ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 555 เจ้าเหมาะสมที่สุด
ยกตัวอย่างเช่นโม่จิ่วเยี่ยในตอนนี้ บนเกราะป้องกันอกของชุด
เกราะของเขามีอักษร ‘หวัง’ สีทองอร่ามปรากฏอยู่
นี่คือสัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสถานะอ๋องผู้ปกครองดินแดน
ตะวันตกของเขา
เวลานี้พี่น้องสกุลโม่คนอื่น ๆ ก็สวมชุดเกราะที่ล้วนมีตัวอักษร
‘แม่ทัพ’ สีทองอยู่ด้านบน
ตัวอักษร “แม่ทัพ” ยังแบ่งออกเป็นหลายระดับ ระดับสูงสุดคือ
ขุนพลซึ่งใช้ตัวอักษรสีทอง ส่วนใหญ่จะมียศเป็นถึงแม่ทัพใหญ่
เจ้าเมืองและบรรดานายอ าเภอ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่มาด้วยกัน เมื่อ
เห็นคนเหล่านี้สวมชุดเกราะก็รีบยกชายเสื้อคุกเข่าค านับ
ขณะเดียวกัน สายตาของพวกเขาก็ไม่ลืมที่จะสังเกตสัญลักษณ์บน
ชุดเกราะของคนเหล่านั้นด้วย
หลังจากยืนยันตัวตนของโม่จิ่วเยี่ยว่าเป็นอ๋องตะวันตกแล้ว คน
ทั้งหลายน าโดยเจ้าเมืองพากันร้องเสียงดังว่า “คารวะท่านอ๋อง ขอ
ท่านสุขสันต์อยู่เย็นหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี”
โม่จิ่วเยี่ยไม่เคยสนใจพิธีรีตองเหล่านี้ แต่เพราะการพบหน้ากัน
ครั้งเดียวที่โรงเตี๊ยมจิงเซียนโหลวและเรื่องที่เขาจัดการกับศพ
เหล่านั้นเมื่อไม่นานมานี้ ท าให้เขาไม่ชอบคนผู้นี้มาก
โดยเฉพาะเมื่อได้สอบถามเมิ่งไห่หนิงระหว่างการพูดคุยว่า การ
ไปขอความช่วยเหลือด้านการเงินจากท่านเจ้าเมืองประสบ
ความส าเร็จหรือไม่
ตอนนั้นเมิ่งไห่หนิงบอกเขาว่า หลังเจ้าเมืองได้ยินว่าเขาต้องการ
ให้เมืองมณฑลจัดสรรเงินเพื่อซื้อเมล็ดพันธุ์ผลผลิตสูง อีกฝ่ายก็หน้า
บึ้งตึงทันที่ แล้วปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้า เรียกได้ว่าปฏิเสธอย่าง
เด็ดขาด
จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น โม่จิ่วเยี่ยสามารถสรุปได้แล้วว่า
เจ้าเมืองคนนี้ไม่ใช่ขุนนางที่ดี
ซีเป่ยกลายเป็นเขตปกครองของเขาแล้ว การโยกย้ายขุนนางอยู่
ภายใต้อ านาจของเขา เจ้าเมืองที่ไม่ท าหน้าที่ของตนเองให้ดีเช่นนี้
โม่จิ่วเยี่ยจะไม่เรียกใช้งานเป็นอันขาด
แต่เดิมตั้งใจว่าจะรอให้สงครามสิ้นสุดก่อนแล้วค่อยจัดการเรื่อง
ทุกอย่างให้เรียบร้อย ไม่คิดว่าเจ้าเมืองคนนี้จะมาหาถึงที่
