ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 522 พระองค์ก็ต้องฟังข้า
เมื่อเผชิญหน้ากับจักรพรรดิซุ่นอู่ เฮ่อจือหร่านไม่มีความอดทนที่
จะอธิบายอะไรทั้งสิ้น
“หากพระองค์ยังต้องการให้ราชวงศ์ต้าซุ่นยังคงอยู่ต่อ ตอนนี้
พระองค์ก็ต้องฟังข้า”
“ได้ เราจะรออยู่ที่นี่” จักรพรรดิซุ่นอู่รู้ว่าตอนนี้ตนเองไม่มี
ทางเลือกอื่น
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยไม่คิดจะเสียเวลา ด้วยความสามารถ
ของโม่จิ่วเยี่ยและพื้นที่มิติของนาง พวกเขาไม่จ าเป็นต้องกังวลว่าข้าง
นอกจะมีคนที่ก าลังค้นหาอยู่มากเท่าไหร่ ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้พวก
เขาแต่งกายเป็นขันทีทั้งคู่ การปลอมตัวสักหน่อยก็ไม่มีปัญหาอะไร
หลังออกจากต าหนักเย็น ข้างนอกก็ไม่พบร่องรอยของใคร เห็น
ได้ชัดว่าการที่โม่จิ่วเยี่ยพาจักรพรรดิซุ่นอู่มาที่นี่เป็นการตัดสินใจ
ถูกต้อง อย่างน้อยในระยะเวลาอันสั้นคนพวกนั้นก็จะไม่สามารถหา
ที่นี่เจอ
แค่มีเวลาให้พวกเขาหนึ่งชั่วยาม น าหยวนกุ้ยเฟยมา ให้นางมา
ยืนยันตัวตนของเฟ่ยหนานอวี่ก็เพียงพอแล้ว
แม้ว่าพวกเขาจะเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเพื่อไม่ให้เกิดความสงสัย
ได้ง่าย แต่ทั้งสองก็พยายามหลบเลี่ยงองครักษ์ที่ก าลังค้นหาอยู่ให้
มากที่สุด
โม่จิ่วเยี่ยเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เขาพาเฮ่อจือหร่านไปพลางใช้
วิทยายุทธ์เป็นระยะ ไม่นานนักก็มาถึงต าหนักของหยวนกุ้ยเฟย
ที่นั่นยังคงเหมือนเดิม แต่จากรอยเท้าหน้าประตูบ่งบอกได้ว่า
องครักษ์ได้มาค้นหาถึงที่นี่และจากไปแล้ว
พวกเขายังคงปีนก าแพงเข้าไป หลังจากอธิบายเรื่องราวให้
หยวนกุ้ยเฟยเข้าใจแล้ว หยวนกุ้ยเฟยก็ยินดีจะไปพบจักรพรรดิซุ่นอู่
เพื่ออธิบายเรื่องการสลับตัวเด็กในอดีต ทว่าพวกเขาไม่สามารถพา
หยวนกุ้ยเฟยออกไปเช่นนี้ได้
“กุ้ยเฟยเหนียงเนียง ด้านนอกล้วนเป็นคนของจักรพรรดินีอย่าง
ที่ท่านทราบ พวกข้าจะพาท่านไปพบองค์จักรพรรดิ ท่านต้องให้
ความร่วมมือ” เฮ่อจือหร่านเตือน
“วางใจเถอะ ข้าจะท าตามที่พวกเจ้าบอกทุกอย่าง” หยวนกุ้ยเฟย
รับรองอย่างจริงใจ
“อีกอย่าง ตัวตนของข้าและสามีนั้นละเอียดอ่อน ขอร้องกุ้ยเฟย
เหนียงเนียงโปรดค านึงถึงพวกข้าที่ช่วยเหลือคุณชายเฟ่ย ช่วยรักษา
ความลับให้พวกข้าด้วย”
“เรื่องนี้เจ้าวางใจได้ ข้าจะไม่พูดออกไปแน่นอน ต่อให้องค์
จักรพรรดิถามมา ข้าก็จะบอกเพียงว่าพวกเจ้าเป็นคนที่หนานอวี่ส่ง
