ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 84 ท าให้เขาเข้าใจว่าเป็นความผิดของนางเอง
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 84 ท าให้เขาเข้าใจว่าเป็นความผิดของนางเอง
เฮ่อจือหร่าน “???”
นางพยายามแคะหู เหมือนว่าตนเองจะได้ยินอะไรผิดไป
โม่จิ่วเยี่ยที่นางรู้จักเป็นคนเย็นชา ลึกลับ พูดน้อย และเก็บตัว
ถ้าไม่ได้ยินกับหู นางคงไม่เชื่อว่าโม่จิ่วเยี่ยจะพูดแบบนั้นออกมา
ได้
อีกอย่าง นางไปขอให้เขาเข้าหอกับนางตั้งแต่เมื่อไหร่?
นางพูดอะไรผิดไปหรือไม่ ถึงท าให้เข้าใจว่ามันเป็นความผิดของ
นาง…
แต่เมื่อคิดดูอีกที่ นางก็ไม่ได้รังเกียจการสัมผัสจากโม่จิ่วเยี่ย
หรือว่า…นางเริ่มชอบเขาเข้าแล้ว?
เป็นไปไม่ได้ พวกเขาเพิ่งเจอกันได้ไม่กี่วันเองนะ?
นางไม่น่าจะชอบพอใครได้เร็วขนาดนั้น
ถึงแม้ว่าชาติก่อนนางจะยึดถือโม่จิ่วเยี่ยเป็นดั่งไอดอล แต่ค า
นิยามของไอดอลกับคนรักนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เพียงชั่วครู่ เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกว่าความคิดของตัวเองเริ่มสับสน
ไปหมดแล้ว
แต่นางก็ไม่เคยคิดที่จะหลีกหนีปัญหา
นางเป็นผู้หญิงที่มีความคิดทันสมัย กล้ารักกล้าเกลียด เพียงแต่
ตอนนี้นางยังไม่มั่นใจในความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น
เฮ่อจือหร่านส่ายหัวแรง ๆ พยายามตั้งสติ
ไม่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับโม่จิ่วเยี่ยจะเป็นเช่นไร ก็ปล่อย
ให้เป็นไปตามธรรมชาติเถอะ…
“ข้าจะออกไปดูข้างนอกก่อนว่าพวกเราจะออกเดินทางกัน
เมื่อไหร่” เฮ่อจือหร่านรีบเปลี่ยนเรื่องสนทนา
หลังเห็นนางกระโจนออกไปราวกับทะยานบิน โม่จิ่วเยี่ยก็คลาย
ความตึงเครียดลงได้บ้าง
เมื่อทานอาหารเช้าและเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว เผิงวั่งจึงออก
ค าสั่งให้ทุกคนเดินทางต่อ
น่าประหลาดใจที่เมื่อมาถึงประตูอ าเภอ พวกเขากลับพบเฟ่ย
หนานอวี่โดยบังเอิญ
เมื่อเห็นขบวนนักโทษเนรเทศ เฟ่ยหนานอวี่ก็เดินตรงเข้ามา เห็น
ได้ชัดว่าเขารออยู่ที่นี่มาตั้งแต่แรกแล้ว
เฟ่ยหนานอวี่จ าเผิงวั่งได้ เขาคือคนที่อยู่กับเฮ่อจือหร่านในวัน
นั้น และเป็นคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้
เฟ่ยหนานอวี่ยกมือคารวะเผิงวั่งพร้อมทั้งพูดคุยอย่างสุภาพ
จากนั้นก็เดินตรงไปยังขบวนนักโทษ เป้าหมายของเขาชัดเจนว่าเป็น
กลุ่มคนสกุลโม่
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกถึงอันตราย เขาคิดว่าเฟ่ยหนานอวี่อาจถูกส่งมา
จากหนานฉี
