ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 556 ไม่มีอะไรแน่นอน
เมิ่งไห่หนิงรู้ดีว่าพวกพี่เขยให้ความส าคัญกับโม่หานเยี่ยมาก
“พี่เขยทุกคนวางใจได้ ข้ารับรองว่าจะดูแลหานเยี่ยเป็นอย่างดี จะ
ไม่ยอมให้นางต้องเสียใจแม้แต่น้อย”
พี่น้องชายสกุลโม่ล้อมเมิ่งไห่หนิงพร้อมกับก าชับ ขณะที่บรรดา
ขุนนางท้องถิ่นที่มาประจบประแจงอ๋องตะวันตกต่างพากันอ้าปากค้าง
ด้วยความตกตะลึง
การที่บุรุษสกุลโม่ถูกแต่งตั้งเป็นอ๋องก็นับว่าเป็นเรื่องใหญ่แล้ว
แต่เมิ่งไห่หนิงนายอ าเภอแห่งเมืองอวิ่นที่ปกติมีต าแหน่งเท่าเทียมกับ
พวกเขากลับได้รับการเลื่อนยศอย่างรวดเร็ว
องค์จักรพรรดิมีรับสั่งให้เขาเข้าเมืองหลวงด้วยตัวเอง และยังมอบ
ต าแหน่งมหาอ ามาตย์ให้อีกด้วย…
ยามนี้ท่านเจ้าเมืองเริ่มมีเหงื่อผุดบนหน้าผาก ในหัวของเขา
ตอนนี้เต็มไปด้วยภาพของเมิ่งไห่หนิง ที่มาขอความช่วยเหลือจาก
เขาครั้งก่อน
คิดในใจว่าคราวนี้แย่แล้ว ตอนนั้นท่าทีของเขาไล่คนอื่นราวกับ
ไล่สุนัขตัวหนึ่ง
หากรู้แต่แรกว่าเมิ่งไห่หนิงจะประสบความส าเร็จ อย่าว่าแต่มาขอ
ความช่วยเหลือเรื่องเงินไม่กี่พันต าลึงเพื่อซื้อเมล็ดพันธุ์เลย ต่อให้
ต้องสูญเสียทรัพย์สมบัติทั้งหมดเพื่อสนับสนุนเขา ท่านเจ้าเมืองก็
ยินดี
ส่วนเมิ่งไห่หนิงเป็นคนจดจ าความแค้น หลังจากที่เขาพูดคุยกับ
เหล่าพี่เขยไปแล้ว สายตาของเขาก็ทอดมองร่างของเจ้าเมืองโดยตรง
สายตาอันคมกริบนั้นท าให้เจ้าเมืองสั่นสะท้านไปทั้งร่าง จากนั้น
ก็ทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเมิ่งไห่หนิงเสียงดังตุบ
“ท่านมหาอ ามาตย์ ครั้งก่อนข้าตาบอดใจแคบ ขอท่านโปรดอย่า
ถือโทษ ละเว้นข้าสักครั้งเถอะ!”
