ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 541 ข้าผู้เป็นใหญ่แห่งราชวงศ์ต้าซุ่นไร้คนใช้งานแล้ว
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 541 ข้าผู้เป็นใหญ่แห่งราชวงศ์ต้าซุ่นไร้คนใช้งานแล้ว
อย่างนั้นหรือ
จักรพรรดิซุ่นอู่แทบจะโกรธจนหมดสติเมื่อได้ยินค าพูดแบบนั้น
สิ่งที่เขาต้องการในเวลานี้คือขุนพลที่สามารถในการบัญชาการ
กองทัพทั้งสามได้ ไม่ใช่แค่กองหน้าเท่านั้น
“นอกจากคนสกุลโม่กับขุนพลอาวุโสจินแล้ว ข้าผู้เป็นใหญ่แห่ง
ราชวงศ์ต้าซุ่นไร้คนใช้งานแล้วอย่างนั้นหรือ?”
ความจริงจักรพรรดิซุ่นอู่ก็รู้ค าตอบดีอยู่แล้ว แม้ว่าเขาจะโง่เขลา
และไร้ความสามารถไปบ้าง แต่ก็ยังรู้ดีว่าคนใต้บังคับบัญชาของ
ตนเองเป็นอย่างไร
เมื่อจักรพรรดิซุ่นอู่กล่าวเช่นนั้น เหล่าขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและบู๊ใน
ราชส านักต่างพากันนิ่งเงียบ
พวกเขาคิดว่าครั้งนี้จักรพรรดิซุ่นอู่จะต้องโกรธเกรี้ยว แต่เขา
กลับไม่ได้มีท่าทีแบบนั้น
เขามองหนานอวี่ที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดแล้วถามด้วยน ้าเสียงที่อ่อน
ลงว่า “อวี่เอ๋อร์ เจ้าคิดว่าการล้างมลทินให้สกุลโม่และให้โม่จิ่วเยี่ยมา
เป็นแม่ทัพเป็นอย่างไร?”
หนานอวี่ “…”
เขาก็อยากให้เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน!
แต่ไม่มีใครเข้าใจความคิดของโม่จิ่วเยี่ยดีเท่าเขาอีกแล้ว เรื่องนี้
เขาลองหยั่งเชิงอีกฝ่ายหลายครั้ง แต่เพราะอีกฝ่ายผิดหวังกับราช
ส านักมาก บัดนี้พอถึงเวลาที่ไม่มีใครให้ใช้งานจึงนึกถึงคนขึ้นมา
“เสด็จพ่อ ลูกคิดว่าโม่จิ่วเยี่ยคงไม่ยินยอมพ่ะย่ะค่ะ”
“ท าไมกัน? โม่จิ่วเยี่ยเป็นราษฎรของต้าซุ่น เมื่อต้าซุ่นมีภัย เขา
ไม่ควรทุ่มเททั้งกายใจรับใช้ต้าซุ่นหรอกหรือ? อีกทั้งเรายังสามารถ
ล้างมลทินให้กับคนสกุลโม่ได้ เช่นนี้ยังไม่พออีกหรืออย่างไร?”
