ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 68 เศรษฐีนีสี่ล้าน
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่โม่จิ่วเยี่ยพูดมาก็มีเหตุผล ศัตรูอยู่ในที่มืด
พวกเขาอยู่ในที่สว่าง ยากจะป้องกันได้ สิ่งที่พวกเขาท าได้คือต้อง
เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์เท่านั้น
เพื่อให้โม่จิ่วเยี่ยมีอาวุธป้องกันติดตัวเพิ่มขึ้น เฮ่อจือหร่านจึง
ไม่ได้เก็บเกาทัณฑ์แขนเสื้อที่ใช้ยิงหมาป่าไป แต่ซื้อลูกดอกเพิ่มให้
อีกชุด
“นี่ส าหรับท่าน ในยามคับขันมันอาจจะมีประโยชน์”
โม่จิ่วเยี่ยชื่นชอบอาวุธขนาดเล็กที่ประณีตชิ้นนี้นับตั้งแต่ที่เขา
ได้รับมันมา
เขาจ้องมองเฮ่อจือหร่านอย่างลึกซึ้ง
“ขอบใจเจ้า”
ในตอนนี้ สิ่งนี้เปรียบเสมือนถ่านไฟท่ามกลางพายุหิมะส าหรับโม่
จิ่วเยี่ย
ใครจะรู้ว่ายังต้องเจอเรื่องยุ่งยากอะไรอีกในอนาคต การมีอาวุธ
ติดมือไว้อย่างน้อยก็สามารถรับมือศัตรูได้สักพัก
เฮ่อจือหร่านกังวลว่าโม่จิ่วเยี่ยจะถามถึงที่มาของเกาทัณฑ์แขน
เสื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงหัวข้อสนทนานี้ นางจึงพลิกตัวหันหลังให้เขาทันที่
“ข้าง่วงแล้ว ขอตัวพักผ่อนก่อน”
แม้ในใจโมจิ่วเยี่ยจะมีค าถามข้อนี้อยู่ แต่ก็ไม่ได้อยากจะถามให้รู้
ความจริงไปเสียทั้งหมด
เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้เห็นเฮ่อจือหร่านใช้อาวุธที่ก้าวหน้า
เช่นนี้
ส่วนเฮ่อจือหร่านนั้น นางก าลังง่วงงุนจริง ๆ จึงตั้งใจว่าจะเข้าไปดู
ยอดขายในร้านค้าสักหน่อย แต่นางกลับต้านทานความง่วงที่มาเยือน
ไม่ไหว สุดท้ายจึงต้องยอมแพ้ให้แล้วหลับใหลไป
………
เช้าวันต่อมา ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่คาดการณ์ไว้ ก่อนฟ้ามืดวัน
นั้นเนื้อหมาป่าตากแห้งทั้งหมดก็ถูกย่างเสร็จเรียบร้อยด้วย
น ้าพักน ้าแรงของเหล่าสตรีทั้งหลาย
เผิงวั่งตัดสินใจทันทีว่าจะเก็บส่วนหนึ่งไว้ส าหรับให้ทุกคนกิน
ส่วนที่เหลือจะน าไปขายที่เมืองใกล้เคียงในเช้าวันพรุ่งนี้
เฮ่อจือหร่านคิดอยากจะพูดคุยกับเผิงวั่งสักหน่อย เพื่อขอให้นาง
ติดตามไปที่เมืองและจะได้ซื้อของใช้ที่จ าเป็นด้วย
แต่ใครจะรู้ ก่อนนางจะเอ่ยปากถามหาเขา เผิงวั่งกลับมาหานาง
ก่อนเสียแล้ว
“น้องสะใภ้ พรุ่งนี้พี่จะเข้าเมือง ถ้าเจ้ากับน้องชายโม่สนใจ จะไป
พร้อมกันก็ได้”
เขารู้ว่าครอบครัวของเฮ่อจือหร่านที่มาส่งนางคงมอบตั๋วเงินให้
อีกฝ่ายไม่น้อย
เมื่อในมือมีเงิน การซื้อข้าวของเพิ่มอีกสักหน่อยก็ไม่แปลกอะไร
“ตกลง พรุ่งนี้ข้าจะไปด้วย จะได้ซื้อข้าวของกลับมาเสียเลย”
เฮ่อจือหร่านตอบพร้อมรอยยิ้ม เป็นเรื่องที่น่ายินดีจริง ๆ นางหวังอะไร
ก็ได้อย่างนั้น ยังไม่ต้องเอ่ยปาก ข่าวดีก็วิ่งเข้ามาหาเอง
โม่จิ่วเยี่ยเองก็อยากติดตามเฮ่อจือหร่านไปที่เมืองด้วย แต่เขา
กังวลว่า หากเมืองหลวงส่งมือสังหารมาตอนนี้ คนในบ้านที่ไร้ก าลัง
ป้องกันตัวจะตกอยู่ในอันตราย
“ข้ายังบาดเจ็บอยู่ ไม่อาจไปด้วยได้”
เผิงวั่งไม่ได้คิดอะไรมาก คิดเพียงว่าโม่จิ่วเยี่ยพูดความจริง
“เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ เส้นทางเข้าเมืองยังไกลพอสมควร พรุ่งนี้
เราจะออกเดินทางกันตั้งแต่เช้ามืดเลย”
หลังจากส่งเผิงวั่งออกไปแล้ว เฮ่อจือหร่านจึงกลับมาพักผ่อนใน
กระโจม นางจึงเข้าไปในพื้นที่มิติอีกครั้ง
นางอยากดูจะยอดขายของร้านค้า ตอนนี้ผ่านมาสองวันแล้ว
นางคงสร้างก าไรได้บ้างแล้ว?
