ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 551 โตเป็นผู้ใหญ่แล้วจริง ๆ
โม่จิ่วเยี่ยกล่าวลาพี่ชายทั้งสอง แล้วพาเฮ่อจือหร่านมุ่งหน้าไปยัง
หมู่บ้านซีหลิ่ง
เมื่อกลับถึงบ้าน ข้อความที่เพิ่งพูดไปเมื่อครู่ย่อมต้องอธิบายให้
คนในครอบครัวฟังอย่างชัดเจนอีกครั้ง
เป็นไปตามที่โม่จิ่วเยี่ยคาดการณ์ไว้ ไม่มีใครในบ้านคัดค้านการ
กระท าของเขา
โดยเฉพาะโม่ฉิงซึ่งอุทิศตนรับใช้ราชส านักมาเกือบทั้งชีวิต แม้
จะผิดหวังกับความอยุติธรรมที่สกุลโม่ได้รับ แต่จิตใจที่ปรารถนาจะ
รับใช้ราชส านักก็ไม่เคยหมดไป
แต่เดิมคิดว่าการที่ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันก็เป็น
เรื่องที่ดีแล้ว ทั้งต าแหน่งและลาภยศล้วนเป็นสิ่งที่ไม่จีรัง
แต่นับตั้งแต่มีหลานชายคนโต ในใจของเขาก็เริ่มสั่นคลอน
ด้วยความคิดของคนรุ่นเก่าที่ฝังอยู่ในตัว เขาคิดเสมอว่าทายาท
ของสกุลโม่ โดยเฉพาะหลานชายคนโตไม่ควรจะอยู่อย่างไร้ชื่อเสียง
เช่นนี้
ตอนนี้ดีแล้ว โม่จิ่วเยี่ยตกลงรับต าแหน่งอ๋องตะวันตกจากหนา
นอวี่ ไม่เพียงจะสืบทอดต าแหน่งได้ แต่ยังมีเขตปกครองเป็นของ
ตัวเองด้วย
ส าหรับโม่ฉิงแล้ว นี่เป็นสิ่งที่สมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง
พวกเขาทั้งครอบครัวไม่เพียงสามารถอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาใน
ซีเป่ยต่อไปได้ แต่ยังจัดการเรื่องต าแหน่งขุนนางในอนาคตของจู้
เอ๋อร์ได้อีกด้วย
ฮูหยินผู้เฒ่าก็เช่นเดียวกัน แม้จะไม่ได้คิดมากเหมือนโม่ฉิง แต่
นางก็หมายมั่นแค่ว่าหลานชายสุดที่รักของนางจะสามารถสืบทอด
กิจการของบิดาได้ในอนาคต ซึ่งนี่ถือเป็นเกียรติยศยิ่งใหญ่ไม่น้อย
พี่สะใภ้ทั้งหลายยิ่งรู้สึกดีใจ ด้านหนึ่งคือดีใจที่คนสกุลโม่ได้รับ
การล้างมลทิน ต่อไปพวกนางก็จะสามารถหาโอกาสกลับเมืองหลวง
ไปเยี่ยมบิดามารดาได้อย่างถูกต้อง อีกด้านเป็นเพราะความรู้สึกหยิ่ง
ทะนงในศักดิ์ศรีเล็ก ๆ น้อย ๆ ของสตรี
หากโม่จิ่วเยี่ยไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นอ๋อง แม้ข้อกล่าวหาของ
สกุลโม่จะได้รับการล้างมลทินแล้ว เมื่อพวกนางกลับไปยังบ้านเดิม ก็
คงจะมีสถานะเป็นเพียงสามัญชนเท่านั้น
ในครอบครัวที่มีบุตรธิดานอกสมรสมากมาย พวกเขาย่อมอิจฉา
พวกนางมาตั้งแต่เด็ก หากไปปรากฏตัวอีกครั้งด้วยสถานะของสามัญ
ชน จะไม่กลายเป็นข้ออ้างให้ผู้อื่นเยาะเย้ยหรอกหรือ
บัดนี้ทุกอย่างแตกต่างออกไปแล้ว สิ่งต่าง ๆ ที่พวกนางกังวล
ทั้งหมดได้รับการแก้ไขอย่างง่ายดาย
โดยสรุปแล้ว เฮ่อจือหร่านเตือนโม่จิ่วเยี่ยว่าการตัดสินใจครั้งนี้
ถือว่าเป็นการเอาใจทุกคน
หลังจากพูดคุยกับครอบครัวมานาน โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านจึง
กลับไปยังบ้านของตนเอง
เฮ่อฮูหยินและเฮ่อซื่อหมิงได้รับรู้ข่าวการกลับมาของพวกเขา
ตั้งแต่แรกแล้ว
