ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 567 เด็กพวกนี้เป็นลูกหลานสกุลโม่ทั้งหมดหรือ?
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 567 เด็กพวกนี้เป็นลูกหลานสกุลโม่ทั้งหมดหรือ?
จู้เอ๋อร์สะพายดาบยาวไว้ด้านหลังอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นก็
กระโดดลงจากเวทีแล้วเดินไปทางอวี่เอ๋อร์
เขามองซ้ายแลขวาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตะโกนขึ้นไปด้านบน “ข้าว
ปั้นน้อย เสี่ยวไป๋ มากินแอปเปิลกันเถอะ”
เสี่ยวไป๋พุ่งมาด้วยความเร็วดุจลูกธนู แล้วมายืนบนไหล่ของจู้
เอ๋อร์ทันที่
ข้าวปั้นน้อยตอนนี้โตเป็นเจ้าตัวอ้วนที่หนักกว่าสองร้อยชั่งแล้ว
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของเจ้าของตัวน้อย มันก็รีบปีนลงมาจากยอดไม้
ก้าวเท้าสั้นป้อมส่ายก้นวิ่งอย่างรวดเร็วไปทางจู้เอ๋อร์
จู้เอ๋อร์ลูบเสี่ยวไป๋บนไหล่ ก่อนจะโยนแอปเปิลให้ข้าวปั้นน้อย
“พวกเจ้าสองตัวว่านอนสอนง่ายจริง ๆ”
ข้าวปั้นน้อยใช้หัวใหญ่ที่มีขนฟู ๆ ของมันถูไถจู้เอ๋อร์ แล้วถือ
แอปเปิลวิ่งไปกินทางด้านข้าง
ตอนนี้เหล่าเด็กน้อยพากันห้อมล้อมรอบกายจู้เอ๋อร์ราวกับฝูงผึ้ง
พวกเขาล้วนเป็นลูกหลานของสกุลโม่ ตลอดหกปีที่ผ่านมา ยกเว้น
เฮ่อจือหร่าน บรรดาพี่สะใภ้ต่างตั้งครรภ์หลายครั้ง เพิ่มทายาทให้กับ
สกุลโม่ถึงสามสิบกว่าคน
เด็ก ๆ ที่อยู่ตรงหน้านี้ล้วนเป็นเด็กที่โตกว่าหน่อย พวกเขามีจู้
เอ๋อร์เป็นพี่ชายคนโต ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงต่างก็ติดตามเขาไป
เรียนหนังสือและฝึกวิชายุทธ์ทุกวัน
จู้เอ๋อร์ก็มีท่าทางของการเป็นพี่ชายคนโต แม้ว่าเด็กคนนี้จะไม่
ค่อยยิ้มหรือหัวเราะตั้งแต่เด็ก แต่ก็ยังเอาใจใส่น้องชายน้องสาว
ทั้งหลายเป็นอย่างดี
ตัวอย่างเช่นตอนนี้ จู้เอ๋อร์เป็นคนแรกที่เข้ามาหาอวี่เอ๋อร์ เขา
หยิบแอปเปิลลูกที่ใหญ่ที่สุด ไม่ได้ส่งเข้าปากตัวเอง แต่กลับหันไป
มอบให้หมิงจู
ต่อมา น้องชายน้องสาวก็เข้าแถวต่อกันอย่างเป็นระเบียบ โดยมี
จู้เอ๋อร์แจกแอปเปิลให้พวกเขาคนละลูก
จนสุดท้ายในตะกร้าเหลือแอปเปิลลูกที่เล็กที่สุด จู้เอ๋อร์จึงหยิบ
มันไป
ภาพของญาติพี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียวเช่นนี้เป็นเรื่องปกติ
ธรรมดาในสกุลโม่ แต่ส าหรับหนานอวี่แล้ว ราวกับว่าเขาได้เห็น
ปาฏิหาริย์
“คุณชายเก้า เด็กพวกนี้เป็นลูกหลานของสกุลโม่ทั้งหมดหรือ?”
“ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานของสกุลโม่ แต่ยังมีลูกชายสองคนของ
พี่ชายภรรยาข้าด้วย พวกเขาเรียนหนังสือและฝึกวิชายุทธ์ด้วยกัน
ทุกวัน” โม่จิ่วเยี่ยพูดด้วยท่าทางภาคภูมิใจ
เด็ก ๆ เหล่านี้เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก กฎระเบียบทั้งหมดล้วน
ถูกฮูหยินผู้เฒ่าสั่งสอน ฮูหยินผู้เฒ่าสอนพวกเขาทุกวันว่าคนใน
ครอบครัวต้องถ่อมตนและมีน ้าใจ ร่วมแรงร่วมใจสามัคคีกลมเกลียว
พวกเด็ก ๆ ก็ไม่ท าให้ผิดหวัง พวกเขาจดจ าค าสอนของท่านย่า
ไว้ในใจ แม้แต่เด็กที่ซุกซนที่สุดก็ไม่มีใครทะเลาะกับพี่น้องในบ้าน
เพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
หนานอวี่รู้สึกอิจฉามาก เขาเคยได้ยินเหล่าขุนนางอาวุโสใน
เมืองหลวงพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน พี่น้องทั้งเก้าคนของสกุลโม่ ตั้งแต่
เด็กก็รักใคร่ปรองดองกัน ไม่เคยมีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเพื่อ
ผลประโยชน์เหมือนเหล่าคุณชายจากตระกูลอื่น
เพียงเพราะได้ยินเรื่องราวเหล่านี้ เขาจึงหวังว่าเหล่าองค์ชายน้อย
ของตนจะสามารถเอาเป็นแบบอย่างได้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดมาเป็นเชื้อ
พระวงศ์ การที่พี่น้องจะแย่งชิงต าแหน่งอ านาจกันเป็นเรื่องที่พบเห็น
ได้บ่อยมาก
แต่นี่กลับเป็นสิ่งที่หนานอวี่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น เพื่อเป้าหมายนี้
เขาจะสละเวลามาสั่งสอนบรรดาบุตรชายด้วยตนเอง
แต่เมื่อเด็กเหล่านี้อยู่ต่อหน้าเขา พวกเขายังสามารถแสร้งท าที
ได้ แต่เบื้องหลังกลับส่งคนไปสืบข่าวซึ่งเป็นอีกภาพที่ต่างออกไป
ดังนั้น เมื่อเห็นเด็ก ๆ สกุลโม่แต่ละคนมีท่าทางสุภาพอ่อนโยน
หนานอวี่จะไม่อิจฉาได้อย่างไรเล่า?
ในใจของเขาพลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา
“คุณชายเก้า ตอนนี้ข้ามีบุตรชายสี่คน หากข้าจะส่งพวกเขามา
ให้ท่านสั่งสอน ไม่ทราบว่าท่านจะคิดเห็นเช่นไร?”
หนานอวี่ไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงหวังว่าบุตรชายของตนจะ
สามารถเข้าใจความรักในครอบครัวและความอ่อนน้อมถ่อมตน
เหมือนกับเด็กสกุลโม่ได้ มีแค่วิธีนี้เท่านั้น พวกเขาจึงจะไม่ฆ่าฟัน
กันเองเพื่อชิงบัลลังก์ในอนาคต
สิ่งนี้ท าให้ทั้งโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านรู้สึกประหลาดใจมาก ถึง
โม่จิ่วเยี่ยอย่างไรก็มีสถานะเป็นอ๋องต่างสกุล มีดินแดนใต้ปกครอง
และกองทัพ
หากเป็นคนอื่น คงจะอยากให้พวกเขาส่งบุตรชายไปอยู่ที่เมือง
หลวง แต่เขากลับท าตรงกันข้าม อยากจะส่งบุตรชายมาอยู่กับโม่จิ่ว
เยี่ยที่นี่แทน
หนานอวี่ไว้วางใจพวกเขามากแค่ไหนกัน?
โม่จิ่วเยี่ยไม่มีใจคิดทรยศ แต่ผู้อยู่ในต าแหน่งสูงส่งมักคิดมาก
ทุกวันต้องคอยระแวดระวังเรื่องเช่นนี้ หากอีกฝ่ายส่งบุตรชายมาที่ซี
เป่ยก็เท่ากับมอบจุดอ่อนของตนให้ผู้อื่น
เมื่อสองสามีภรรยาคิดเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยจึงถามออกมาเช่นกัน
“ท่านจะส่งองค์ชายน้อยมาซีเป่ยเช่นนี้ ไม่คิดกังวลอะไรเลย
หรือ?”
