ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 561 ชาวบ้านในซีเป่ยกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 561 ชาวบ้านในซีเป่ยกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ
ในสมองของถังหมิงรุ่ยคิดถึงหลักการท าการค้ามากมาย แม้แต่
ราคาของวัตถุดิบเหล่านี้ก็มีแผนการเบื้องต้นแล้ว โดยเฉพาะสุราองุ่น
รสชาติอร่อยสดชื่นนี้ มันท าให้เขามองเห็นโอกาสทางการค้าที่ไม่มี
จุดสิ้นสุด
โอกาสทางการค้าที่ไม่มีจุดสิ้นสุดนี้ไม่ใช่เรื่องของปริมาณการ
ขาย แต่เป็นเรื่องของราคาที่สูงลิบลิ่ว
หลังจากร่วมมือกันมานับครั้งไม่ถ้วน เฮ่อจือหร่านรู้สึกพอใจกับ
ราคาที่ถังหมิงรุ่ยก าหนดมาก ดังนั้นครั้งนี้นางจึงไม่กังวลมากนัก
ถึงอย่างไรการค้าของนางกับถังหมิงรุ่ยล้วนเป็นการแบ่งผลก าไร
ปัญหาเรื่องราคาสูงต ่าไม่เพียงเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของสกุลโม่
แต่ยังเกี่ยวข้องกับจ านวนเงินที่ถังหมิงรุ่ยจะสามารถท าก าไรได้ด้วย
วิธีท าหม้อทองแดงก็ไม่มีอะไรต้องปกปิด คนที่สนใจเมื่อเห็นหม้อ
แบบนี้ แค่ศึกษาสักหน่อยก็เรียนรู้ได้แล้ว
ความมั่นใจของเฮ่อจือหร่านในกิจการหม้อไฟนั้น มาจากน ้าจิ้ม
และเครื่องปรุงเป็นหลัก ของทั้งหมดนี้ล้วนเป็นวิธีการผลิตเฉพาะของ
สกุลโม่ โดยเฉพาะวัตถุดิบที่ผู้อื่นไม่มีทางหาได้เลย
ด้วยเหตุนี้ นางจึงบอกถังหมิงรุ่ยอย่างมั่นใจว่าหม้อไฟสามารถ
ท าเป็นการค้าแบบผูกขาดได้ในระยะยาว แม้จะมีคนเลียนแบบ ก็เป็น
เพียงของเลียนแบบที่ไร้คุณภาพเท่านั้น
น่าเสียดายที่ปีนี้เฮ่อจือหร่านเพียงน าองุ่นป่าในโรงเรือนมาหมัก
เป็นสุราเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นผลิตในปริมาณมาก ๆ ยิ่งไปกว่านั้นนางก็
เห็นแล้วว่า บิดาและพ่อสามีเหมือนจะหลงใหลสุราองุ่นนี้เป็นพิเศษ
ดังนั้น ตอนนี้สุราองุ่นจ านวนน้อยนี้จึงสามารถบริโภคแค่ภายใน
ครอบครัวเท่านั้น ต้องรอจนถึงปีหน้าหลังผลผลิตขององุ่นบนภูเขามี
มากขึ้น นางจึงจะสามารถผลิตได้ในปริมาณมาก ๆ เมื่อถึงเวลานั้น
ค่อยร่วมมือกับถังหมิงรุ่ยซึ่งคาดว่าจะเป็นรายได้ที่น่าพอใจมากแน่
ถังหมิงรุ่ยรู้สึกเสียดายที่ไม่สามารถร่วมมือกันเรื่องสุราองุ่นได้
ทันที่
อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่โลภมาก ตราบใดที่ตัวเขาและสกุลโม่
ยังคงร่วมมือกันด้วยความจริงใจ การค้าเหล่านี้ก็จะเป็นของเขาใน
ที่สุด
