ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 537 ถ้าเจ้ามีความสามารถจริง ก็จงสังหารข้าเสียเถิด
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 537 ถ้าเจ้ามีความสามารถจริง ก็จงสังหารข้าเสียเถิด
ทั้งหมดนี้เป็ นความผิดของเขาที่ปกครองอย่างโง่เขลาและไร ้ คุณธรรม หลงเชื่อคาใส่ร ้ายของตาเฒ่าเซวียจอมเจ้าเล่ห์ จนถึงกับ ลงโทษขุนนางผู้จงรักภักดีที่ได้สร ้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ให้แก่ ราชวงศ์ต้าซุ่น…
“อวี่เอ๋อร ์เราเข้าใจผิดต่อสกุลโม่เสียแล้ว”
“ท่านพ่อก็แค่หลงผิดไปชั่วขณะเท่านั้น” เมื่อเผชิญหน้ากับ จักรพรรดิซุ่นอู่เช่นนี้ เฟ่ยหนานอวี่จะพูดอะไรได้อีกเล่า?
หากไม่ใช่เพราะเขาได้แสดงความตั้งใจต่อโม่จิ่วเยี่ยหลายครั้ง แล้ว หวังว่าเขาจะกลับคืนสู่ราชส านัก แต่ก็ถูกอีกฝ่ ายปฏิเสธอย่างไม่ ไว้หน้า
แม้ว่าจักรพรรดิซุ่นอู่จะทรงทราบแล้วว่าสกุลโม่ถูกใส่ร ้าย เขาก็ ไม่กล้าเอ่ยถึงความคิดที่จะให้สกุลโม่กลับคืนสู่ราชสานักอีก
เพราะเขาสามารถมองออกได้ว่าโม่จิ่วเยี่ยนั้นผิดหวังกับราช สานักอย่างสิ้นเชิงแล้ว หากไม่ใช่เพราะจริงใจที่จะเป็ นสหายกับเขา เมื่อเข้าเมืองหลวงแล้ว นางก็คงจะลงมือสังหารศัตรูโดยตรงเลย ไม่มี ทางช่วยเขาทาอะไรมากมายขนาดนี้
ตอนนี้เขาได้แต่ถอนหายใจในใจ รู ้สึกหมดหนทางกับการที่ท่าน พ่อรู ้ตัวช ้าเกินไป
หนานอวี่รับคาสั่งแล้วจากไป ภายนอกดูเหมือนไปจัดการเรื่อง การประหารทั้งตระกูลเซวีย แต่ที่จริงแล้วกาลังหาโอกาสให้โม่จิ่วเยี่ย ได้ลงมือจัดการศัตรูด้วยตัวเอง
ภายใต้การจัดการของเขา โม่จิ่วเยี่ยก็เข้าไปในคุกที่ขังตระกูลเซ วียในคืนนั้นเอง
หนานอวี่ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว สั่งให้คนนาตัวแกนนา สาคัญของตระกูลเซวียและจักรพรรดินีมาไว้ด้วยกันเมื่อโม่จิ่วเยี่ย มาถึง ที่นั่นมีเพียงอัครเสนาบดีเซวีย เซวียป๋ อและจักรพรรดินีเท่านั้น
คนเหล่านี้คือศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสกุลโม่ และเป็ นชื่อที่เขา เสนอให้กับหนานอวี่
โม่จิ่วเยี่ยก้าวเท้าอย่างหนักอึ้งเข้าไปในคุก เขารู ้ว่าหนานอวี่ จัดการทุกอย่างไว้อย่างเรียบร ้อย รอบ ๆ นอกจากเขาและคนตระกูล เซวียไม่กี่คนแล้ว ก็ไม่มีใครอื่นอีก
ดังนั้น เขาจึงไม่คิดจะปิดบังตัวตนอีกต่อไป และถอดผ้าปิดหน้าสี ด าออกทันที