หนานอวี่เข้าใจดีว่าความกังวลที่โม่จิ่วเยี่ยกล่าวถึงนั้นคืออะไร
“หากข้าไม่สามารถไว้วางใจคุณชายเก้าได้ เช่นนั้นข้าคงไม่
สามารถหาผู้ใดที่ไว้ใจได้ในโลกนี้ได้แล้ว”
ที่จริงแล้วหนานอวี่ก าลังคิดการณ์ไกล เพราะเขาเข้าใจนิสัยของ
สกุลโม่ดี เขาไม่เคยสงสัยเลยว่าอีกฝ่ายจะท าสิ่งใดที่เป็นการทรยศต่อ
ราชวงศ์ต้าซุ่น ด้านหนึ่งเป็นเพราะเขาต้องการให้เหล่าองค์ชายน้อย
ได้สัมผัสบรรยากาศของคนสกุลโม่ แต่อีกด้านเขาก็ยังมีความ
ปรารถนาส่วนตัว คือหวังว่าบุตรชายของตนจะสามารถสร้าง
มิตรภาพกับเด็ก ๆ ของสกุลโม่ตั้งแต่ยังเยาว์
ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นใครในพวกเขาที่ได้สืบทอดบัลลังก์ พี่น้อง
สกุลโม่ก็จะกลายเป็นก าลังส าคัญให้
แน่นอนว่าประเด็นนี้โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านก็สามารถคาดเดา
ได้ ทว่ามันเป็นเรื่องของเด็กรุ่นหลัง พวกเขาจะเลือกเส้นทางแบบไหน
ในอนาคต พ่อแม่ก็ไม่อาจแทรกแซงได้มากเกินไป
ด้วยเหตุนี้ สองสามีภรรยาจึงไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้
“หากนายท่านสามมีความตั้งใจเช่นนั้น พวกข้าสามีภรรยาย่อม
ไม่คัดค้าน”
อย่างไรเสียโม่จิ่วเยี่ยก็เป็นคนเช่นนี้ หากปฏิบัติกับเขาด้วยความ
จริงใจ เขาก็จะตอบแทนด้วยความจริงใจเช่นกัน…
หนานอวี่พักอยู่ที่สกุลโม่เป็นเวลาเจ็ดวัน เมื่อถึงเวลาจากลา
หัวใจของเขาก็เต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์
เขาชื่นชอบทุกสิ่งทุกอย่างของซีเป่ยมาก โดยเฉพาะวิถีชีวิตอัน
เรียบง่ายและอบอุ่นอันน่าหลงใหลของคนสกุลโม่ ขณะเดียวกัน ในใจ
ก็รู้ดีว่า แผ่นดินต้าซุ่นนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ประชาชนมากมาย การ
จะพัฒนาให้เป็นเหมือนซีเป่ยย่อมเป็นไปไม่ได้
แต่เขาก็ไม่ได้ลืมเจตนารมณ์ แม้ว่าจะไม่สามารถสร้างต้าซุ่นให้
อุดมสมบูรณ์เหมือนซีเป่ยได้ แต่เขาก็จะต้องท าให้ประชาชนอยู่อย่าง
ไม่ขาดแคลนให้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีความคิดใหม่ คือหลังจากที่
เขาเลี้ยงดูบุตรชายที่เหมาะสมจะให้ขึ้นครองราชย์แล้ว เขาจะมาใช้
ชีวิตบั้นปลายที่ซีเป่ย
ซีเป่ยมีสหายที่ดีของเขา อีกทั้งยังมีพี่ชายคนรองของเขา และที่
ส าคัญยังมีชีวิตอันเรียบง่ายซึ่งเขาใฝ่ฝันมาโดยตลอด
น่าเสียดายที่ครั้งหนึ่งเขาเคยมีความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่
นับตั้งแต่ได้รู้ถึงชาติก าเนิดของตนเอง ก็ตั้งปณิธานจะขึ้นสู่ต าแหน่ง
นี้ ยามนี้เมื่อได้ขึ้นสู่จุดสูงสุด เขายิ่งตระหนักชัดเจนว่าอะไรคือความ
โดดเดี่ยวอ้างว้าง
กล่าวได้ว่าชีวิตเช่นนี้เป็นสิ่งที่หนานอวี่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน
แต่เขาก็ไม่ได้เสียใจ บัดนี้เมื่อได้เห็นผลงานที่ตนสร้างมาตลอด
หกปีนับแต่ครองราชย์ ก็นับเป็นการปลอบประโลมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว
สามเดือนต่อมา
หนานอวี่ให้คนมาส่งโอรสทั้งสี่คนของเขาตามที่สัญญาไว้
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านรับผิดชอบดูแลจริงจัง ในเมื่อหนานอวี่
ต้องการให้เหล่าองค์ชายน้อยเติบโตในสภาพแวดล้อมที่สะอาด
บริสุทธิ์เหมือนเด็ก ๆ สกุลโม่ พวกเขาจึงไม่สามารถให้ผู้ติดตามมา
จากวังหลวงมาอยู่ข้างกายได้
ใครจะรู้ว่าคนพวกนี้ถูกพระสนมคนไหนส่งมา หากพวกเขาแอบ
สอนเรื่องไม่ดีให้กับองค์ชายน้อยลับหลัง ความพยายามของคนสกุล
โม่ก็คงจะสูญเปล่า ทั้งยังเป็นการทรยศต่อความไว้วางใจที่หนานอวี่มี
ให้พวกเขาอีกด้วย