จักรพรรดิซุ่นอู่ไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างหนานอวี่กับโม่จิ่วเยี่ย
เขาพิจารณาปัญหาจากมุมมองของคนเป็นจักรพรรดิเท่านั้น
ในสายตาเขาไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ล้วนเป็นราษฎรของต้าซุ่น
ทั้งสิ้น
ราษฎรของต้าซุ่นทุกคน หากผู้ใดกล้าไม่เชื่อฟังค าสั่งของเขาก็
เท่ากับเป็นกบฏ
หนานอวี่ก็หวังว่าคนสกุลโม่จะน าทัพออกไปปราบปรามชนเผ่า
หมานอี๋เหมือนกัน แต่ในฐานะสหายสนิทกระทั่งในฐานะพี่น้องของโม่
จิ่วเยี่ย เรื่องนี้เขาย่อมไม่อาจบังคับใจอีกฝ่ายได้เด็ดขาด
“ทูลเสด็จพ่อ กระหม่อมไม่ขอปิดบังพระองค์ ระหว่างการเนรเทศ
ของคนสกุลโม่ กระหม่อมบังเอิญได้พบกับพวกเขา ตอนนั้น
กระหม่อมได้เห็นกับตาตนเอง ว่าสตรีสกุลโม่แต่ละคนล้วนสวมใส่
เสื้อผ้าขาดวิ่นราวกับขอทานกลุ่มหนึ่ง ถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวไปยังซี
เป่ย”
“ตลอดเส้นทางนั้นพวกเขาไม่เพียงต้องกินนอนกลางแจ้ง แต่ยัง
ต้องเผชิญหน้ากับการไล่ล่าของมือสังหารที่ถูกส่งมาจากคนของ
จักรพรรดินีเป็นระยะอีก ไม่ว่าจะเป็นใคร หากเจอกับเรื่องที่ไม่เป็น
ธรรมเช่นนี้ คงจะรู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง”
“ยิ่งไปกว่านั้น ตามที่กระหม่อมรู้มา สกุลโม่ใช้ชีวิตแบบพึ่งพา
ตนเองเหมือนคนทั่วไป จากสิ่งนี้เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคงจะหมดหวัง
กับราชส านักอย่างสิ้นเชิงแล้ว”
ค าพูดเหล่านี้ของหนานอวี่ไม่ได้เป็นความจริงทั้งหมด ตอนที่เขา
พบโม่จิ่วเยี่ยนั้น สภาพของอีกฝ่ายไม่ได้ยากจนข้นแค้นจนน่าเวทนา
อย่างที่เขาพูดเลย แต่เมื่อต้องเผชิญกับจักรพรรดิซุ่นอู่ เขาก็
จ าเป็นต้องพูดแบบนี้
จุดประสงค์ของการพูดแบบนี้ก็เพื่อให้จักรพรรดิซุ่นอู่ได้เข้าใจ
ลึกซึ้งขึ้น ป้องกันไม่ให้เขาลงโทษสกุลโม่ในยามที่เกรี้ยวกราด มิ
เช่นนั้นอาจจะไม่คุ้มค่า
สกุลโม่ทั้งหมดถูกเนรเทศไปอย่างไม่เป็นยุติธรรม ได้รับความ
ทุกข์มากมาย ไม่ว่าเป็นใครก็คงไม่อยากรับใช้ราชส านักอีก
แม้ว่าเขาจะพูดกับจักรพรรดิซุ่นอู่เช่นนั้น แต่หนานอวี่ก็ไม่ได้
ล้มเลิกความคิดที่จะโน้มน้าวโม่จิ่วเยี่ยให้น าทัพไปปราบปรามชนเผ่า
หมานอี๋
ความคิดก็คือความคิด อย่างไรเขาก็เลือกเคารพความเห็นของ
โม่จิ่วเยี่ย
เขาเพียงคิดว่าหลังจากการเข้าเฝ้าในวันนี้ จะต้องเปิดอกพูดคุย
กับโม่จิ่วเยี่ยอีกครั้ง
หากอีกฝ่ายสามารถตกลงก็จะดีที่สุด หากไม่ตกลง เขาก็จะ