ด้วยแสงสลัวภายในคุก อัครเสนาบดีเซวียและคนอื่น ๆ ต่าง มองเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนอย่างชัดเจน
อัครเสนาบดีเซวียจ้องมองโม่จิ่วเยี่ย ด้วยสีหน้าตกตะลึง ราวกับ ว่าตนเองก าลังเห็นภาพหลอน
“นี่…เป็ นไปไม่ได้…เป็ นไปไม่ได้ที่จะเป็ นโม่จิ่วเยี่ย…”
เซวียป๋ อในตอนนี้ก็ตกใจไม่น้อย เขาดึงแขนของอัครเสนาบดีเซ วีย “ท่านพ่อ โม่จิ่วเยี่ยอยู่ที่ซีเป่ ย เขามีสถานะเป็ นนักโทษเนรเทศ หากไม่มีพระราชโองการ ชั่วชีวิตนี้ก็ไม่สามารถออกจากสถานที่ อัปมงคลนั้นได้
พวกเราคงจะทนทุกข์ทรมานมามากเกินไปในช่วงไม่กี่วันนี้ ถึง ได้เห็นภาพหลอนว่าโม่จิ่วเยี่ยปรากฏตัวขึ้น”
เมื่อเทียบกับพ่อลูกคู่นี้ จักรพรรดินีกลับดูสงบนิ่งกว่ามาก
“โม่จิ่วเยี่ย เหตุใดเจ้าจึงปรากฏตัวที่นี่ หากเจ้าจากไปเดี๋ยวนี้ ข้า จะทาเป็ นไม่เคยเห็นเจ้า มิฉะนั้น ข้าจะบอกทุกคนว่าเจ้าได้มาถึงเมือง หลวงแล้ว ทาให้สกุลโม่ของเจ้าต้องรับโทษหนักขึ้นอีก”
โม่จิ่วเยี่ยแค่นเสียงเย็นชา “ข้าเกรงว่าเจ้าคงไม่มีโอกาสได้บอก ใครอีกแล้ว”
พูดจบ เขาก็หยิบขวดกระเบื้องเล็ก ๆ ออกมาจากอกเสื้อ แล้วเท ผงสีขาวที่อยู่ข้างในลงบนตัวของคนเหล่านั้น
ผงสีขาวนี้คือผงคันที่เฮ่อจือหร่านคิดค้นขึ้นมา ตระกูลเซวียนั้น ทาความชั่วมามากมาย สร ้างความเสียหายให้สกุลโม่อย่างใหญ่ หลวง แม้วันนี้โม่จิ่วเยี่ยจะเอาชีวิตพวกเขา แต่เขาก็ไม่คิดจะให้พวก เขาตายอย่างสบาย
ขณะนี้อัครเสนาบดีเซวียและเซวียป๋ อก็ไม่ได้อยู่ในภาพลวงตาอีก ต่อไป พวกเขาสามารถยืนยันได้แล้วว่าคนตรงหน้าคือโม่จิ่วเยี่ย
อัครเสนาบดีเซวียรู ้ดีว่าวันนี้เขาคงหนีความตายไปไม่พ้น ใน ขณะเดียวกันเขาก็เข้าใจดีว่าด้วยระดับความเกลียดชังที่โม่จิ่วเยี่ยมี ต่อเขา คงไม่ปล่อยให้เขาตายอย่างสบายแน่นอน
เมื่อหนีไม่พ้นความตาย เขาก็ไม่คิดที่จะถูกโม่จิ่วเยี่ยดูหมิ่น
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หนานอวี่ได้ทรมานพวกเขาอย่างหนัก ทุกคนล้วนได้รับบาดเจ็บไม่น้อย จนท าให้ร่างกายของพวกเขา อ่อนแอลงอย่างมาก
เพื่อไม่ให้ต้องทนทุกข์ทรมาน อัครเสนาบดีเซวียกัดฟันแน่น พยายามอดทนต่อความเจ็บปวดบนร่างกาย ตั้งใจจะพุ่งชนกาแพงที่ อยู่ใกล้ตัวที่สุด
