ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 87 ปัญหาอาหารเย็นได้รับการแก้ไข
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 87 ปัญหาอาหารเย็นได้รับการแก้ไข
เมื่ออุณหภูมิภายในถ ้าค่อย ๆ อุ่นขึ้น บรรดาสตรีทั้งหลายก็
ล้อมรอบกองไฟเพื่อผิงเสื้อผ้า
น่าเสียดาย เสื้อผ้าที่สวมอยู่บนร่างกายนั้นไม่ใช่ว่าจะแห้งง่าย ๆ
โม่จิ่วเยี่ยเห็นดังนั้น จึงตั้งใจจะออกไปข้างนอกชั่วคราว
เฮ่อจือหร่านเห็นเขาจะไป ก็รีบเดินเข้ามาข้างหน้า ยื่นถุงถ่าน
ขนาดเล็กสองถุงให้เขา
“ท่านเอาสิ่งนี้ไปให้พี่เผิงกับคนอื่น ๆ ด้วยเถอะ”
โม่จิ่วเยี่ยมองถุงถ่านไม้ขนาดเล็กสองถุงนั้นด้วยความเสียดาย
ถ่านนี้เขาเป็นคนแบกขึ้นเขามา น ้าหนักของมันมากเท่าไหร่เขา
เองก็รู้ดี แม้จะไม่ได้มอบให้คนอื่นไป ของที่มีอยู่ก็คงใช้งานได้ไม่นาน
ของใช้เองในครอบครัวยังไม่พอ ยังจะต้องแบ่งไปให้คนอื่นอีก
เฮ่อจือหร่านมองออกว่าเขาก าลังสับสน
“ท่านวางใจเถอะ ข้ายังมีของอยู่”
โม่จิ่วเยี่ยนึกถึงภาพที่ข้าวของในท้องพระคลังหายไปเป็นจ านวน
มาก เขาจึงรู้สึกมั่นใจขึ้นมา
“ตกลง ข้าจะน าไปให้พวกเขา” แล้วโม่จิ่วเยี่ยจากไป
เฮ่อจือหร่าน อาสาไปยืนเฝ้าที่ปากถ ้า ปล่อยให้สตรีทั้งหลาย
ถอดเสื้อผ้าออกผิงให้แห้งอย่างรวดเร็ว
ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง ทว่าฝนกลับยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก
โชคดีว่าจุดนี้เป็นที่สูง น ้าฝนไหลลงมาตามไหล่เขา จึงไม่มีน ้าขัง
แม้แต่น้อย
เผิงวั่งนั่งอยู่หน้ากองไฟ อดชื่นชมโม่จิ่วเยี่ยกับภรรยาไม่ได้
“น้องชาย พวกเจ้าช่างมองการณ์ไกลจริง ๆ ตอนนี้น ้าคงท่วมตีน
เขาไปหมดแล้ว”
เห็นได้ชัดว่าโม่จิ่วเยี่ยยังค่อนข้างกังวล
“ดูจากท่าทางของท่านในตอนนั้นแล้ว ผู้ใหญ่บ้านคงไม่ได้ฟังที่
ท่านเตือน”
เผิงวั่งถอนหายใจ
“ข้าพูดไปหมดแล้ว แต่หลิวหลี่เป็นคนดื้อรั้น เขาคิดว่าข้าพูด
เกินจริง”
โม่จิ่วเยี่ยส่ายศีรษะด้วยความจนใจ ไม่รู้ว่าควรจะท าอย่างไร
จางชิงเห็นทั้งสองคนคุยกันจึงเข้ามาร่วมวงสนทนา
“หัวหน้า ถึงแม้พวกเราจะหนีน ้าท่วมได้ แต่การที่พวกเราอยู่บน
เขานาน ๆ ก็คงทนหิวตายไม่ได้หรอก”
เผิงวั่งเองก็คิดถึงปัญหานี้เช่นกัน ตอนแรกเขาคิดว่าจะขึ้นมา
หลบบนเขาเพียงคืนเดียว และพรุ่งนี้เช้าก็จะลงไปได้
แต่เมื่อเห็นสายฝนที่ยังคงตกหนัก เขาก็เริ่มไม่แน่ใจ
ทันใดนั้น โม่จิ่วเยี่ยก็ลุกขึ้นยืนเดินตรงไปยังปากถ ้า
การกระท าของโม่จิ่วเยี่ยนั้นเดาได้ไม่ยาก คงจะต้องเกิดเรื่องอะไร
ขึ้นแน่ ๆ
ทั้งสองคนจึงเดินตามไปที่ปากถ ้าอย่างรู้กันโดยไม่ต้องบอกกล่าว
“น้องชาย เกิดอะไรขึ้น”
โม่จิ่วเยี่ยท าท่าทางให้เผิงวั่งเงียบเสียง แล้วพูดเบา ๆ ว่า “พี่เผิง
