ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 560 เขาก็อยากมีส่วนร่วมด้วย
การกระท าของโม่ฉิงท าให้เสนาบดีเฮ่อประหลาดใจมาก ถึง
ขนาดเข้าใจผิดว่าคนตรงหน้าเปลี่ยนจิตวิญญาณไปแล้วหรือไม่
แต่เมื่อเห็นญาติฝ่ายเขยก าลังวุ่นวายอยู่ตรงนั้น และเหมือนจะ
สนุกไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาก็อยากมีส่วนร่วมด้วย
และแล้วเสนาบดีเฮ่อก็เข้าร่วม
เขาเลียนแบบท่าทางของโม่ฉิงโดยไม่สนใจภาพลักษณ์ พับแขน
เสื้อและขากางเกงขึ้น แล้วเข้าไปถอนหญ้าในโรงเรือนขนาดใหญ่…
พอตกเย็น เฮ่อจือหร่านก็จัดงานเลี้ยงต้อนรับบิดาด้วยตนเอง
งานเลี้ยงของสกุลโม่ แม้แต่งานเลี้ยงในวังก็ยังด้อยกว่ามาก
โดยเฉพาะเมื่อในบ้านปลูกผักไว้ในโรงเรือน เฮ่อจือหร่านจึงไม่ต้อง
กังวลเรื่องแหล่งที่มาของวัตถุดิบเหล่านี้
ด้วยเหตุนี้ อาหารบนโต๊ะของสกุลโม่จึงแปลกใหม่มาก
ในบ้านไม่ขาดแคลนเนื้อสัตว์ชนิดต่าง ๆ พื้นที่เลี้ยงสัตว์ขายสัตว์
ที่โตเต็มวัยออกไปหลายรอบแล้ว ในสายตาของคนสกุลโม่ นี่ถือเป็น
รายได้ที่ไม่น้อยเลยทีเดียว
ส าหรับงานเลี้ยงต้อนรับในค ่าคืนนี้ เฮ่อจือหร่านได้เชิญเซี่ยเทียน
ไห่ ฟางฉวนโจวและหูชงมาร่วมงานเป็นพิเศษ
พวกเขาและบิดานางเคยพบปะกันเป็นประจ า ไม่มีความขัดแย้ง
ระหว่างกันและต่างก็คุ้นเคยกันดี หากพวกเขาได้พูดคุยกับเสนาบดี
เฮ่อ ก็คงจะช่วยสร้างบรรยากาศให้คึกคักขึ้น
ในตอนนี้เฮ่อจือหร่านก็อยากสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์การ
ดูแลจัดการในเขตปกครอง และเสนอความเห็นของตนเองบ้าง
แม้นางจะเป็นเพียงสตรี แต่ไม่มีใครกล้าดูถูกนางเลย
โดยเฉพาะเซี่ยเทียนไห่และฟางฉวนโจว ทั้งสองคนรู้จักความสามารถ
ของเฮ่อจือหร่านเป็นอย่างดีมานานแล้ว พวกเขาถึงกับมองนางด้วย
สายตาที่เปลี่ยนไป
ทั้งสองถึงขั้นเคยกล่าวว่าหากเฮ่อจือหร่านเป็นบุรุษ นางจะต้องมี
ที่ยืนในราชส านักแน่นอน
ส าหรับค าพูดเช่นนี้ เฮ่อจือหร่านก็เพียงรับฟัง ไม่เคยเก็บเอามา
คิดในใจ
ไม่ใช่ว่านางชอบกังวลมากเกินไป แต่เพราะไม่มีทางเลือก ในเมื่อ
สามีของนางออกไปรบ นางที่อยู่บ้านก็จ าเป็นต้องจัดการงานที่อยู่
ข้างหลังให้เรียบร้อย
ในงานเลี้ยงต้อนรับท าให้เสนาบดีเฮ่อรู้สึกอีกครั้งถึงความงดงาม
ของที่นี่ ที่พักที่อุ่นสบาย อาหารแสนอร่อย และยังได้เห็นเด็กน้อย
น่ารักคู่นี้ทุกวันอีก
เขาเริ่มอิจฉาโม่ฉิงแล้ว แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นพ่อแม่คนเหมือนกัน แต่
อีกฝ่ายกลับได้เพลิดเพลินกับความสุขในครอบครัวเร็วกว่าเขาหลาย
เดือน
โชคดีที่เรื่องวุ่นวายที่จักรพรรดินีก่อขึ้นท าให้เขารู้สึกเฉยชาต่อ
ทุกสิ่งทุกอย่าง โชคดีที่ตนเองไม่ดื้อรั้นเหมือนแต่ก่อน และโชคดีที่
เขาสามารถให้ความส าคัญกับครอบครัวได้เป็นอันดับแรก มิเช่นนั้น
ชีวิตนี้เขาคงจะไปหาความสบายใจเช่นนี้ได้ที่ไหนอีก?
