ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 531 ชีวิตของเขำต้องจบด้วยมือข้า
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 531 ชีวิตของเขำต้องจบด้วยมือข้า
“ตำเฒ่ำตระกูลเซวีย เจ้ำอย่ำได้พูดจำเหลวไหลไร้สาระที่นี่ เมื่อ
ไม่นานมานี้ท่านพ่อยังเอ่ยปำกว่า หลังจากเทศกำลไหว้พระจันทร์
ผ่านพ้นไปแล้ว จะแต่งตั้งข้าเป็นรัชทำยาท”
หลังจากคำพูดของหนานฉีสิ้นสุดลง ขุนนางสองคนที่สนับสนุน
เขำก็ออกมายืนหยัดข้างเขำ
“องค์จักรพรรดิได้ตรัสเช่นนั้นจริง ตอนนั้นพวกข้าทั้งสองก็อยู่ใน
ที่นั้นด้วย ไม่มีทำงเป็นเรื่องโกหกได้แน่นอน”
ในขณะเดียวกัน หนานรุ่ยก็ได้สั่งการให้ทหารส่วนตัวที่นามา
ด้วยเตรียมพร้อมลงมือทุกเมื่อ
ฝ่ำยอัครเสนาบดีเซวียก็ไม่ต่ำงกัน จักรพรรดิหายตัวไปอย่ำงไร้
ร่องรอย การจะสอบถำมเรื่องตราแผ่นดินหยกจากปำกของเขำนั้น
เป็นไปไม่ได้แล้ว
บัดนี้พวกเขำได้ควบคุมราชสานักมานานแล้ว เกรงว่าจะเกิดการ
เปลี่ยนแปลง เขำจึงต้องเสี่ยงทำลายหม้อให้แตก เพื่อยึดอานาจให้
สิ้นเชิงเสียก่อน
เมื่อมีทำงเลือกแล้ว องค์ชายทั้งสองที่อยู่ตรงหน้ำก็ไม่อาจปล่อย
ไว้ได้อีกต่อไป
เกือบจะพร้อมกับหนานรุ่ย อัครเสนาบดีเซวียก็โบกมือไปทำง
กองกำลังด้านหลัง ส่งสัญญำณให้พวกเขำเตรียมพร้อมสาหรับการ
ต่อสู้
โม่จิ่วเยี่ยเห็นอัครเสนาบดีเซวียแล้ว ก็นึกถึงเรื่องสกปรกที่เขำทำ
กับสกุลโม่ได้ทันที่ ความโกรธในใจก็ลุกโชนขึ้นมาอย่ำงควบคุม
ไม่ได้
เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกเช่นเดียวกัน นางค่อย ๆ แตะแขนของโม่จิ่ว
เยี่ยเบำ ๆ
“ท่านพี่ ข้าจะจัดการคนผู้นี้ในวันนี้”
ทั้งสองอยู่ในตำแหน่งที่สูง และอยู่ห่ำงจากอัครเสนาบดีเซวีย
ค่อนข้างไกล ประเมินด้วยสายตำแล้วน่ำจะห่ำงกันอย่ำงน้อยหนึ่งลี้
ในระยะทำงเช่นนี้ หากต้องการให้เป้าหมายตำยในทันที่ อาวุธที่
ดีที่สุดก็คือปืนซุ่มยิง
เฮ่อจือหร่านเพิ่งจะนาปืนซุ่มยิงออกมาจากพื้นที่มิติก็ถูกโม่จิ่ว
เยี่ยรับไปเสียแล้ว
“หร่านหร่าน ให้ข้าทำเอง”
เฮ่อจือหร่านสามารถได้ยินได้ว่า ในตอนนี้น้ำเสียงของโม่จิ่วเยี่ย
ไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย กลับกันยังให้ความรู้สึกหนาวเหน็บไปทั่ว
ร่ำง เห็นได้ชัดว่าเขำเกลียดชังอัครเสนาบดีเซวียถึงขีดสุดแล้ว
ที่จริงแล้วเฮ่อจือหร่านไม่ได้ตั้งใจจะให้โม่จิ่วเยี่ยลงมือ ถึงอย่ำงไร
ปืนซุ่มยิงนั้น นางใช้ได้คล่องแคล่วกว่า
ไม่ว่าจะเป็นยุคปัจจุบันหรือโบราณ การลอบสังหารเช่นนี้มี
โอกำสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
อีกทั้งเสียงปืนซุ่มยิงนั้นเสียงดังมาก หลังจากยิงแล้วจะต้องดึงดูด
ความสนใจของทุกคนให้มองมาที่พวกเขำ
ดังนั้น ไม่ว่าการลอบสังหารอัครเสนาบดีเซวียครั้งนี้จะสาเร็จ
หรือไม่ หลังจากจบภำรกิจ เฮ่อจือหร่านก็ตั้งใจจะพำโม่จิ่วเยี่ยหลบ
เข้าไปในพื้นที่มิติด้วยกัน รอจนกว่าจะปลอดภัยกว่านี้แล้วค่อย
ออกมา
“ท่านพี่ ท่าน…” สามารถทำได้หรือ?
