ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 529 จักรพรรดินีมีรับสั่ง
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านยังไม่สะดวกออกไป แม้พวกเขา
จะเสี่ยงออกจากเมืองก็ต้องรอจนกว่าฟ้าจะมืด
ถึงแม้หนานอวี่จะหลักแหลม แต่เป็นครั้งแรกที่เขาวางแผน
ใหญ่โตขนาดนี้ จึงจ าเป็นต้องมีคนให้ค าปรึกษาอยู่ด้วยจะดีที่สุด เพื่อ
มั่นใจว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดอะไร
ในความคิดของเขา คนที่เหมาะสมจะปรึกษาด้วยก็คือเสนาบดี
เฮ่อ
เสนาบดีเฮ่อเป็นคนซื่อตรง มุ่งมั่นปกป้ององค์จักรพรรดิเพียง
อย่างเดียว อีกทั้งเขาก็รู้ตัวตนที่แท้จริงของหนานอวี่นานแล้ว
ไม่ว่าในอนาคตใครจะได้ขึ้นครองต าแหน่งรัชทายาท ทุกสิ่งที่ท า
ในยามนี้ล้วนเป็นไปเพื่อช่วยจักรพรรดิซุ่นอู่ให้รอดพ้นจากอันตราย
ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่หนานอวี่จะต้องวางแผนต่อไปจึงไม่ขัดต่อ
เจตนารมณ์เดิมของเสนาบดีเฮ่อเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเสนาบดีเฮ่อได้เห็นจดหมายลายมือของบุตรสาวและภรรยา
ตัวเขาซึ่งสูญเสียความเชื่อมั่นในราชส านักไปแล้วก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจ
การลาออกจากราชการอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะลาออกจากต าแหน่ง เขายังคงเป็นขุนนาง
ที่รับเงินเดือนจากราชส านัก การท างานรับใช้องค์จักรพรรดิ ส าหรับ
เขาแล้วยังเป็นสิ่งที่ตนเองจะท าอย่างไม่ลังเล
เรื่องเช่นนี้โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านต่างไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว
เสนาบดีเฮ่อและหนานอวี่จึงอยู่ในห้องหนังสือกันตลอดทั้งช่วงเช้า
กระทั่งถึงเที่ยงวัน ประตูห้องหนังสือจึงได้เปิดออก ทั้งสองคนคง
คิดหาวิธีรับมือที่เหมาะสมได้แล้ว จึงเริ่มแยกย้ายกันไปจัดการ
ขณะนี้ทั่วทั้งเมืองหลวงตกอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่าย
จักรพรรดินี และพวกเขาก็อยู่ในฐานะคนที่ขัดแย้งกับจักรพรรดินี
อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ท าให้หนานอวี่ล าบากใจแต่อย่าง
ใด
หากแม้แต่วิธีปกปิดตัวตนเพียงเท่านี้ก็ยังคิดไม่ออก เขาจะมี
ความสามารถไปเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้อย่างไร
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านยังเลือกพักผ่อนในช่วงกลางวัน และ
ออกไปลงมือตามแผนการยามค ่าคืน
ครั้งนี้ทั้งสองคนเปลี่ยนมาสวมชุดด ายามค ่าคืน เพราะต้องออก
จากเมืองภายใต้สายตาของทหารยามเฝ้าประตูมากมาย การสวมชุด
ด าจะท าให้ยากต่อการถูกสังเกตเห็น
ทั้งคู่หลบหลีกสายตาของยามลาดตระเวนทั้งหมดมาตลอดทาง
จนมาถึงบริเวณไม่ไกลจากประตูเมือง
เฮ่อจือหร่านน าโดรนออกมาจากพื้นที่มิติ แล้วใช้ระบบ
บันทึกเสียงเพื่อบันทึกค าพูด
“จักรพรรดินีมีรับสั่ง ให้ทหารทั้งหมดไปสนับสนุนที่วังหลวง”
แม้ว่าวิธีนี้จะดูไร้เดียงสาไปหน่อยและพวกทหารอาจไม่เชื่อไม่ว่า