อาหารมื้อนี้ไม่เพียงท าให้เสนาบดีเฮ่อชอบชีวิตครอบครัวของ
บุตรสาวมากขึ้น เฮ่อจือหร่านยังได้ลงนามในสัญญาเปิดร้านหม้อไฟ
กับถังหมิงรุ่ยโดยตรงอีกด้วย
เช่นเดียวกับที่เคยเป็นมา คนสกุลโม่รับผิดชอบจัดหาวัตถุดิบ
และเครื่องปรุง ส่วนถังหมิงรุ่ยรับผิดชอบเปิดร้านและท าการค้า โดย
ผลก าไรจะถูกแบ่งเป็นจ านวนเท่า ๆ กันระหว่างสองฝ่าย
นอกจากนี้ ผักที่เติบโตเต็มที่ในโรงเรือนของสกุลโม่ก็สามารถ
จัดส่งให้กับโรงเตี๊ยมของถังหมิงรุ่ยได้เป็นจ านวนมากอีกด้วย
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ถังหมิงรุ่ยแทบจะไม่ต้องเอ่ยปากขอร้องเลย
การเดินทางมาสกุลโม่ครั้งนี้ เขารู้สึกว่าได้รับผลประโยชน์มาก
ที่สุด
คนที่จะกลายเป็นพ่อค้าใหญ่ในอนาคต จะมองไม่เห็นผลก าไร
มหาศาลของหม้อไฟได้อย่างไร?
สุดท้าย ถังหมิงรุ่ยก็กลับไปพร้อมกับความส าเร็จอันล้นหลาม
หลังจากกลับไปแล้วก็เริ่มเตรียมการเปิดร้านทันที่
ยามนี้ชายแดนตะวันตกมีโม่จิ่วเยี่ยคอยดูแลรักษาการณ์
ชาวบ้านในซีเป่ยก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ
การเปิดร้านของเขาไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามเลย อีกทั้ง
ร้านค้าของเขายังได้ขยายไปยังเมืองอื่น ๆ อีกด้วย
เมื่อเรื่องการร่วมมือกับถังหมิงรุ่ยในการท าร้านหม้อไฟเสร็จสิ้น
เฮ่อจือหร่านก็พัฒนาการค้าอื่น ๆ ต่อไป……
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็เข้าสู่เดือนสุดท้าย
ของปี
บนถนนชนบทที่ทอดยาวเข้าสู่หมู่บ้านซีหลิ่ง โม่จิ่วเยี่ยน าขบวน
คนควบม้ามุ่งหน้ากลับบ้าน ตั้งแต่หนึ่งเดือนก่อนเขาได้รับค าสั่งจาก
หนานอวี่ให้จับกุมราชวงศ์และขุนนางทั้งหมดของหมานอี๋ และส่งตัว
ไปยังเมืองหลวง
ส่วนประชาชนที่เหลือยังคงให้ใช้ชีวิตตามปกติต่อไป
ขณะเดียวกัน ดินแดนอันกว้างใหญ่ของเผ่าหมานอี๋ก็กลายเป็น
ส่วนหนึ่งของเขตปกครองของโม่จิ่วเยี่ย
เขาท าตามที่เฮ่อจือหร่านบอก แจกจ่ายเสบียงอาหารส าหรับฤดู
หนาวให้ประชาชนของชนเผ่าหมานอี๋เพื่อปลอบประโลมจิตใจของ
พวกเขา
หลังจากที่ประชาชนเหล่านั้นผ่านฤดูหนาวไปได้โดยไม่มีใครอด
ตาย พวกเขาก็จะต้องรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของโม่จิ่วเยี่ยแน่นอน
และอาจถึงขั้นคิดว่าการที่ราชวงศ์ต้าซุ่นเข้ายึดครองหมานอี๋นั้นเป็น
เรื่องดียิ่งส าหรับพวกเขา
และมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ประชาชนคิดอะไรอยู่ในใจกัน?
