ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 83 ข้ายังติดค้างคืนเข้าหอกับเจ้า
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 83 ข้ายังติดค้างคืนเข้าหอกับเจ้า
ส่วนเรื่องที่ผิดพลาดไปนั้น หนานฉีเองก็ยังไม่รู้ คงต้องสืบหา
ความจริงในภายหลัง
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยมี ‘เจ็ดวันมอดม้วย’ อยู่ในมือ อีกทั้งนี่ยังเป็น
โอกาสที่ดีเยี่ยม แต่อีกฝ่ายกลับไม่ลงมือกับเขา
ทั้งหมดนี้ก็บอกถึงอีกปัญหาหนึ่ง นั่นคือโม่จิ่วเยี่ยให้ความส าคัญ
กับความสัมพันธ์พี่น้องที่มีร่วมกันมา
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน หนานฉีจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน แล้วเปิดประตู
ห้องออก
“ไปเสีย! หวังว่าพวกเจ้าจะลืมเรื่องราวในวันนี้ไป”
แม้ค าพูดของหนานฉีจะเรียบง่าย แต่ทั้งสองก็เข้าใจดีว่า ต่อไป
เขาจะไม่ลงมือกับโม่จิ่วเยี่ยอีก
เมื่อบรรลุเป้าประสงค์แล้ว เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยจึงเดินออก
จากห้องไปโดยไม่ลังเล
ทั้งสองเพิ่งเดินลงมาถึงชั้นล่าง ก็เห็นเฟ่ยหนานอวี่นั่งดื่มสุราอยู่
เพียงล าพัง
เฟ่ยหนานอวี่หันหน้าไปทางบันได จึงเห็นคนทั้งสองเดินลงมา
อย่างปลอดภัย
เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก
จากนั้นจึงพยักหน้าให้ทั้งสองคนเล็กน้อยและไม่พูดอะไรต่อ
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยก็พยักหน้าตอบเฟ่ยหนานอวี่ไปเช่นกัน
จากนั้นจึงเดินออกจากโรงเตี๊ยมไป
คนขับรถม้าได้รับค าสั่งให้มารับพวกเขาเท่านั้น ไม่รู้เลยว่าทั้งคู่
จะรอดชีวิตออกมาได้ เขาจึงน ารถม้าไปรอที่ด้านหลัง
อย่างไรก็ตาม โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่างก็ไม่คิดจะให้คนของ
หนานฉีไปส่ง พวกเขาจึงเดินไปตามท้องถนนของอ าเภอผิงหยวน
อย่างสบายอารมณ์
โม่จิ่วเยี่ยอดใจไม่ไหวจึงถามว่า
“เจ้ามียาพิษเจ็ดวันมอดม้วยจริงหรือ”
เฮ่อจือหร่านหลุดข า เมื่อรู้สึกว่าไม่มีคนของหนานฉีสะกดรอย
ตามมา นางจึงหยิบห่อกระดาษเล็กออกมาอีกครั้ง
นางเปิดห่อกระดาษออกแล้วเป่าลมเบา ๆ ใส่ ผงสีขาวก็ฟุ้ง
กระจายไปในอากาศ ก่อให้เกิดเป็นฝุ่นผงสีขาวลอยคลุ้ง
“นี่เป็นเพียงกลลวงตา ก็แค่ผงแป้งเท่านั้น”
โม่จิ่วเยี่ยยอมรับจากใจจริง เขาไม่รู้ว่าในหัวของสตรีนางนี้ก าลัง
คิดอะไรอยู่ ถึงคิดแผนการแบบนี้ออกมาได้
เขาเผยรอยยิ้มออกมาต่อหน้าเฮ่อจือหร่านเป็นครั้งแรก น ้าเสียง
เจือความเอ็นดูโดยไม่รู้ตัว
“เจ้านี่มัน…”
เฮ่อจือหร่านท าท่าทางภูมิใจเล็กน้อย “แน่นอน ข้าน่ะมีความคิด
มากมาย”
ทว่าในขณะที่เฮ่อจือหร่านก าลังเพลิดเพลินกับความรู้สึกดีใจอยู่
นั้น ก็มีรถม้าคันหนึ่งแล่นตรงเข้ามา พุ่งชนทุกอย่างบนท้องถนนที่
แสนพลุกพล่าน
โม่จิ่วเยี่ยโอบเอวของนางไว้ตามสัญชาตญาณ ให้นางหลบไป
อยู่ด้านข้างอย่างรวดเร็ว
แม้จะหลบรถม้าที่พุ่งเข้ามาได้ แต่ด้วยแรงของโม่จิ่วเยี่ย ท าให้