อย่างไร เฮ่อจือหร่านก็ใช้โดรนเพื่อดึงดูดความสนใจของคนเหล่านั้น
โม่จิ่วเยี่ยมีวรยุทธ์สูงส่ง เพียงความสนใจของคนเหล่านั้นอยู่ที่โด
รนในช่วงเวลาสั้น ๆ พวกเขาก็จะมีโอกาสกระโดดออกจากก าแพง
เมืองไปได้อย่างปลอดภัย
เมื่อเตรียมพร้อมแล้ว เฮ่อจือหร่านจึงควบคุมโดรนค่อย ๆ ลอย
ขึ้น
โดรนของนางค่อนข้างทันสมัยและมีการจัดการลดเสียงรบกวนที่
ล ้าหน้ามาก
ตราบใดที่เฮ่อจือหร่านควบคุมได้อย่างเหมาะสม โดรนจะไม่ส่ง
เสียงดังมากนัก และไฟก็สามารถปิดได้ทั้งหมด
อีกทั้งต าแหน่งของนางกับโม่จิ่วเยี่ยก็ยังห่างจากทหารยามประตู
เมืองอยู่พอสมควร จึงไม่ต้องกังวลว่าพวกเขาจะพบต าแหน่งที่โดรน
ถูกปล่อยออกมาแต่อย่างใด
โดรนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ชั่วพริบตาก็มาถึงต าแหน่งของ
ก าแพงประตูเมืองแล้ว
วันนี้ก็ยังคงเป็นเซวียป๋อที่น าคนมาเฝ้ายามที่นี่ เมื่อโดรนลอยมา
ได้ระยะประมาณหนึ่งเหนือศีรษะเขา มันก็เริ่มบินวนเวียนอยู่กับที่
พร้อมกันนั้นเสียงที่เฮ่อจือหร่านเพิ่งบันทึกไว้ก็เริ่มเล่นวนซ ้า
ตอนที่เฮ่อจือหร่านบันทึกเสียง นางได้ใช้โปรแกรมเปลี่ยนเสียง
เสียงที่ดังออกมาจึงฟังดูเป็นเสียงทุ้มหนักแน่นของชายคนหนึ่ง
แน่นอนว่าทุกคนรวมทั้งเซวียป๋อต่างหันไปมองต้นก าเนิดเสียง
ไม่นานนักก็มีคนถามเซวียป๋อว่า “ท่านผู้บัญชาการ เกิดเรื่อง
ร้ายกับองค์จักรพรรดินีหรือขอรับ พวกข้าจ าเป็นต้องไปช่วยหรือไม่”
เซวียป๋อในตอนนี้ก็รู้สึกสงสัยมาก ตามหลักแล้วหากจักรพรรดินี
ต้องการความช่วยเหลือจากพวกเขา ก็สามารถส่งคนคุ้นเคยมาแจ้ง
ได้
ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่
คนที่องค์จักรพรรดินีส่งมาอยู่ที่ใด
ในยามราตรีที่มืดมิดและลมแรงเช่นนี้ แม้จะมีคบเพลิงนับพันส่อง
สว่างก็ไม่อาจพบเจอคนที่ร้องตะโกนได้…
ต้องยอมรับว่ากลอุบายเล็ก ๆ ของเฮ่อจือหร่านได้ผลจริง ๆ มัน
สามารถดึงดูดความสนใจของทุกคนไปที่โดรนได้หมด
โม่จิ่วเยี่ยรอจังหวะที่เหมาะสม โอบเอวของเฮ่อจือหร่านกระโดด
ขึ้นไป พวกเขาจึงกระโดดข้ามก าแพงเมืองออกไปได้อย่างราบรื่น
เมื่อถึงจุดที่ปลอดภัยแล้ว เฮ่อจือหร่านก็ไม่สนใจอีกว่าพวกทหาร
ยามบนก าแพงเมืองจะไปสนับสนุนก าลังที่วังหลวงหรือไม่ นางใช้
รีโมตควบคุมโดรนให้บินกลับมาหาตัวเอง จากนั้นก็ส่งมันเข้าพื้นที่
มิติ
ทั้งสองรีบเร่งตลอดทาง ก่อนฟ้าสางพวกเขาก็พบหุบเขาที่
จักรพรรดิซุ่นอู่บอกไว้
ด้วยป้ายค าสั่งในมือ พวกเขาจึงเดินเข้าไปในค่ายอย่างองอาจ
เมื่อเห็นเงาร่างของพวกเขา ทันใดนั้นก็มีคนยกอาวุธและเอ่ย
ถาม
โม่จิ่วเยี่ยชูป้ายค าสั่งขึ้นสูงทันที่
“ป้ายค าสั่งอยู่ตรงนี้ เหล่าทหารทั้งหลายจงฟังค าสั่ง”
กองก าลังนี้สามารถเป็นไพ่ใบสุดท้ายขององค์จักรพรรดิได้ คง
ไม่ใช่แค่ก าลังพลธรรมดา
หลังจากที่เหล่าทหารเห็นป้ายค าสั่งชัดเจนแล้ว โดยไม่ต้องรอ
ค าสั่งจากโม่จิ่วเยี่ย กองก าลังส่วนใหญ่ก็รวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ตั้ง
ท่าเตรียมพร้อมออกเดินทาง
โม่จิ่วเยี่ยชูป้ายค าสั่ง
