ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 550 ซีเป่ยสามารถเป็นเขตปกครองได้จริงหรือ?
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 550 ซีเป่ยสามารถเป็นเขตปกครองได้จริงหรือ?
เมื่อถึงเวลานั้น สกุลโม่ก็จะได้รับความทุกข์ทรมานจากสงคราม
เช่นกัน
แทนที่จะนั่งรอความตายและรอให้คนจากชนเผ่าหมานอี๋บุก
โจมตีเมืองอวิ่น พวกเขาควรมาที่นี่ล่วงหน้าเพื่อเตรียมการป้องกันจะ
ดีกว่า
ด้วยวิธีนี้ พวกเขาไม่เพียงปกป้องบ้านของตัวเองเท่านั้น แต่ยัง
ช่วยให้ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงรอดพ้นจากไฟสงครามด้วย
แน่นอนเมื่อพี่น้องสกุลโม่พาคนมาที่นี่ พวกเขาไม่อาจวิ่งไปที่
ชายแดนเพื่อต่อสู้กับชนเผ่าหมานอี๋ อย่างเปิดเผยได้ เหตุผลหลักคือ
พวกเขารู้สึกว่าสถานะของตนเองในยามนี้ค่อนข้างพิเศษ และไม่
ต้องการเป็นจุดสนใจมากเกินไปเท่านั้นเอง
ตอนที่เฮ่อจือหร่านเสนอให้โม่จิ่วเยี่ยตกลงจะเป็นอ๋องต่างสกุล
และขอให้ราชส านักมอบเขตปกครองให้ นางก็เคยถามโม่จิ่วเยี่ยว่า
ต้องการปรึกษากับครอบครัวก่อนหรือไม่
โม่จิ่วเยี่ยบอกตามตรงว่าไม่จ าเป็นต้องปรึกษาหารือ เรื่องนี้เขา
สามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง
เฮ่อจือหร่านยังรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง โม่จิ่วเยี่ยไม่ใช่คนที่ชอบ
ตัดสินใจอะไรตามล าพัง แม้ว่าคนสกุลโม่จะสนับสนุนให้เขาเป็นผู้น า
ครอบครัว แต่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ถึงจะไม่ถามความเห็นของพี่ชายคน
อื่นก็ควรจะให้ความเคารพต่อบิดาบ้าง
เวลานี้นางเข้าใจแล้ว เป็นเพราะโม่จิ่วเยี่ยเข้าใจนิสัยของบิดาและ
พี่ชายของตนเองดี
เขาคาดเดาเอาไว้แล้วว่าหากซีเป่ยจะเกิดสงคราม พวกเขาก็คง
ไม่นิ่งดูดายแน่
การให้คนสกุลโม่แอบช่วยเหลือโดยไม่มีเหตุผลอันชอบธรรม ยัง
ไม่สู้เท่าการลงแรงอย่างเปิดเผยและถูกต้อง
โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาและหนานอวี่เสนอเงื่อนไขให้ซีเป่ยเป็น
เขตปกครอง นี่ไม่เพียงเป็นสิ่งล่อใจอันยิ่งใหญ่ส าหรับเฮ่อจือหร่านกับ
โม่จิ่วเยี่ยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคนสกุลโม่ทั้งหมดด้วย
ราชโองการก าลังจะถูกส่งไปถึงหมู่บ้านซีหลิ่งในไม่ช้า แม้โม่จิ่ว
เยี่ยมั่นใจว่าครอบครัวของตนจะยอมรับ แต่การบอกกล่าวล่วงหน้าก็
เป็นสิ่งจ าเป็น
“พี่รอง พี่สาม ตอนที่ข้าไปเมืองหลวง จักรพรรดิซุ่นอู่ถูกฝ่าย
จักรพรรดินีควบคุมแล้ว…”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าสถานการณ์ในเมืองหลวงก็เป็นปัญหาที่พี่ชายทั้ง
สองให้ความสนใจ ชายหนุ่มจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด
แน่นอนว่าไม่ลืมที่จะพูดถึงเรื่องที่เขาตกลงกับหนานอวี่ว่าจะเป็นอ๋อง
ตะวันตกด้วย
ตอนแรกพี่รองและพี่สามได้ยินเกี่ยวกับชะตากรรมของตระกูลเซ
วีย โดยเฉพาะโม่จิ่วเยี่ยที่ลงโทษตัวการส าคัญด้วยมือของตัวเอง ทั้ง
สองต่างก าหมัดแน่น รู้สึกเสียดายที่ตอนนั้นไม่ได้ยืนกรานจะไปเมือง