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็ไม่อยากเสียเวลาแม้เพียงเล็กน้อย จัดการ
เรื่องราวให้เสร็จสรรพ
พอตัดสินใจได้แล้วโม่จิ่วเยี่ยเพียงกล่าวง่าย ๆ ให้พวกเขาลุกขึ้น
จากนั้นก็เดินไปทางด้านหลัง
วันนี้เมิ่งไห่หนิงต้องส่งพวกพี่เขยไปออกรบ จึงไม่ได้ไปท างานที่
ที่ว่าการ ตอนนี้เขาก าลังยืนอยู่ตรงนั้น คอยสังเกตสีหน้าของคณะ
ท่านเจ้าเมือง
โม่จิ่วเยี่ยเดินเข้าไปหาเขา ลากเมิ่งไห่หนิงไปยังจุดที่มีคนน้อย
กว่า
“ไห่หนิง ข้าจะให้เจ้าเป็นเจ้าเมืองแทนเขา เจ้าคิดว่าอย่างไร”
เรื่องนี้ท าให้เมิ่งไห่หนิงรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
“พี่เก้า เหตุใดท่านถึงจัดการเช่นนี้” ความจริงแล้วเขาก็รู้นิสัย
ของท่านเจ้าเมืองดี รู้ว่าหลังจากพี่เก้าได้รับดินแดนแล้ว สักวันหนึ่งก็
ต้องปลดคนผู้นี้ออกจากต าแหน่ง แต่เขาไม่คิดว่าจะรวดเร็วถึงเพียงนี้
อีกทั้ง เขายังไม่เคยคิดว่าจะเป็นเจ้าเมืองเลย โม่หานเยี่ยชอบ
หมู่บ้านซีหลิ่ง ตอนเขาเป็นนายอ าเภอในเมืองอวิ่นยังสามารถขี่ม้าไป
กลับทุกวันได้ แต่หากไปอยู่ที่เมืองมณฑลแล้ว ระยะทางจากหมู่บ้าน
ซีหลิ่งจะไกลเกินไป
เช่นนี้แล้วเขาก็จะไม่อาจอยู่กับภรรยาสาวได้ทั้งเช้าค ่า
โม่จิ่วเยี่ยยังไม่รู้ถึงความกังวลเหล่านี้ของเมิ่งไห่หนิง
“ต าแหน่งเจ้าเมืองนี้จ าเป็นต้องมีคนที่มีความสามารถมาด ารง
ต าแหน่ง ดูเหมือนว่าในตอนนี้เจ้าจะเหมาะสมที่สุด”
เขาย่อมเหมาะสม ในบันทึกประวัติศาสตร์ของภรรยา เมิ่งไห่หนิง
เป็นบุคคลอันดับหนึ่งที่ช่วยเหลือหนานอวี่ การท าหน้าที่เป็นเจ้าเมือง
นี้เหมือนจะเป็นการใช้คนผิดงานไปเสียหน่อย
เขาไม่ได้ขัดขวางอนาคตของเมิ่งไห่หนิง แต่ว่าตอนนี้หนานอวี่
ยังไม่ได้เรียกเขาเข้าเมืองหลวง การช่วยเหลือเขางานที่ซีเป่ยสักระยะ
ก็เป็นเรื่องที่ดี
ก่อนเมิ่งไห่หนิงจะทันได้เอ่ยปาก เสียงฝีเท้าของม้าเร่งรีบก็ดังมา
แต่ไกล พร้อมกับเสียงตะโกนดังว่า “มีราชโองการมา…”
เมื่อทุกคนได้ยินว่ามีราชโองการมาต่างก็มองหน้ากันด้วยความ
สงสัย ไม่มีใครเข้าใจว่าท าไมเพิ่งมีราชโองการมาหยก ๆ แล้วราช
โองการอีกฉบับจะตามมาเร็วเช่นนี้
คนน าราชโองการมาครั้งนี้เหมือนจะแต่งกายอย่างองครักษ์ จาก
รูปร่างที่ก าย าบึกบึนของเขา คงจะเป็นยอดฝีมือด้านวรยุทธ์ด้วย
