ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 67 ท่านฮู่กั๋วกงผู้เกรียงไกรของเรากลัวภรรยา
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 67 ท่านฮู่กั๋วกงผู้เกรียงไกรของเรากลัวภรรยา
ไม่นานนัก หินแผ่นใหญ่ก็ถูกขัดล้างจนสะอาดเอี่ยม พวกเขาน า
มันมาวางตั้งเป็นเตาย่าง
เนื้อหมาป่าชุดแรกใกล้หมักได้ที่แล้ว เฮ่อจือหร่านใช้ทาน ้ามันลง
บนแผ่นหิน ก่อนจะค่อย ๆ วางเนื้อหมาป่าอย่างเป็นระเบียบ
ส่วนโม่จิ่วเยี่ยก็ก าลังนั่งคุมไฟอยู่ข้างแผ่นหิน
ทั้งสองคนท างานประสานกันเข้าขาราวกับเป็นหนึ่งเดียว ไม่นาน
นัก กลิ่นหอมเย้ายวนใจก็โชยฟุ้งออกมา ชวนให้ทุกคนน ้าลายสอ
เผิงวั่งเดินสูดดมกลิ่นหอมมาตลอดทาง
เฮ่อจือหร่านหยิบเนื้อหมาป่าแห้งชิ้นหนึ่งส่งให้เขา
“เจ้าหน้าที่เผิงท่านลองชิมดู เนื้อหมาป่าตากแห้งรสชาติเช่นนี้
สามารถขายได้ราคาดีหรือไม่”
เผิงวั่งรีบร้อนเอาเนื้อแห้งเข้าปาก เขาเคี้ยวอย่างละเมียดละไม
“เนื้อนุ่มละลายในปาก กลิ่นหอมเข้มข้นเคี้ยวเพลิน เป็นรสชาติที่
หาได้ยากยิ่ง”
นี่คือค าชมจากใจจริงของเผิงวั่ง
เฮ่อจือหร่านดีใจมากที่เนื้อชุดแรกที่นางท าได้รับค าชม นางจึง
หยิบชิ้นเนื้ออีกชิ้นขึ้นมาแล้วป้อนเข้าปากของโม่จิ่วเยี่ยทันที่
“ท่านพี่ ท่านลองชิมสักหน่อยสิ”
ปลายนิ้วเรียวของนางสัมผัสกับริมฝีปากของโม่จิ่วเยี่ยอย่างไม่ได้
ตั้งใจ
ร่างกายของชายหนุ่มพลันสั่นสะท้าน เขารู้สึกได้ว่าหัวใจของตน
เต้นเร็วขึ้นครึ่งจังหวะ
เขาเผลอยกมือขึ้นสัมผัสริมฝีปากของตัวเองตรงจุดที่ถูกเฮ่อจื
อหร่านสัมผัสอย่างไม่รู้ตัว ในใจรู้สึกดีอย่างน่าประหลาด
เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลก ๆ นี้ โม่จิ่วเยี่ยจึงตั้งใจเคี้ยวเนื้อ
ในปากไป
ไม่นานนัก เสียงหวานใสของเฮ่อจือหร่านก็ดังขึ้นข้างหูเขาอีก
ครั้ง
“ท่านพี่ เนื้ออร่อยหรือไม่”
“อร่อย อร่อยมาก” จิตใจของโม่จิ่วเยี่ยไม่ได้จดจ่ออยู่กับเนื้อ เขา
ไม่ได้ลิ้มรสรสชาติอย่างละเอียดเหมือนเผิงวั่ง แต่เขาก็รู้สึกได้ว่ามัน
อร่อยมากจริง ๆ
เฮ่อจือหร่านไม่ได้สนใจท่าทางของโม่จิ่วเยี่ย ค าตอบของเขานั้น
เรียบง่ายมาก นางจึงคิดว่ามันเป็นเพียงนิสัยที่เย็นชาของเขา และ
ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
นางหันไปหาเผิงวั่งอีกครั้ง “เจ้าหน้าที่เผิง บอกข้าสิว่าตอนนี้เนื้อ
หมาป่าพวกนี้ยังไร้ค่าอยู่หรือไม่”
“ไม่เลย ไม่อย่างแน่นอน! เนื้อตากแห้งพวกนี้หากเอาไปขายใน
เมืองต้องราคาดีแน่ ๆ” เผิงวั่งกล่าวด้วยแววตาเป็นประกาย ราวกับ
เห็นเงินมากมายก าลังจะไหลมาเทมา
“ถ้าอย่างนั้น เราก็ท าตามวิธีนี้เถอะ ท าเนื้อหมาป่าทั้งหมดให้เป็น
เนื้อตากแห้ง แล้วเอาไปขายในเมือง ส่วนหนังหมาป่าพวกนั้นก็อาศัย
ช่วงที่แดดดีเช่นนี้ตากให้แห้ง ถ้าท าให้มีสถาพที่ดีก็น่าจะขายได้เงิน
เพิ่มอีกจ านวนหนึ่ง”
ได้ยินเฮ่อจือหร่านพูดจาอย่างฉะฉาน ก็ท าให้เผิงวั่งยิ่งรู้สึกนับถือ
นางมากขึ้น ไม่รู้ว่าในหัวของสตรีผู้นี้มีอะไรอยู่ ถึงได้มีวิธีการ