ใครจะรู ้ว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ลงมือ ก็รู ้สึกถึงความคันอย่าง ทรมานบนร่างกาย และความคันนี้เป็ นความรู ้สึกที่แทรกซึมเข้าไปถึง กระดูก
เพียงเพราะเขารู ้สึกไม่สบายขึ้นมาทันใด พละกาลังเล็กน้อยที่ เพิ่งรวบรวมได้ก็หายวับไปในพริบตา และเขาก็ทรุดลงกับพื้นอีกครั้ง
ตามมาด้วยเสียงหัวเราะที่น่าเกลียดกว่าเสียงร ้องไห้ดังมาจากใน คุก พร ้อมกับเสียงด่าทอแหลมคมของจักรพรรดินี
“โม่จิ่วเยี่ย เจ้าทาอะไรกับข้า? ข้าเป็ นถึงมารดาแห่งแผ่นดิน การ กระทาเช่นนี้ของเจ้าถือเป็ นโทษถึงตาย”
“โม่จิ่วเยี่ย…ฮ่าๆๆๆ…ข้าคันจะตายอยู่แล้ว…แม้ข้าจะกลายเป็ นผี ก็จะไม่ปล่อยเจ้าไปเป็ นอันขาด…”
โม่จิ่วเยี่ยกอดอกยืนมองดูพวกเขาทั้งหลายทรมานด้วยสายตา เย็นชา
เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป ความคันบนร่างกายของพวกเขาก็ ค่อย ๆ บรรเทาลงในที่สุด
ในขณะเดียวกัน รอยยิ้มบิดเบี้ยวที่พวกเขาเพิ่งแสดงออกมาก็ทา ให้เรี่ยวแรงที่เหลือน้อยนิดหมดลงไปด้วย
ทั้งสามคนนอนหอบหายใจบนพื้น จ้องมองโม่จิ่วเยี่ยด้วยสายตา ที่แตกต่างกันไป
ในดวงตาของอัครเสนาบดีเซวียดูเหมือนจะมีมีดอยู่
“โม่จิ่วเยี่ย ถ้าเจ้ามีความสามารถจริง ก็จงสังหารข้าเสียเถิด”
เซวียป๋ อมองไปทางโม่จิ่วเยี่ยด้วยสายตาวิงวอน
“โม่จิ่วเยี่ยเรื่องในอดีตนั้น ข้าก็เพียงแต่ทาตามคาสั่งของท่านพ่อ มิใช่เจตนาของข้าเอง ดังสานวนที่ว่าความแค้นมีต้นตอ หนี้สินมี เจ้าของ ถึงเจ้าจะมาทวงหนี้ ก็ไม่ควรมาหาข้า”
เมื่อครู่ตอนที่โม่จิ่วเยี่ยโปรยผงคันนั้น จักรพรรดินีอยู่ใกล้กับ ตาแหน่งของเขามากกว่า ดังนั้นพิษในร่างกายของนางจึงรุนแรงกว่า อัครเสนาบดีเซวียและเซวียป๋ อ
ในตอนนี้นางยังคงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ แต่ก็พยายามอดกลั้นไว้ ความรู ้สึกที่ไม่อาจทนได้อีกต่อไปนั้น ทาให้จิตใจของนางล่มสลาย อย่างสิ้นเชิง
นางไม่สามารถเอ่ยปากพูดได้เหมือนอย่างพ่อลูกตระกูลเซวีย ได้ แต่มองโม่จิ่วเยี่ยอย่างไม่ละสายตา
เมื่อเห็นแววตาอาฆาตแค้นของจักรพรรดินีที่ใกล้จะสิ้นใจ โม่จิ่ว เยี่ยก็นึกถึงบรรดาพี่สะใภ้ทั้งหลายที่บ้าน
“เจ้าช่างเป็ นหญิงชั่วช ้า ตระกูลข้าทาอะไรผิดต่อเจ้า เจ้าถึงได้ส่ง คนไปวางยาพิษให้บรรดาพี่สะใภ้ผู้น่าสงสารของข้า? แค่นั้นยังไม่พอ ตระกูลข้าถูกใส่ร ้ายจนต้องถูกเนรเทศ เจ้ายังโหดร ้ายถึงขนาดส่งคน ไปวางยาพิษในอาหารเช ้าของพวกข้าอีก?”
