ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 548 ขอแสดงความยินดีกับองค์ชายสาม
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 548 ขอแสดงความยินดีกับองค์ชายสาม
ใครจะรู้ว่าวันนี้จักรพรรดิซุ่นอู่กลับแสดงท่าทีผิดไป
เขาไม่ได้ให้เหล่าขุนนางลุกขึ้นและไม่ได้โกรธเกรี้ยวอย่างที่คิด
ไว้ แต่กลับรับโคมไฟจากมือของนางก านัลที่อยู่ข้างกายมาแล้วก้าว
ยาว ๆ ไปหน้าแท่นบูชา
หนานรุ่ยกับหนานอวี่เห็นดังนั้นจึงรับโคมไฟจากมือนางก านัล
แล้วตามไปด้วย
ม้วนกระดาษสามม้วนที่มีชื่อของเหล่าองค์ชายบนแท่นบูชาเป็น
สิ่งที่เขาวางไว้ด้วยมือตนเอง ตราบใดที่ไม่มีใครจงใจไปท าให้
เปลี่ยนแปลง ต าแหน่งก็จะไม่ผิดพลาด
ตราแผ่นดินหยกวางอยู่บนม้วนกระดาษที่มีชื่อของหนานอวี่ซึ่ง
อยู่ตรงกลางพอดี
จักรพรรดิซุ่นอู่รีบคว้าตราแผ่นดินหยกขึ้นมาอย่างใจร้อน แต่
กลับไม่ได้ตรวจสอบมันทันที่ จ้องมองม้วนกระดาษที่อยู่ใต้ตรา
แผ่นดินหยกเขม็ง
ทุกคนที่อยู่ในที่นั่นต่างเห็นได้ชัดว่าบนม้วนกระดาษมีชื่อของ
หนานอวี่ที่เขียนด้วยลายมือของจักรพรรดิซุ่นอู่เอง
จักรพรรดิซุ่นอู่มองหนานอวี่อยู่นานมาก
ไม่ว่าจะเบาปัญญาเพียงใด เขาก็ยังคงเป็นจักรพรรดิองค์หนึ่ง
สายตาคมกริบนี้ท าให้หนานอวี่รู้สึกถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็น
ชั่วขณะ
ตอนที่หนานอวี่ก าลังจะพูดอะไรบางอย่าง จักรพรรดิซุ่นอู่ก็
หัวเราะดังลั่น
“ฮ่า ๆ ๆ … สวรรค์ท าต่อเราไม่เลวเลย ให้เราได้อยู่รอจนถึงวันที่มี
ผู้สืบทอดบัลลังก์เป็นจอมจักรพรรดิในตอนที่เรายังมีชีวิตอยู่”
ขณะเอ่ย มือใหญ่ของเขาตบลงบนไหล่ของหนานอวี่แรง ๆ
“ในเมื่อเป็นความประสงค์ของสวรรค์ จะมีเหตุผลใดให้ขัดขืน
เล่า? วันนี้เราขอประกาศแต่งตั้งองค์ชายสามหนานอวี่เป็นรัชทายาท
อีกสามวันเราจะสละราชสมบัติให้เขาอย่างเป็นทางการ เราจะได้เป็น
ปลดระวาง ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวของโลกและใช้ชีวิตที่เหลือ
อย่างสงบสุขเสียที”
ค าพูดนี้ที่เอ่ยออกมา อาจกล่าวได้ว่าท าให้เหล่าขุนนางทั้งบุ๋น
บู๊ตกตะลึงอย่างยิ่ง
ในประวัติศาสตร์ยังไม่เคยได้ยินว่ามีจักรพรรดิคนใดที่ยังแข็งแรง
เป็นปกติแล้วยอมสละราชสมบัติ โดยเฉพาะจักรพรรดิซุ่นอู่ เขาโง่
เขลาและไร้คุณธรรม ไม่เคยคิดถึงผู้อื่นหรือประชาชนเลย
แม้ว่าเรื่องวันนี้จะเป็นความประสงค์ของสวรรค์ แต่การกระท า
ของเขาก็ยังท าให้ทุกคนประหลาดใจนัก
หนานอวี่ย่อมสนใจในต าแหน่ง แต่เขาไม่คิดว่าจะได้สืบทอด
บัลลังก์เร็วขนาดนี้ เพราะเขาเพิ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นองค์ชายไม่
นาน และสุขภาพของบิดาก็ยังไม่ถึงขั้นจะต้องสละราชสมบัติ
เขาขอเพียงได้นั่งในต าแหน่งรัชทายาทให้มั่นคงก่อน สามารถ
ควบคุมอ านาจได้ก็พอ เมื่อถึงเวลานั้น บัลลังก์นี้ก็ต้องเป็นของเขาใน
ที่สุด
ไม่คิดว่าวันนี้บิดาจะท าเรื่องเหนือความคาดหมายเช่นนี้
“เสด็จพ่อ พระวรกายของพระองค์ยังแข็งแรงดี การที่พระองค์จะ