มาเท่านั้น”
หยวนกุ้ยเฟยเข้าใจดีแบบนี้ เฮ่อจือหร่านจึงไม่มีอะไรต้องก าชับ
เพิ่มเติมอีก นางหยิบเข็มเงินออกมาจากพื้นที่มิติแล้วกล่าวว่า “ขอ
อภัยด้วย”
ไม่นาน หยวนกุ้ยเฟยก็เข้าสู่ห้วงนิทรา
หวังมามาที่อยู่ข้าง ๆ เห็นเช่นนั้นก็ตกใจและสับสน
โม่จิ่วเยี่ยโยนยาสลบออกมาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนหวังมามาจะล้ม
ลง เขากับเฮ่อจือหร่านก็ช่วยกันยกนางขึ้นเตียง
ทั้งสองกลับมาที่ต าหนักเย็นอีกครั้ง ก่อนหน้าที่จะเข้าไปในห้องที่
จักรพรรดิซุ่นอู่อยู่ พวกเขาก็พาหยวนกุ้ยเฟยออกมาจากพื้นที่มิติ
เฮ่อจือหร่านใช้เข็มเงินปลุกนางจากภาวะหลับใหล ก่อนจะพา
หยวนกุ้ยเฟยที่มีสีหน้างุนงงเข้ามาในห้อง
จักรพรรดิซุ่นอู่ระแวดระวัง เมื่อครู่ตอนได้ยินเสียงเบา ๆ จากด้าน
นอกก็เริ่มหาที่ซ่อนตัวทันที่
เขาระแวดระวัง แต่หยวนกุ้ยเฟยกลับประหม่า แม้ว่านางจะเตรียม
ใจรับโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูงแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถแสดงท่าที
สงบนิ่งได้
“องค์จักรพรรดิ องค์จักรพรรดิ พระองค์อยู่หรือไม่เพคะ?”
เมื่อได้ยินเสียงของหยวนกุ้ยเฟย จักรพรรดิซุ่นอู่ก็ถอนหายใจโล่
งอก พลางเอ่ยเสียงทุ้มว่า “เราอยู่ตรงนี้”
หยวนกุ้ยเฟยแม้จะรู้สึกตื่นเต้นในใจ แต่ก็ไม่ได้ลืมมารยาทที่ควร
มี
นางคุกเข่าลงไปทางที่เสียงของจักรพรรดิซุ่นอู่ดังมา “องค์
จักรพรรดิ หม่อมฉันมีความผิด”
จักรพรรดิซุ่นอู่เพิ่งได้ฟังเรื่องราวคร่าว ๆ จากเฮ่อจือหร่าน
มาแล้ว ในใจย่อมมีความขุ่นเคืองต่อหยวนกุ้ยเฟย
หากเป็นเมื่อก่อนหยวนกุ้ยเฟยท าความผิดเช่นนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะ
รักและเอ็นดูนางมากเพียงใด ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ลงโทษ
แต่เวลานี้ต่างจากตอนนั้น เขาเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองดี
อย่าว่าแต่จะลงโทษหยวนกุ้ยเฟยเลย ตอนนี้เขายังรักษาของตัวเอง
เอาไว้แทบไม่ได้
“เจ้าลุกขึ้นก่อนเถอะ! บอกเรามา เรื่องราวในอดีตนั้นเป็นอย่างไร
กันแน่”
หยวนกุ้ยเฟยเช็ดน ้าตา แล้วเล่าเรื่องราวความผิดพลาดที่นางได้
ก่อไว้อย่างละเอียด
หากจ าเป็น เฮ่อจือหร่านก็จะเสริมรายละเอียดบางอย่างเพิ่มเติม
จักรพรรดิซุ่นอู่เชื่อค าพูดของหยวนกุ้ยเฟย
ตอนนี้นางกล้าเสี่ยงกับโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูงซึ่งอาจถูกตัด
หัวเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ ก็เพียงเพื่อบุตรชายแท้ ๆ ของนางเท่านั้น
“พวกเขาบอกว่าความสามารถและสติปัญญาของหนานอวี่นั้น
เหนือกว่าหนานรุ่ยและหนานฉี หากเป็นเช่นนั้นจริง เรายินดีจะส่ง
มอบบัลลังก์ให้เขา แต่ก่อนหน้านั้น เราจ าเป็นต้องพบเขาด้วยตนเอง
ก่อนจึงจะตัดสินใจได้”
การกระท าเช่นนี้ของจักรพรรดิซุ่นอู่ทั้งโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่าน
ต่างก็เข้าใจได้
การที่เขาสามารถเชื่อค าพูดของหยวนกุ้ยเฟยได้รวดเร็วเช่นนี้ก็
นับว่าไม่ง่ายอยู่แล้ว อีกทั้งเมื่อครู่ก็ได้กล่าวไว้แล้วว่าในมือยังมีไม้ตาย
สุดท้ายที่สามารถใช้ได้
เขาต้องการพบเฟ่ยหนานอวี่ก่อนแล้วจึงค่อยตัดสินใจเรื่องต่อไป
นี่ก็ถือเป็นการกระท าที่รอบคอบ
เฮ่อจือหร่านใช้จิตส านึกเข้าสู่พื้นที่มิติ มองนาฬิกาแขวนบนผนัง
ยามนี้เป็นเวลาตีสามแล้ว
ตอนนี้ส่งหยวนกุ้ยเฟยกลับไป ยังออกจากวังก่อนฟ้าสางได้ทัน
“คืนนี้ ข้าจะหาทางพาคุณชายเฟ่ยมาพบพระองค์ ส่วนเรื่อง
ความปลอดภัย หลังจากพวกข้าจากไปแล้วก็ช่วยอะไรไม่ได้อีก”
เฮ่อจือหร่านเชื่อว่าจักรพรรดิซุ่นอู่อยู่ในอาณาเขตของตัวเอง
การหาที่ซ่อนตัวโดยไม่ให้คนของจักรพรรดินีพบตัวคงไม่ใช่เรื่องยาก
ใครจะรู้ ยังไม่ทันที่จักรพรรดิซุ่นอู่ได้พูดอะไร หยวนกุ้ยเฟยก็เอ่ย
ขึ้นมาก่อน
“เจ้าคิดว่าจะมีวิธีใดที่จะให้องค์จักรพรรดิไปยังที่พ านักของข้าได้
หรือไม่ ที่นั่นถูกคนของจักรพรรดินีตรวจค้นไปแล้ว ดังนั้นตอนนี้จึงดู
เหมือนจะปลอดภัย”
หยวนกุ้ยเฟยเป็นคนฉลาด แม้นางจะไม่รู้ว่าสามีภรรยาโม่จิ่วเยี่ย
ใช้วิธีใดพานางมาพบจักรพรรดิซุ่นอู่ที่นี่ แต่นางก็เข้าใจดีว่าคนทั้ง
สองสามารถพาจักรพรรดิซุ่นอู่ไปยังต าหนักของนางได้เช่นกัน
ต้องบอกว่าวิธีที่หยวนกุ้ยเฟยเสนอมานั้นเป็นความคิดที่ดีจริง ๆ
แม้เฮ่อจือหร่านจะพูดว่าให้จักรพรรดิซุ่นอู่คิดหาวิธีซ่อนตัวเอง
แต่ในใจนางก็ยังกังวลอยู่บ้าง เพราะนางกับโม่จิ่วเยี่ยได้ท าอะไรมา
มากมายแล้ว หากตัวหมากตายกลางทางก็ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่พวกเขา
ต้องการ
เหมือนที่หยวนกุ้ยเฟยกล่าว ต าหนักของนางถูกตรวจค้นไปแล้ว
และตอนนี้จักรพรรดินีก าลังวุ่นวายกับการตามหาจักรพรรดิซุ่นอู่
ดังนั้นที่นั่นจึงปลอดภัยชั่วคราว
เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น เฮ่อจือหร่านจึงไม่กล้า
เสียเวลาอยู่ที่นี่มากนัก
นางหยิบเข็มเงินออกมาจากพื้นที่มิติอีกครั้ง แล้วหาจุดส าคัญบน