เจ้าเมืองท าเช่นนี้พี่น้องสกุลโม่ย่อมรู้ถึงสาเหตุดี แต่บรรดา
นายอ าเภอที่มาพร้อมกับเขากลับมีสีหน้างุนงง
พวกเขาต่างมองหน้ากันไปมา ในใจต่างสงสัยว่าเจ้าเมืองท าสิ่ง
ใดถึงท าให้เมิ่งไห่หนิงไม่พอใจขนาดที่เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายได้ขึ้นเป็นมหา
อ ามาตย์แล้วต้องตกใจกลัวเช่นนี้
เมิ่งไห่หนิงแค่นเสียงเย็นชา
“ท่านท าผิดมากเกินไปแล้ว ไม่ช้าข้าจะท าเรื่องให้เรียบร้อยแล้ว
ส่งมอบให้ท่านอ๋องจัดการ”
แม้ว่าเขาจะได้รับบัญชาจากองค์จักรพรรดิให้รับต าแหน่งมหา
อ ามาตย์ แต่ก็ไม่อยากท าตัวเป็นผู้มีอ านาจในดินแดนใต้ปกครอง
ของพี่เก้า
เมื่อได้ยินค าพูดนี้ เจ้าเมืองถึงกับหวาดกลัวจนปัสสาวะราด
คุกเข่าก้มหัวขอร้องเมิ่งไห่หนิงไม่หยุด
ส าหรับคนประเภทนี้ เมิ่งไห่หนิงไม่อยากแม้แต่จะมองด้วยซ ้า
คราวนี้โม่จิ่วเยี่ยกลับเป็นฝ่ายล าบากใจ เดิมทีคิดว่าจะให้เมิ่งไห่ห
นิงท าหน้าที่เป็นท่านเจ้าเมืองชั่วคราว ช่วยจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ใน
เขตปกครองแทนเขาสักระยะ แต่ไม่คาดคิดว่าหนานอวี่จะใจร้อนยิ่ง
กว่าเขา ถึงกับรีบเรียกอีกฝ่ายเข้าเมืองหลวงเร็วปานนี้
เมิ่งไห่หนิงแต่เดิมก็ตั้งใจจะช่วยแบ่งเบาภาระของโม่จิ่วเยี่ยสัก
หน่อย เขาคุ้นเคยกับสถานการณ์ในซีเป่ยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะใน
ยามที่เกิดสงคราม การปลอบขวัญและความเป็นอยู่ของชาวบ้านล้วน
ส าคัญยิ่ง
หลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เมิ่งไห่หนิงก็นึกถึงใครขึ้นมาได้ “พี่เก้า
ท่านลุงฟางกับท่านลุงเซี่ยล้วนเป็นรับราชการมาหลายปี โดยเฉพาะ
ท่านลุงฟาง เขาเริ่มจากการเป็นนายอ าเภอ เขาต้องมีความสามารถ
ด้านนี้แน่นอน”
เรื่องนี้โม่จิ่วเยี่ยจะไม่รู้ได้อย่างไร?
เพียงแต่ฟางฉวนโจวและเซี่ยเทียนไห่ตอนนี้ยังคงมีสถานะเป็น
นักโทษที่ถูกราชส านักสั่งเนรเทศ หากไม่มีค าสั่งจากราชส านัก แม้จะ
อยู่ในเขตปกครองของเขาก็ไม่สามารถกลับมารับราชการได้
ดูเหมือนว่าก่อนที่เขาจะจากไปยังมีเรื่องหนึ่งที่ต้องท า คือให้เสี่ยว
ไป๋ไปส่งจดหมายถึงหนานอวี่ ขอราชโองการอภัยโทษให้คนตระกูล
ฟางและตระกูลเซี่ย
นอกจากพวกเขาแล้ว คดีของหูชงก็ถูกใส่ร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย
การที่เขาจะช่วยพูดดี ๆ ให้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
ยิ่งไปกว่านั้น เขาเชื่อว่าหนานอวี่เป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรม เมื่อ
ได้รับจดหมายของเขาแล้ว อีกฝ่ายจะต้องจัดการส่งขุนนางที่
เหมาะสมมาสอบสวนคดีของพวกเขาใหม่ และในที่สุดก็จะคืนความ
บริสุทธิ์ให้พวกเขา
เพียงแต่ตอนนี้ ในเขตปกครองก็ต้องการคนที่เหมาะสมมาดูแล
นี่ท าให้โม่จิ่วเยี่ยล าบากใจจริง ๆ
แต่เมิ่งไห่หนิงคิดถึงเรื่องนี้ไว้แล้ว
“พี่เก้า ทุกสิ่งไม่มีอะไรแน่นอน ถึงแม้ท่านลุงทั้งสองจะมีสถานะที่
พิเศษ ไม่อาจเป็นขุนนางได้ แต่หากเปลี่ยนเป็นต าแหน่งผู้ดูแลจวน
อ๋อง เช่นนี้ก็ถือว่าถูกต้องตามครรลองแล้วนะขอรับ!”
