ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 543 พวกเราต้องไม่ถูกบังคับฝืนใจ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 543 พวกเราต้องไม่ถูกบังคับฝืนใจ
ทั้งสองคนเพิ่งกลับมาถึงที่พักของตน โม่จิ่วเยี่ยก็ถามอย่างใจ
ร้อน “หร่านหร่าน เหตุใดเจ้าถึงให้ความหวังหนานอวี่อย่างนั้น”
เฮ่อจือหร่านคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทันทีตอนที่หนานอวี่เอ่ยปาก จึง
ไม่แปลกที่สามีนางจะไม่เข้าใจความตั้งใจของนางเลย
“ท่านพี่ ท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าจะให้ซีเป่ยมาเป็นดินแดนของ
ตัวเอง”
“เจ้าหมายถึงเขตปกครองของท่านอ๋องหรือ” โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกว่า
เรื่องนี้น่าเหลือเชื่อ ไม่ต้องพูดถึงว่าเขาไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน แค่
พูดถึงราชวงศ์ต้าซุ่น อย่าว่าแต่อ๋องต่างสกุลเลย แม้แต่เชื้อพระวงศ์ก็
ไม่เคยได้รับเขตปกครองมาก่อน
ถึงแม้เฮ่อจือหร่านจะไม่ใช่คนที่เกิดและเติบโตที่นี่ แต่จาก
ประวัติศาสตร์ที่นางเรียนรู้มา ก็รู้ว่าราชวงศ์ต้าซุ่นนับตั้งแต่สถาปนา
ราชวงศ์ ไม่เคยมีอ๋องคนไหนได้รับเขตปกครองเลย
กระทั่งอ๋องหย่งอันผู้เคยมีชื่อเสียงโด่งดังก็ยังไม่เคยได้รับเกียรติ
เช่นนี้มาก่อน
“ท่านพี่ลองคิดดูสิ พวกเราสกุลโม่ตอนนี้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่ซี
เป่ย ไม่ขาดแคลนเงินทองและวิธีหาเงิน สิ่งเดียวที่ขาดคืออะไรเล่า?”
ประเด็นนี้ไม่มีข้อโต้แย้ง โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงค าตอบนี้ได้
ขณะเดียวกันเขาก็นึกถึงปัญหาหลายอย่าง เช่นเดียวกับที่เฮ่อจื
อหร่านคิดเมื่อครู่นี้
“หร่านหร่าน เจ้าหมายความว่าหากสกุลโม่ของข้าจะกลับคืนสู่
ราชส านักอีกครั้ง เงื่อนไขก็คือต้องการดินแดนที่เป็นของตัวเองใช่
หรือไม่?”
เฮ่อจือหร่านแต่งงานกับโม่จิ่วเยี่ย สิ่งที่น่ายินดีที่สุดคือการที่อีก
ฝ่ายเข้าใจนาง เข้าใจว่านางก าลังคิดอะไร และสามารถเข้าใจได้
อย่างทะลุปรุโปร่งจากค าพูดเพียงเล็กน้อย
“ข้าคิดเช่นนี้…”
เฮ่อจือหร่านเปิดเผยความคิดที่เพิ่งคิดได้ขึ้นมาของตนเอง
ทั้งหมด จากนั้นก็จ้องมองโม่จิ่วเยี่ย
นางไม่ได้เรียกร้องให้โม่จิ่วเยี่ยท าตามที่นางพูด แต่เป็นการมอบ
สิทธิ์ตัดสินใจครั้งนี้ให้กับอีกฝ่าย
หากโม่จิ่วเยี่ยยังไม่เต็มใจ นางก็จะไม่พยายามโน้มน้าวอีก
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ตอบทันที่ แต่จมอยู่ในภวังค์ความคิด ผ่านไปครู่
ใหญ่เขาจึงเอ่ยว่า
“หร่านหร่าน เจ้าคิดว่าจักรพรรดิซุ่นอู่จะยอมรับข้อเรียกร้องของ
พวกเราหรือไม่?”
เรื่องนี้เฮ่อจือหร่านยังค่อนข้างมั่นใจ ยิ่งไปกว่านั้น หาก
จักรพรรดิซุ่นอู่ไม่ยอมรับ พวกเขาก็แค่กลับไปซีเป่ยและใช้ชีวิตอย่าง
สงบสุขในฐานะคนธรรมดาได้
“เรื่องราวในราชส านักท่านควรจะรู้ดีกว่าข้า ตอนนี้ดูเหมือนชน
เผ่าหมานอี๋จะมารุกราน แต่ท่านลองคิดถึงหนานเจียงที่จ้องจะ
ครอบครองดินแดนของต้าซุ่นอยู่ตลอดเวลา หากพวกเขาได้ยินว่า
ชนเผ่าหมานอี๋โจมตีต้าซุ่น แล้วจะยอมพลาดโอกาสอันดีในการ
ร่วมมือกับชนเผ่าหมานอี๋โจมตีจากสองทางหรือ?”