หลวงพร้อมกับน้องชาย หากเป็นเช่นนั้น พวกเขาคงได้มีโอกาสแก้
แค้นศัตรูด้วยมือตัวเองเช่นกัน
ต่อมาได้ยินโม่จิ่วเยี่ยกล่าวว่าราชโองการขององค์จักรพรรดิที่
แต่งตั้งเขาเป็นอ๋องตะวันตกก าลังจะมาถึง สองพี่น้องก็รู้สึกประหลาด
ใจ
ขณะรู้สึกประหลาดใจ ในใจก็ตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
ข่าวนี้ส าหรับสองพี่น้องแล้วถือว่าสั่นสะเทือนหัวใจไม่น้อย
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ พี่รองจึงถามว่า
“น้องเก้า ซีเป่ยสามารถเป็นเขตปกครองได้จริงหรือ?” ความ
เข้าใจของเขาเหมือนกับโม่จิ่วเยี่ย
ในราชวงศ์ต้าซุ่น อย่าว่าแต่อ๋องต่างสกุลเลย แม้แต่องค์ชายที่มี
สายเลือดของราชวงศ์เองก็ยังไม่เคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้มาก่อน จึง
ไม่แปลกที่เขาจะมีข้อสงสัยนี้
“แต่เดิมข้าหมดหวังกับราชส านักแล้ว หากไม่ใช่เพราะหนานอวี่
สัญญาว่าจะมอบซีเป่ยให้เป็นเขตปกครองกับข้า ข้าคงไม่ตอบรับค า
ขอร้องของเขาหรอก ตอนนี้ชนเผ่าหมานอี๋ก าลังบุกโจมตีอย่างหนัก
คาดว่าอีกไม่นานหนานเจียงก็จะส่งกองก าลังออกมา ถึงตอนนั้น
ราชวงศ์ต้าซุ่นคงจะตกอยู่ในสภาวะถูกโจมตีทั้งหน้าหลัง”
“ตระกูลของเราได้รับหน้าที่ปกป้องแผ่นดินมาตั้งแต่รุ่นบิดา
แม้ว่าพวกเราจะผิดหวังกับราชส านัก แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ก็ไม่
อาจนิ่งดูดายได้”
“แทนที่จะท าเหมือนพี่รองและพี่สาม คอยแอบซุ่มโจมตีชนเผ่า
หมานอี๋อยู่ที่นี่ ข้าคิดว่าควรออกมาเผชิญหน้าอย่างเปิดเผยจะดีกว่า
โดยเฉพาะดินแดนซีเป่ยนี้ ผิวเผินแล้วอาจเป็นพื้นที่ที่ยากจนที่สุด
ของต้าซุ่น แต่ทุกคนก็ได้เห็นผลผลิตในฤดูเก็บเกี่ยวของปีนี้แล้ว
พืชผลที่พวกเราเพราะปลูกล้วนให้ผลผลิตสูง และในมือของหร่านห
ร่านยังมีวิธีหาเงินอีกมากมาย”
“หากไม่ใช่เพราะพรรคพวกของจักรพรรดินีจ้องจะท าลายตระกูล
ของเรา ท าให้พวกเราไม่อาจอยู่อย่างสงบสุข เกรงว่าป่านนี้พวกเรา
คงจะมีการค้าที่ท าเงินมากมายไปแล้ว ต้นไม้ใหญ่ย่อมต้านทานลม
แรง พวกเรามีความสามารถและสติปัญญา หากน ามาใช้เพื่อการ
ด ารงชีพแล้วเกิดปัญหาที่ไม่จ าเป็นขึ้นมาก็ไม่คุ้มค่า แต่หากมี
ต าแหน่งอ๋องและเขตปกครองของตัวเองมันก็จะต่างออกไป”
“พวกเราสามารถพัฒนาชีวิตได้อย่างเปิดเผย และยิ่งไปกว่านั้น
ยังสามารถเลี้ยงดูทหารได้อย่างโจ่งแจ้ง”
“โดยเฉพาะเรื่องที่พวกท่านพ่อและพี่ชายฟื้นคืนชีพก็ยิ่งไม่
จ าเป็นต้องปิดบังใครอีกต่อไป”
โม่จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างมีเหตุผลและหลักฐาน การเป็นอ๋องตะวันตก
ที่มีเขตปกครองของตนเองนั้นมีแต่ข้อดีไม่มีข้อเสีย
พี่รองและพี่สามแต่เดิมก็ไม่ได้คัดค้านการตัดสินใจของโม่จิ่
วเยี่ยอยู่แล้ว เมื่อได้ฟังเขาพูดเช่นนี้ก็ยิ่งชื่นชมมากขึ้น
“น้องเก้า ยังเป็นเจ้ากับภรรยาที่มีความคิดละเอียดรอบคอบ
วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของเรื่องราวได้อย่างลึกซึ้งเช่นนี้” พี่สามไม่