ร่างกายของทั้งสองคนและแทงลงไป…
ครั้งนี้เมื่อออกจากต าหนักเย็น จ านวนทหารยามด้านนอกก็
เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โชคดีที่โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านต่างปลอมตัว
มา ระหว่างทางแม้ถูกสอบถามหลายครั้งแต่ก็ผ่านไปได้อย่างราบรื่น
เมื่อมาถึงต าหนักของหยวนกุ้ยเฟย เฮ่อจือหร่านปล่อยทั้งคู่ออก
จากพื้นที่มิติ รวมถึงหวังมามาด้วย นางใช้เข็มเงินปลุกทุกคนให้ตื่น
ก่อนจะออกไปพร้อมกับโม่จิ่วเยี่ยอีกครั้ง
คราวนี้พวกเขาไม่สามารถใช้แผ่นป้ายเข้าออกประตูหลักของวัง
หลวงได้อย่างเปิดเผยเหมือนตอนมา เพราะระหว่างทางได้ยินทหาร
ยามพูดว่าประตูใหญ่ของวังหลวงถูกปิดตายไปแล้ว ไม่อนุญาตให้
ใครเข้าออก
ในสถานการณ์ที่มีทหารยามมากมาย การปีนก าแพงหนีออกไป
ก็ไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุด เพราะคนที่สามารถเป็นทหารยามในวังหลวง
ได้นั้นไม่ใช่คนที่อ่อนแอ
โดยเฉพาะเมื่อต้องพาภรรยาไปด้วย โม่จิ่วเยี่ยยิ่งไม่กล้าเสี่ยงท า
เช่นนั้น
เฮ่อจือหร่านก็ตระหนักได้ถึงความยุ่งยากของสถานการณ์ แต่ไม่
ว่าอย่างไรพวกเขาก็ต้องออกจากที่นี่ให้ได้ก่อนฟ้าสาง
โม่จิ่วเยี่ยคิดไปคิดมา สุดท้ายก็มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น
บทที่ 523 ข้าจะจัดการไขกุญแจประตูเอง
ทั้งคู่เดินทางมาถึงบริเวณใกล้ท้องพระคลัง
หลังจากที่ท้องพระคลังถูกสามีภรรยาปล้นไปจนว่างเปล่า ใน
เวลาเพียงหนึ่งปี แม้จักรพรรดิซุ่นอู่จะมีความสามารถมากมาย
เพียงใด ก็ไม่อาจรวบรวมทรัพย์สมบัติมากมายขนาดนั้นมาเก็บไว้ได้
อาจกล่าวได้ว่าท้องพระคลังในปัจจุบันเป็นเพียงสถานที่ว่างเปล่า
ไร้ประโยชน์
โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่จักรพรรดินีขึ้นครองอ านาจ นางย่อม
หมายเอาทรัพย์สมบัติในท้องพระคลังเป็นแน่ คาดว่าข้างในคงไม่มี
สิ่งของมีค่าเหลืออยู่แล้ว
บางทีอาจเป็นเพราะเหตุนี้ การรักษาความปลอดภัยบริเวณ
ท้องพระคลังจึงหย่อนยานลงมาก
ครั้งก่อนตอนพวกเขาขนของออกจากท้องพระคลัง ตอนจากไป
พวกเขาไม่ได้ซ่อนอุโมงค์ลับเอาไว้
จักรพรรดิซุ่นอู่พบว่าท้องพระคลังถูกขโมย คนร้ายเข้ามาทาง
อุโมงค์ลับ แน่นอนว่าเขาต้องส่งคนมาปิดกั้นเส้นทาง
เพียงแต่ตอนนี้ภายในวังมีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด พวก
เขาจึงได้แต่ลองมาดูที่นี่เพื่อหาโอกาส
รอบ ๆ ท้องพระคลังมีทหารยามคอยเฝ้าอยู่ทั้งหมด แต่เป็นการ
ลาดตระเวนสลับกันสองกลุ่ม