“แม้จักรพรรดิซุ่นอู่จะโง่เขลาเบาปัญญา ไม่สามารถคิดได้ลึกซึ้ง
ถึงเพียงนั้น แต่หนานอวี่ต่างออกไป เขามีวิสัยทัศน์กว้างไกล จะ
เป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่เข้าใจถึงความเสียเปรียบนี้?”
หากเผ่าชนเผ่าหมานอี๋ร่วมมือกับหนานเจียงโจมตีต้าซุ่น ต้าซุ่น
จะถูกโจมตีทั้งด้านหน้าและด้านหลัง อีกทั้งในราชส านักก็ไม่มีขุนพล
ที่สามารถน าทัพได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับต้าซุ่นเมื่อถึงตอนนั้นก็เข้าใจได้
โดยไม่ต้องพูดถึง
หากสามีเห็นด้วยกับความคิดของนาง หลังได้พบกับหนานอวี่อีก
ครั้ง นางจะเสนอเงื่อนไขให้สกุลโม่กลับสู่ราชส านัก หากเขาไม่เห็น
ด้วยก็จะอธิบายถึงประโยชน์และโทษในอนาคตให้ชัดเจน
นางไม่เชื่อว่าด้วยความเฉลียวฉลาดของหนานอวี่ อีกฝ่ายจะรู้ไม่
ชัดเจน
อีกอย่าง การแบ่งดินแดนซีเป่ยให้เป็นเขตปกครองของพวกเขา
ไม่ใช่การให้จักรพรรดิซุ่นอู่ยกดินแดนให้ ดูภายนอกซีเป่ยก็ยังคงอยู่
ภายใต้การปกครองของต้าซุ่น
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือที่นั่นมีเจ้าของที่สามารถน าพา
ชีวิตใหม่มาสู่ผู้คนได้
เมื่อมีดินแดนในปกครองแล้ว พวกเราก็สามารถเลี้ยงดูทหารได้
อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีใครจะมาหาเรื่องอะไรได้อีก
อีกทั้งพวกเขาก็ไม่มีความคิดจะทรยศต่อราชวงศ์ต้าซุ่น เพียง
ต้องการให้ชีวิตของคนในครอบครัวมีหลักประกันเพิ่มขึ้นอีกขั้น
เท่านั้น
แน่นอนว่าเมื่อวันเวลาผ่านไปนาน ก็อาจจะท าให้ผู้มีอ านาจบาง
คนเกิดความหวาดระแวง
แต่แม้จะเกิดความหวาดระแวงก็คงเป็นเรื่องในอีกหลายปี
ข้างหน้า
เมื่อถึงเวลานั้น ปีกของพวกเขาก็คงจะแข็งแกร่งเต็มที่แล้ว อีกทั้ง
พวกเขายังมีระเบิดซึ่งเป็นอาวุธที่มีอานุภาพท าลายล้างสูงอยู่ ไม่ว่าจะ
เป็นใคร หากคิดจะท าอะไรกับสกุลโม่ของพวกเขา ก็คงจะมีทางไปแต่
ไม่มีทางกลับ
ความหมายของเฮ่อจือหร่านนั้นชัดเจน สกุลโม่ต้องการเพียงใช้
ชีวิตอย่างสงบสุข ตราบใดที่ไม่ไปท าเรื่องใหญ่โตร้ายแรงเหล่านั้น
พวกเราก็จะไม่ท าสิ่งใดที่เป็นภัยคุกคามต่อราชวงศ์ต้าซุ่น
หากราชส านักเกิดระแคะระคายขึ้นมา ถึงตอนนั้นสกุลโม่ของ
พวกเขาก็จะแข็งแกร่งเต็มที่ ต่อให้จะก่อกบฏต่อราชวงศ์ต้าซุ่นแล้วจะ
อย่างไร?