เฮ่อฮูหยินรู้สึกดีใจและโกรธเคือง ดีใจที่บุตรสาวและลูกเขย
กลับมาอย่างปลอดภัย โกรธเคืองที่เฮ่อจือหร่านจากไปโดยไม่บอกลา
เฮ่อซื่อหมิงก็รีบร้อนอยากจะพบกับทั้งสองคน เขาอยากจะเข้าใจ
สถานการณ์ที่เมืองหลวงและส าคัญที่สุดคือการตัดสินใจของบิดา
เฮ่อฮูหยินวางแผนไว้แล้วว่าหากเฮ่อจือหร่านกลับมา นางจะต้อง
ดุด่าบุตรสาวแน่นอน
แต่เมื่อสามีภรรยาเฮ่อจือหร่านปรากฏตัวต่อหน้านาง เฮ่อฮูหยิน
ก็พลาดท่า อาจกล่าวได้ว่าความโกรธเคืองที่มีอยู่เดิมนั้นหายวับไป
กับตา
นางดึงเฮ่อจือหร่านมาส ารวจขึ้นลง น ้าตาไหลลงมาอย่างควบคุม
ไม่ได้
“เด็กคนนี้ โตเป็นผู้ใหญ่แล้วจริง ๆ แม้แต่ค าพูดของแม่ก็ไม่ฟัง
เมืองหลวงเป็นสถานที่อันตรายเพียงนั้น เจ้าเป็นสตรีไปที่นั่นจะท า
อะไรได้…”
เฮ่อจือหร่านไปจากซีเป่ยมาเป็นเวลาหนึ่งเดือน พลันได้ยิน
มารดาบ่นว่า ในใจก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
มารดาคนนี้แม้จะชอบบ่นไปบ้าง แต่นางก็รักและเอ็นดูบุตรสาว
ของตนอย่างแท้จริง
ความรักของครอบครัวเช่นนี้เป็นสิ่งที่เฮ่อจือหร่านในชาติก่อนได้
แต่มองไม่อาจเอื้อมถึง
“ท่านแม่ ท่านดูสิ ข้ากลับมาอย่างปลอดภัยไม่ใช่หรือ”
เพื่อพิสูจน์ว่าตนไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย เฮ่อจือหร่านจึงตั้งใจ
หมุนตัวต่อหน้าเฮ่อฮูหยินให้อีกฝ่ายเห็น
เฮ่อฮูหยินรู้สึกจนปัญญากับเรื่องนี้ ใครจะท าอะไรได้ในเมื่อนี่คือ
บุตรสาวของนาง!
“เจ้าช่างไร้น ้าใจนัก ท าให้ข้าต้องเป็นห่วงเจ้ามานาน”
พูดพลางชี้ไปยังเด็กน้อยสองคนที่ก าลังหลับสนิทอยู่บนเตียง
“เจ้าช่างใจร้ายเหลือเกิน กล้าทิ้งลูกน้อยทั้งสองคนไว้แล้วออกไป
เที่ยวเล่น เจ้าไม่คิดถึงพวกเขาบ้างหรือ?”
จะไม่คิดถึงได้อย่างไร?
เฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่านางพร ่าบอกโม่จิ่วเยี่ยกี่ครั้งกี่หนแล้วว่านาง
คิดถึงลูกน้อยมากแค่ไหน
หากไม่ใช่เพราะมารดาคอยรั้งนางไว้ตลอด นางคงจะวิ่งเข้าไป
กอดลูกน้อยสองคนที่ท าให้นางคิดถึงทั้งวันทั้งคืนไปนานแล้ว
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านจึงถือโอกาสจากค าพูดของเฮ่อฮูหยิน รีบก้าว
เร็ว ๆ ไปที่เตียง
ผู้คนต่างพูดกันว่าทารกที่เพิ่งเกิดนั้นโตเร็ว แต่ละวันจะมีลักษณะ
แตกต่างกันไป
ค าพูดนี้ไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย
ตอนนี้ใบหน้าเล็กของจู้เอ๋อร์และหมิงจูอวบอิ่มกว่าตอนที่นาง
ออกจากบ้านไปมาก ผิวพรรณเปล่งปลั่งสีชมพูอ่อนดูสุขภาพดีตั้งแต่
เกิดมา จู้เอ๋อร์มีใบหน้าเคร่งขรึมและยิ้มน้อยมาก ส่วนหมิงจูนั้น
ตรงกันข้ามกับพี่ชายโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะดีใจ โกรธ เศร้า หรือมี
ความสุข ล้วนแสดงออกมาทางสีหน้าทั้งสิ้น
ตอนนี้จู้เอ๋อร์ไม่รู้ว่าฝันอะไรอยู่หรือไม่ คิ้วน้อย ๆ ของเขาขมวด