เฮ่อจือหร่านยังไม่ทันได้พูดคำถำมที่เต็มไปด้วยความสงสัยจบ
โม่จิ่วเยี่ยก็มองมาที่นางด้วยสายตำที่แน่วแน่
“ตำเฒ่ำชั่วตระกูลเซวียกับสกุลโม่มีความแค้นที่ไม่อาจอยู่ร่วม
ฟ้ำเดียวกันได้ ชีวิตของเขำต้องจบด้วยมือข้า!”
ยิ่งไปกว่านั้น ในใจของโม่จิ่วเยี่ย ภรรยาของเขำก็คือธิดำผู้สูง
ศักดิ์ที่อ่อนโยนบอบบำง ไม่เหมาะกับการทำเรื่องฆ่ำฟันเช่นนี้
แน่นอนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตเป็นความผิดของเขำที่เป็นสามีไร้
ความสามารถ
เฮ่อจือหร่านครุ่นคิดถึงสิ่งที่ตระกูลเซวียได้กระทำต่อสกุลโม่ หาก
ไม่ให้โม่จิ่วเยี่ยลงมือเองเขำคงไม่ยอมเป็นแน่
“เอาล่ะ ท่านอย่ำตื่นเต้นไป ใช้กล้องเล็งกำหนดตำแหน่งให้
แน่นอนก่อนแล้วค่อยยิง”
ที่จริงแล้วเฮ่อจือหร่านยังประเมินความสนใจของโม่จิ่วเยี่ยต่อ
อาวุธเหล่านี้ต ่ำเกินไป
ในอดีต เมื่อนางจัดการกับปืนซุ่มยิงในพื้นที่มิติ สิ่งที่นางทำบ่อย
ๆ คือการใช้กล้องเล็งเพื่อเล็งไปยังวัตถุบำงอย่ำง แล้วแกล้งทำเป็น
เหนี่ยวไกปืน
ขณะที่เสียงของนางเพิ่งจะขำดหาย ปืนซุ่มยิงในมือของโม่จิ่วเยี่ย
ก็ได้เล็งไปยังกลางหว่างคิ้วของอัครเสนาบดีเซวียแล้ว
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ดึงดูดความสนใจของทุกคน
แน่นอนว่า ความสนใจนั้นเปลี่ยนจากต้นกำเนิดเสียงไปยังร่ำง
ของอัครเสนาบดีเซวียที่มีรูเลือดบนหน้ำผำกอย่ำงรวดเร็ว
เฮ่อจือหร่านก็ลากตัวโม่จิ่วเยี่ยเข้าไปในพื้นที่มิติก่อนที่จะถูก
ผู้อื่นพบเห็น
อัครเสนาบดีเซวียเสียชีวิตกะทันหัน ทำให้ที่หน้ำประตูวังหลวง
วุ่นวายไปหมด
หนานอวี่เป็นคนแรกที่เดำได้ว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับโม่จิ่วเยี่ย
และภรรยาอย่ำงแน่นอน
เขำพึมพำคำขอบคุณในใจแล้วกล่าวกับ หนานฉีและหนานรุ่ย
ว่า “อัครเสนาบดีเซวียตำยแล้ว นี่คือโอกำสอันดีในการบุกเข้าวัง
หลวง”
ภายในวังหลวง คงมีคนมากกว่ากองกำลังไม่กี่พันคนที่อัคร
เสนาบดีเซวียนามา อย่ำงไรก็ตำม ฝ่ำยจักรพรรดินีก็ต้องการ
กำลังคนจำนวนมากเพื่อช่วยค้นหาร่องรอยขององค์จักรพรรดิ
ทั้งหนานฉีและหนานรุ่ยต่ำงก็ตระหนักถึงเรื่องนี้
หนานฉีคิดถึงสถำนการณ์ที่เสียเปรียบด้านกำลังคน แม้ว่าจะรู้ว่า
หนานอวี่พูดถูก แต่เขำก็ยังไม่กล้ำบุกโจมตีโดยประมาท
ส่วนหนานรุ่ยนั้นต่ำงออกไป หนานอวี่ไม่ได้ปิดบังตัวตนของ
ตนเองจากเขำ ดังนั้นจึงไม่ปิดบังเรื่องที่จักรพรรดิซุ่นอู่มอบป้ำย
อาญำสิทธิ์ให้เขำเคลื่อนพลเข้าเมืองด้วย
ด้วยเหตุนี้ ในใจของหนานรุ่ยการปฏิบัติการครั้งนี้พวกเขำมี
ความมั่นใจอย่ำงเต็มเปี่ยม
ยิ่งไปกว่านั้นโม่จิ่วเยี่ยได้ส่งสัญญำณไปยังหนานอวี่แล้ว กองทัพ