ยังคงด ารงต าแหน่งนี้ต่อไปก็ไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด กระหม่อมอายุ
ยังน้อย จ าเป็นต้องเรียนรู้วิธีการปกครองบ้านเมืองจากพระองค์อีก
มาก”
จักรพรรดิซุ่นอู่โบกมือ กล่าวด้วยน ้าเสียงหนักแน่นว่า “เราต้อง
ท าตามความประสงค์ของสวรรค์ เรื่องนี้ไม่จ าเป็นต้องถกเถียงกันอีก”
เพียงประโยคเดียว จักรพรรดิซุ่นอู่ก็ท าให้บรรดาขุนนางต้อง
กลืนค าพูดที่ก าลังจะเอ่ยออกมากลับลงไป
เมื่อเห็นว่าเรื่องราวจบลงอย่างราบรื่น นักพรตหยวนชิงก็กล่าวลา
จักรพรรดิซุ่นอู่ต่อหน้าผู้คน ก่อนจะจากไป เขายังมองหนานอวี่ด้วย
ความปลาบปลื้มและค้อมกายค านับให้อย่างสง่างาม
“ประชาชนทั่วหล้ารอคอยพรอันประเสริฐอยู่…”
สิ้นเสียง ก็เห็นเพียงแส้ขนในมือของนักพรตหยวนชิงสะบัด
ออกไป
โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านที่ซ่อนตัวอยู่ในที่มืดเห็นว่าได้ผลลัพธ์
ตามต้องการแล้ว จึงย่างเท้าท่ามกลางแสงจันทร์กลับไปยังจวน
เสนาบดี
นี่คือวิธีที่เฮ่อจือหร่านขอให้นักพรตหยวนชิงช่วยผลักดัน
สถานการณ์
แต่เดิมนักพรตหยวนชิงเพียงต้องการจะเตือนสติจักรพรรดิซุ่นอู่
เท่านั้น ไม่ได้คิดจะสร้างแท่นบูชาอะไรทั้งสิ้น แต่เมื่อได้ยินว่าตรา
แผ่นดินหยกอยู่ในมือของเฮ่อจือหร่าน สิ่งนี้กลับกลายเป็นแรง
สนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ส าหรับสิ่งที่ข้าเชื่อว่าเป็นความประสงค์ของสวรรค์
ดังนั้น เขาจึงตกลงรับค าขอของเฮ่อจือหร่านโดยไม่ลังเล อาจ
กล่าวได้ว่าความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายลงตัวไร้ที่ติ และยังท าให้ตรา
แผ่นดินหยกปรากฏต่อหน้าผู้คนด้วยวิธีที่เป็นประโยชน์ที่สุดอีกด้วย
สิ่งที่หนานอวี่ได้รับในวันนี้ นับว่าเป็นความสุขที่ไม่คาดคิด
ส าหรับเขา
หลังจากส่งจักรพรรดิซุ่นอู่กลับวังไป หนานรุ่ยก็ลากตัวเขามา
แสดงความยินดี สองพี่น้องมีความคิดตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย ต่าง
ชวนกันไปหาโม่จิ่วเยี่ยเพื่อแบ่งปันข่าวดีนี้
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยเพิ่งเตรียมจะเข้าไปพักผ่อนในพื้นที่มิติ
ก็ได้ยินเสียงของเสนาบดีเฮ่อ
เนื่องจากพวกเขาปิดบังตัวตนมาเมืองหลวง เรือนที่พวกเขาพัก
อยู่ เสนาบดีเฮ่อได้สั่งการเป็นพิเศษว่าห้ามผู้ใดเข้าใกล้ แม้องค์ชาย
ทั้งสองจะมาก็เป็นตัวเขาเองที่พาคนมาส่ง
เสนาบดีเฮ่อรู้สึกซาบซึ้งใจกับเหตุการณ์วันนี้มาก คิดว่าจะมา
พูดคุยกับทุกคน แต่นึกขึ้นได้ว่าพวกคนหนุ่มสาวอยู่ด้วยกัน หากเขา
คนแก่เข้าไปร่วมด้วยอาจท าให้พวกเขารู้สึกอึดอัดได้จึงเดินจากไป
หนานอวี่วันนี้ดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะเขาไม่คิดฝันมาก่อนว่า
เป้าหมายสูงสุดของตนจะส าเร็จได้ง่ายดายเช่นนี้
พอเจอโม่จิ่วเยี่ย หนานอวี่ก็ไม่ได้ปิดบังอารมณ์ของตนเองแม้แต่
น้อย เขาหัวเราะเสียงดัง
“ฮ่า ๆ ๆ …คุณชายเก้า ข้าไม่คิดว่าเรื่องราวจะราบรื่นยิ่งกว่าที่ข้า
คาดไว้เสียอีก ท่านคงจะได้ยินจากท่านเสนาบดีแล้วกระมัง สวรรค์