โม่จิ่วเยี่ยสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง เขาพบว่าบริเวณหน้าประตู
ท้องพระคลังจะมีช่วงเวลาสั้น ๆ ที่พ้นจากสายตา แต่ว่าช่วงเวลานี้สั้น
มาก ตามการบอกเวลาของนาฬิกาแขวนในพื้นที่มิติของภรรยา มี
เวลาเพียงประมาณหนึ่งนาทีเท่านั้น
หมายความว่าหากพวกเขาต้องการเข้าไปในท้องพระคลังโดย
ไม่ให้ใครรู้ พวกเขาจ าเป็นต้องไขกุญแจและเข้าไปภายในเวลาหนึ่ง
นาที่
เฮ่อจือหร่านเห็นจุดส าคัญนี้เช่นกัน
“ท่านพี่ ข้าจะจัดการไขกุญแจประตูเอง”
ส าหรับการไขกุญแจ เฮ่อจือหร่านไม่ใช่มือใหม่ ชาติก่อนนาง
เคยเรียนรู้ทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับการไขกุญแจจากเพื่อนทหารใน
กองทัพ
กุญแจโบราณไม่สามารถเทียบกับผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสูงใน
ปัจจุบันได้ โครงสร้างของไส้กุญแจก็เรียบง่ายมาก นางมั่นใจว่าจะ
สามารถไขเปิดได้อย่างราบรื่น
ถึงแม้ว่าจะล้มเหลวก็ไม่เป็นไร อย่างมากที่สุดเมื่อทหารยาม
ปรากฏตัว นางก็จะพาโม่จิ่วเยี่ยหลบเข้าไปในพื้นที่มิติก่อน
สรุปคือตราบใดที่สองสามีภรรยาอยู่ในสถานการณ์ที่ปลอดภัย
และมั่นคง การท าหลาย ๆ ครั้งก็ไม่เป็นไร
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าภรรยาของเขามีความสามารถ จึงพยักหน้าโดยไม่
สงสัยแม้แต่น้อย
“ดี พวกเราจะใช้ช่วงเวลานี้ลองดู ถ้าไม่ได้ผลก็รีบหลบเข้าพื้นที่
มิติทันที”
เมื่อเสียงพูดเพิ่งจบลง ก็ตรงกับช่วงที่สายตาของยามเวรละจาก
ประตูใหญ่ไป โม่จิ่วเยี่ยพาเฮ่อจือหร่านพลันมาถึงหน้าประตูอย่าง
รวดเร็ว
เฮ่อจือหร่านหยิบลวดเส้นเล็ก ๆ ออกมาจากพื้นที่มิติเตรียมไว้
แล้ว
เห็นเพียงลวดในมือนางสอดเข้าไปในรูกุญแจ เพียงแค่สั่นไปมา
สองสามครั้งอย่างไม่ตั้งใจ กุญแจก็ถูกไขออก
ทั้งสองไม่กล้าส่งเสียงดัง โม่จิ่วเยี่ยเปิดประตูใหญ่ของ
ท้องพระคลังเป็นช่องแคบพอให้พวกเขาสองคนลอดผ่านได้ หลังจาก
เข้าไปแล้วก็ปิดประตูอย่างเบามือ
ตอนนี้ยังเป็นเวลากลางคืน เหล่าทหารยามไม่มีทางสังเกตเห็นว่า
กุญแจที่ประตูหายไป ตราบใดที่ประตูใหญ่ยังปิดสนิทดี ทุกอย่างก็ไม่
มีปัญหา
เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ สิ่งของซึ่งเก็บไว้ภายในนั้นมีน้อยเสีย
จนน่าสงสาร อีกทั้งดูเหมือนจะไม่มีของสิ่งใดมีค่าเลย
แม้จะเป็นเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านก็ไม่คิดจะปล่อยทุกสิ่งไป
แม้ว่าสิ่งของเหล่านี้จะเป็นสมบัติของท้องพระคลัง แต่จักรพรรดิ