เฟ่ยหนานอวี่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคนทั้งสอง
“ฮูหยินโม่ ข้ารู้ว่าการเดินทางของพวกท่านต้องยากล าบาก” พูด
จบเขาก็หยิบตั๋วเงินออกมาจากอกเสื้อ
“นี่เป็นน ้าใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากข้า หวังว่าจะช่วยเหลือพวกท่าน
ได้บ้าง”
เฮ่อจือหร่านเห็นว่าตั๋วเงินในมือของเฟ่ยหนานอวี่เป็นเงินจ านวน
ใบละร้อยต าลึง
พวกมันมีอยู่ประมาณสิบใบ นั่นหมายความว่าเฟ่ยหนานอวี่จะ
มอบเงินให้นางหนึ่งพันต าลึง
หนึ่งพันต าลึงนี้ส าหรับนักโทษทั่วไปที่ถูกเนรเทศแล้ว นับว่าเป็น
เงินก้อนใหญ่
แต่ส าหรับเฮ่อจือหร่านที่มีทรัพย์สินทั้งหมดของท้องพระคลัง
ไม่ได้นับว่ามันเป็นเรื่องใหญ่อะไรเลย
การที่เฟ่ยหนานอวี่สามารถหยิบยื่นเงินจ านวนมากขนาดนี้มาได้
ในคราวเดียว คงเป็นรางวัลที่หนานฉีมอบให้
แม้ว่าหนานฉีจะเห็นความส าคัญของเฟ่ยหนานอวี่มากแค่ไหน ก็
คงไม่ให้เงินมากมายขนาดนี้หลังจากรู้จักกันได้ไม่นาน
หากเฟ่ยหนานอวี่สามารถมอบตั๋วเงินจ านวนมากนี้ให้นางได้
คาดว่าอีกฝ่ายอาจใช้เงินทั้งหมดที่มีอยู่ก็ได้
ส าหรับเรื่องนี้ เฮ่อจือหร่านรู้สึกซาบซึ้งใจนัก จากจุดนี้เห็นได้ชัด
ว่าเขาเป็นคนที่รู้จักบุญคุณ
อย่างไรก็ตาม นางไม่สามารถรับตั๋วเงินของเฟ่ยหนานอวี่ได้
เฟ่ยหนานอวี่ส่งเงินมากมายให้นาง ก็เพื่อต้องการจะตอบแทน
บุญคุณในวันนั้น
หากเขาเป็นแค่คนธรรมดาก็คงไม่เป็นไร แต่เฟ่ยหนานอวี่เป็น
ใครกันเล่า เขาคือจักรพรรดิในอนาคตนะ
เฮ่อจือหร่านไม่เบาปัญญาพอที่จะใช้เงินหนึ่งพันต าลึงลบล้าง
บุญคุณที่นางมีต่อเฟ่ยหนานอวี่
แม้จะไม่รู้ว่าในอนาคตพวกเขาทั้งสองจะมีโอกาสได้พบกันอีก
หรือไม่ แต่นางก็อยากจะลองเดิมพันกับความเป็นมนุษย์ของเฟ่ยหนา
นอวี่
เพราะโชคชะตาของโม่จิ่วเยี่ยในชีวิตนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
การตายแล้วจึงได้รับการแก้ไขให้พ้นผิด ย่อมแตกต่างกับการได้รับ
ความเป็นธรรมในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่
ทว่าความหวังที่จะท าให้โม่จิ่วเยี่ยได้รับความเป็นธรรมนี้ ก็ยังคง
เป็นเฟ่ยหนานอวี่
เฮ่อจือหร่านไม่ยอมรับเงินไป นางปฏิเสธอย่างจริงจังว่า “คุณ
ชายเฟ่ย เงินนี้ข้ารับไว้ไม่ได้ ท่านน ามันกลับคืนไปเถอะ”
แต่เฟ่ยหนานอวี่ยังคงยืนกราน
“ฮูหยินโม่ ท่านคงไม่รู้ หากวันนั้นท่านไม่ได้ยื่นมือเข้ามา
ช่วยเหลือ ข้าคงไม่มีแม้แต่เงินทองจะซื้อโลงศพให้บิดา บุญคุณอัน
ยิ่งใหญ่นี้ข้าจะไม่มีวันลืมเลือน เพียงหวังว่าท่านจะรับของเล็ก ๆ น้อย
ๆ นี้ไว้ เพื่อให้ข้ารู้สึกสบายใจ”
เพื่อให้เขาสบายใจหรือ?