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงหนทางที่เฮ่อจือหร่านคิดไว้เท่านั้น ใน
ความคิดของนางกับโม่จิ่วเยี่ยไม่เคยมีแผนการจะก่อกบฏหรือท าเรื่อง
ใดในลักษณะเช่นนี้มาก่อน
แต่ทุกคนล้วนมีเส้นตาย เส้นตายนี้คือราชส านักจะต้องไม่คิดร้าย
ต่อสกุลโม่
ตราบใดที่ไม่มีใครล่วงล ้าเส้นตายนี้ พวกเขาก็จะใช้ชีวิตอย่าง
สงบสุขที่ซีเป่ยและอาจกลายเป็นก าแพงที่ส าคัญต่อต้านการรุกราน
ของชนเผ่าหมานอี๋ที่ชายแดนตะวันตกได้อีกด้วย
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกว่าสิ่งที่เฮ่อจือหร่านพูดนั้นมีเหตุผลมากขึ้น
“หากเป็นเช่นนั้น พวกเราก็ควรพูดตรง ๆ กับหนานอวี่ อย่างไรก็
ตาม พวกเราต้องไม่ถูกบังคับฝืนใจ”
เฮ่อจือหร่านย่อมไม่เคยคิดจะบังคับฝืนใจอยู่แล้ว
“ได้ พวกเราไปหาเขากันเดี๋ยวนี้เลย”
เมื่อหนานอวี่เห็นทั้งสองคนเดินกลับมา ในทันใดนั้นเขาก็รู้สึก
ราวกับมีดอกไม้ในใจก าลังบานสะพรั่ง
“คุณชายเก้า ฮูหยินเก้า พวกท่านตกลงแล้วใช่หรือไม่”
“องค์ชายสาม เรื่องนี้พวกข้าสามารถพิจารณาได้ แต่มีเงื่อนไข
ว่าท่านต้องยอมรับข้อเสนอของพวกข้าหนึ่งข้อ”
“เงื่อนไขอะไรรีบบอกมาเถอะ อย่าว่าแต่หนึ่งข้อเลย ขอเพียงท่าน
กลับมา จะมีสิบข้อข้าก็ยอม”
หนานอวี่แสดงท่าทีร้อนใจต่อหน้าทั้งสองเป็นครั้งแรก เห็นได้ชัด
ถึงจิตใจที่ต้องการคนมีความสามารถของเขา
โม่จิ่วเยี่ยยิ้มบางกล่าวว่า “ข้าไม่อ้อมค้อมกับองค์ชายสาม มี
เพียงเงื่อนไขเดียวเท่านั้น เมื่อครู่องค์ชายสามได้กล่าวว่าหากสกุลโม่
ของข้ากลับคืนสู่ราชส านัก อาจจะได้รับพระราชทานต าแหน่งอ๋อง
เรื่องนี้ข้าไม่มีข้อคัดค้าน แต่มีข้อแม้ว่า ข้าจะขอดินแดนซีเป่ยมาเป็น
เขตปกครอง หากสามารถตอบสนองข้อเรียกร้องนี้ของข้าได้ บิดา
และบุตรชายสกุลโม่ก็พร้อมสวมชุดเกราะออกรบทันที”
ถึงตอนนั้นหากหนานอวี่ขึ้นครองอ านาจ โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่คิดจะ
ปิดบังข่าวที่บรรดาบุรุษสกุลโม่ยังมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
เรื่องการขอดินแดนซีเป่ยมาเป็นเขตปกครองนั้น ก่อนจะเอ่ยกับ
หนานอวี่ เขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าอีกฝ่ายจะต้องตอบตกลง
เมื่อถึงเวลานั้น บรรดาบุรุษแห่งสกุลโม่จะต้องปรากฏตัวต่อหน้า
ทุกคน แทนที่จะรอจนถึงตอนนั้นแล้วค่อยบอก ไม่สู้ให้หนานอวี่รู้เสีย
แต่เนิ่น ๆ จะได้แสดงถึงความจริงใจของเขาด้วย
หนานอวี่พลันถูกค าพูดนั้นสะเทือนใจอย่างแท้จริง
หากพูดว่าพี่ชายของโม่จิ่วเยี่ยฟื้นคืนชีพ เขาก็พอรู้อยู่บ้าง แต่
โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งพูดอะไร
เขาบอกว่า บิดาและบุตรชายสกุลโม่จะสวมเกราะออกรบ
นี่หมายความว่าอะไร
หมายความว่านายท่านผู้เฒ่าแห่งสกุลโม่ก็ยังมีชีวิตอยู่
นี่ช่างท าให้ผู้คนรู้สึกราวกับว่ามันเป็นเรื่องเหลือเชื่อนัก
หนานอวี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังอดถามออกไปไม่ได้
“คุณชายเก้า ท่านเพิ่งบอกว่า บิดาและบุตรชายสกุลโม่จะสวม
เกราะออกรบ ค าพูดนี้หมายความว่าอย่างไรกันแน่?”
ในเมื่อโม่จิ่วเยี่ยเลือกจะบอกแล้วก็ไม่คิดจะปิดบังอีก
เขาเล่าเรื่องราวคร่าว ๆ ถึงวิธีที่เขาค้นพบว่าบุรุษทั้งหมดของ
สกุลโม่ยังมีชีวิตอยู่ และได้พบพวกเขาอย่างไร
หนานอวี่ฟังแล้วก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจต่อโชคชะตาของคนสกุลโม่
นัก
“ข้าไม่คิดเลยว่า สกุลโมซึ่งมีแต่ผู้จงรักภักดี จะต้องประสบชะตา กรรมมากมายขนาดนี”