ซุ่นอู่ไม่เคยใช้ทรัพย์สินเหล่านี้เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ราษฎร เฮ่อจื
อหร่านจึงเอาไปโดยไม่รู้สึกกดดันแม้แต่น้อย
การปล้นท้องพระคลังที่แทบไม่มีสิ่งของอะไรอยู่แล้วให้ว่างเปล่า
ลงไปอีกครั้ง เป็นเรื่องที่เฮ่อจือหร่านสามารถท าได้เพียงแค่เดินผ่าน
ไปมา
เนื่องจากครั้งที่แล้วพวกเขาได้น าไข่มุกราตรีไปมากมาย วันนี้
ภายในท้องพระคลังจึงเหลือเพียงตะเกียงน ้ามันที่ให้แสงสลัวไม่กี่ดวง
เท่านั้น แต่สิ่งนี้ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นของทั้งคู่แต่อย่าง
ใด
โม่จิ่วเยี่ยจูงมือเฮ่อจือหร่านมาถึงทางเข้าอุโมงค์ลับที่พวกเขา
เคยเข้าไปครั้งก่อน แน่นอนว่ามันถูกท าลายไปแล้ว
เฮ่อจือหร่านมองบริเวณทางเข้าอุโมงค์ลับเดิม แล้วถามว่า “ท่าน
พี่ อุโมงค์ลับหายไปแล้ว พวกเราจะท าอย่างไรดี”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ท้อแท้แม้ว่าทางเข้าอุโมงค์ลับจะถูกท าลาย
“จริง ๆ แล้วทางเข้าอุโมงค์ลับเป็นเส้นทางหลบหนีที่ราชวงศ์สร้าง
ขึ้นมาโดยเฉพาะ”
ส าหรับเฮ่อจือหร่านแล้ว การที่ราชวงศ์สร้างเส้นทางหลบหนี
โดยเฉพาะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะในประวัติศาสตร์ที่นางรู้มา มี
จักรพรรดิหลายพระองค์ที่กังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จึง
พยายามสร้างเส้นทางหลบหนีไว้ให้ตัวเอง
กล่าวคือ เส้นทางที่โม่จิ่วเยี่ยพานางเข้าไปในท้องพระคลังนั้นก็
คืออุโมงค์หลบหนีที่จักรพรรดิองค์หนึ่งแห่งราชวงศ์ต้าซุ่นสั่งให้คน
ขุดขึ้นมา
“หากเป็นอุโมงค์หลบหนี ควรมีเพียงราชวงศ์เท่านั้นที่รู้ แล้ว
ท าไมท่านถึงรู้ได้?”
นี่ก็คือปัญหาที่โม่จิ่วเยี่ยก าลังจะอธิบายให้นางฟัง
“ตอนที่ข้าถูกส่งเข้าวังมาเป็นสหายร่วมเรียนของหนานฉี เพราะ
เพิ่งมาที่นี่ พวกข้าจึงยังไม่คุ้นเคยกัน อีกทั้งหนานฉีก็มีนิสัยหยิ่งยโส
หลังจากถูกเขารังแก ข้าจึงวิ่งหนีไปและไม่รู้ตัวว่าวิ่งมาถึงที่นี่ ตอน
นั้นเองที่ข้าได้บังเอิญพบเส้นทางลับโดยไม่ตั้งใจ”
ตอนแรกเฮ่อจือหร่านยังคาดเดาว่าโม่จิ่วเยี่ยรู้เกี่ยวกับเส้นทาง
ของอุโมงค์ลับนี้ได้อย่างไร ที่แท้เขาก็ค้นพบมันตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก
ด้วยนิสัยซื่อตรงของโม่จิ่วเยี่ย ในตอนนั้นเขาย่อมไม่น าความลับ
ใหญ่โตเช่นนี้ไปบอกคนอื่น
ตอนที่พานางมาขนของออกจากท้องพระคลัง คงเป็นเพราะเขา
โมโหจนถึงขีดสุดแล้ว ถูกการกระท าของจักรพรรดิซุ่นอู่ท าลาย