ขอข้ายืมกระบี่ท่านสักหน่อย เหมือนข้าจะได้ยินเสียงหมูป่า”
พอได้ยินว่ามีหมูป่าอยู่แถวนี้ เผิงวั่งก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที่
ถ้ามีแค่เจ้าหน้าที่อย่างพวกเขา ก็คงจะตื่นกลัวอยู่บ้าง แต่ตอนนี้
มีถึงอดีตเทพสงครามที่อายุน้อยที่สุดของราชวงศ์ต้าซุ่นยืนอยู่ตรงนี้
ด้วย เขาย่อมวางใจได้
เผิงวั่งถอดกระบี่ของจางชิงแล้วยื่นให้โม่จิ่วเยี่ย “น้องชาย ระวัง
ตัวด้วย”
หลังเห็นโม่จิ่วเยี่ยออกจากถ ้าไปแล้ว เผิงวั่งจึงถือกระบี่ตาม
ออกไป “น้องชายรอข้าด้วย”
ขณะเดียวกัน เฮ่อจือหร่านที่อยู่ในถ ้าก็ได้ยินเสียงดังข้างนอกนั้น
ด้วย
นางยิ้มออกมาอย่างรู้สึกดีใจ เพราะปัญหาเรื่องอาหารเย็นได้รับ
การแก้ไขแล้ว
นางเพิ่งก้าวออกจากปากถ ้า ก็เห็นเงาร่างของโม่จิ่วเยี่ยพุ่งวาบ
ไปยังพุ่มไม้ด้านหน้า เผิงวั่งที่ตามมาติด ๆ วิ่งสุดก าลังก็ไม่อาจไล่ตาม
เขาได้ทัน
เมื่อรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยลงมือแล้ว เฮ่อจือหร่านจึงเดินกลับเข้าไปในถ ้า
สายฝนยังเทกระหน ่า หากโม่จิ่วเยี่ยไม่ว่องไวต่ออันตราย คงไม่
อาจรับรู้ถึงการมีอยู่ของหมูป่าได้รวดเร็วเช่นนี้
เสียงร้องของหมูป่าดังแว่วมาแต่ไกล ก่อนจะถูกกลืนหายไปกับ
สายฝนในเวลาไม่นาน
ไม่นานนัก โม่จิ่วเยี่ยและเผิงวั่งก็ลากหมูป่าตัวสีด ากลับมา
ด้วยกัน
เผิงวั่งรีบร้องเรียกชายฉกรรจ์จากอีกสามตระกูลให้มาช่วยกัน
ช าแหละหมูป่า
ตอนนั้นเองที่ทุกคนสังเกตเห็นว่า โม่จิ่วเยี่ยออกไปล่าหมูป่า
ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน ่ากลับมา
อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ต้องทนหิวในคืนนี้
เวลาเดียวกันนั้น พวกเขาก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงเหตุผลที่เผิงวั่ง
พาทุกคนขึ้นเขามา ฝนที่ตกหนักเป็นเวลานาน เชื่อว่าตอนนี้เชิงเขา
คงจะถูกน ้าท่วมไปหมดแล้ว
ทุกคนต่างรู้สึกโชคดีนัก แม้จะสูญเสียข้าวของไปมากมาย แต่
อย่างน้อยชีวิตของพวกเขาก็ยังปลอดภัยดี
คาดว่ายามนี้คงผ่านไปนานพอให้เสื้อผ้าของเหล่าพี่สะใภ้แห้งดี
แล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงเดินกลับไปยังถ ้าที่ครอบครัวพักหลบ
เมื่อได้ยินว่าจะมีเนื้อหมูป่าให้กิน รอยยิ้มก็พลันปรากฏขึ้นบน
ใบหน้าของทุกคนจนปิดไม่มิด
เฮ่อจือหร่านเป็นคนช่างสังเกต นางเห็นว่าเสื้อผ้าของโม่จิ่วเยี่ย
เปียกอีกรอบ จึงดึงเขามานั่งหน้ากองไฟ เพื่อให้เขาได้ผิงเสื้อผ้าให้
แห้ง
โม่จิ่วเยี่ยเองก็เห็นว่ากองถ่านที่กองอยู่มุมถ ้านั้นเหมือนจะ
เพิ่มขึ้นกว่าเดิม
เขาจ้องมองเฮ่อจือหร่านอย่างพิจารณา แต่แววตาใคร่รู้ในตอนนี้
มีน้อยกว่าแต่ก่อนมาก
บางทีเขาอาจจะเห็นเรื่องแปลกประหลาดเช่นนี้มามาก จนเริ่มชา
