ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 530 จะสาเร็จหรือล้มเหลวล้วนอยู่ที่การกระทำครั้งนี้
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 530 จะสาเร็จหรือล้มเหลวล้วนอยู่ที่การกระทำครั้งนี้
โม่จิ่วเยี่ยอุ้มเฮ่อจือหร่านกระโดดขึ้นไปบนกำแพงที่อยู่ใกล้ ๆ ซึ่ง
เป็นจุดที่ซ่อนตัวได้ดีกว่าเพื่อเฝ้ำดู
เห็นเพียงอัครเสนาบดีเซวียกำลังจ้องมองหนานอวี่ หนานรุ่ย และ
หนานฉีอย่ำงดูแคลน
“องค์ชายทั้งสองตั้งใจจะขัดขืนราชโองการหรือ?” เขำยังไม่รู้ถึง
ตัวตนที่แท้จริงของหนานอวี่ ดังนั้นคำว่าองค์ชายทั้งสองที่พูดถึง จึง
หมายถึงหนานรุ่ยกับหนานฉี
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้ ทำให้ขวัญและกำลังใจของ
หนานฉีตกต ่ำลงไปมาก หากไม่ใช่เพราะหนานอวี่คอยเตือนสติเขำ
อยู่ตลอด ปล่อยให้สถำนการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป อย่ำว่าแต่จะได้ครอง
บัลลังก์เลย แม้แต่ชีวิตก็คงรักษำเอาไว้ไม่ได้
เพื่อรักษำชีวิตของตนเอง หนานฉีจึงจำต้องออกมาเผชิญหน้ำ
กับคนของจักรพรรดินี
พูดว่าเป็นการเผชิญหน้ำ แต่ภำพนี้ทำให้หนานอวี่แทบทนดู
ไม่ได้
ทุกครั้งที่โน้มน้ำวให้อีกฝ่ำยออกหน้ำ หนานฉีมักจะทำท่ำทำง
องอาจห้ำวหาญ แต่พอได้พบกับจักรพรรดินีและคนตระกูลเซวียแล้ว
เขำก็มักจะสูญเสียความเย่อหยิ่งไปอย่ำงรวดเร็ว
วันนี้ก็เช่นกัน หนานอวี่และหนานรุ่ยต้องพูดจำมากมายถึงลาก
ตัวเขำออกมาได้สาเร็จ
หากไม่ใช่เพราะฝ่ำยจักรพรรดินีทำเรื่องเช่นนี้ หนานอวี่คงไม่ได้
เห็นด้านที่ขี้ขลาดเช่นนี้ของหนานฉี
โชคดีที่ภายใต้การโน้มน้ำวซ้ำแล้วซ้ำเล่ำของหนานอวี่กับหนาน
รุ่ย วันนี้หนานฉีจึงยังนากองกำลังส่วนตัวหนึ่งพันคนที่เขำเลี้ยงดูมา
ด้วย
กล่าวถึงกองกำลังส่วนตัวนี้ ราชวงศ์ต้ำซุ่นอนุญำตให้องค์ชาย
เลี้ยงดูคนไว้ได้ในจำนวนที่กำหนด
ตัวอย่ำงเช่นหนานรุ่ยและหนานฉี พวกเขำล้วนเป็นโอรสที่ได้รับ
การแต่งตั้งเป็นอ๋อง ความมั่งมีของพวกเขำจึงน้อยกว่าคนที่ได้รับการ
แต่งตั้งเป็นอ๋องคนอื่น ราชสานักอนุญำตให้พวกเขำเลี้ยงดูกองกำลัง
ส่วนตัวได้มากสุดคือสองพันคน
แน่นอนว่าตราบใดที่ไม่เกินสองพันคน จำนวนกองกำลังส่วนตัว
ก็ขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ของเจ้ำนายที่ดูเป็นหลักด้วย