ปิดบังความชื่นชมในใจที่มีต่อน้องเก้า
การตัดสินใจนี้ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวเป็นสิ่งที่โม่จิ่ว
เยี่ยคาดการณ์ไว้แล้ว เขาพูดมามากมายเพียงเพื่อต้องการให้พวก
เขารู้ว่า ตนไม่ได้ตัดสินใจเองโดยพลการ
การได้พบกับพี่ชายทั้งสองคนที่นี่ ท าให้โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือห
ร่านไม่จ าเป็นต้องเดินทางเข้าไปในชายแดนเพื่อสืบข่าวสถานการณ์
ของสงครามอีกต่อไป พวกพี่ชายน่าจะสืบเรื่องราวทั้งหมดเรียบร้อย
แล้ว
กองทัพใหญ่หนึ่งแสนคนของชนเผ่าหมานอี๋ตั้งค่ายพักอยู่แถว
ชายแดนมาครึ่งเดือนแล้ว ไม่รู้ว่าท าไมจึงยังไม่มีการบุกโจมตี
อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่ได้อยู่เฉย เพียงแต่เป็นการรบกวนใน
วงจ ากัดเท่านั้น
แม้จะเป็นแค่การรบกวน แต่ด้วยจ านวนคนที่มีอยู่ ทหารที่ปกป้อง
ชายแดนของต้าซุ่นก็มีเพียงสองหมื่นคน เมื่อเทียบกันแล้วก็ถูกอีก
ฝ่ายบดขยี้ด้วยจ านวนคนที่มากกว่า
ถึงแม้ตอนนี้ชนเผ่าหมานอี๋จะยังไม่ได้บุกเข้าโจมตีต้าซุ่น แต่การ
รบกวนหลายครั้งก็ท าให้ทหารของต้าซุ่นบาดเจ็บล้มตายเป็นจ านวน
มาก
ด้วยเหตุนี้ สองพี่น้องสกุลโม่จึงน าคนมาซุ่มอยู่ที่นี่ และพี่รองก็
แอบไปสืบข่าวของฝ่ายเผ่าหมานอี๋มาแล้ว
สาเหตุที่ชนเผ่าหมานอี๋ไม่ได้บุกเข้ามาเป็นเพราะเสบียงมีไม่
เพียงพอ
แต่เมื่อคิดดูแล้วก็ไม่แปลกนัก ซีเป่ยมีพื้นที่เพาะปลูกที่แร้นแค้น
ชนเผ่าหมานอี๋ยิ่งแย่กว่านั้น พวกเขาย่อมไม่มีเสบียงอะไรมากมาย
หากไม่เป็นเช่นนี้ ชาวบ้านของชนเผ่าหมานอี๋คงไม่ต้องรวมตัวกันมา
ปล้นสะดมในต้าซุ่น
โชคดีที่ปีนี้ฟ้าดินยังเมตตา ผ่านพ้นมาด้วยลมฟ้าอากาศที่เป็น
ใจ
อีกทั้งช่วงนี้ยังเป็นฤดูเก็บเกี่ยวพอดี ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชนเผ่า
หมานอี๋ตั้งใจจะรอจนกว่าจะเก็บเกี่ยวพืชผลเสร็จ แล้วเตรียมการส่ง
มายังชายแดน รอให้เหล่าทหารกินอิ่มแล้วจึงจะเปิดศึกกับต้าซุ่น
ดังนั้น ผู้น าของพวกเขาที่ชายแดนตะวันตกจึงมีเวลาในการยื่น
ขอก าลังสนับสนุนจากราชส านัก
เพียงแต่ระยะทางจากชายแดนตะวันตกไปยังเมืองหลวงนั้นไกล
มาก คาดว่าคนที่ส่งสารไปคงเพิ่งจะเดินทางมาถึงในเวลานี้
โชคดีที่มีเสี่ยวไป๋น าสารไป มิเช่นนั้นแม้จักรพรรดิซุ่นอู่จะได้รับ
ข่าวเร็ว ก็คงจะท าให้เขาต้องตกตะลึงอย่างไม่ทันตั้งตัว
เมื่อเข้าใจสถานการณ์ที่นี่ชัดเจนแล้ว โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน
ก็ไม่มีความตั้งใจจะอยู่ต่อ
จุดประสงค์หลักที่พวกเขารีบกลับมาครั้งนี้ก็เพื่อรับราชโองการ
แต่งตั้งจากราชส านัก
ดูจากสถานการณ์ แม้ว่าชนเผ่าหมานอี๋ยังไม่มีแผนการโจมตี
ครั้งใหญ่ แต่เรื่องเช่นนี้ก็ไม่อาจคาดเดาเวลาได้ หากวันนี้เสบียงของ
พวกเขามาถึงจะไม่ยกทัพมาทันทีหรือ?
ด้วยก าลังของทหารรักษาการณ์ที่ชายแดนตะวันตก เกรงว่าคง
ไม่อาจต้านทานการบุกรุกของชนเผ่าหมานอี๋ได้ การที่พี่รองและพี่
สามน าคนมาอยู่ที่นี่ยังคงมีความจ าเป็นมาก