ชินไปเสียแล้ว…
เฮ่อจือหร่านกางกระโจมแล้วออกไปเก็บกิ่งไม้ด้านนอก
จะให้ท าอย่างไรได้ เพราะเครื่องครัวทั้งหมดถูกทิ้งไว้ที่บ้านของ
ผู้ใหญ่บ้านหลิวแล้ว เนื้อหมูป่าเหล่านี้จึงท าได้เพียงย่างกินเท่านั้น
แต่ขอแค่ทุกคนมีอะไรตกถึงท้องก็พอ
พวกเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้อยู่เฉย เพื่อจะได้กินเนื้อหมูป่าเร็วขึ้น ทุก
คนต่างหยิบมีดสั้นของตนออกมา พวกเขาหั่นเนื้อหมูป่าเป็นชิ้นเท่า
ๆ กันตามค าขอของเฮ่อจือหร่าน
เหล่าสตรีรับหน้าที่เสียบเนื้อหมูป่าทั้งหมดเข้ากับไม้
อาหารเย็นส าหรับคนจ านวนมากขนาดนี้ เฮ่อจือหร่านคนเดียว
คงจัดการไม่ไหว ดังนั้นจึงใช้ถ่านในถ ้าทั้งสามแห่งให้เป็นประโยชน์
เพื่อให้ต่างคนต่างท ากันเอง
เจ้าหน้าที่และคนอีกสามตระกูลไม่มีเครื่องปรุงรส จึงต้องกินเนื้อ
หมูป่าที่ไม่มีรสชาติอะไรเลย แต่สกุลโม่นั้นต่างออกไป
ในถุงของเฮ่อจือหร่านมีทุกอย่าง…
มีเกลือและขวดเล็ก ๆ ที่บรรจุน ้ามันเช่นกัน
ไม่เพียงเท่านั้น เฮ่อจือหร่านยังแอบโรยเครื่องเทศที่มีกลิ่นไม่แรง
นักลงบนเนื้อย่างอีกด้วย
ต้องบอกว่า อาหารเย็นของคนสกุลโม่นั้นอร่อยเหลือเกิน
วันนี้คนตระกูลเหอได้รับประโยชน์จากฝนตกหนัก พวกเขา
ได้รับการปฏิบัติเหมือนกับคนอื่น ๆ เป็นครั้งแรก
เจ้าหน้าที่ไม่มีหมั่นโถวหยาบให้พวกเขากิน แต่จะปล่อยให้พวก
เขาหิวโหยก็ไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเนื้อหมูป่าตัวหนึ่งก็มีมากพอส าหรับ
คนมากมายขนาดนี้ด้วย
ดังนั้น เผิงวั่งจึงแกล้งท าเป็นมองไม่เห็น ปล่อยให้พวกเขากินเนื้อ
หมูป่าไปตามใจ
หลังจากทุกคนอิ่มหน าส าราญกันแล้วและก าลังเตรียมตัว
พักผ่อน กลับได้ยินเสียงอึกทึกวุ่นวายเล็ดลอดมาแต่ไกล พร้อมกับ
เสียงร้องไห้ของผู้หญิงและเด็ก
เฮ่อจือหร่านมองหน้าโม่จิ่วเยี่ยทันที่
“น่าจะเป็นชาวบ้านพวกนั้น” โม่จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างมั่นใจ
“อืม เป็นไปได้ว่าสถานการณ์ที่ข้างล่างจะเลวร้ายกว่าที่พวกเรา
คิด” เฮ่อจือหร่านพูดถึงข้อสันนิษฐานในใจ
เสียงร้องไห้และฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
เฮ่อจือหร่านฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีใครสังเกต ซื้อคบเพลิงไม้
โบราณจากเถาเป่ามาจุดไฟส่งให้โม่จิ่วเยี่ย
โม่จิ่วเยี่ยถือคบเพลิงเดินไปที่ปากถ ้า
แสงไฟอันริบหรี่เผยให้เห็นกลุ่มคนซึ่งก าลังเดินมาทางพวกเขา
เมื่อเห็นว่าโม่จิ่วเยี่ยได้ยินเสียงเอะอะข้างนอก เผิงวั่งก็รีบวิ่งเหยาะ
ๆ เข้ามา
“น้องชาย ข้าเกรงว่าตอนนี้หมู่บ้านคงถูกน ้าท่วมไปหมดแล้ว”
“โชคดีที่พวกเขาขึ้นไปบนภูเขาแล้ว คงไม่มีใครเจ็บหนักหรือล้ม
ตายหรอก” โม่จิ่วเยี่ยตอบด้วยน ้าเสียงเคร่งขรึม