ย่อมไม่มีอะไรมากไปกว่าการที่ครอบครัวของพวกเขาได้กินอิ่ม
นอนอุ่น ใครให้ชีวิตแบบนี้กับพวกเขาได้ พวกเขาก็จะสนับสนุนคนผู้
นั้น
เป็นไปตามที่คาดไว้ ชนเผ่าหมานอี๋หลังจากได้รับเสบียงอาหารที่
โม่จิ่วเยี่ยส่งคนแจกจ่ายให้ก็คุกเข่าลงกับพื้น เลียนแบบชาวต้าซุ่น
ร้องตะโกนว่า
“ขอท่านอ๋องผู้ปกครองตะวันตกอายุยืนนาน”
บางคนถึงกับกล่าวว่าชาตินี้ขอยอมเป็นวัวเป็นม้ารับใช้ท่านอ๋อง
ตะวันตก
ไม่รู้ว่าจะสามารถเป็นวัวเป็นม้าได้จริงหรือไม่ แต่โม่จิ่วเยี่ยมั่นใจ
ว่าการที่คนเหล่านี้สนับสนุนเขาล้วนเป็นความจริงใจแน่นอน
รอถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า เมื่อดอกไม้บานสะพรั่ง เขาก็จะท าตาม
แผนของภรรยา ส่งม้า วัว และแกะจ านวนมากไปให้ชนเผ่าหมานอี๋
แม้พื้นที่ของหมานอี๋จะแห้งแล้งยากจน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่
มีอะไรเลย ตรงกันข้าม มันกลับมีมาก
แต่เพราะเมื่อชาวบ้านน าเมล็ดพันธุ์ทั่วไปมาปลูกก็แทบจะไม่ได้
ผลผลิตอะไร หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ที่ดินจ านวนมากก็จะถูกทิ้งร้าง
ก่อนที่โม่จิ่วเยี่ยจะจากไป เขาให้เหลียงห่าวน าคนกลุ่มหนึ่งคอย
อยู่ที่นี่ และแต่งตั้งเขาให้เป็นผู้ว่าการของพื้นที่หมานอี๋
ต าแหน่งผู้ว่าการนี้ไม่ธรรมดาเลย
ในเขตปกครองของต้าซุ่น โดยทั่วไปแล้วจะมีเจ้าเมืองเป็นผู้น า
ในบางพื้นที่ราชส านักยังส่งแม่ทัพใหญ่มาอีกหนึ่งคน กล่าวคือในเขต
ปกครองหนึ่ง ส่วนใหญ่จะมีขุนนางฝ่ายบุ๊นและขุนพลอย่างละหนึ่งคน
แน่นอนว่าซีเป่ยมีความพิเศษ เนื่องจากมีกองทัพใหญ่ประจ าการ
อยู่ชายแดนตะวันตกจึงไม่มีการตั้งต าแหน่งแม่ทัพใหญ่ในเขต
ปกครอง
ผู้ว่าการของต้าซุ่นนั้นเป็นการรวมกันระหว่างเจ้าเมืองและแม่ทัพ
ใหญ่ กล่าวคือเหลียงห่าวเป็นทั้งเจ้าเมืองและยังเป็นแม่ทัพใหญ่ของ
ที่นี่ด้วย มีกองก าลังหนึ่งหมื่นคนอยู่ภายใต้บังคับบัญชา
กองก าลังหนึ่งหมื่นคนนี้เป็นกองทัพที่ราชส านักส่งมาที่ชายแดน
ตะวันตก โม่จิ่วเยี่ยบัญชาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งในมือยัง
มีระเบิดจ านวนมาก ท าให้ตลอดการต่อสู้ ฝ่ายต้าซุ่นแทบไม่ได้รับ
ความเสียหายอะไร
อย่างไรก็ตาม ท่านอ๋องผู้ครอบครองเขตปกครองสามารถเลี้ยงดู