มากมายขนาดนี้ได้
“ท าตามที่เจ้าว่า”
เผิงวั่งตัดสินใจจะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน เนื้อแห้งแสนอร่อยขนาดนี้
เขาต้องกินให้อิ่มหน าส าราญก่อน
ถึงอย่างไรเนื้อหมาป่าก็มีตั้งมาก เขากินไปอีกหน่อยก็คงไม่
เป็นไร…
เผิงวั่งกินไปกินมา ก็เหมือนเขานึกอะไรขึ้นได้จึงลุกวิ่งออกไป
ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับอุ้มไหสุราใบหนึ่งอย่างทะนุถนอม
เขาเปิดจุกไห แต่กลับไม่ดื่มเอง เขายื่นให้โม่จิ่วเยี่ยเสียอย่างนั้น
“เนื้อแห้งอร่อยขนาดนี้ จะขาดสุราไปได้อย่างไร เชิญท่านดื่ม
ก่อนเถอะ”
สมัยที่โม่จิ่วเยี่ยยังอยู่ในค่ายทหาร เขาเคยกินเนื้อแกล้มสุรากับ
ทหารคนอื่น ๆ เป็นประจ า
พอคิดถึงความรู้สึกที่ไม่ได้สัมผัสมานาน เขาก็รับไหสุรามาโดย
ไม่ปฏิเสธ ก าลังจะยกขึ้นดื่ม แต่ก็ถูกเฮ่อจือหร่านห้ามไว้เสียก่อน
“ท่านยังบาดเจ็บอยู่ ห้ามดื่มสุราเชียวนะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น มือของโม่จิ่วเยี่ยก็ยกไหสุราค้างอยู่กลางอากาศ
จากนั้นเขาก็ส่งไหสุราคืนให้เผิงวั่ง
“ภรรยาข้าพูดถูก ข้ายังบาดเจ็บ ไม่ควรดื่มสุรา”
เผิงวั่งมองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มขบขัน รับไหสุราคืนมาพร้อม
เอ่ยล้อด้วยน ้าเสียงลึกซึ้ง
“ไม่คิดเลยว่าท่านฮู่กั๋วกงผู้เกรียงไกรของเราจะกลัวภรรยา”
แน่นอนว่าโม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าเผิงวั่งก าลังล้อเล่น แต่เขาก็ยังคงพูด
อย่างจริงจัง “ท่านพูดผิดแล้ว ตอนนี้ข้าเป็นเพียงนักโทษเนรเทศ ไม่
ใช่ฮู่กั๋วกงอีกต่อไปแล้ว”
เผิงวั่งจึงรู้สึกตัวว่าค าพูดของตนเองนั้นไม่ค่อยสมควรเท่าไหร่
“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะไม่เรียกท่านฮู่กั๋วกงแล้ว ท่านก็อย่าเรียกข้าว่า
ท่านเลย ถ้าไม่รังเกียจก็เรียกข้าว่าพี่เผิงเถอะ”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ใช่คนเรื่องมาก ยิ่งไปกว่านั้นเขายังค่อนข้างยอมรับ
ในตัวตนของเผิงวั่งด้วย
“พี่เผิง”
เผิงวั่งดื่มสุราเข้าไปอึกใหญ่ หัวเราะร่า “ฮ่า ฮ่า ฮ่า…ดี! ต่อไปเจ้า
คือน้องชายโม่ของข้า ส่วนเฮ่อจือหร่านก็คือน้องสะใภ้ของข้า”
การที่ได้ใกล้ชิดกับหัวหน้าเจ้าหน้าที่ เป็นเรื่องที่เฮ่อจือหร่าน
ต้องการอยู่แล้ว
เฮ่อจือหร่านจึงยิ่งตั้งใจย่างเนื้อตากแห้งมากขึ้นไปอีก
ครั้นได้กลิ่นหอมโชยมา พี่สะใภ้ทั้งหลายกับโม่หานเยี่ยก็พากัน
มายังต้นก าเนิดของกลิ่น เฮ่อจือหร่านจึงรีบเชื้อเชิญให้พวกนางมา
ลิ้มลองเนื้อตากแห้ง
เมื่อได้ลิ้มลองแล้ว พวกนางก็หยุดมือไม่ได้
เนื้อพวกนี้อร่อยเหลือเกิน ไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้ทุกคนก าลังอยู่
ระหว่างการถูกเนรเทศ แม้แต่ตอนที่อยู่ในเมืองหลวง พวกนางก็ไม่
เคยกินของอร่อยเช่นนี้มาก่อน
พี่สะใภ้ทั้งหลายสงสารที่เฮ่อจือหร่านต้องล าบากอยู่ฝ่ายเดียว จึง
ตั้งใจเรียนรู้วิธีการย่างเนื้อตากแห้งจากนาง จากนั้นก็รับช่วงท างาน
ต่อ