แน่น ดูเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อย ท าให้เฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยผู้เป็น
พ่อแม่รู้สึกราวกับหัวใจจะละลายลง…หมิงจูก็ไม่ยอมแพ้ เมื่อสายตา
ของมารดาและบิดาตกลงบนหน้านาง นางก็ยิ้มออกมาทันที่ แก้มป่อง
ของทารกน้อยปรากฏรอยบุ๋มสองข้างอ่อน ๆ
ท่าทางเช่นนี้ท าให้โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านรู้สึกเอ็นดูนัก
โม่จิ่วเยี่ยรีบเอามือใหญ่ของตนเช็ดกับชายเสื้อด้วยความร้อนรน
จากนั้นก็อุ้มหมิงจูขึ้นมาอย่างเบามือ
เฮ่อจือหร่านย่อมไม่ท าเรื่องล าเอียงเช่นนั้น เมื่อเห็นสามีอุ้มลูก
สาวไป นางก็ก้าวเข้าไปอุ้มลูกชายมาไว้ในอ้อมกอดเช่นกัน
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเด็กน้อยรับรู้ถึงอ้อมกอดที่คุ้นเคยแต่ห่างหายไป
นานหรือไม่ พอถูกอุ้มขึ้นมาก็ลืมตาขึ้นพร้อมกัน
เด็กน้อยทั้งสองมีดวงตากลมโตสีด าขลับราวกับองุ่น ก าลังจ้อง
มองใบหน้าที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม
หากเป็นเมื่อก่อน หมิงจูที่ขี้อ้อนคงจะร้องไห้งอแงสักพักหลังตื่น
มา แต่คราวนี้นางกลับเงียบผิดปกติ จ้องมองใบหน้าของบิดาสักครู่
มุมปากน้อย ๆ ยกขึ้น แย้มยิ้มออกมา แถมยังส่งเสียงหัวเราะคิกคักที่
ท าให้ใจอ่อนยวบไปถึงก้นบึ้งหัวใจ
จู้เอ๋อร์ยังคงเคร่งขรึมเช่นเคย แต่จากดวงตาใสกระจ่างดุจสายน ้า
ของเขา สามารถบอกได้ว่าเขาชอบมารดามาก
เฮ่อฮูหยินเห็นภาพนี้แล้วรู้สึกปลาบปลื้มยิ่งนัก
“ช่างเป็นเด็กที่ฉลาดจริง ๆ หนึ่งเดือนมานี้ที่ไม่ได้เห็นหน้าท่าน
พ่อท่านแม่กลับไม่รู้สึกแปลกหน้าเลยแม้แต่น้อย ดูท่าสายเลือดจะ
ส าคัญกว่าสิ่งอื่นใดจริง ๆ …”
ขณะที่พูด นางก็แกล้งท าหน้าอิจฉา
“ย่าอุ้มพวกเจ้าทุกวัน ไม่เห็นพวกเจ้าจะสนิทสนมกับย่าถึงเพียง
นี้เลย”
เฮ่อซื่อหมิงก็พูดต่อว่า “จริงด้วย ข้าอุ้มหมิงจูเล่นทุกวัน แต่ก็ต้อง
รอให้นางอารมณ์ดีเป็นพิเศษก่อนถึงจะยอมยิ้มให้ข้าสักครั้ง”
ไม่คิดว่า เจ้าตัวน้อยพอไปอยู่ในอ้อมกอดของบิดาจะหัวเราะไม่
หยุด
เฮ่อฮูหยินเห็นเฮ่อซื่อหมิงพูดเช่นนั้น จึงรีบเปลี่ยนประเด็นทันที่
“เรื่องเช่นนี้เจ้าอิจฉาไม่ได้หรอกนะ หากต้องการให้มีเด็กน้อยที่
ยิ้มให้เจ้าเช่นนี้บ้างก็ไปมีของตัวเองเถอะ”
เมื่อค าพูดนี้เอ่ยออกมา เฮ่อซื่อหมิงก็หน้าแดงก ่าทันที่ เขาหุบ
ปากแน่น ไม่รู้จะพูดอะไรดี
จากความเข้าใจของเฮ่อจือหร่านที่มีต่อมารดา การที่นาง
สามารถพูดเช่นนี้ออกมาได้ แสดงว่านางคงไม่คัดค้านเรื่องระหว่าง
เฮ่อซื่อหมิงกับหลานเอ๋อร์อีกต่อไปแล้ว
การแต่งงานของพี่ชาย นางในฐานะน้องสาวย่อมต้องใส่ใจเป็น
ธรรมดา จึงถือโอกาสนี้สอบถามสักหน่อยว่า “เรื่องของพี่ใหญ่กับ
หลานเอ๋อร์ไปถึงไหนแล้วเล่า?”
ค าถามเช่นนี้เฮ่อซื่อหมิงรู้สึกเขินอายที่จะตอบ
เฮ่อจือหร่านเข้าใจดี นางเหมือนกำลังถามเฮ่อซื่อหมิงอยู่ แต่ ความจริงแล้วกำลังรอให้มารดาเป็นคนตอบ