หนานฉีไม่สันทัดการบริหารเงิน รายได้ของเขำมีไม่มากนัก
ดังนั้นจึงมีกองกำลังส่วนตัวเพียงหนึ่งพันคน
แต่เดิมเขำคิดจะปลดกองกำลังส่วนตัวออกบำงส่วนเพราะ
การเงินที่ไม่ค่อยดี ภายหลังหนานอวี่ได้เกลี้ยกล่อมเขำว่าตอนนี้องค์
จักรพรรดิยังไม่ได้แต่งตั้งรัชทำยาท ทุกสิ่งล้วนอาจมีการเปลี่ยนแปลง
ยิ่งมีคนที่สามารถใช้งำนได้มากเท่ำไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น
โชคดีที่ตอนนั้นหนานอวี่เกลี้ยกล่อมเขำ มิเช่นนั้น วันนี้เขำคงไม่
สามารถรวบรวมกองกำลังส่วนตัวหนึ่งพันคนนี้ได้
หนานรุ่ยก็ไม่คิดสนใจบัลลังก์แต่แรก จนกระทั่งปรมาจำรย์ซือเห
มิงใช้หนอนพิษกู่ควบคุมเต๋อเฟย เขำจึงจำต้องเลี้ยงดูกองกำลัง
ส่วนตัวเอาไว้
อีกทั้งจำนวนกองกำลังก็เป็นไปตำมที่ปรมาจำรย์ซือเหมิงเรียก
ร้องให้มีคือสองพันนาย
ต่อมาเขำพำมารดำที่แกล้งตำยหนีไปซีเป่ย ก่อนจากไปได้สั่ง
สลายกองกำลังกลุ่มนี้อย่ำงลวก ๆ
ครั้งนี้เพื่อช่วยเหลือสกุลโม่ ตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตมารดำ
หลังหนานรุ่ยกลับมาเมืองหลวงก็ได้ติดต่อกับบรรดำอดีต
ผู้ใต้บังคับบัญชำที่ซื่อสัตย์ เรียกรวมกองกำลังที่เคยแยกย้ำยไปให้
กลับมาบำงส่วน
จนถึงวันนี้ หนานรุ่ยก็มีกองกำลังอยู่ในมือหนึ่งพันห้ำร้อยนาย
แสดงให้เห็นถึงความจริงใจของเขำที่จะช่วยสกุลโม่
องค์ชายสองคนมีกองกำลังรวมกันทั้งสิ้นสองพันห้ำร้อยคน
หากเป็นเมื่อก่อน การมีกองทัพขนาดนี้อยู่ในเมืองหลวงคงจะทำ
ให้ผู้คนรู้สึกหวาดระแวงมาก
ตระกูลเซวียวางแผนอย่ำงรอบคอบมาหลายปี แต่เดิมพวกเขำ
ต้องการช่วยหนานเหิงขึ้นสู่ตำแหน่ง บัดนี้ไม่มีหนานเหิงแล้ว ความ
ทะเยอทะยานของพวกเขำจึงยิ่งใหญ่ขึ้น
ภายนอกเหมือนพวกเขำกำลังช่วยองค์ชายสี่ที่จักรพรรดินีรับ
อุปการะมาชิงตำแหน่งรัชทำยาท แต่ความจริงแล้วคนที่มองออกต่ำงรู้
ดีว่าองค์ชายสี่เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งของตระกูลเซวียเท่านั้น
คนตระกูลเซวียรอกระทั่งถึงเวลาที่เหมาะสม พวกเขำก็จะต้อง
เปลี่ยนชื่อแซ่ของราชวงศ์ต้ำซุ่นแน่นอน
อัครเสนาบดีเซวียวางแผนไว้ล่วงหน้ำแล้ว แม้ว่าเขำจะไม่
สามารถเลี้ยงดูกองกำลังอย่ำงเปิดเผยเหมือนกับองค์ชายทั้งสองคน