เฮ่อจือหร่านยืนบิดตัว จากนั้นก็ถือเนื้อตากแห้งที่ย่างเสร็จแล้ว
ไปให้ทุกคนได้ลิ้มลอง
ทุกคนที่ได้ชิมเนื้อตากแห้งแสนอร่อยต่างก็เอ่ยปากชมว่าอร่อย
ทั้งนั้น
เฮ่อจือหร่านดีใจมาก จึงตัดสินใจเลี้ยงเนื้อตากแห้งอย่างไม่
จ ากัดในวันนี้
จนกระทั่งฟ้ามืด เนื่องจากเครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่ไม่มาก เนื้อ
ตากแห้งจึงเพิ่งย่างเสร็จไปเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น
ฮูหยินฟางเป็นห่วงว่าเนื้อหมาป่าจะเน่าเสียหากเก็บไว้นาน จึง
อาสาเป็นคนน าเหล่าสตรีในตระกูลช่วยกันท าทั้งคืน
นายหญิงใหญ่เซี่ยก็เอ่ยปากเช่นกันว่าวันพรุ่งนี้ก็ให้คนตระกูล
ฟางได้พักผ่อน ส่วนพวกนางจะช่วยกันท าต่อ
คาดว่าหากท าด้วยความเร็วเช่นนี้ ก่อนฟ้ามืดของวันพรุ่งนี้ เนื้อ
ตากแห้งก็น่าจะจัดการเสร็จเรียบร้อย
เนื่องจากอากาศในฤดูนี้ค่อนข้างอบอ้าว เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อ
หมาป่าที่หมักไว้เกิดการเน่าเสีย เฮ่อจือหร่านจึงพาทุกคนช่วยกันขน
ย้ายมันไปไว้ที่ริมแม่น ้า
บริเวณนี้มีอุณหภูมิที่ต ่ากว่า จึงเหมาะแก่การเก็บรักษา
หลังจากวุ่นวายมาทั้งวัน ในที่สุดก็ได้เวลาพักเสียที่
เมื่อช าระร่างกายเสร็จแล้ว เฮ่อจือหร่านจึงกลับเข้าไปในกระโจม
โม่จิ่วเยี่ยเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วงว่า “เจ้าพักผ่อนเถอะ วันนี้เหนื่อย
มามากแล้ว”
แท้จริงแล้วเฮ่อจือหร่านคิดว่าโม่จิ่วเยี่ยอาจจะมีเรื่องอยากพูดกับ
นางในเวลานี้ ทว่าเขากลับยังเงียบเฉย
ในเมื่อเขาไม่พูดอะไร เฮ่อจือหร่านจึงคิดจะเอ่ยปากขึ้นก่อน
“ตระกูลหลี่คงจะเดินทางถึงเมืองหลวงภายในวันพรุ่งนี้”
“อืม พวกเขาไปถึงเมืองหลวงเมื่อไหร่ ไม่ใช่ข้าก็เร็วข่าวคนที่
ตายในเพิงหญ้าคงจะถึงหูศัตรู” โม่จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน ้าเสียงราบเรียบ
ราวกับว่าเรื่องที่เขาก าลังพูดถึงนั้นไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง
เฮ่อจือหร่านไม่เข้าใจท่าทีของเขาสักเท่าไหร่ “ท่านไม่กลัวว่า
พวกเขาจะส่งคนมาอีกหรือ”
“เรื่องแบบนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ข้าหรือเจ้าจะสามารถป้องกันได้” หากไม่
ติดปัญหาว่าต้องคอยช่วยเหลือเฮ่อจือหร่านอยู่ตลอดเวลา โม่จิ่ว
เยี่ยคงใช้เวลาทั้งวันครุ่นคิดแต่เรื่องนี้
ทว่าเขาไม่อยากให้นางมาพลอยกังวลกับเรื่องนี้ จึงแสร้งท าเป็น
ไม่ใส่ใจ
ในสถานการณ์ปัจจุบันของพวกเขา เมื่อพบเจอเรื่องเช่นนี้ก็ได้
แต่ท าใจและรับมือไปทีละอย่าง
การจะลงมือท าอะไรเพื่อแก้แค้นคืน คงไม่ใช่เรื่องง่าย
แม้แต่เรื่องง่าย ๆ อย่างการจับโจรต้องจับหัวหน้าด้วย พวกเขาก็
ยังท าไม่ได้
ตอนนี้หลี่โหรวเอ๋อร์ตายไปแล้ว เพิ่งจะผ่านมาสองวัน ชีวิตของ
เขาก็สงบสุขขึ้นบ้าง แต่เขาก็ต้องกลับมาคอยระแวดระวังมือสังหาร
ของศัตรูอีกครั้ง
แต่เฮ่อจือหร่านไม่เคยหวั่นเกรงกับปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มองไม่
เห็น
“เอาสิ ให้พวกเขาส่งคนมาได้เลย”