระโจมที่ท่านพูดถึงนั้นใช้
ท าอะไรกันแน่ ตอนนี้ได้เห็นแล้ว มันก็เป็นบ้านหลังเล็ก ๆ นี่เอง”
โม่หานเยี่ยรู้สึกตื่นเต้นมาก ‘บ้าน’ ที่ดีเช่นนี้มาจากฝีมือของนาง
เอง
เมื่อเห็นโม่หานเยี่ยยิ้มร่า ความรู้สึกว่าท าสิ่งนี้ประสบความส าเร็จ
ก็ผุดขึ้นมาในใจของเฮ่อจือหร่าน
“หากจะเรียกมันว่าบ้านก็คงจะเกินไปสักหน่อย แต่สามารถกัน
ลมฝนได้ไม่เลวเลย”
สตรีจากตระกูลเซี่ยและตระกูลฟางต่างมองคนสกุลโม่ด้วยความ
อิจฉา
ต่อไปนี้เวลาค้างคืนกลางแจ้ง พวกนางก็ไม่ต้องนอนมองท้องฟ้า
อีกแล้ว
ถึงแม้ว่ากริยาท่าทางของเฮ่อจือหร่านจะไม่เหมาะสม แต่
สติปัญญาของนางช่างฉลาดมาก ถึงขั้นคิดสิ่งนี้ออกมาได้
ฮูหยินฟางจับมือสะใภ้ใหญ่
“สะใภ้ชุย สกุลโม่ของพวกเจ้ามีลูกสะใภ้เช่นนี้ นับว่าเป็นบุญ
วาสนาจริง ๆ”
“ถูกต้องแล้ว น้องสะใภ้เก้าของบ้านเราเก่งกาจหลายด้าน ไม่ใช่
แค่นางจะท ากระโจมได้เท่านั้น” สะใภ้รองได้ยินค ากล่าวชมน้องสะใภ้
ของตน ในใจนางก็ปลาบปลื้มจนแทบจะลอยขึ้นฟ้าอยู่แล้ว
เมื่อเจอกับค าชื่นชม เฮ่อจือหร่านกล่าวอย่างถ่อมตัวไปสองสาม
ประโยค พร้อมกันนั้นนางยังเห็นความปรารถนาอยากได้กระโจมของ
สตรีตระกูลเซี่ยและตระกูลฟาง
“ฮูหยินฟาง ฮูหยินเซี่ย กระโจมนี่พวกเราสามครอบครัวล้วนส่วน
ร่วมช่วยกันทั้งนั้น สองคนใช้กระโจมหนึ่งหลังก็ไม่มีปัญหาแน่นอน”
สตรีตระกูลเซี่ยและตระกูลฟางได้ยินว่าตนเองก็มีส่วนร่วมด้วย
ต่างไม่รู้ว่าควรจะแสดงความยินดีนี้ออกมาอย่างไร
พวกนางยิ่งขอบคุณเฮ่อจือหร่านเป็นพันครั้ง
ฮูหยินฟางมองเฮ่อจือหร่านด้วยสายตาซาบซึ้ง กล่าวอย่างจริงใจ
ว่า “ตอนที่ตระกูลของพวกเราถูกยึดทรัพย์ เราต่างไม่ได้น าของสิ่งใด
ติดตัวมา โชคดีที่มีเจ้ากับสกุลโม่คอยช่วยเหลือ ตอนนี้ข้าคิดได้แล้ว
ในเมื่อพวกเราไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเหมือนแต่
ก่อนได้อีก ก็ต้องยอมรับความจริงเท่านั้น ตั้งแต่นี้ไป ตระกูลฟางของ
พวกเราจะยึดถือสกุลโม่เป็นหลัก ข้าขอพูดไว้ตรงนี้ ผู้ใดก็ตามที่กล้า
ฝ่าฝืน จะต้องถูกลงโทษตามกฎของตระกูล”
สิ้นเสียง บรรดาสตรีตระกูลฟางคนอื่น ๆ ล้วนแสดงความเต็มใจที่
จะท าเช่นนั้นเหมือนกัน
[1] ยามโฉ่ว : เวลา 01.00 – 03.00 น.
[2] ยามอิ๋น : เวลา 03.00 – 05.00 น.