ขณะที่คิดเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านก็กดเปิดหน้าจอโทรศัพท์
นางเห็นว่าสินค้าในร้านถูกขายไปจนหมดเกลี้ยง ในบัญชีก็มี
ยอดเงินเข้ามาถึงสี่ล้านสองแสนห้าหมื่นหยวน
เรื่องตกใจที่อย่างไม่ทันตั้งตัวนี้ ท าเอานางตั้งรับไม่ทัน
เพื่อยืนยันว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความฝัน เฮ่อจือหร่านจึงเผลอหยิก
ต้นขาตัวเอง
ความเจ็บย ้าเตือนนางว่าทั้งหมดนี้คือเรื่องจริง!
เดิมทีนางคิดว่าสิ่งของโบราณราคาแพงเช่นนี้ แค่ปีหนึ่งขายได้
สักชิ้นสองชิ้นก็ดีมากแล้ว ไม่คิดเลยว่าในเวลาสองวัน สินค้าทั้งสิบ
เก้าชิ้นจะถูกขายจนหมด
เฮ่อจือหร่านรู้สึกสงสัยจึงกดเปิดดูประวัติการขาย นางดูเวลาที่
สินค้าถูกขายออกไป
พอเหลือบมองเท่านั้น นางก็พบว่าสินค้าทั้งหมดในร้านถูกซื้อไป
โดยคนคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า ‘นักสะสมตัวน้อย’ รวมถึงปิ่นเงินที่ขายไป
เมื่อวานด้วย…
นี่สามารถอธิบายได้อย่างหนึ่งว่า นักสะสมตัวน้อยซื้อปิ่นเงินที่
ราคาถูกที่สุดไปในวันแรก ก็เพื่อเป็นการทดสอบดูว่าสินค้าเป็นของ
จริงหรือไม่
เมื่อแน่ใจแล้วว่าปิ่นเงินเป็นของเก่าแก่จริง ๆ ถึงได้ตัดสินใจทุ่ม
เงินก้อนใหญ่ซื้อของชิ้นอื่น ๆ
ไม่เพียงเท่านั้น นักสะสมตัวน้อยยังให้คะแนนกับสินค้าทั้งหมดที่
ขายไปอีกด้วย
เนื้อหาเกือบทั้งหมดเป็นสินค้าราคาถูก คุ้มค่า คุ้มราคา ทั้งยัง
ขอให้ร้านวางขายสินค้าใหม่ ๆ และบ่อย ๆ อีกด้วย
เรื่องนี้ท าให้เฮ่อจือหร่านรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก ร้านนางเพิ่งเปิด
ใหม่ การมีความคิดเห็นเช่นนี้ เมื่อมีลูกค้าใหม่เข้ามา อย่างน้อยพวก
เขาก็จะมีข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ
สี่ล้านกว่าหยวนนี้ส าหรับเฮ่อจือหร่านแล้ว ไม่ใช่จ านวนเงิน
เล็กน้อยเลย
ถึงแม้ว่านางจะยังไม่ได้คิดว่าจเอาเงินจ านวนนี้ไปท าอะไร แต่ผู้ใด
จะรังเกียจการมีเงินทองที่มากมายเล่า?