ล้มเลิกความคิดนี้ไป
เมื่อถูกหนานอวี่กล่าวแบบนี้ จักรพรรดิซุ่นอู่ก็นึกขึ้นได้
ในค าสารภาพของตระกูลเซวียที่เขาได้อ่าน ก็มีบันทึกว่า
จักรพรรดินีและตระกูลเซวียส่งคนไปลอบสังหารโม่จิ่วเยี่ยมากกว่า
หนึ่งครั้ง
เขาก็พอเข้าใจนิสัยของโม่จิ่วเยี่ยอยู่บ้าง หากเจอสถานการณ์
เช่นนี้ ต่อให้เป็นผู้อื่นก็คงไม่เต็มใจรับใช้ราชส านักอีกต่อไป
จักรพรรดิซุ่นอู่ก็เข้าใจดี แต่ยังไม่ยอมล้มเลิกความคิดที่จะให้
สกุลโม่กลับมาออกรบ
“อวี่เอ๋อร์ เราจะร่างราชโองการลบล้างมลทินให้สกุลโม่ เจ้าจงส่ง
คนที่ไว้ใจได้ไปส่งราชโองการที่ซีเป่ย เตรียมของก านัลล ้าค่าไปด้วย
เพื่อเป็นการชดเชยให้สกุลโม่ เราไม่เพียงจะล้างมลทินให้กับสกุลโม่
เท่านั้น แต่ยังจะให้โม่จิ่วเยี่ยกลับคืนสู่ต าแหน่งเดิมด้วย ไม่สิ การคืน
ต าแหน่งเดิมอย่างเดียวยังไม่พอ เราจะเลื่อนยศและต าแหน่งให้เขา
ด้วย ไม่ได้… โม่จิ่วเยี่ยเคยเป็นถึงขุนนางขั้นหนึ่งมาก่อน หากเลื่อน
ยศอีกก็ต้องเป็นถึงเชื้อพระวงศ์แล้ว…”
ค าพูดที่ตามหลังมาล้วนเป็นเสียงพึมพ าของจักรพรรดิซุ่นอู่
แน่นอนว่านี่ก็เผยให้เห็นถึงความคิดในใจของเขา
หนานอวี่ฉวยโอกาสนั้นเอ่ยแทรกขึ้นว่า “เสด็จพ่อทรง
หมายความว่า หากโม่จิ่วเยี่ยยินดีน าทัพไปปราบปรามชนเผ่าหมานอี๋
นอกจากพระองค์จะพระราชทานรางวัลให้แล้ว ยังจะแต่งตั้งเขาเป็น
อ๋องต่างสกุลด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ”
ราชวงศ์ต้าซุ่นนับตั้งแต่สถาปนาราชวงศ์มา มีอ๋องต่างสกุลเพียง
คนเดียวเท่านั้น
อ๋องต่างสกุลเป็นต าแหน่งที่สามารถสืบทอดได้ บัดนี้โม่จิ่วเยี่ยมี
บุตรชายแล้ว แม้เขาจะไม่คิดท าเพื่อตัวเอง ก็ต้องคิดถึงอนาคตของ
บุตรชายบ้าง
ตอนนี้ไม่เพียงเขาจะได้รับต าแหน่งอ๋อง ในอนาคตบุตรชายของ
เขาก็จะได้เป็นอ๋องด้วย เรื่องเช่นนี้คงจะท าให้เขารู้สึกสนใจอยู่บ้าง
นี่คือความหวังเพียงน้อยนิดที่หนานอวี่ยังเก็บไว้ในใจ เขาหวังว่า
โม่จิ่วเยี่ยจะนึกถึงทายาทของตนเองและตอบตกลง
ที่จริงแล้วจักรพรรดิซุ่นอู่เพิ่งจะพูดไปแค่ประโยคเดียวเท่านั้น เขา
เป็นจักรพรรดิที่มีความระแวงสงสัยอยู่เสมอ จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะ
แต่งตั้งต าแหน่งอ๋องให้กับคนที่ไม่ใช่พระญาติ
อีกทั้งยังเป็นต าแหน่งที่สืบทอดกันได้ด้วย…
แต่เมื่อมองสถานการณ์ตอนนี้ หากการแต่งตั้งอ๋องต่างสกุล
สามารถท าให้โม่จิ่วเยี่ยเปลี่ยนใจกลับมารับใช้ราชส านักได้อีกครั้ง
