ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 547 ขอให้องค์จักรพรรดิท าตามความประสงค์ของสวรรค์
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 547 ขอให้องค์จักรพรรดิท าตามความประสงค์ของสวรรค์
เดิมทีคิดว่าหลังจากพูดเรื่องเหล่านี้แล้ว โม่จิ่วเยี่ยจะใช้เวลา
ครุ่นคิดสักหน่อย เพราะเรื่องนี้มันน่าเหลือเชื่อเกินไป
แต่โม่จิ่วเยี่ยกลับไม่ได้ท าเช่นนั้น เขากุมมือของเฮ่อจือหร่าน
แน่น
“หร่านหร่าน ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าคือเทพที่สวรรค์ส่งมาช่วยสกุลโม่
และช่วยข้าใช่หรือไม่?”
เฮ่อจือหร่านไม่กล้ารับค าว่าเทพ แต่การมาของนางก็ช่วยชีวิต
คนทั้งสกุลโม่จริง ๆ
“ท่านพี่อย่าลืมสิ ข้าก็เป็นคนของสกุลโม่เช่นกัน หากคนใน
ครอบครัวมีปัญหาจะนิ่งดูดายได้อย่างไร เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเป็น
เทพหรือไม่เป็นเทพเลยสักนิด”
เฮ่อจือหร่านแต่เดิมยังกังวลว่าหากบอกความจริงออกไปแล้ว โม่
จิ่วเยี่ยจะคิดว่านางเป็นผีสาง แต่ผลลัพธ์คือเขากลับบอกนางว่าเป็น
เทพเสียอย่างนั้น
ไม่ว่าอย่างไร เฮ่อจือหร่านก็เปิดเผยความจริงทั้งหมดต่อโม่จิ่ว
เยี่ยได้ส าเร็จ พอต้องเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง นางก็รู้สึกโล่งใจอย่าง
บอกไม่ถูก
ทั้งคู่สนทนากับนักพรตหยวนชิงต่ออีกสักพัก พวกเขาถึงได้รู้ว่า
นักพรตหยวนชิงตั้งใจจะมาเมืองหลวงโดยเฉพาะ
จุดประสงค์ที่มายังเมืองหลวงคือต้องการชี้แนะจักรพรรดิซุ่นอู่สัก
หน่อย หวังว่าจักรพรรดิซุ่นอู่จะสามารถท าตามความประสงค์ของ
สวรรค์ได้
โม่จิ่วเยี่ยค่อนข้างรู้จักจักรพรรดิซุ่นอู่ดี การที่เขานับถือลัทธิเต๋า
ไม่ใช่ความลับอะไร นักพรตหยวนชิงย่อมจะได้เข้าพบเขาแน่นอน
นอกจากนี้ หลังจากได้ติดต่อกับนักพรตหยวนชิงเขาก็เข้าใจ
แล้วว่า อีกฝ่ายไม่ใช่พวกต้มตุ๋นที่หลอกกินหลอกดื่มในยุทธภพ แต่
เป็นปรมาจารย์ผู้มีความสามารถจริง ๆ ค าพูดของเขามีเหตุผลและ
หลักฐาน จักรพรรดิซุ่นอู่จะต้องรับฟังแน่
เขาวางแผนจะใช้โอกาสนี้ช่วยผลักดันให้หนานอวี่ขึ้นสู่ต าแหน่ง
โดยเร็ว
ต้องบอกว่า โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านใจตรงกันจริง ๆ ทั้งสองคน
ต่างคิดถึงเรื่องเดียวกันในตอนนี้
“นักพรต ในเมื่อท่านท านายถึงการปรากฏตัวของจักรพรรดิผู้
ชาญฉลาดแล้ว การเดินทางครั้งนี้จะช่วยผลักดันต่ออีกสักหน่อยได้
หรือไม่” เฮ่อจือหร่านกล่าวอย่างจริงใจ
“ท่านต้องการให้ข้าท าอะไรหรือ” นักพรตหยวนชิงถามด้วยสี
หน้าเต็มไปด้วยความสนใจ
เฮ่อจือหร่านเอ่ยความคิดในใจออกมา นางเชื่อมั่นว่าการกระท า
เช่นนี้จะท าให้หนทางการขึ้นครองราชย์ของหนานอวี่ราบรื่นขึ้น
การกระท าของนางส่วนหนึ่งเพราะค านึงถึงมิตรภาพระหว่างพวก
เขา อีกส่วนคือค านึงถึงราษฎรทั่วหล้า เพียงหนานอวี่ได้เป็นเจ้าของ