ยิ่งไปกว่านั้น ภายในพื้นที่มิติของนางยังมีข้าวของที่น าออกมา
จากท้องพระคลังอยู่เป็นกอง แม้ว่ามองดูแล้วจะเป็นของชั้นดี แต่
ส าหรับเฮ่อจือหร่าน มันกลับเป็นเพียงข้าวของที่วางให้เปลืองพื้นที่ไป
เปล่าๆ
ถ้าเป็นของใช้ได้ทั่วไปก็คงไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แค่หาโรงรับจ าน า
สักแห่งและแลกเป็นเงินมาไว้ในมือได้ นางก็ยังรู้สึกดีกว่า
เพียงแต่สิ่งของเหล่านี้ล้วนมาจากท้องพระคลัง เกรงว่าหากไป
ปรากฏสู่สายตาผู้คนเมื่อใด อาจจะถูกจับสังเกตและกลายเป็นเบาะแส
ที่ท าให้ศัตรูตามหาตัวนางและโม่จิ่วเยี่ยได้
เมื่อถึงตอนนั้นคงได้ไม่คุ้มเสียแน่
วิธีการในตอนนี้จึงดีมากแล้ว นางสามารถน าของโบราณเหล่านี้
ออกมาวางขายในเถาเป่าอย่างปลอดภัย ไร้ความเสี่ยง ทั้งยังเป็นการ
เพิ่มพื้นที่ในพื้นที่มิติให้กับห้องพยาบาลของนาง และสร้างรายได้อัน
มหาศาลให้นางอีกด้วย
แม้ตอนนี้จะยังใช้เงินไม่ได้ แต่อนาคตยังอีกยาวไกลนัก ยากที่จะ
รับประกันได้ว่าจะไม่มีวันที่นางต้องการมัน
หากไม่จ าเป็นต้องใช้จริง ๆ นางก็สามารถบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้
ที่ต้องการได้
สรุปแล้วไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ความส าเร็จในการขายสินค้าก็
ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งส าหรับเฮ่อจือหร่าน
นางเองก็เข้าใจหลักการที่ต้องตีเหล็กเมื่อมันร้อน นางจึงใช้
จิตส านึก คัดเลือกสินค้าหลายสิบชนิดในพื้นที่มิติมาถ่ายรูป ตั้งราคา
แล้ววางขายในร้านค้าของแอป
จากนั้นเศรษฐีนีคนใหม่ที่เพิ่งครอบครองเงินกว่าสี่ล้านภายใน
สามวันก็เข้านอนอย่างพึงพอใจ
วันรุ่งขึ้นท้องฟ้ายังไม่ทันสว่าง เฮ่อจือหร่านก็ตื่นขึ้นมาตามที่ตก
ลงกันไว้ นางเดินทางเข้าเมืองไปพร้อมกับเผิงวั่งและเจ้าหน้าที่อีกคน
เนื้อหมาป่าที่ถูกท าเป็นเนื้อแห้งไม่ได้มีมากจนเปลืองพื้นที่นัก สิ่ง
ที่เห็นได้บนเข็นรถไม้ทั้งหมดคือหนังหมาป่าที่กองสูงราวกับภูเขา
หนังหมาป่ากองสูงเกินไปจนเจ้าหน้าที่ที่เข็นรถมองไม่เห็นทาง
ข้างหน้า เผิงวั่งจึงไม่มีทางเลือก นอกจากต้องเดินน าหน้าเพื่อน าทาง
เขา
เพื่อความสะดวกในการเดินทาง เผิงวั่งกับเจ้าหน้าที่จึงสวม
เสื้อผ้าของคนทั่วไปซึ่งไม่รู้ว่าพวกเขาไปหาพวกมันมาจากที่ไหน
เมื่อมองจากระยะไกล ทั้งสามคนก็เหมือนนายพรานที่ก าลังเดิน
ทางเข้าเมืองเพื่อขายสัตว์ที่ล่ามาได้
ในที่สุดเมื่อเลยยามเฉินมาเล็กน้อย พวกเขาก็มาถึงอ าเภอผิง
หยวน
อาจเป็นเพราะที่นี่มีประชากรหนาแน่นกว่า ท าให้ดูคึกคักกว่า
อ าเภออวิ๋นหลายอยู่บ้าง
เป้าหมายส าคัญของการเดินทางครั้งนี้คือการขายหนังหมาป่า
และเนื้อหมาป่าตากแห้ง เผิงวั่งจึงพาพวกเขาตรงไปยังร้านขายหนัง
สัตว์เพียงแห่งเดียวของที่นี่
หลังจากตรวจดูสภาพหนังหมาป่าแล้ว เถ้าแก่ก็ยื่นข้อเสนอจะซื้อ
ในราคาผืนละหนึ่งต าลึงเงินตามที่เผิงวั่งคาดการณ์ไว้
ในขณะที่เผิงวั่งก าลังจะตกลง เฮ่อจือหร่านก็ก้าวขึ้นมาด้านหน้า
“เถ้าแก่ หนังหมาป่าพวกนี้ผ่านการถลกและตากแห้งมาแล้ว คง
ไม่น่าจะคิดราคาเท่ากับตอนที่มันยังอยู่บนตัวหมาป่าได้นะ”
เถ้าแก่เห็นว่าคนที่เอ่ยปากเป็นหญิงสาวนางหนึ่ง เขาจึงไม่ได้ใส่
ใจค าพูดของนางแม้แต่น้อย
“แม่นาง เจ้าไม่รู้เรื่องอะไร ช่วงนี้ราคาหนังสัตว์ก าลังตกต ่า การที่
ข้ารับซื้อราคาผืนละหนึ่งต าลึง ก็เพราะเห็นว่าหนังหมาป่าพวกนี้ผ่าน
การถลกหนังมาแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น เฮ่อจือหร่านก็ถามกลับอย่างใจเย็นว่า “ถ้าอย่าง
นั้น ตามที่เถ้าแก่บอก หนังสัตว์ของข้าควรคิดราคาที่ดีได้เมื่อไหร่
เล่า”