เมิ่งไห่หนิงกล่าวค าพูดที่สามารถบอกได้ว่าปลุกโม่จิ่วเยี่ยที่อยู่ใน
ความฝันให้ตื่นขึ้น
“สมแล้วที่เจ้าเป็นขุนนางผู้มีความสามารถที่จักรพรรดิองค์ใหม่
เล็งเห็น หัวไวนัก”
ประเด็นนี้โม่จิ่วเยี่ยจ าต้องยอมรับว่าแม้เขาจะเติบโตมาใน
ครอบครัวขุนนางตั้งแต่เด็ก แต่เนื่องจากครอบครัวของเขาล้วนเป็น
นักรบ เขาจึงไม่เคยศึกษาหรือพิจารณาปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้
มาก่อน นี่จึงเป็นสาเหตุที่ท าให้เขาต้องพบเจอกับความยากล าบาก
ในวันนี้
ในเมื่อมีวิธีแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงส่งคนไปเชิญฟางฉวนโจวและเซี่ย
เทียนไห่มาทันที่
ความจริงแล้วไม่จ าเป็นต้องเชิญสักนิด เพราะฟางฉวนโจว
และเซี่ยเทียนไห่ก็อยู่ในกลุ่มคนที่มาดูเหตุการณ์อยู่แล้ว
ยามนี้ทั้งสองก าลังช่วยไขข้อข้องใจให้กับชาวบ้านที่ยังไม่เข้าใจ
สถานการณ์อยู่
“พวกเจ้าเห็นหรือไม่? ตัวอักษร ‘หวัง’ สีทองบนชุดเกราะของโม่
เหล่าจิ่ว มันหมายความว่าเขาเป็นท่านอ๋องแล้ว และชุดเกราะของ
ขุนพลเหล่านั้นก็มีตัวอักษรสีทองเช่นกัน นั่นหมายถึงพวกเขาเป็นแม่
ทัพใหญ่”
“พี่เซี่ย ท่านหมายความว่าโม่เหล่าจิ่วกลายเป็นท่านอ๋องแล้วใช่
หรือไม่?”
“ไม่ถูกต้องนะ สกุลโม่ไม่ใช่นักโทษที่ถูกราชส านักสั่งเนรเทศ
หรอกหรือ? แล้วจะกลายเป็นท่านอ๋องได้อย่างไร?”
“พวกเจ้าอย่าเรียกสุ่มสี่สุ่มห้า ค าเรียกโม่เหล่าจิ่วนี้ต่อไปจะใช้
ไม่ได้แล้ว เวลาเห็นเขาก็ต้องคุกเข่าเรียกท่านอ๋อง…”
ฟางฉวนโจวกับเซี่ยเทียนไห่ก็เพิ่งได้รู้เรื่องที่โม่จิ่วเยี่ยได้รับการ
แต่งตั้งเป็นอ๋องตะวันตกในวันนี้ ขณะที่พวกเขารู้สึกดีใจกับอีกฝ่าย ก็
กังวลใจกับบุตรชายของคนสกุลโม่ไปพร้อมกัน
นับแต่โบราณ การออกรบล้วนเป็นเรื่องที่ต้องเอาชีวิตเข้าแลก
สกุลโม่เพิ่งได้อยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตา การออกรบครั้งนี้ไม่มี
ใครกล้ารับประกันว่าคนจะมีชีวิตรอดกลับมา
อย่างไรก็ตาม พวกเขารู้สึกว่าไม่ว่าอย่างไร คนสกุลโม่ล้วนเป็น
ชายชาตรีแกร่งกล้า หากปล่อยให้พวกเขาใช้ชีวิตในชนบทเช่นนี้ไป
