ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 523 ข้าจะจัดการไขกุญแจประตูเอง
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 523 ข้าจะจัดการไขกุญแจประตูเอง
ทั้งคู่เดินทางมาถึงบริเวณใกล้ท้องพระคลัง
หลังจากที่ท้องพระคลังถูกสามีภรรยาปล้นไปจนว่างเปล่า ใน เวลาเพียงหนึ่งปี แม้จักรพรรดิซุ่นอู่จะมีความสามารถมากมาย เพียงใด ก็ไม่อาจรวบรวมทรัพย์สมบัติมากมายขนาดนั้นมาเก็บไว้ได้
อาจกล่าวได้ว่าท้องพระคลังในปัจจุบันเป็ นเพียงสถานที่ว่างเปล่า ไร ้ประโยชน์
โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่จักรพรรดินีขึ้นครองอานาจ นางย่อม หมายเอาทรัพย์สมบัติในท้องพระคลังเป็ นแน่ คาดว่าข้างในคงไม่มี สิ่งของมีค่าเหลืออยู่แล้ว
บางทีอาจเป็ นเพราะเหตุนี้ การรักษาความปลอดภัยบริเวณ ท้องพระคลังจึงหย่อนยานลงมาก
ครั้งก่อนตอนพวกเขาขนของออกจากท้องพระคลัง ตอนจากไป พวกเขาไม่ได้ซ่อนอุโมงค์ลับเอาไว้
จักรพรรดิซุ่นอู่พบว่าท้องพระคลังถูกขโมย คนร ้ายเข้ามาทาง อุโมงค์ลับ แน่นอนว่าเขาต้องส่งคนมาปิดกั้นเส้นทาง
เพียงแต่ตอนนี้ภายในวังมีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด พวก เขาจึงได้แต่ลองมาดูที่นี่เพื่อหาโอกาส
รอบ ๆ ท้องพระคลังมีทหารยามคอยเฝ้ าอยู่ทั้งหมด แต่เป็ นการ ลาดตระเวนสลับกันสองกลุ่ม
โม่จิ่วเยี่ยสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง เขาพบว่าบริเวณหน้าประตู ท้องพระคลังจะมีช่วงเวลาสั้น ๆ ที่พ้นจากสายตา แต่ว่าช่วงเวลานี้สั้น มาก ตามการบอกเวลาของนาฬิกาแขวนในพื้นที่มิติของภรรยา มี เวลาเพียงประมาณหนึ่งนาทีเท่านั้น
หมายความว่าหากพวกเขาต้องการเข้าไปในท้องพระคลังโดย ไม่ให้ใครรู ้พวกเขาจาเป็ นต้องไขกุญแจและเข้าไปภายในเวลาหนึ่ง นาที
เฮ่อจือหร่านเห็นจุดสาคัญนี้เช่นกัน
“ท่านพี่ ข้าจะจัดการไขกุญแจประตูเอง”
ส าหรับการไขกุญแจ เฮ่อจือหร่านไม่ใช่มือใหม่ ชาติก่อนนาง เคยเรียนรู ้ทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับการไขกุญแจจากเพื่อนทหารใน กองทัพ
กุญแจโบราณไม่สามารถเทียบกับผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสูงใน ปัจจุบันได้ โครงสร ้างของไส้กุญแจก็เรียบง่ายมาก นางมั่นใจว่าจะ สามารถไขเปิดได้อย่างราบรื่น
ถึงแม้ว่าจะล้มเหลวก็ไม่เป็ นไร อย่างมากที่สุดเมื่อทหารยาม ปรากฏตัว นางก็จะพาโม่จิ่วเยี่ยหลบเข้าไปในพื้นที่มิติก่อน
สรุปคือตราบใดที่สองสามีภรรยาอยู่ในสถานการณ์ที่ปลอดภัย และมั่นคง การทาหลาย ๆ ครั้งก็ไม่เป็ นไร
โม่จิ่วเยี่ยรู ้ว่าภรรยาของเขามีความสามารถ จึงพยักหน้าโดยไม่ สงสัยแม้แต่น้อย
“ดี พวกเราจะใช ้ช่วงเวลานี้ลองดู ถ้าไม่ได้ผลก็รีบหลบเข้าพื้นที่ มิติทันที”