ได้ แต่เขำก็ไม่ได้ทิ้งการดำเนินการลับหลัง
อีกทั้งยังมีขุนพลบำงคนที่มีอานาจทำงการทหารอยู่บ้ำง ซึ่งเป็น
คนที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ำยใด ภายใต้การล่อลวงด้วยผลประโยชน์จากตระกูล
เสวีย พวกเขำก็จะหันไปเข้าข้างฝ่ำยนั้น
ยามนี้กำลังทหารในเมืองหลวง นอกจากกองกำลังที่ตระกูลเซวีย
แอบเลี้ยงดูไว้แล้ว ก็มีทหารที่ขุนพลไม่เลือกฝ่ำยนามาด้วย พวกเขำ
ทั้งหมดต่ำงรับใช้คนของจักรพรรดินี โดยหวังว่าในไม่ช้ำเมื่อองค์ชาย
สี่ขึ้นครองราชย์ พวกเขำก็จะได้รุ่งเรืองก้ำวหน้ำ
ดังนั้น กำลังทหารที่ฝ่ำยจักรพรรดินีมีอยู่ในมือตอนนี้ รวมถึงกอง
กำลังที่ควบคุมวังหลวงทั้งหมด ก็มีจำนวนอย่ำงน้อยสองหมื่นคนขึ้น
ไป
เมื่อครู่นี้ตอนอัครเสนาบดีเซวียเดินออกมาจากวังหลวง ขบวน
คนที่ติดตำมด้านหลังเหมือนจะมีอย่ำงน้อยสามพันคน
และนี่ก็คือสาเหตุแท้จริงที่ทำให้หนานฉีตกใจกลัวจนขำอ่อนแรง
หนานอวี่มองเขำด้วยหางตำ เห็นท่ำทำงขลาดกลัวของเขำจึง
เอ่ยเตือนว่า “องค์ชายหนานฉี เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเราไม่มีทำง
ถอยอีก ได้แต่บอกว่าจะสาเร็จหรือล้มเหลวล้วนอยู่ที่การกระทำครั้ง
นี้”
หนานฉีมองขบวนกองกำลังที่อยู่ด้านหลังอัครเสนาบดีเซวียอีก
ครั้ง แล้วกระซิบกับหนานอวี่ว่า “คนของเขำมีมากกว่าพวกเราอย่ำง
เห็นได้ชัด แล้วจะเอาชนะได้อย่ำงไร”
หนานอวี่ยิ่งมองท่ำทีของอีกฝ่ำยก็ยิ่งโกรธ แต่ตอนนี้หนานฉียังมี
ประโยชน์อยู่ ยิ่งไปกว่านั้น สถำนะองค์ชายตัวจริงของเขำยังไม่ได้
เปิดเผย ดังนั้นเขำจึงทำได้เพียงอดทนต่อไป
“จุดประสงค์ที่พวกเรามาที่นี่ไม่ใช่เพื่อลงมือ แต่เพื่อสอบถำม
เกี่ยวกับสถำนการณ์ขององค์จักรพรรดิจากโจรเฒ่ำเซวีย”
หนานฉีได้รับการเตือนสติเช่นนี้ จึงนึกจุดประสงค์ที่มาในวันนี้ได้
ขณะที่เขำกำลังรวบรวมความกล้ำเพื่อเอ่ยปำก หนานรุ่ยก็เดิน
ไปอย่ำงสงบเสงี่ยม ยืนอยู่ตรงข้ามกับอัครเสนาบดีเซวียแล้ว
“อัครเสนาบดีเซวีย วันนี้ข้าไม่มีจุดประสงค์อื่น ราชโองการระบุ
ว่าเสด็จพ่อประชวร ในฐำนะบุตรชาย ข้าและน้องสามล้วนมีหน้ำที่ไป
ปรนนิบัติดูแลข้างเตียงบรรทม ท่านพำผู้คนมากมายมาขวางทำง
พวกข้าพี่น้องเช่นนี้เพราะอะไร?”
“หรือว่าเสด็จพ่อไม่ได้ประชวร แต่ถูกพวกเจ้ำลงมือสังหาร
แล้ว!?”