ที่มีกำลังพลสองหมื่นนายก็จะมาถึงในไม่ช้ำ
หนานรุ่ยไม่ลังเลที่จะสั่งให้คนของเขำบุกเข้าไปในวังหลวงทันที่
หนานฉีลังเลอยู่พักหนึ่ง เมื่อเห็นหนานรุ่ยที่ปกติขี้ขลาดกว่า
ตนเองหลายเท่านักลงมือแล้ว หากเขำยังคงเลือกที่จะรอดูท่ำที่ เกรง
ว่าจะถูกผู้คนหัวเราะเยาะได้
ด้วยเหตุนี้ เขำจึงต้องฝืนใจสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชำเข้าร่วมการ
ต่อสู้ไปพร้อมกัน
การตำยอย่ำงกะทันหันของอัครเสนาบดีเซวียทำให้บรรดำ
ผู้ใต้บังคับบัญชำของเขำตกอยู่ในความหวาดกลัวชั่วขณะ
อย่ำงไรก็ตำม พวกเขำถูกดึงความคิดกลับมาอย่ำงรวดเร็วด้วย
เสียงตะโกนฆ่ำฟันของฝ่ำยตรงข้าม
ทหารบำงคนที่เข้าร่วมกับฝ่ำยตระกูลเซวียกำลังคิดอย่ำงรวดเร็ว
ในตอนนี้ แม้ว่าอัครเสนาบดีเซวียจะเสียชีวิตแล้ว แต่จักรพรรดินีและ
องค์ชายสี่ก็ยังอยู่
พวกเขำได้เห็นกับตำถึงสิ่งที่พรรคพวกของจักรพรรดินีได้ทำมา
หลายวันนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีกำลังทหารอีกไม่น้อยในวังหลวง กองกำลัง
เพียงสองสามพันนายที่องค์ชายทั้งสองนามานั้นไม่อาจนับเป็นภัย
คุกคำมได้เลย
หลังจากตัดสินใจแล้ว พวกเขำสบตำกันเป็นเชิงสื่อสาร แล้วจึง
สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชำบุกเข้าไปข้างหน้ำ
“ฆ่ำพวกมันทั้งหมด! ล้ำงแค้นให้ท่านอัครเสนาบดีเซวีย”
ข่ำวการตำยของอัครเสนาบดีเซวียแพร่ไปถึงหูของจักรพรรดินี
อย่ำงรวดเร็ว เมื่อได้ยินว่าบิดำของนางสิ้นชีพ จักรพรรดินีกลับไม่
แสดงท่ำทีกังวลใด ๆ ทว่ายังแย้มยิ้มอย่ำงเหี้ยมเกรียมออกมาอีกด้วย
ในขณะนั้นเอง มีคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากหลังฉำกกั้น
หากโม่จิ่วเยี่ยเห็นคนผู้นี้เข้า คงจะต้องตกใจไม่น้อยเป็นแน่
เพราะบุคคลผู้นี้ก็คืออัครเสนาบดีเซวีย
และคนที่เพิ่งถูกเขำสังหารด้วยปืนซุ่มยิงจนตำยนั้นก็คือแพะรับ
บำปที่อัครเสนาบดีเซวียส่งมาเอง
ต้องบอกว่าอัครเสนาบดีเซวียนั้นเจ้ำเล่ห์และคิดการณ์ไกลจริง ๆ
วางแผนอย่ำงรอบคอบ
เขำคิดว่าหลังจากควบคุมองค์จักรพรรดิได้แล้ว หลายคนคงจะ
คิดว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเขำ หากมีคนไม่รู้จักประสาใดคิดจะสืบหา
ร่องรอยขององค์จักรพรรดิจากตัวเขำ นั่นย่อมเป็นอันตรายถึงชีวิต
แน่นอน
ดังนั้น คนที่ไปเผชิญหน้ำกับพี่น้องหนานอวี่ที่ประตูเมืองวันนี้จึง
เป็นตัวแทนของเขำ
ด้วยเหตุนี้ จอมเฒ่ำจิ้งจอกจึงรักษำชีวิตของตนเองไว้ได้ชั่วคราว
จักรพรรดินีเห็นอัครเสนาบดีเซวียเดินออกมาจึงถำมว่า “ท่าน
พ่อ ดูเหมือนพวกเขำจะมีใจคิดสังหารท่านจริง ๆ ขั้นต่อไปพวกเรา
ควรทำอย่ำงไร?”
“ในเมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว พวกเราไม่มีทำงถอยอีกต่อไป เพียง
แค่จับตัวหนานฉีและหนานรุ่ยได้ หลังจากนั้นพวกเราก็จะไม่ต้องเกรง
กลัวอะไรอีกในการทำสิ่งต่ำง ๆ”
สีหน้ำของอัครเสนาบดีเซวียมีสีหน้ำบึ้งตึง เมื่อพูดถึงหนานฉีและ
หนานรุ่ย เขำก็ถือว่าพวกเขำเป็นคนตำยไปแล้ว
จักรพรรดินีไม่ได้เห็นหนานฉีและหนานรุ่ยอยู่ในสายตำเลย แต่
นางไม่เคยประมาท
เมื่อได้รับคำสั่งจากอัครเสนาบดีเซวีย นางก็สั่งให้ทหารทั้งหมด
ในวังหยุดการค้นหาร่องรอยของจักรพรรดิซุ่นอู่ชั่วคราว เหลือไว้
เพียงบำงส่วนเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของนางและอัครเสนาบดีเซ
วีย ส่วนที่เหลือให้ไปสนับสนุนที่ประตูวัง
อัครเสนาบดีเซวียนาคนมาที่ประตูวังมากกว่าคนของหนานรุ่ย
และหนานฉี ในตอนนี้ หลังจากที่ทั้งสองฝ่ำยต่อสู้กันมาระยะหนึ่ง ฝ่ำย
ของหนานรุ่ยและหนานฉีก็เสียเปรียบอย่ำงเห็นได้ชัด
ทันใดนั้นคนที่จักรพรรดินีส่งมาสนับสนุนก็มาถึง สถำนการณ์นี้
ทำให้หนานฉีเกิดความคิดที่จะหนีทันที่
และเขำก็ทำเช่นนั้นจริง ๆ
“คนของข้า ถอยทัพ!”
ในตอนนี้หนานฉีคิดว่าสถำนการณ์เลวร้ำยแล้ว ถ้ำเขำยังมีคน
อยู่ในมือ อย่ำงน้อยก็ยังมีโอกำสที่จะปกป้องชีวิตของตัวเองได้
หนานฉีสั่งให้ผู้คนของเขำเตรียมตัวถอยทัพ หนานอวี่รู้สึกร้อน
รน
“หยุด!! หากพวกเจ้ำจากไปในตอนนี้ สิ่งที่พวกเราทำมาทั้งหมด
วันนี้ก็จะสูญเปล่ำ”
“เฟ่ยหนานอวี่ เจ้ำเป็นบ้ำไปแล้วหรือ? สถำนการณ์ชัดเจนเช่นนี้
ศัตรูมีจำนวนมากกว่าพวกเรา หากไม่หนีไป เจ้ำต้องการจะอยู่ที่นี่รอ
ความตำยหรือ?”
หนานฉีปกติให้ความเคำรพหนานอวี่มาก นี่เป็นครั้งแรกที่เขำ
พูดกับหนาน อวี่ด้วยท่ำทีเช่นนี้
ในเวลาเช่นนี้ หนานอวี่จะยอมให้เขำพำคนจากไปได้อย่ำงไร?
ในขณะที่เขำกำลังจะพูดอะไรบำงอย่ำงเพื่อโน้มน้ำวหนานฉีให้
พำคนอยู่ต่อนั้น เสียงฝีเท้ำที่เร่งรีบก็ดังมาจากไม่ไกล