แผ่นดินต้าซุ่นอย่างแท้จริง ประชาชนจึงจะมีชีวิตที่ดีขึ้นเร็วกว่าเดิม
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ช้าบุรุษสกุลโม่ก็จะออกรบอีกครั้ง หากได้รับการ
สนับสนุนโดยตรงจากหนานอวี่ ย่อมดีกว่าต้องขออนุญาตจักรพรรดิ
ซุ่นอู่ทุกเรื่อง
นักพรตหยวนชิงตอบรับข้อเสนอของเฮ่อจือหร่านโดยไม่ลังเล
ตราบใดที่ไม่ขัดต่อประสงค์สวรรค์ การท าเช่นนี้ก็ถือเป็นเพียงเรื่อง
เล็กน้อยเท่านั้น
……
จักรพรรดิซุ่นอู่สนทนากับนักพรตหยวนชิงอยู่นาน หลังจากนั้น
ก็เชื่อค าพูดของเขาสนิทใจ ในวันนั้นเองก็สั่งคนไปสร้างแท่นบูชาใจ
กลางเมืองหลวงด้วยตนเอง
แท่นบูชาไม่มีอะไรแตกต่างจากที่เห็นทั่วไป สิ่งเดียวที่ต่างออกไป
คือไม่มีการวางเครื่องเซ่นไหว้ แต่แทนที่ด้วยม้วนกระดาษที่เขียนชื่อ
ของโอรสทั้งสามคน
ม้วนกระดาษสามม้วน แต่ละม้วนเขียนชื่อของหนานรุ่ย หนานอวี่
และองค์ชายสี่หนานจิ่น ถูกจัดวางโดยนักพรตหยวนชิงบนแท่นบูชา
ตามล าดับของอายุจากซ้ายไปขวา
นอกจากนี้เครื่องที่ใช้ในพิธีกรรม เช่น เทียนไฟก็ถูกจัดวาง
เรียบร้อยแล้ว รอถึงยามจื่อ เขาก็จะท าพิธีอธิษฐาน
ในที่สุดก็ถึงยามจื่อ ท้องฟ้าคืนนี้ไม่เป็นใจ อย่าว่าแต่ดวงดาวเลย
แม้แต่ดวงจันทร์ก็ถูกเมฆด าบดบังรอบตัวจักรพรรดิซุ่นอู่ห้อมล้อม
ด้วยข้าราชบริพารที่ถือโคมไฟส่องสว่าง แต่ต าแหน่งที่เขายืนอยู่
ยังคงห่างจากแท่นบูชาอยู่บ้าง ท าให้บริเวณรอบแท่นบูชายังคงมืด
สนิท
ครู่ต่อมา เห็นแสงไฟวูบหนึ่งปรากฏขึ้นที่ต าแหน่งของแท่นบูชา
นั่นคือนักพรตหยวนชิงซึ่งจุดไฟเผายันต์
ยันต์และเปลวไฟเริ่มลอยขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรีช้า ๆ ตามการ
ร่ายคาถาของนักพรตหยวนชิง
ขณะที่ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอดูการเคลื่อนไหวขั้นต่อไป แสง
วิบวับก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งบนท้องฟ้าอันมืดมิด
เฮ่อจือหร่านควบคุมโดรนจากระยะไกล ค่อย ๆ มุ่งหน้าไปทาง
แท่นบูชา ไม่นานนัก แสงสว่างก็มาถึงบริเวณใกล้แท่นบูชา ไม่รู้ว่า
เป็นเพราะต้องการหลีกเลี่ยงข้อครหาหรือไม่ นักพรตหยวนชิงก็รีบ
เคลื่อนกายมายืนข้างจักรพรรดิซุ่นอู่เพื่อร่วมสังเกตการณ์ไปด้วยกัน
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่แสงสว่างนั้นอย่างเคร่งเครียด แม้
จะเห็นไม่ชัดเจน แต่พวกเขาล้วนรู้ดีว่านั่นคือต าแหน่งของแท่นบูชา
จุดแสงเล็ก ๆ วนเวียนอยู่หน้าม้วนกระดาษที่เขียนชะตาชีวิตของ
เหล่าองค์ชายบนแท่นบูชาสองสามรอบ ก่อนจะลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของคนทั้งหลาย
ก่อนจุดแสงจะหายไปอย่างสิ้นเชิง ก็ได้ยินเสียงนักพรตหยวนชิง
อุทานด้วยความชื่นชมดังลั่น “เป็นประสงค์ของสวรรค์… ประสงค์ของ
สวรรค์มาถึงแล้วจริง ๆ …”
จักรพรรดิซุ่นอู่มีสีหน้าไม่เข้าใจ “เราขอถามท่านนักพรต ค าพูด
ของท่านหมายความว่าอย่างไร แล้วแสงสว่างนั้นมาจากที่ใดกัน?”