คนส่งสารขี่ม้าและชูราชโองการขึ้นสูง “นายอ าเภอเมืองอวิ่น เมิ่ง
ไห่หนิง รับราชโองการ”
ทันใดนั้นสายตาของทุกคนก็จ้องมองเมิ่งไห่หนิงพร้อมกัน
เมิ่งไห่หนิงเองก็งุนงงไม่แพ้กัน แต่กระนั้นเขาก็คุกเข่าลงอย่าง
นอบน้อมต่อหน้าคนส่งสาร คนอื่นก็พากันคุกเข่าลงตามเมิ่งไห่หนิง
เมิ่งไห่หนิงเปล่งเสียงกล่าวว่า “กระหม่อมเมิ่งไห่หนิงรับพระ
บัญชา”
คนส่งสารไม่รอช้า คลี่ราชโองการในมือออกแล้วอ่าน
“ตามบัญชาสวรรค์ จักรพรรดิมีราชโองการ นายอ าเภอเมืองอ
วิ่นเมิ่งไห่หนิงมีความสามารถทั้งด้านบุ๋นบู๊ มีทั้งคุณธรรมและ
ความสามารถ…”
โดยสรุปแล้ว ตอนต้นได้ยกย่องเมิ่งไห่หนิงในด้านต่าง ๆ ส่วน
ช่วงสุดท้ายของเนื้อหาคือสั่งให้เขาเดินทางไปเมืองหลวงภายในหนึ่ง
เดือนเพื่อช่วยเหลือองค์จักรพรรดิ และยังได้รับต าแหน่งขุนนางขั้น
หนึ่งเป็นมหาอ ามาตย์
ต าแหน่งมหาอ ามาตย์นี้ไม่ธรรมดาเลย เป็นต าแหน่งที่มีอ านาจ
มากกว่าอัครมหาเสนาบดีเสียอีก นับตั้งแต่ราชวงศ์ต้าซุ่นก่อตั้งมา ก็
มีเพียงจักรพรรดิองค์ก่อนเท่านั้นที่เคยแต่งตั้งมหาอ ามาตย์
ภายหลังมหาอ ามาตย์ผู้นั้นเก่งกาจเรื่องอ านาจ ทั้งยังเกิด
ความคิดที่ไม่สมควร จึงถูกปลดออกจากต าแหน่ง
หลังจากนั้นเป็นต้นมา เพื่อไม่ให้ขุนนางมีอ านาจมากเกินไป
จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ต้าซุ่นทุกคนจึงไม่เคยแต่งตั้งมหาอ ามาตย์อีก
เลย
ไม่ต้องถามก็รู้ว่าแผนการนี้ต้องเป็นฝีมือของหนานอวี่แน่
จักรพรรดิซุ่นอู่มีนิสัยคิดระแวงสงสัย โดยเฉพาะหลังเรื่องของ
จักรพรรดินีเพิ่งจบลง เขาไม่มีความกล้าพอจะสร้างขุนนางผู้มีอ านาจ
ขึ้นมาอีก
เห็นได้ชัดว่าหนานอวี่มีความกล้าหาญและมีความสามารถใน
การมองคนแม่นย า ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป
เขารู้ว่าเมิ่งไห่หนิงจะกลายเป็นมือขวามือซ้ายของตน จึงออก
ราชโองการเรียกตัวกลับเมืองหลวงและแต่งตั้งให้ด ารงต าแหน่งมหา
อ ามาตย์
แน่นอนว่าช่วงนี้ก็แตกต่างไปจากประวัติศาสตร์มาก
ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่าเมิ่งไห่หนิงติดตามอยู่เคียงข้างหนา
นอวี่มาหลายปี ช่วยเขายึดครองแผ่นดินจนมีความดีความชอบใหญ่
หลวง จึงได้รับต าแหน่งมหาอ ามาตย์ในเวลาต่อมา ซึ่งน่าจะเป็น
เรื่องราวอีกหลายปีให้หลัง
อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้เป็นเรื่องดี เมิ่งไห่หนิงได้
ขึ้นครองอ านาจเร็วขึ้นก็สามารถช่วยให้หนานอวี่ก้าวหน้าได้เร็ว
ยิ่งขึ้น
ตอนนี้ดีแล้ว เมิ่งไห่หนิงไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่ว่าหากเป็นเจ้า
เมืองแล้วจะกลับมาหมู่บ้านซีหลิ่งไม่ได้อีก เขาสามารถเดินทางไปรับ
ต าแหน่งที่เมืองหลวงได้โดยตรง
เมิ่งไห่หนิงรับราชโองการมาด้วยความตกตะลึง คนส่งสารไม่พูด
เกินไปแม้แต่ค าเดียว เขาก าชับว่า “องค์จักรพรรดิก าลังต้องการคน
มาช่วยงาน ราชโองการฉบับแรกหลังขึ้นครองราชย์คือการเรียกตัว
ท่านมหาอ ามาตย์เข้าเมืองหลวง และยังหวังว่าท่านมหาอ ามาตย์จะไม่
ท าให้ความคาดหวังอันสูงส่งขององค์จักรพรรดิที่มีต่อท่านต้อง
ผิดหวัง”
เมิ่งไห่หนิงยังสามารถบอกว่าเขาไม่อยากไปได้หรือ
ไม่ได้!
ไม่เช่นนั้นมันก็จะเป็นการขัดต่อค าสั่ง อีกทั้งหนานอวี่ก็มีบุญคุณ
ช่วยชีวิตเขาไว้จริง ๆ หากไม่มีความช่วยเหลือจากหนานอวี่ เกรงว่า
ตอนนี้เขาคงจะตายไปแล้ว
“ได้ ข้าจะเตรียมตัวสักครู่แล้วจะรีบไปเมืองหลวงทันที”
คนส่งสารเดินจากไป พี่น้องสกุลโม่รีบเข้าไปห้อมล้อมเมิ่งไห่หนิง
ทันที่
พี่ใหญ่ตบไหล่เขาเบา ๆ “น้องเขยเป็นคนมีความสามารถยิ่งใหญ่
หากอยู่ที่ซีเป่ยเล็ก ๆ นี้ ย่อมจะท าให้พรสวรรค์ของเจ้าถูกฝังกลบ
บัดนี้องค์จักรพรรดิทรงเล็งเห็นแล้ว นี่คือเกียรติยศของตระกูลเมิ่งของ
เจ้า และก็เป็นเกียรติยศของสกุลโม่ด้วยเหมือนกัน”
ค าพูดนี้แสดงถึงความรู้สึกในใจของพี่น้องสกุลโม่ทั้งหมด แม้
พวกเขาทุกคนหวังว่าน้องสาวและน้องเขยจะอยู่ซีเป่ยและใช้ชีวิต
ร่วมกับพวกเขา แต่ไม่มีใครอยากท าให้อนาคตของคนอื่นถูกถ่วงรั้ง
เพราะเรื่องนี้คนที่มีความสามารถย่อมต้องอยู่ในต าแหน่งที่เหมาะสม
โม่ชูหานก้าวออกมาจากกลุ่มคน เขาเป็นผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์กับเมิ่ง
ไห่หนิงมากที่สุด ทั้งสองสิทสนมกันที่สุด
เขาโอบไหล่เมิ่งไห่หนิงไว้แล้วกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “เจ้าหนุ่ม
เจ้าต้องจ าไว้ให้ดี หานเยี่ยมีพวกข้าพี่ชายเก้าคนคอยหนุนหลังนาง
หากพวกข้าได้ยินว่านางไม่มีความสุขที่เมืองหลวง ระวังให้ดี พวกข้า
พี่น้องจะยกพวกไปถล่มจวนของเจ้าให้ราบเป็นหน้ากลอง”