เมื่อเสียงพูดเพิ่งจบลง ก็ตรงกับช่วงที่สายตาของยามเวรละจาก ประตูใหญ่ไป โม่จิ่วเยี่ยพาเฮ่อจือหร่านพลันมาถึงหน้าประตูอย่าง รวดเร็ว
เฮ่อจือหร่านหยิบลวดเส้นเล็ก ๆ ออกมาจากพื้นที่มิติเตรียมไว้ แล้ว
เห็นเพียงลวดในมือนางสอดเข้าไปในรูกุญแจ เพียงแค่สั่นไปมา สองสามครั้งอย่างไม่ตั้งใจ กุญแจก็ถูกไขออก
ทั้งสองไม่กล้าส่งเสียงดัง โม่จิ่วเยี่ยเปิ ดประตูใหญ่ของ ท้องพระคลังเป็ นช่องแคบพอให้พวกเขาสองคนลอดผ่านได้ หลังจาก เข้าไปแล้วก็ปิดประตูอย่างเบามือ
ตอนนี้ยังเป็ นเวลากลางคืน เหล่าทหารยามไม่มีทางสังเกตเห็นว่า กุญแจที่ประตูหายไป ตราบใดที่ประตูใหญ่ยังปิดสนิทดี ทุกอย่างก็ไม่ มีปัญหา
เป็ นไปตามที่คาดการณ์ไว้ สิ่งของซึ่งเก็บไว้ภายในนั้นมีน้อยเสีย จนน่าสงสาร อีกทั้งดูเหมือนจะไม่มีของสิ่งใดมีค่าเลย
แม้จะเป็ นเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านก็ไม่คิดจะปล่อยทุกสิ่งไป
แม้ว่าสิ่งของเหล่านี้จะเป็ นสมบัติของท้องพระคลัง แต่จักรพรรดิ ซุ่นอู่ไม่เคยใช ้ทรัพย์สินเหล่านี้เพื่อสร ้างประโยชน์ให้แก่ราษฎร เฮ่อจื อหร่านจึงเอาไปโดยไม่รู ้สึกกดดันแม้แต่น้อย
การปล้นท้องพระคลังที่แทบไม่มีสิ่งของอะไรอยู่แล้วให้ว่างเปล่า ลงไปอีกครั้ง เป็ นเรื่องที่เฮ่อจือหร่านสามารถทาได้เพียงแค่เดินผ่าน ไปมา
เนื่องจากครั้งที่แล้วพวกเขาได้นาไข่มุกราตรีไปมากมาย วันนี้ ภายในท้องพระคลังจึงเหลือเพียงตะเกียงน้ามันที่ให้แสงสลัวไม่กี่ดวง เท่านั้น แต่สิ่งนี้ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นของทั้งคู่แต่อย่าง ใด
โม่จิ่วเยี่ยจูงมือเฮ่อจือหร่านมาถึงทางเข้าอุโมงค์ลับที่พวกเขา เคยเข้าไปครั้งก่อน แน่นอนว่ามันถูกทาลายไปแล้ว
เฮ่อจือหร่านมองบริเวณทางเข้าอุโมงค์ลับเดิม แล้วถามว่า “ท่าน พี่ อุโมงค์ลับหายไปแล้ว พวกเราจะทาอย่างไรดี”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ท้อแท้แม้ว่าทางเข้าอุโมงค์ลับจะถูกทาลาย
“จริง ๆ แล้วทางเข้าอุโมงค์ลับเป็ นเส้นทางหลบหนีที่ราชวงศ์สร ้าง ขึ้นมาโดยเฉพาะ”
สาหรับเฮ่อจือหร่านแล้ว การที่ราชวงศ์สร ้างเส้นทางหลบหนี โดยเฉพาะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะในประวัติศาสตร ์ที่นางรู ้มา มี จักรพรรดิหลายพระองค์ที่กังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จึง พยายามสร ้างเส้นทางหลบหนีไว้ให้ตัวเอง
กล่าวคือ เส้นทางที่โม่จิ่วเยี่ยพานางเข้าไปในท้องพระคลังนั้นก็ คืออุโมงค์หลบหนีที่จักรพรรดิองค์หนึ่งแห่งราชวงศ์ต้าซุ่นสั่งให้คน ขุดขึ้นมา
“หากเป็ นอุโมงค์หลบหนี ควรมีเพียงราชวงศ์เท่านั้นที่รู ้ แล้ว ท าไมท่านถึงรู ้ได้?”