แน่นอนว่าการที่สามารถคิดเช่นนี้ได้ ก็เป็นเพราะเมื่อเขามาถึงซี
เป่ยก็ได้ยินว่าสถานการณ์การรบทางฝั่งโม่จิ่วเยี่ยนั้นคืบหน้าไป
ด้วยดี เพียงปราบปรามการรุกรานของชนเผ่าหมานอี๋ให้สงบลงได้
อนาคตของซีเป่ยก็จะสงบสุข
……
เฮ่อจือหร่านพาบรรดาสตรีในบ้านน าหม้อไฟและวัตถุดิบทั้งหมด
มาจัดวางบนโต๊ะ นางเชิญถังหมิงรุ่ยมาเป็นพิเศษ เหตุผลก็ไม่มีอะไร
เพราะอากาศตอนนี้เย็นลงแล้ว เป็นช่วงเวลาที่กินการหม้อไฟท าเงินดี
ที่สุด อีกทั้งผักในโรงเรือนและเนื้อแกะก็ต้องการหาช่องทางขาย
ออกไปที่แน่นอน
ถังหมิงรุ่ยเองก็รู้ว่าพี่สะใภ้เก้าส่งคนมาเรียกเขาแน่นอนว่าต้องมี
ความคิดใหม่ ๆ ในการท าเงินอีกแล้ว
เขาเคยกินหม้อไฟเหมือนกับคนสกุลโม่ ตอนนั้นเขาคิดว่าถ้า
สามารถเปิดร้านแบบนี้ได้ จะต้องท าก าไรได้มหาศาลแน่
แต่ตอนนั้นพี่สะใภ้เก้าบอกว่า เครื่องปรุงและวัตถุดิบส าหรับหม้อ
ไฟยังมีจ ากัด โดยเฉพาะพริกซึ่งเป็นหัวใจส าคัญของหม้อไฟที่ยังต้อง
รออีกสักพักจึงจะท าได้
วันนี้เมื่อมาสกุลโม่ ถังหมิงรุ่ยก็ต้องตกตะลึงอีกครั้งกับอาหารที่
วางอยู่บนโต๊ะและหม้อทองแดงที่อยู่ตรงกลาง
“พี่สะใภ้เก้า นี่ก็เป็นหม้อไฟเหมือนกันหรือ?”
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าคนที่สมองเต็มไปด้วยความคิดว่าจะหาเงิน
อย่างไรผู้นี้ต้องเอ่ยถาม
การเชิญเขามาก็เพื่อจะหยิบยกเรื่องการเปิดร้านหม้อไฟขึ้นมา
พูดคุยกัน ตอนนี้จึงไม่เป็นไรที่จะอธิบายให้เขาเข้าใจสักหน่อย
“หม้อทองแดงใบนี้ เมื่อไม่กี่วันก่อนข้าได้ขอให้พี่หูช่วยท าให้”
ขณะที่ก าลังพูดอยู่นั้น เฮ่อจือหร่านเดินมาถึงโต๊ะแล้ว นางชี้ส่วน
ต่าง ๆ ของหม้อทองแดงเพื่อช่วยอธิบายให้ถังหมิงรุ่ยเข้าใจ
ถังหมิงรุ่ยได้ยินว่าฝาเล็ก ๆ ด้านบนของหม้อทองแดงยังสามารถ
ปรับระดับความร้อนได้ ในใจของเขาก็ยิ่งรู้สึกชื่นชมเฮ่อจือหร่านมาก
ขึ้น
“พี่สะใภ้เก้า ข้าน้องชายชื่นชมท่านจนต้องคารวะ ความคิดชาญ
ฉลาดเช่นนี้ท่านคิดขึ้นมาได้อย่างไรกัน นี่ช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน…”
เมื่อเผชิญหน้ากับค าชมของถังหมิงรุ่ย เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกเขิน
อายอยู่บ้าง เพราะสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่นางคิดขึ้นมาเอง แต่เป็นการ
ลอกเลียนแบบจากสิ่งที่มีในชาติก่อนทั้งนั้น
“ฮ่า ๆ …เรื่องนี้ง่ายมาก เพียงแต่เจ้าไม่มีเวลาขบคิดเท่านั้นเอง!”
เฮ่อจือหร่านหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจ แล้วช่วยแนะน าวัตถุดิบและ
เครื่องปรุงบนโต๊ะกับถังหมิงรุ่ยต่อ
ไม่เพียงถังหมิงรุ่ยที่ฟังอย่างตั้งใจ แม้แต่โม่ฉิงและเสนาบดีเฮ่อก็
ฟังอย่างเพลิดเพลิน
เสนาบดีเฮ่อเพิ่งถูกภรรยาลากมา บอกว่าบุตรสาวเตรียมอาหาร
รสเลิศเอาไว้ ใครจะคิดว่าสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะล้วนเป็นอาหารดิบ ๆ แล้ว
จะกลืนลงคอได้อย่างไร?