เมื่อถูกถามถึงเรื่องเหล่านี้ จักรพรรดินีก็หัวเราะลั่นอย่างควบคุม ไม่ได้อีกต่อไป
“ฮ่า ๆ ฮ่า… ใครใช้ให้สกุลโม่ของเจ้าไปคบหากับหนานฉีกัน ใครก็ตามที่ขวางทางเหิงเอ๋อร ์ของข้า ข้าจะไม่ปล่อยไว้แม้แต่คนเดียว ถึงขนาดจะทาให้พวกเจ้าสิ้นซากไร ้ทายาท…”
เมื่อได้ยินจักรพรรดินีสารภาพด้วยปากตนเองถึงสิ่งที่นางได้ กระทาต่อสกุลโม่ แม้โม่จิ่วเยี่ยจะรู ้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว แต่ยามนี้เขาก็ ไม่อาจวางเฉยได้
เขายกเท้าเหยียบลงบนมือข้างหนึ่งของจักรพรรดินี แล้วบดขยี้ อย่างแรง
“ดูเหมือนวันนี้ข้าคงไม่อาจปล่อยหญิงชั่วช ้าผู้นี้ไปได้ง่าย ๆ”
จักรพรรดินีรู ้สึกเจ็บปวดที่มือ จึงร ้องโหยหวนออกมาทันที
“โม่จิ่วเยี่ย …เจ้ากล้าลงมือกับข้าหรือ…อา…ข้าเจ็บ…เจ็บ”
จักรพรรดินีร ้องโหยหวนด้วยหวังว่าจะสามารถปลุกผู้คุมในคุก หลวงได้ แต่ใครจะรู ้ นางร ้องอยู่นานแต่กลับไม่มีผู้คุมคนใดมา มีเพียง หนูในคุกที่ตกใจวิ่งพล่านไปทั่ว
จักรพรรดินีแต่เดิมก็ไม่มีเรี่ยวแรงอยู่แล้ว หลังจากร ้องไปไม่กี่ครั้ง ก็หมดแรง นางหอบหายใจอย่างหนัก ได้แต่จ้องมองโม่จิ่วเยี่ยด้วย ความโกรธแค้น
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้สนใจนางอีก แต่เดินไปหน้าเซวียป๋ อ
เสื้อผ้าบนร่างของเซวียป๋ อขาดวิ่นไม่เป็ นชิ้นดี บาดแผลขนาด ใหญ่น้อยปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
โม่จิ่วเยี่ยหยิบขวดกระเบื้องเล็ก ๆ ออกมาอีกครั้ง เทยาที่อยู่ข้าง ในลงบนบาดแผลแห่งหนึ่งของเซวียป๋ อ จากนั้นก็ลากเซวียป๋ อมา ตรงหน้าอัครเสนาบดีเซวีย
ตามที่เล่าลือกันมา อัครเสนาบดีเซวียรักและเอ็นดูเซวียป๋ อผู้เป็ น บุตรชายคนเล็กมากที่สุด เซวียป๋ อก่อเรื่องวุ่นวายในเมืองหลวงมา ตั้งแต่เด็ก ทาเรื่องชั่วช ้าไม่น้อย แต่ทั้งหมดล้วนถูกบิดาใจดีผู้นี้ปกปิด เรื่องเหล่านั้นเอาไว้