จะเป็นไปได้อย่างไรกัน นางจะท าให้เขาจดจ าบุญคุณครั้งนี้ไปชั่ว
ชีวิต…
ขณะที่เฮ่อจือหร่านบ่นกับตัวเองในใจ นางก็ผลักตั๋วเงินนั้นคืนไป
อย่างไม่ลังเล
เมื่อเห็นดังนั้น โม่จิ่วเยี่ยจึงก้าวมาเอ่ยว่า “คุณชายท่านนี้ ภรรยา
ของข้าเป็นคนพูดค าไหนค านั้น นางบอกว่าไม่รับก็คือไม่รับแน่นอน
ท่านอย่าได้ดื้อดึงเลย”
ทุกคนต่างรู้สึกเสียดายแทนคนทั้งสองที่เห็นเงินก้อนใหญ่หลุด
มือไป
ระหว่างการเดินทางไปซีเป่ย หากมีเงินติดตัวสักหนึ่งพันต าลึงก็
คงไม่ต้องกังวลเรื่องใด ๆ อีก และอาจมีใช้ไปจนถึงปลายทาง
ไม่รู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านคิดอะไรกันอยู่ ถึงไม่รับเงิน
มากมายขนาดนี้ไว้
พี่สะใภ้คนอื่น ๆ ก็ต่างมองด้วยความร้อนใจ แต่ทุกคนรู้ดีว่าเฮ่อจื
อหร่านเป็นคนรอบคอบ การที่นางไม่รับตั๋วเงินย่อมต้องมีเหตุผลอยู่
แน่
ดังนั้น ทุกคนจึงได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ ไม่พูดอะไรออกมา
ได้แต่มองตั๋วเงินที่ถูกส่งกลับคืน
ส่วนเฟ่ยหนานอวี่ก็เข้าใจดีว่าเงินจ านวนนี้คงมอบให้พวกเขาใน
วันนี้ไม่ได้แล้ว
เขาจึงได้แต่ยิ้มอย่างจนใจ เก็บตั๋วเงินใส่ไว้ในอกเสื้อดังเดิม
“ถ้าเช่นนั้น ข้าคงรบกวนท่านทั้งสองต่อไม่ได้แล้ว”
เฟ่ยหนานอวี่พูดพลางโน้มตัวเข้ามาใกล้ เอ่ยกระซิบข้างหูโม่จิ่ว
เยี่ยเบา ๆ “หากข้ามีอ านาจเมื่อไหร่ ข้าจะช่วยท่านลบล้างมลทินให้
เอง”
แม้เสียงของเขาจะเบา แต่เฮ่อจือหร่านที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ได้ยินอยู่บ้าง
สิ่งที่นางต้องการก็คือค าสัญญาจากปากของเฟ่ยหนานอวี่
ค าพูดนี้มีค่ามากกว่าเงินหนึ่งพันต าลึงนั้นเสียอีก
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้ารับค าอย่างหนักแน่น ตอบกลับเสียงเบา
เช่นกัน “เช่นนั้น ข้าก็ขอขอบคุณคุณชายเฟยล่วงหน้าแล้ว”
เฟ่ยหนานอวี่ตบบ่าโม่จิ่วเยี่ยเบา ๆ ก่อนจะเดินจากไป
ขบวนนักโทษยังคงเดินทางต่อ หลังเดินทางมาเป็นเวลาสามวัน
เต็ม ๆ จนกระทั่งถึงบ่ายของวันที่สี่ อากาศก็เริ่มอบอ้าวผิดปกติ
สวรรค์ก็เหมือนจะรู้เห็นเป็นใจ ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสไร้เมฆ กลับมี
ลมพัดแรงน าพาเมฆฝนมาบดบังจนมืดครึ้ม
โจวเหล่าปาที่อยู่ท้ายขบวนนักโทษ รีบเร่งฝีเท้ามาหาเผิงวั่งที่อยู่
หน้าขบวน “หัวหน้า ฝนจะตกแล้วนะขอรับ”
เผิงวั่งแหงนหน้ามองท้องฟ้ามืดครึ้มที่เต็มไปด้วยเมฆฝน
“ฝนคงจะตกหนักแน่ เดินไปอีกสิบลี้จะมีหมู่บ้านอยู่ พวกเราเร่ง
ฝีเท้าไปที่นั่น มองหาบ้านของชาวบ้านเพื่อหลบฝนกันเถอะ!”
“ขอรับ” โจวเหล่าปาตอบรับ แล้วตะโกนบอกกับกลุ่มคนว่า “รีบ
เดินกันหน่อย ใครรั้งท้ายระวังจะถูกเฆี่ยน!”
ทุกคนต่างรีบร้อนเพราะไม่มีใครอยากตากฝน หลังจากโจวเหล่า
ปาตะโกนบอก พวกเขาก็เร่งฝีเท้าขึ้นอย่างเชื่อฟัง
แต่โชคชะตากลับไม่เข้าข้าง พวกเขาเดินไปได้ไม่ไกลเม็ดฝน
เม็ดใหญ่ก็ตกลงมา
อีกทั้งยังโชคร้ายยิ่งกว่านั้น เพราะบริเวณโดยรอบเป็นที่โล่ง
เตียน ไม่มีสิ่งใดให้หลบฝน
ด้วยความจ าเป็น เผิงวั่งจึงได้แต่สั่งให้เดินหน้าต่อไป
สายฝนยิ่งตกหนักราวกับแม่น ้าเทกระหน ่า
ยังดีที่พวกเจ้าหน้าที่เตรียมหมวกไม้ไผ่มาจากเมืองหลวงทุกคน
ส่วนนักโทษอย่างพวกเขาโชคดีไม่อย่างนั้น จึงไม่มีอะไรที่ใช้กันฝน
แม้แต่ชิ้นเดียว