ที่จริงแล้วในที่นี้ยังมีขุนนางฝ่ำยบุ๋นและฝ่ำยบู๊อีกมากมาย ในคน
จำนวนนั้นมีส่วนหนึ่งที่คงเป็นกลางเช่นเดียวกับเสนาบดีเฮ่อ ทั้งยังมี
อีกส่วนน้อยที่แอบสนับสนุนหนานรุ่ยกับหนานฉี
ส่วนคนกลุ่มใหญ่ที่สุด คือพวกที่คอยดูทิศทำงของลมและหันไป
เข้าข้างตระกูลเซวีย
ไม่ว่าจะเป็นคนของฝ่ำยใด พวกเขำล้วนเคยมีความสงสัยเช่นนี้
สงสัยว่าจักรพรรดิซุ่นอู่ไม่ได้แค่ป่วยไข้ธรรมดำ แต่ถูกคนของ
จักรพรรดินีลอบสังหารจนตำยไปแล้ว การที่ข่ำวนี้ยังไม่ถูกเปิดเผย
ในตอนนี้ ต้องเป็นเพราะพรรคพวกของจักรพรรดินียังมีธุระบำงอย่ำง
ที่ยังทำไม่สาเร็จ
ดังนั้น เมื่อคำถำมของหนานรุ่ยถูกเอ่ยออกมา สายตำของทุกคน
จึงจับจ้องไปที่อัครเสนาบดีเซวีย พวกเขำต่ำงอยากรู้ว่าอัครเสนาบดี
เซวียจะตอบคำถำมนี้อย่ำงไร
ทว่าอัครเสนาบดีเซวียนั้นเจ้ำเล่ห์และมีความคิดลึกซึ้งยิ่งนัก
หลังจากหนานรุ่ยถำมเช่นนี้ต่อหน้ำผู้คนมากมาย สีหน้ำของ
ชายชรากลับไม่แสดงอาการหวั่นไหวแม้แต่น้อย ไม่เพียงเท่านั้น
คำตอบของเขำยังฟังดูชอบธรรมมาก
“ในเมื่อองค์ชายหนานรุ่ยถำมเช่นนี้ต่อหน้ำคนมากมายวันนี้ ข้า
ก็ขอพูดตำมตรงเสียเลย การที่องค์องค์จักรพรรดิไม่ได้ปรากฏตัวมา
นาน สาเหตุคือพระวรกำยไม่สู้ดีจริง ๆ แต่พระองค์ก็ได้ตรัสกับข้าด้วย
พระองค์เองว่า พระองค์ทรงผิดหวังอย่ำงยิ่งกับความสามารถขององค์
ชายหนานรุ่ยและองค์ชายหนานฉี”
“พระองค์หวังว่าข้าจะใช้ความสามารถของตนเอง สนับสนุนองค์
ชายสี่อย่ำงเต็มที่ บ่มเพำะให้เขำเป็นรัชทำยาทที่เหมาะสม”
“เพียงเพราะองค์จักรพรรดิผิดหวังในตัวองค์ชายทั้งสอง เมื่อพระ
วรกำยไม่สู้ดีจึงทรงกำชับข้าและองค์จักรพรรดินีเป็นพิเศษว่า ในยาม
ที่ต้องเฝ้ำดูแล ไม่จำเป็นต้องให้องค์ชายทั้งสองมา ให้พวกท่านได้
ทบทวนความไร้ความสามารถของตนเองตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา
ให้ดี”
คำพูดนี้หากเป็นความจริง อาจกล่าวได้ว่าใบหน้ำของหนานรุ่ย
และหนานฉีถูกตบจนดังสนั่น
ไม่ต้องพูดถึงหนานรุ่ย เขำไม่ต้องการแสวงหาอานาจด้วยตัวเอง
แต่หนานฉีนั้นต่ำงออกไป ตั้งแต่เล็กจนโตเขำมีเพียงเป้าหมายเดียว
คือการเอาชนะหนานเหิงแล้วโดดเด่นขึ้นมา กลายเป็นจักรพรรดิองค์
ต่อไปของราชวงศ์ต้ำซุ่น
บัดนี้อัครเสนาบดีเซวียพูดว่าเขำไร้ความสามารถต่อหน้ำผู้คน
เช่นนี้ แม้ในใจจะมีความหวาดกลัวมากแค่ไหนก็ทนไม่ไหวแล้ว