ขีดจ ากัดในใจลงอย่างราบคาบ
ขณะที่เล่าเรื่องเหล่านี้ โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้อยู่เฉย
เพราะทั้งเขาและเฮ่อจือหร่านต่างไม่เชื่อว่าจักรพรรดิซุ่นอู่จะกล้า
ท าลายเส้นทางลับส าหรับหลบหนีของราชวงศ์ อย่างมากก็แค่เปลี่ยน
ทางเข้าออกเท่านั้น
โม่จิ่วเยี่ยรู้โครงสร้างของอุโมงค์ลับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ
ต าแหน่งทางเข้าภายในวังหลวง ซึ่งจะไม่พ้นไปจากขอบเขตของ
ท้องพระคลัง
ทั้งสองค่อย ๆ เดินอยู่ภายในท้องพระคลัง พร้อมกับสัมผัส
ความรู้สึกผิดปกติใต้เท้าอย่างระมัดระวัง
เดินไปได้สักพัก เฮ่อจือหร่านก็ดึงโม่จิ่วเยี่ยไว้
“ท่านพี่ ข้ารู้สึกว่าแผ่นหินใต้เท้าข้าดูหลวมตัวอยู่บ้าง”
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินดังนั้นจึงย่อตัวลงเพื่อตรวจสอบ
แผ่นหินที่เฮ่อจือหร่านเหยียบอยู่นั้นมีรอยแยกที่ไม่ค่อยชัดเจน
นักอยู่รอบ ๆ
เพื่อพิสูจน์ข้อสงสัยนี้ นางจึงจงใจเหยียบลงไปแรง ๆ
และแล้วแผ่นหินใต้เท้าของนางก็สั่นไหวเล็กน้อย
เฮ่อจือหร่านรีบถอยออกมา โม่จิ่วเยี่ยหยิบมีดสั้นอันคมกริบ ใช้
ปลายมีดแทงลงไปที่รอยแยกแห่งหนึ่ง เขาออกแรงเล็กน้อย แผ่นหินก็
ถูกงัดขึ้นมาได้
ทันใดนั้น รูสีด าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา
โม่จิ่วเยี่ยหัวเราะเยาะในใจ จักรพรรดิซุ่นอู่ช่างคิดว่าตนเองฉลาด
นัก คิดว่าแค่เปลี่ยนทางเข้าอุโมงค์ลับแล้วมันจะหายไปเลยหรือ?
แน่นอนว่าเขาเองก็ไม่ได้ประมาทเพียงเพราะค้นพบอุโมงค์ลับได้
อย่างรวดเร็ว
ท้ายที่สุดแล้ว ท้องพระคลังก็เคยถูกปล้นมาครั้งหนึ่ง หากไม่คิด
หาวิธีรับมือ เส้นทางลับนี้ก็คงไม่มีค่าอะไรอีก
เฮ่อจือหร่านก็นึกถึงประเด็นนี้เช่นกัน แม้ว่าพวกเขาจะพบ
ทางเข้าอุโมงค์ลับแล้ว แต่ก็ไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามเดินลงไป
นางใช้จิตส านึกดึงผ้าห่มผืนหนึ่งออกมาจากพื้นที่มิติแล้วโยนลง
ไป
ผ้าห่มเพิ่งถูกโยนลงไป ทั้งสองคนก็ได้ยินเสียงฉิว ๆ ดังขึ้นไม่
หยุดจากด้านล่าง จากเหตุการณ์นี้เห็นได้ว่าจักรพรรดิซุ่นอู่คงส่งคน
ไปซ่อนกลธนูไว้มากมายแล้ว
ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงจึงค่อย ๆ เงียบหายไป เฮ่อจือหร่านยังไม่
วางใจ จึงโยนผ้าห่มอีกผืนลงไปในทิศทางอื่น
หลังจากท าเช่นเดียวกันซ ้ากันสี่ครั้งและไม่ได้ยินเสียงของธนูลับ
อีก โม่จิ่วเยี่ยจึงเป็นคนแรกที่ก้าวเดินลงไป