ค าพูดที่ตามมาทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งที่เฮ่อจือหร่านบอกไว้ นักพรต
หยวนชิงเพื่อแสดงละครฉากนี้ให้ดี จึงท่องจ าไว้หลายรอบแล้ว
“องค์จักรพรรดิ วันนี้เมฆด าปกคลุมท้องฟ้า ไม่อาจมองเห็น
ดวงดาวได้ แน่นอนว่านี่ต้องเป็นดาวจื่อเว่ยที่ต้องการปกป้องจอม
กษัตริย์ผู้ทรงปัญญาขึ้นครองราชย์ จึงได้ลงมายังโลกมนุษย์ด้วย
ตัวเอง นี่คือลางบอกเหตุแห่งความรุ่งเรืองของราชวงศ์ต้าซุ่นของพวก
เรา…”
จักรพรรดิซุ่นอู่เชื่อค าพูดของนักพรตหยวนชิงสนิทใจ
การลงมาของดาวจื่อเว่ยนั้นเป็นสิ่งที่เขาได้เห็นกับตาตนเอง แสง
ระยิบระยับที่ลอยลงมาจากฟากฟ้าเมื่อครู่ หากไม่ใช่ดวงดาวแล้วจะ
เป็นอะไรไปได้อีกเล่า?
“ท่านนักพรตหมายความว่า ผู้ปกครองที่ชาญฉลาดที่ท่านพูดถึง
รับรู้แล้วหรือ?”
นักพรตหยวนชิงยังคงแสดงต่อไป เขาท าหน้าพึงพอใจพลางลูบ
เคราของตน ชี้ไปทางแท่นบูชาและกล่าวว่า “ผลเป็นอย่างไร องค์
จักรพรรดิ หากพระองค์เสด็จไปตรวจดูก็จะทราบ”
จักรพรรดิซุ่นอู่ร้อนใจจะไปตรวจดูมานานแล้ว เพียงแต่เมื่อครู่
นักพรตหยวนชิงยังไม่ได้เอ่ยปาก เขาจึงไม่กล้าพลีพลาม เกรงว่าจะ
ท าให้เทพโกรธเคือง
หลังค าพูดของนักพรตหยวนชิงเพิ่งสิ้นเสียงลง จักรพรรดิซุ่นอู่ก็
ทรงเรียกองค์ชายและเหล่าขุนนางให้ไปตรวจดูที่แท่นบูชา
เมื่อองค์จักรพรรดิเคลื่อนไหว พวกข้ารับใช้ที่ถือโคมไฟเหล่านั้น
ก็ต้องติดตามไปทั้งซ้ายขวา
จักรพรรดิซุ่นอู่เดินทางมาถึงบริเวณแท่นบูชา ที่นั่นจึงไม่ได้มืด
มิดอีกต่อไป
แม้ว่าแสงสว่างจะไม่อาจเรียกได้ว่าสว่างราวกับกลางวัน แต่การ
มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ตรงหน้าอย่างชัดเจนก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นแต่อย่าง
ใด
จักรพรรดิซุ่นอู่เห็นวัตถุที่ห่อหุ้มด้วยผ้าไหมสีเหลืองสดบนแท่น
บูชาทันที่
สิ่งนี้ส าหรับเขาแล้ว ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน
“นี่…นี่คือตราแผ่นดินหยก…”
ไม่เพียงจักรพรรดิซุ่นอู่ที่ตกตะลึง เหล่าขุนนางซึ่งติดตามมาด้วย
ก็พากันอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
เรื่องตราแผ่นดินหยกหายไปได้สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วทั้ง
เมืองหลวง ไม่คิดว่าสิ่งของที่หายไปจะปรากฏขึ้นอย่างง่ายดายเช่นนี้
อีกทั้งยังเป็นดาวจื่อเว่ยที่น าพามาอีกด้วย…
เรื่องนี้ช่างน่าประหลาดใจเหลือเกิน
ไม่นานนักก็มีคนคุกเข่าลง
“องค์จักรพรรดิ ตราแผ่นดินหยกสูญหายแล้วได้คืนมา อีกทั้งยัง
วางอยู่บนม้วนกระดาษที่มีชื่อขององค์ชาย นี่คือประสงค์แห่งสวรรค์
จริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ!”
ต่อมาผู้คนก็ทยอยคุกเข่าลงและร้องเสียงดังพร้อมกันว่า “ขอองค์
จักรพรรดิทรงท าตามประสงค์แห่งสวรรค์ด้วยเถอะ…”
“ขอองค์จักรพรรดิทรงท าตามประสงค์แห่งสวรรค์ด้วยเถอะ!”
แม้จะกล่าวว่าขอให้องค์จักรพรรดิท าตามประสงค์สวรรค์อย่าง
ไพเราะ แต่ความจริงแล้วใคร ๆ ก็ล้วนเข้าใจว่า คนเหล่านี้หวังให้
จักรพรรดิซุ่นอู่สละราชบัลลังก์ให้จักรพรรดิผู้เรืองปัญญาด้วยความ
เต็มใจ
เดิมทีคิดว่าจักรพรรดิซุ่นอู่จะโมโหเพราะเรื่องนี้ เพราะการกระท า
เช่นนี้ของพวกเขาไม่ต่างอะไรกับการบีบบังคับ วันนี้พวกเขากล้าท า
เช่นนี้ก็ด้วยคิดว่ามีคนอยู่มากย่อมจะไม่ถูกลงโทษนั่นเอง