“กองก าลังหลักทั้งหมดออกเดินทาง รอค าสั่งตรงต าแหน่งห่าง
จากเมืองหลวงสามลี้”
เมื่อค าสั่งถูกประกาศออกไป กองทัพก็เคลื่อนพลไปยังจุดหมาย
ที่ก าหนดอย่างเป็นระเบียบ
ด้วยกองก าลังนี้ แม้แต่โม่จิ่วเยี่ยที่เคยบัญชาการกองทัพนับพัน
นับหมื่นยังรู้สึกตื่นตาตื่นใจ
เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดองค์จักรพรรดิจึงมีกองทัพเช่นนี้ แน่นอน
ว่าตอนนี้เขาเองก็ไม่มีความคิดที่จะสืบค้นมากนัก
กองก าลังซุ่มซ่อนตัวเรียบร้อยแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงยิงพลุสัญญาณ
ออกไปหนึ่งลูก เพื่อแจ้งให้หนานอวี่รู้ว่าภารกิจของเขาส าเร็จแล้ว
สิ่งที่ต้องท าจากนี้คือรอคอยข่าวจากหนานอวี่
กองก าลังหลักซ่อนตัวอยู่นานกว่าหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดเสียงพลุ
สัญญาณที่รอคอยก็ดังก้องขึ้นบนท้องฟ้า
โม่จิ่วเยี่ยเป็นแม่ทัพที่ผ่านการสู้รบมาหลายปี เมื่อได้ยินเสียง
เช่นนี้ หัวใจของเขาก็เต้นรัวด้วยความตื่นเต้นตามสัญชาตญาณ
เขาชูป้ายค าสั่งในมือขึ้น “พี่น้องทั้งหลาย บุกเมือง!!”
เหล่าทหารพากันลุกฮือ พุ่งตรงไปยังประตูใหญ่ของเมืองหลวง
อย่างพร้อมเพรียง
ยามนี้ โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านไม่สะดวกจะปรากฏตัว สิ่งที่พวก
เขาจะช่วยหนานอวี่ท านั้นส าเร็จลุล่วงแล้ว
สองสามีภรรยาซ่อนตัวอยู่ในที่ลับตาคอยสังเกตการณ์
ต้องยอมรับว่าไพ่ตายของจักรพรรดิซุ่นอู่นั้นไม่ธรรมดาจริง ๆ
กองก าลังนี้มีความห้าวหาญเกินกว่าที่ทหารรักษาเมืองจะเทียบได้
ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม กองก าลังส่วนใหญ่ก็บุกทะลวงประตูเข้าไปแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านจึงฉวยโอกาสท่ามกลางความวุ่นวาย
แทรกเข้าไปในเมือง
พวกเขาต้องรีบไปหาหนานอวี้โดยเร็วที่สุดเพื่อคืนป้ายค าสั่งให้
อีกฝ่าย
ทหารเหล่านี้ต้องการค าสั่งต่อไปจากตัวเขาเอง
โม่จิ่วเยี่ยครุ่นคิดอยู่สักครู่ หากการคาดเดาของชายหนุ่มไม่ผิด
ตอนนี้หนานอวี้คงจะน าคนไปอยู่แถววังหลวง เพื่อขอเข้าเฝ้าองค์
จักรพรรดิหรือไม่ก็เรียกร้องให้จักรพรรดินีเปิดเผยสถานการณ์ที่
แท้จริงขององค์จักรพรรดิให้ทุกคนรับรู้
และมันก็เป็นเช่นนั้น บัดนี้ ณ หน้าประตูใหญ่ของวังหลวง หนา
นอวี้ หนานรุ่ย และหนานฉีทั้งสามคนยืนเรียงกัน ก าลังเผชิญหน้ากับ
ทหารยามที่เฝ้าประตู
นับตั้งแต่กองทัพบุกเข้าเมืองหลวง พวกเขาก็รุกคืบอย่างรวดเร็ว
มุ่งตรงไปยังวังหลวง
แม้กองทัพหลักจะเคลื่อนตัวรวดเร็ว แต่ก็ยังไม่อาจเทียบเท่าวิชา
ตัวเบาของโม่จิ่วเยี่ยได้
ชาวบ้านในเมืองหลวงได้ยินเสียงโห่ร้องและการสังหารภายนอก
จึงต่างรีบหลบเข้าบ้านของตนเอง
ทหารที่เคยลาดตระเวนตามท้องถนน เมื่อได้ยินเสียงการต่อสู้ก็
รีบไปสนับสนุนทั้งหมด
สิ่งนี้กลับเป็นการอ านวยความสะดวกให้โม่จิ่วเยี่ย เขาใช้วรยุทธ์
พาเฮ่อจือหร่านมาถึงบริเวณใกล้กับวังหลวง
เพียงเพิ่งมาถึง สิ่งแรกที่เห็นคือประตูหน้าของวังหลวงถูกเปิด
ออก อัครเสนาบดีเซวียน าขบวนคนเดินออกมาจากด้านใน