การมอบต าแหน่งอ๋องต่างสกุลให้เขาจะเป็นไรไป
“หากเขายินดีกลับมารับใช้ราชส านัก เรายินดีมอบต าแหน่งอ๋อง
ต่างสกุลให้เขา”
เมื่อได้ยินจักรพรรดิซุ่นอู่พูดอย่างนี้ หนานอวี่ก็รีบประสานมือ
ค านับทันที่
“เช่นนั้นกระหม่อมจะติดต่อกับโม่จิ่วเยี่ยทันทีพ่ะย่ะค่ะ”
สงครามที่ชายแดนตะวันได้เริ่มขึ้นแล้ว แม้ว่ายังไม่สามารถโน้ม
น้าวให้โม่จิ่วเยี่ยน าทัพออกรบได้ แต่การสนับสนุนจากราชส านักก็ยัง
ต้องมี
ด้วยเหตุนี้หลังจากหนานอวี่ตัดสินใจ เขาก็ได้เอ่ยชื่อขุนพล
หลายคนต่อหน้าจักรพรรดิซุ่นอู่และขุนนางทั้งหลาย สั่งให้พวกเขา
น ากองก าลังส่วนหนึ่งรีบไปช่วยสนับสนุน
ขณะเดียวกันก็แจ้งให้พวกเขาทราบว่าโม่จิ่วเยี่ยตอนนี้อยู่ที่ซีเป่ย
หากเขาตกลงจะน าทัพออกรบ ทุกคนจะต้องฟังค าสั่งจากเขาทั้งหมด
หนานอวี่ยังรู้ด้วยว่ามีบุรุษสกุลโม่ที่ยังมีชีวิตอยู่บางส่วน แต่เรื่อง
นี้ยังไม่ได้เปิดเผย เขาเองก็ไม่คิดจะพูดออกมาในตอนนี้
ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดจากสกุลโม่ที่ออกรบ ล้วนเป็นแม่ทัพที่หาได้ยาก
ยิ่ง
หลังจากเลิกประชุมยามเช้า หนานรุ่ยรู้ว่าหนานอวี่จะไปพูดโน้ม
น้าวโม่จิ่วเยี่ย จึงอาสารับหน้าที่จัดการเรื่องการออกรบของบรรดา
ขุนพลเหล่านั้น
หนานอวี่ติดตามเสนาบดีเฮ่อไปยังจวนเสนาบดี
ระหว่างทาง เสนาบดีเฮ่อถอนหายใจไม่หยุด
หนานอวี่ย่อมรู้เหตุผลที่เขาถอนหายใจ
“ใต้เท้าเฮ่อไม่ต้องการให้จิ่วเยี่ยมีส่วนเกี่ยวข้องกับราชส านักอีก
ต่อไปหรือ?”
เมื่อเผชิญหน้ากับหนานอวี่ เสนาบดีเฮ่อถือว่าเขาเป็นพวก
เดียวกันจึงไม่มีอะไรต้องปิดบัง
“เป็นเช่นนั้นจริง ๆ แม้ข้าจะไม่ได้พูดคุยกับจิ่วเยี่ยมากนัก แต่ข้า
สามารถมองออกว่าเขาหมดหวังกับราชส านักแล้ว อย่าว่าแต่จะให้
ต าแหน่งอ๋องต่างสกุลเลย หากพูดตรง ๆ ก็คือ ข้าเกรงว่าแม้แต่
บัลลังก์มังกรก็คงไม่อาจท าให้เขานึกอยากนั่งได้”
ค าพูดนี้ไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย นับตั้งแต่วันที่เฮ่อจือหร่านเพิ่งแต่ง
เข้าบ้าน โม่จิ่วเยี่ยก็ถูกลงโทษโบยห้าสิบไม้ที่วังหลวงอย่างไร้สาเหตุ
เป็นครั้งแรกและรอดชีวิตมาได้
ระหว่างการเนรเทศ เขาก็ผิดหวังกับราชส านัก แม้แต่ความอาลัย
เพียงเล็กน้อยก็ไม่มี
แล้วหนานอวี่จะไม่เข้าใจเหตุผลนี้ได้อย่างไร?
การที่เขายังคิดที่จะลองเกลี้ยกล่อมดู ก็เพราะก าลังเสี่ยงดวงว่า
โม่จิ่วเยี่ยจะยังยินดีท าเพื่อผลประโยชน์บางอย่างให้กับทายาทของ
ตนเองหรือไม่