นี่ก็คือปัญหาที่โม่จิ่วเยี่ยกาลังจะอธิบายให้นางฟัง
“ตอนที่ข้าถูกส่งเข้าวังมาเป็ นสหายร่วมเรียนของหนานฉี เพราะ เพิ่งมาที่นี่ พวกข้าจึงยังไม่คุ้นเคยกัน อีกทั้งหนานฉีก็มีนิสัยหยิ่งยโส หลังจากถูกเขารังแก ข้าจึงวิ่งหนีไปและไม่รู ้ตัวว่าวิ่งมาถึงที่นี่ ตอน นั้นเองที่ข้าได้บังเอิญพบเส้นทางลับโดยไม่ตั้งใจ”
ตอนแรกเฮ่อจือหร่านยังคาดเดาว่าโม่จิ่วเยี่ยรู ้เกี่ยวกับเส้นทาง ของอุโมงค์ลับนี้ได้อย่างไร ที่แท้เขาก็ค้นพบมันตั้งแต่ตอนเป็ นเด็ก
ด้วยนิสัยซื่อตรงของโม่จิ่วเยี่ย ในตอนนั้นเขาย่อมไม่นาความลับ ใหญ่โตเช่นนี้ไปบอกคนอื่น
ตอนที่พานางมาขนของออกจากท้องพระคลัง คงเป็ นเพราะเขา โมโหจนถึงขีดสุดแล้ว ถูกการกระท าของจักรพรรดิซุ่นอู่ท าลาย ขีดจ ากัดในใจลงอย่างราบคาบ
ขณะที่เล่าเรื่องเหล่านี้ โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้อยู่เฉย
เพราะทั้งเขาและเฮ่อจือหร่านต่างไม่เชื่อว่าจักรพรรดิซุ่นอู่จะกล้า ทาลายเส้นทางลับสาหรับหลบหนีของราชวงศ์ อย่างมากก็แค่เปลี่ยน ทางเข้าออกเท่านั้น
โม่จิ่วเยี่ยรู ้โครงสร ้างของอุโมงค์ลับเป็ นอย่างดี โดยเฉพาะ ตาแหน่งทางเข้าภายในวังหลวง ซึ่งจะไม่พ้นไปจากขอบเขตของ ท้องพระคลัง
ทั้งสองค่อย ๆ เดินอยู่ภายในท้องพระคลัง พร ้อมกับสัมผัส ความรู ้สึกผิดปกติใต้เท้าอย่างระมัดระวัง
เดินไปได้สักพัก เฮ่อจือหร่านก็ดึงโม่จิ่วเยี่ยไว้
“ท่านพี่ ข้ารู ้สึกว่าแผ่นหินใต้เท้าข้าดูหลวมตัวอยู่บ้าง”
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินดังนั้นจึงย่อตัวลงเพื่อตรวจสอบ
แผ่นหินที่เฮ่อจือหร่านเหยียบอยู่นั้นมีรอยแยกที่ไม่ค่อยชัดเจน นักอยู่รอบ ๆ
เพื่อพิสูจน์ข้อสงสัยนี้ นางจึงจงใจเหยียบลงไปแรง ๆ
และแล้วแผ่นหินใต้เท้าของนางก็สั่นไหวเล็กน้อย
เฮ่อจือหร่านรีบถอยออกมา โม่จิ่วเยี่ยหยิบมีดสั้นอันคมกริบ ใช ้ ปลายมีดแทงลงไปที่รอยแยกแห่งหนึ่ง เขาออกแรงเล็กน้อย แผ่นหินก็ ถูกงัดขึ้นมาได้
ทันใดนั้น รูสีดาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา
โม่จิ่วเยี่ยหัวเราะเยาะในใจ จักรพรรดิซุ่นอู่ช่างคิดว่าตนเองฉลาด นัก คิดว่าแค่เปลี่ยนทางเข้าอุโมงค์ลับแล้วมันจะหายไปเลยหรือ?
แน่นอนว่าเขาเองก็ไม่ได้ประมาทเพียงเพราะค้นพบอุโมงค์ลับได้ อย่างรวดเร็ว
ท้ายที่สุดแล้ว ท้องพระคลังก็เคยถูกปล้นมาครั้งหนึ่ง หากไม่คิด หาวิธีรับมือ เส้นทางลับนี้ก็คงไม่มีค่าอะไรอีก
เฮ่อจือหร่านก็นึกถึงประเด็นนี้เช่นกัน แม้ว่าพวกเขาจะพบ ทางเข้าอุโมงค์ลับแล้ว แต่ก็ไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามเดินลงไป
นางใช ้จิตสานึกดึงผ้าห่มผืนหนึ่งออกมาจากพื้นที่มิติแล้วโยนลง ไป
ผ้าห่มเพิ่งถูกโยนลงไป ทั้งสองคนก็ได้ยินเสียงฉิว ๆ ดังขึ้นไม่ หยุดจากด้านล่าง จากเหตุการณ์นี้เห็นได้ว่าจักรพรรดิซุ่นอู่คงส่งคน ไปซ่อนกลธนูไว้มากมายแล้ว
ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงจึงค่อย ๆ เงียบหายไป เฮ่อจือหร่านยังไม่ วางใจ จึงโยนผ้าห่มอีกผืนลงไปในทิศทางอื่น
หลังจากทาเช่นเดียวกันซ้ากันสี่ครั้งและไม่ได้ยินเสียงของธนูลับ อีก โม่จิ่วเยี่ยจึงเป็ นคนแรกที่ก้าวเดินลงไป