ก าลังทหารจ านวนหนึ่งได้ ยิ่งไปกว่านั้นชนเผ่าหมานอี๋เพิ่งถูกผนวก
รวมเข้ามา หากไม่มีก าลังทหารประจ าการอยู่ก็คงไม่สมเหตุสมผล
โม่จิ่วเยี่ยจึงส่งจดหมายหาหนานอวี่โดยตรง ขอก าลังทหารส่วน
หนึ่งไว้เป็นกองก าลังรักษาการณ์ที่นี่
หนานอวี่เองก็คิดเอาไว้แล้วตั้งแต่ตอนที่ส่งกองทัพใหญ่ไปยัง
ชายแดนตะวันตกว่าอาจจะมีการสูญเสียสองในสาม แต่ผลลัพธ์ที่โม่
จิ่วเยี่ยรายงานกลับมาคือแทบไม่มีการสูญเสีย
เมื่อเป็นเช่นนั้น เขาก็ควรปล่อยไปตามน ้า ให้ทหารที่เขาคิดว่า
จะเสียชีวิตในสงครามอยู่ที่นั่น แล้วเรียกคนที่เหลือกลับมา
วิธีนี้นอกจากจะตอบสนองความต้องการของโม่จิ่วเยี่ยแล้ว ตัว
เขาเองก็รู้สึกว่าไม่ได้เสียเปรียบอะไร
เมื่อไม่มีโม่จิ่วเยี่ยออกรบ ทหารที่เขาส่งไปอาจจะไปแล้วไม่ได้
กลับมา เขาจึงคิดว่าตนเองไม่ขาดทุนแม้แต่น้อย
สิ่งที่ส าคัญที่สุดคือความไว้วางใจที่เขามีต่อคนสกุลโม่
นับตั้งแต่ตอนที่เขาขอให้โม่จิ่วเยี่ยออกรบ เขาก็คิดว่าเมื่อใช้
คนงานแล้วต้องให้ความไว้ใจ ถ้าไม่ไว้ใจก็ไม่ควรใช้งาน และตอนนี้
มันก็ยังคงเป็นเช่นนั้น
โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้โลภมาก เขามีกองก าลังเดิมที่เป็นทหารส่วนตัว
อยู่แล้ว และยังได้รับกองทัพหนึ่งหมื่นคนจากหนานอวี่อีก
หลังผ่านปีใหม่ไป เขาสามารถค่อย ๆ พัฒนาคนได้โดยไม่ต้อง
กังวลเรื่องจ านวนทหาร
พอจัดการเรื่องของชนเผ่าหมานอี๋เรียบร้อยแล้ว เขาก็พาพี่ชาย
ทั้งหลายควบม้ากลับบ้าน
ในอดีตเมื่อเข้าสู่สนามรบ เขาไม่เคยรู้สึกห่วงหาอาลัยเช่นนี้มา
ก่อน
บัดนี้มันกลับแตกต่างโดยสิ้นเชิง เขาคิดถึงภรรยาผู้อ่อนหวาน
และลูกน้อยทั้งสองคนอย่างสุดซึ้ง
การจากไปครั้งนี้ของเขากินเวลาหลายเดือน หร่านหร่านคงต้อง
เหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจเพื่อดูแลครอบครัวอยู่แน่นอน
ลูกน้อยสองคนจะยังจ าเขาผู้เป็นบิดาได้หรือไม่?
ด้วยความรู้สึกตื่นเต้น โม่จิ่วเยี่ยฝ่าความหนาวเหน็บเดินทาง
มาถึงหมู่บ้านซีหลิ่งอย่างเร็วที่สุด
หลังไปพบบิดามารดาและเล่าเรื่องราวการสู้รบที่ชายแดน
ตะวันตกอย่างคร่าว ๆ แล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็รีบกลับบ้านของตนด้วยความ
ใจร้อน