ร่างกายของเฮ่อจือหร่านเสียสมดุล ใบหน้าของนางจึงแนบชิดกับ
ใบหน้าของเขา
ความอุ่นร้อนที่ส่งผ่านมาอย่างฉับพลันพาให้หัวใจของโม่จิ่วเยี่ย
เต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ยิ่งไปกว่านั้น หัวใจของเขายังบอกกับตัวเองอย่างซื่อตรงว่า เขา
ชอบความรู้สึกเช่นนี้มาก
แม้ทั้งสองจะยืนนิ่งได้อย่างมั่นคงแล้ว แต่ชายหนุ่มก็ยังคงไม่ยอม
ปล่อยมือจากเฮ่อจือหร่าน เขาหวังให้เวลาชั่วขณะนี้คงอยู่ตลอดไป
เฮ่อจือหร่านเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน ร่างกายของนางเหมือนถูก
กระแสไฟฟ้าวิ่งผ่าน จนรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว
เมื่อเงยหน้าขึ้นก็สบเข้ากับสายตาและใบหน้าอันหล่อเหลาของ
โม่จิ่วเยี่ยในระยะประชิด
เฮ่อจือหร่านรู้สึกได้ว่าใบหน้าของนางเริ่มเห่อร้อนมากขึ้น จึงรีบ
ผลักร่างของชายหนุ่มที่ยังคงโอบกอดนางอยู่ เพื่อไม่ให้ตัวเองต้อง
เผชิญกับความล าบากใจ
ในที่สุดโม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกตัว เขารีบชักมือกลับจากเอวของนาง
ทั้งสองหันหน้าหนี ไม่กล้ามองหน้ากันอีก
หลังจากเงียบไปพักใหญ่ สุดท้ายโม่จิ่วเยี่ยก็เอ่ยขึ้นว่า “พวกเรา
กลับกันเถอะ”
“อืม!” เฮ่อจือหร่านเดินตามโม่จิ่วเยี่ยไปติด ๆ นางไม่เคยคิดเลย
ว่าตัวเองจะมีวันที่รู้สึกเขินอายได้แบบนี้
ทั้งสองเดินกลับไปอย่างเงียบ ๆ ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่
จนพวกเขากลับมาถึงโรงเตี๊ยมที่ขบวนนักโทษค้างคืน
ครอบครัวของโม่จิ่วเยี่ยเห็นพวกเขากลับมาอย่างปลอดภัยก็รู้สึก
โล่งใจ
เพื่อไม่ให้ต้องล าบากใจเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับโม่จิ่วเยี่ย เฮ่อจื
อหร่านจึงรีบเข้าไปพูดคุยกับพวกพี่สะใภ้แทน
กระทั่งฟ้ามืด พวกเขาทั้งสองจึงจ าเป็นต้องกลับเข้าห้องและพบ
หน้ากันอีกครั้ง
ภายในห้องพักอันเงียบสงัด พวกเขาได้ยินเพียงเสียงหัวใจของ
กันและกันเท่านั้น
และแล้วโม่จิ่วเยี่ยก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากท าลายความเงียบนี้
“เอ่อ…นั่น…เช่นนั้น…ก็พักผ่อนกันเถอะ!”
“ตกลง!” เฮ่อจือหร่านพุ่งเข้าไปในผ้าห่มด้านในจนชิดติดก าแพง
โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ต่างกัน เขาขยับไปนอนริมเตียงจนแทบจะตก
อาจเป็นเพราะฤทธิ์สุราที่ดื่มเข้าไปเมื่อตอนเที่ยง ค ่าคืนนี้โม่จิ่ว
เยี่ยจึงหลับสนิท
เฮ่อจือหร่านไม่อยากให้การนอนไม่หลับมารบกวนการเดินทาง
ในวันพรุุ่งนี้ นางจึงกินยาเมลาโทนิน*[1]ไปหนึ่งเม็ดก่อนจะนอน
ผลปรากฏว่า คืนนี้เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองคนหลับสนิทพร้อมกัน
แม้จะกินยาเมลาโทนินไปแล้ว แต่เฮ่อจือหร่านก็ยังคงตื่นตรง
เวลาเหมือนเดิม
เมื่อถึงเวลา นางก็รู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว
เพียงแต่วันนี้แตกต่างไปจากทุกที่ นางรู้สึกเหมือนตัวเองถูกห่อ
ไว้ด้วยเตาไฟขนาดใหญ่