ไม่รู้ว่าที่ซีเป่ยแห่งนี้จะมีธรรมเนียมการกินอาหารแบบดิบหรือไม่
การกระท าต่อไปของเฮ่อจือหร่านไขข้อข้องใจของเขาทันที่
เพราะน ้าแกงสีแดงในหม้อเดือดแล้ว ทั่วห้องอบอวลไปด้วยกลิ่น
หอมสดใหม่ที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน
เฮ่อจือหร่านคีบเนื้อสองสามชิ้นและลูกชิ้นปลาใส่ลงไปในหม้อ
ก่อนที่นางจะเอ่ย โม่ฉิงก็รีบเชิญให้เสนาบดีเฮ่อทานอย่างใจร้อน
ในเวลาเดียวกัน เขาก็คีบเนื้อบาง ๆ หนึ่งชิ้นใส่ลงในชามของ
เสนาบดีเฮ่อ
“พ่อสะใภ้ นี่คือเนื้อแกะ รสชาตินุ่มละมุนไม่มีกลิ่นคาวเลย แค่จิ้ม
น ้าจิ้มเล็กน้อยก็สามารถทานได้แล้ว”
เสนาบดีเฮ่อเห็นวิธีการรับประทานเช่นนี้เป็นครั้งแรก เนื้อแกะนั้น
เพิ่งใส่ลงไปในหม้อได้ไม่นานเท่าไรเอง
แม้ว่าดูจะสุกแล้ว แต่กินได้แล้วจริงหรือ?
ไม่ใช่ครั้งแรกที่เฮ่อฮูหยินข้างกายเขาได้กินหม้อไฟ พอเห็นสามี
ยังนั่งเหม่อ จึงอดแตะแขนของเขาเบา ๆ ไม่ได้ “ท่านพี่ พ่อเขยไม่ได้
หลอกท่าน เนื้อแกะนี้อร่อยมากจริง ๆ”
เมื่อมองคนอื่น ๆ บนโต๊ะอาหาร ชั่วพริบนั้นพวกเขาต่างกวาด
วัตถุดิบที่บุตรสาวของตนเพิ่งใส่ลงในหม้อไปจนหมดสิ้น แล้วรีบใส่
ของเพิ่มเข้าไปอีกมากมาย
ไม่จ าเป็นต้องถาม แค่มองสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขของคน
เหล่านั้น กระทั่งค าพูดก็ยังคร้านจะเอ่ย สิ่งนี้ต้องอร่อยมากแน่นอน
และเมื่อเสนาบดีเฮ่อได้ลิ้มลองแล้วก็หยุดมือไม่ได้เลย
ไม่น่าแปลกใจที่ภรรยาและบุตรชายมาแล้วไม่อยากกลับ เดิมที
คิดว่าอาหารของสกุลโม่เมื่อคืนก็น่าดึงดูดมากพอแล้ว แต่หม้อไฟ
วันนี้กลับท าให้ผู้คนไม่อาจหักห้ามใจได้ยิ่งกว่า
เฮ่อจือหร่านยังน าสุราองุ่นที่นางหมักด้วยตัวเองตอนฤดูใบไม้ร่วง
ออกมาด้วย
สุราองุ่นที่ท าเสร็จแล้วถูกเก็บรักษาไว้ในห้องเก็บของมาตลอด
ตอนนี้อากาศที่ซีเป่ยก าลังหนาวเย็น แม้ว่าในห้องเก็บของจะเย็น แต่
ก็ยังไม่ถึงขั้นท าให้มันแข็งตัว
ขณะนี้อุณหภูมิของสุราองุ่นเย็นราวกับผ่านการแช่น ้าแข็งมา
เมื่อดื่มคู่กับหม้อไฟที่ร้อนระอุนี้ก็ช่วยขจัดความมันเลี่ยนและท าให้สด
ชื่น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสุราองุ่นได้รับค าชมจากทุกคน
เสนาบดีเฮ่อมีงานอดิเรกเพียงอย่างเดียวในชีวิต คือการจิบสุรา
เล็กน้อยในยามว่าง
เฮ่อจือหร่านรู้ใจบิดา เมื่อวานนี้นางจึงน าสุราอู่เหลียงเยี่ยมาให้
หนึ่งไห เสนาบดีเฮ่อดื่มแล้วชมไม่หยุดปาก ถึงขนาดกล่าวว่ารสชาติ
อร่อยกว่าสุราหลวงหลายเท่านัก
วันนี้เขาได้ลิ้มรสสุราองุ่นที่บุตรสาวหมักเอง ส าหรับเสนาบดีเฮ่อ
แล้ว มันช่างเป็นรสชาติที่แตกต่างออกไปอีก เสนาบดีเฮ่อกล่าวย ้าใน
ใจไม่หยุดว่ารักเสียแล้ว หลงรักเสียแล้ว…