ตลอดชีวิต เกรงว่าจะเป็นการฝังกลบความสามารถทั้งหมดของพวก
เขา
สกุลโม่นับว่ารอคอยจนเมฆเปิดทางให้เห็นแสงจันทร์แล้ว การได้
เป็นอ๋องตะวันตก แสดงว่าความอยุติธรรมที่พวกเขาได้รับถูกช าระ
ความแล้ว
หากไม่ใช่เพราะเห็นว่าพี่น้องสกุลโม่ต่างก าลังยุ่ง อีกทั้งยังมีขุน
นางท้องถิ่นมากมายมาเยือน ทั้งสองคงรีบเข้าไปแสดงความยินดีแล้ว
บัดนี้พวกเขาไม่จ าเป็นต้องพิจารณาว่าเมื่อไหร่จะสะดวกเข้าไป
แสดงความยินดี เพราะโม่จิ่วเยี่ยส่งคนมาเชิญพวกเขาแล้ว
ทั้งคู่เดินเข้ามาใกล้โม่จิ่วเยี่ย เริ่มต้นด้วยการแสดงความยินดีกับ
อีกฝ่ายก่อน จากนั้นจึงก าชับด้วยความจริงใจเหมือนที่ผู้อาวุโสจะพูด
กับคนรุ่นหลังว่าต้องระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองตอนที่
ออกไปสู้ศึกในสนามรบ
โม่จิ่วเยี่ยทักทายกับสองคน ก่อนจะเข้าเรื่อง
“ข้าเชื่อว่าท่านลุงทั้งสองคงได้ยินมาแล้วว่าองค์จักรพรรดิได้มอบ
ซีเป่ยให้เป็นเขตปกครองของข้า การดูแลเขตปกครองนี้ต้องการคน
ที่มีความสามารถ แม้อาจจะเป็นการใช้คนให้อยู่ผิดที่ไปบ้าง แต่ข้าก็
อยากจะขอร้องให้พวกท่านช่วยเหลือข้า”
ค าพูดของโม่จิ่วเยี่ยเต็มไปด้วยความจริงใจ ให้เกียรติทั้งสอง
อย่างเต็มที่
“ท่านอ๋องคิดจะให้พวกข้าช่วยดูแลเขตปกครองของท่านในฐานะ
อะไรหรือ” ฟางฉวนโจวเต็มใจอย่างยิ่ง แต่เขาก็รู้ดีถึงสถานะของ
ตัวเอง แม้จะคิดถึงวิธีเช่นเดียวกันกับเมิ่งไห่หนิง แต่เขารู้สึกว่าค าพูด
แบบนี้ควรให้โม่จิ่วเยี่ยเป็นคนพูดออกมาจะดีที่สุด
“ข้าจะเขียนจดหมายส่งไปถึงองค์จักรพรรดิ ขอให้พระองค์สั่งคน
มาช่วยล้างมลทินให้พวกท่าน ก่อนที่พวกท่านลุงจะสะสางข้อ
กล่าวหาได้ คงต้องรบกวนให้พวกท่านล าบากสักหน่อยแล้ว”
แม้โม่จิ่วเยี่ยจะไม่ได้พูดชัดเจนว่าจะให้พวกเขาล าบากอย่างไร
แต่ทั้งสองก็รู้ดีอยู่แล้ว
เซี่ยเทียนไห่รีบแสดงท่าทีก่อนใคร “ท่านอ๋องโปรดวางใจ แม้จะ
ให้ข้าท าสิ่งเหล่านี้ในฐานะผู้ดูแลจวนอ๋อง ข้าก็ไม่มีข้อโต้แย้ง”
ในราชวงศ์ต้าซุ่น ผู้ดูแลตระกูลขุนนางมี ‘อ านาจ’ มาก พูดอีก
นัยหนึ่งก็คือ พวกเขาสามารถอาศัยอ านาจของนายมาข่มผู้อื่นได้
อย่างร้ายกาจ