ช่างเมตตาข้าเหลือเกิน”
โม่จิ่วเยี่ยประสานมือค านับ “ขอแสดงความยินดีกับองค์ชายสาม
ด้วย”
หนานรุ่ยยืนอยู่ข้าง ๆ มองทุกอย่างตรงหน้าด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ
แม้ว่าการมาเมืองหลวงครั้งนี้ของเขา ตนเองจะมีความสามารถจ ากัด
แต่ก็นับว่าได้ช่วยเหลือสกุลโม่ไปบ้าง อีกทั้งยังได้เพิ่มความผูกพัน
ฉันพี่น้องขึ้นอีกส่วน
ส าหรับเขาแล้วการเดินทางครั้งนี้ก็นับว่าได้รับผลตอบแทนอย่าง
งดงาม
พวกเขาหยอกล้อกันครู่หนึ่ง ก่อนโม่จิ่วเยี่ยจะเอ่ยเข้าประเด็น
หลักเป็นคนแรก
“ในเมื่อเรื่องของเมืองหลวงได้ข้อสรุปแล้ว ข้ากับภรรยาก็
วางแผนจะออกเดินทางกลับซีเป่ยวันพรุ่งนี้”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแม้โม่จิ่วเยี่ยจะไม่พูด หนานอวี่ก็เร่งให้เขารีบ
กลับไป และต้องไม่เสียเวลาระหว่างทาง
“เรื่องนี้ต้องรีบจัดการโดยเร็วจริง ๆ คนที่จะน าราชโองการไป
ประกาศจะออกเดินทางไปซีเป่ยแต่เช้าตรู่วันพรุ่งนี้แล้ว”
ความหมายของเขาชัดเจนมาก ตอนนี้สกุลโม่ยังไม่รู้
สถานการณ์ที่แท้จริงในเมืองหลวง แน่นอนว่าพวกเขาคงไม่รู้เรื่องที่
โม่จิ่วเยี่ยตกลงจะกลับคืนสู่ราชส านักด้วย หากคนน าราชโองการไป
ส่งถึงซีเป่ยและโม่จิ่วเยี่ยไม่อยู่ด้วย คนสกุลโม่คงจะสงสัยแน่
ที่จริงแล้วหนานรุ่ยออกจากซีเป่ยมานานขนานนี้ เขาก็คิดถึงเต๋อ
เฟยมาก
“ข้าตั้งใจว่าหลังจากน้องสามขึ้นครองราชย์และทุกอย่างลงตัว
แล้ว ข้าก็จะจากไป ท่านแม่อยู่คนเดียวที่ซีเป่ยคงจะคิดถึงข้าแน่นอน
นางอายุมากแล้ว ตอนยังสาวก็ไม่เคยได้สุขสบายอะไร ยามแก่เฒ่า
เช่นนี้ข้าไม่อาจปล่อยให้นางจิตใจไม่สงบได้”
หากหนานรุ่ยไม่ได้พูดมากมายเช่นนี้ หนานอวี่คงจะรั้งเขาไว้ใน
เมืองหลวงเพื่อช่วยเหลือตนเองแล้ว
เขาหวงแหนความสัมพันธ์ฉันพี่น้องระหว่างตนกับหนานรุ่ยนัก
แต่เขาก็ไม่อยากขัดขวางพี่ชายให้กลับไปท าหน้าที่กตัญญู
เพราะเหตุผลของตนเอง
“ดูเหมือนว่าสิ่งที่กล่าวไว้ในหนังสือจะไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย
จักรพรรดิทุกราชวงศ์ทุกยุคสมัย สุดท้ายก็จะกลายเป็นคนโดดเดี่ยว”
หลังเห็นหนานอวี่พูดด้วยความเศร้าสร้อย หนานรุ่ยจึงตบบ่าเขา
“น้องสามวางใจเถอะ มิตรภาพระหว่างเจ้า ข้า และคุณชายเก้า
นั้นไม่ใช่แค่ลมปาก แต่เป็นสิ่งที่พวกเราได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขฝ่าฟันมา
ด้วยกัน หากเจ้าต้องการความช่วยเหลือ พวกข้าจะมาช่วยเหลือเจ้า
โดยไม่ลังเลแน่นอน”
ความจริงแล้วการที่หนานรุ่ยบอกว่าพวกข้าจะมาช่วยเหลือโดย
ไม่ลังเล แทนที่จะบอกว่าเป็นเขาคนเดียวก็แฝงไว้ด้วยความเอาแต่ใจ
บางอย่าง
ตั้งแต่เด็ก นอกจากมารดาแล้ว เขาก็ไม่เคยรู้สึกถึงความรักใคร่
ฉันพี่น้องจากผู้อื่นเลย อาจพูดได้ว่าหนานรุ่ยนั้นโหยหาความรักใน
ครอบครัวอย่างยิ่ง
แม้ว่าเขากับหนานอวี่จะไม่ได้เกิดจากมารดาเดียวกัน แต่ทั้งคู่
กลับรู้สึกสนิทสนมตั้งแต่แรกพบ
หนานรุ่ยกล่าวเช่นนี้ก็เพราะต้องการช่วยเหลือพี่น้องอีกครั้งก่อน
จะไปจากเมืองหลวง