นางยังคงหลับตา พลางสัมผัสไปมาอย่างระมัดระวัง ใบหน้าของ
นางราวกับก าลังแนบชิดอะไรบางอย่างที่แข็ง และดูเหมือนว่าร่างกาย
ของนางก็ถูกทับด้วยของหนักเช่นกัน
ทันใดนั้นนางก็พลันลืมตาขึ้น ภาพที่เห็นตรงหน้าคือแผ่นอกของ
ผู้ชาย
ใบหน้าของนางแนบชิดอยู่ตรงนั้น และสิ่งที่ทับร่างนางอยู่ก็คือ
แขนและขาของโม่จิ่วเยี่ย
นางมองแขนของตัวเองที่รู้สึกชาเล็กน้อย และพบว่าตนก าลัง
โอบเอวของเขาอยู่
สวรรค์! นางนอนกอดกับบุรุษคนนี้อยู่ทั้งคืน
เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจไปมากกว่านี้ เฮ่อจื
อหร่านจึงค่อย ๆ ดึงแขนออกจากเอวของโม่จิ่วเยี่ยอย่างระมัดระวัง
และขยับตัวถอยหลังไปทีละน้อย
แต่นางไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายรู้สึกตัวตื่นมานานแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยเป็นชายชาตรีและนี่เป็นครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิดกับสตรี
ขนาดนี้ แม้เขาจะไม่ได้รังเกียจความรู้สึกนี้นัก แต่เขากลับกลัวว่า
เฮ่อจือหร่านจะร าคาญใจ
เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วน และไม่อยากให้
ความรู้สึกสบายใจเช่นนี้จบลง โม่จิ่วเยี่ยจึงเลือกที่จะแกล้งหลับต่อไป
ทว่ายิ่งเฮ่อจือหร่านพยายามขยับตัวอย่างระมัดระวังมากเท่าไหร่
นางก็ยิ่งประหม่ามากขึ้นเท่านั้น และในตอนที่ขยับตัว หัวเข่าของนาง
กลับไปสัมผัสสิ่งที่ไม่ควรสัมผัสเข้าอย่างจัง
ถึงแม้ในชาติก่อนนางจะครองตัวเป็นโสดมาตลอดยี่สิบสี่ปี แต่
นางก็รู้ดีว่ามันคืออะไร
เฮ่อจือหร่านเผลอร้องออกมาด้วยความตกใจ
ในเวลาเดียวกัน โม่จิ่วเยี่ยก็เผลอครางในล าคอ
ทั้งคู่สบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย ก่อนจะขยับตัวถอยหลังทันที
อย่างรู้ใจ
โชคดีที่ด้านหลังเฮ่อจือหร่านเป็นก าแพง นางจึงขยับถอยห่างได้
มากเท่าที่ต้องการ
แต่เป็นโชคร้ายส าหรับโม่จิ่วเยี่ย เขาเผลอสะดุ้งมากเกินไปจน
ร่างทั้งร่างล้มลงไปกองกับพื้น
ยังดีที่เขามีวรยุทธติดตัว จึงพลิกกายกลับมายืนบนพื้นได้อย่าง
มั่นคง ไม่เช่นนั้นคงเสียหน้าให้นางได้เห็น
หลังเห็นโม่จิ่วเยี่ยยืนนิ่งเหมือนเด็กหนุ่มที่ท าอะไรไม่ถูก เฮ่อจือห
ร่านก็อดข าไม่ได้
แต่นางพยายามข่มกลั้นมันเอาไว้
เพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขินนี้ นางจึงหลุดปากพูดออกไปว่า
“สามีภรรยาจะกอดกันบ้างมันก็เรื่องธรรมดา ท่านอย่าท าเป็น
ตื่นเต้นไปหน่อยเลย”
ค าพูดนี้ ส าหรับบุรุษอย่างโม่จิ่วเยี่ย ฟังแล้วรู้สึกขัดหูอยู่ไม่น้อย
ประโยคนี้ควรจะเป็นเขาที่พูดสิ ท าไมถึงถูกนางชิงพูดไปเสียก่อน
“ข้ารู้ ข้ายังติดค้างคืนเข้าหอกับเจ้าอยู่ รอให้ไปถึงซีเป่ยและตั้ง
รกรากที่นั่นได้เมื่อไหร่ ข้าจะชดเชยให้เจ้าแน่นอน”
ระหว่างที่โม่จิ่วเยี่ยพูด ก็เหมือนมีเสียงเล็ก ๆ จากในใจตะโกนว่า
แต่ถ้านางเต็มใจ เขาก็พร้อมชดเชยเรื่องคืนเข้าหอให้นางได้
ตอนนี้เลย…
[1] ยาเมลาโทนิน : ยาชนิดหนึ่งที่ช่วยให้นอนหลับ