ปลุกอาชีพผู้อัญเชิญ: ฉันมีสูตรโกงซื้อทุกอย่างได้ในราคา 1 เหรียญทองแดง - บทที่ 57: คัมภีร์เลื่อนขั้นสกิลระดับต้น
- Home
- ปลุกอาชีพผู้อัญเชิญ: ฉันมีสูตรโกงซื้อทุกอย่างได้ในราคา 1 เหรียญทองแดง
- บทที่ 57: คัมภีร์เลื่อนขั้นสกิลระดับต้น
หลังจากการระดมยิงอีกระลอกจากนักล่าอสูรยักษ์
ค่ายยักษ์ทั้งสิบแปดแห่งก็ถูกลบออกจากแผนที่จนหมดสิ้น
ทีมยังคงเดินหน้าต่อไปโดยมีนักล่าอสูรยักษ์นำทางอยู่ด้านหน้า
ใช้สกิลวิสัยทัศน์เหยี่ยวสำรวจข้อมูลแผนที่อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ซูเฉินกับสองสาวก็เดินตามหลังมาอย่างสบายๆ
น่าเสียดายที่แม้ถ้ำแห่งนี้จะกว้างใหญ่ แต่ก็แทบไม่มีทิวทัศน์ให้ชม
พื้นเต็มไปด้วยเศษกระดูกและของเสียที่ยักษ์ทิ้งไว้
เป็นภาพที่ชวนให้คลื่นไส้
ถึงแม้สองสาวจะไม่ได้บ่นอะไร แต่ซูเฉินก็ยังรู้สึกว่ามันสะอิดสะเอียนเกินไป
เขาจึงใช้สกิลขี่ลมกับนักล่าอสูรยักษ์ ทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ของทีมเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
หลังจากทีมเดินทางมาได้เจ็ดถึงแปดกิโลเมตร เหยี่ยวก็ส่งข้อมูลใหม่กลับมาอีกครั้ง
มีค่ายอีกห้าแห่งปรากฏขึ้นในบริเวณใกล้เคียง
และในหนึ่งในค่ายเหล่านั้น มียักษ์ตัวหนึ่งที่ค่อนข้างพิเศษ
ร่างของมันสูงถึงสามสิบฟุต ใหญ่กว่ายักษ์ทั่วไปสองถึงสามเท่า
มันสวมชุดเกราะโลหะสีเทาเงินเต็มตัว ต่างจากยักษ์ตัวอื่นที่สวมเพียงหนังสัตว์หยาบๆ
แม้แต่ใบหน้าก็ถูกปกคลุมด้วยหน้ากากโลหะ
พฤติกรรมของมันก็ไม่เหมือนยักษ์ตัวอื่นที่นอนเกียจคร้านอยู่บนพื้น
มันนั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมหนังสัตว์
ข้างกายมีขวานศึกยาวสองเมตรวางอยู่
“ถ้าไม่ใช่บอส ก็ต้องเป็นมอนสเตอร์ระดับชั้นยอด” ซูเฉินคิดในใจ
เงื่อนไขการเคลียร์ถ้ำยักษ์คือการสังหารบอส
ระหว่างทางที่ผ่านมาพวกเขาเจอแต่มอนสเตอร์ระดับทั่วไป มีเพียงตัวนี้ที่แตกต่าง
ต่อให้มันไม่ใช่บอส แต่การฆ่ามันก็อาจจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับบอส
ซูเฉินออกคำสั่งให้เหล่านักล่าอสูรยักษ์กวาดล้างยักษ์ตัวอื่นก่อน
จากนั้นจึงนำทีมมุ่งหน้าไปยังยักษ์พิเศษตัวนั้น
ไม่นานนัก ระยะห่างระหว่างพวกเขากับยักษ์พิเศษเข้าสู่ระยะตรวจจับของม่านตาโลหิต
ซูเฉินเปิดใช้สกิล ดวงตาที่มีปีกเล็กๆ สองข้างกระพือบินไปหายักษ์พิเศษ
การตายของยักษ์ตัวอื่นในเผ่าทำให้ยักษ์พิเศษโดนกระตุ้นค่าความเกลียดชัง
มันกำขวานแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธ มองซ้ายมองขวา แต่กลับไม่เห็นศัตรู
สิ่งนี้ทำให้มันคำรามอย่างหงุดหงิด!
ผ่านม่านตาโลหิต ซูเฉินใช้สกิลดวงตาแห่งการมองทะลุ
[มอนสเตอร์: ยักษ์องครักษ์]
[ระดับ: ชั้นยอด]
[เลเวล: 36]
[พลังชีวิต: 300000/300000]
[มานา: 15000/15000]
[พลังโจมตี: 20000]
[ความทนทาน: 35000]
[ความคล่องแคล่ว: 12000]
[พลังวิญญาณ: 4000]
[สกิล: โจมตีคลั่ง, กินเนื้อ, เกราะหนังหนา]
[คำอธิบาย: องครักษ์ที่หัวหน้าเผ่าส่งมา เพื่อคอยเฝ้าตรวจตราเผ่าย่อยต่างๆ บนตัวของมันมีแผนที่สำหรับกลับไปยังเผ่าหลักอยู่]
…
[ฝากติดตามเพจด้วยนะคะ Facebook Page: Rubybibi นิยายแปล]
“เป็นอย่างที่คิด!” ดวงตาของซูเฉินเป็นประกาย
ในที่สุดก็เห็นความหวังในการเคลียร์ดันเจี้ยน!
เขาไม่ลังเลเลย สั่งให้นักล่าอสูรยักษ์เกือบร้อยตัวล็อกเป้าไปที่ ‘ยักษ์องครักษ์’ พร้อมกัน
เมื่อถูกเจตนาฆ่าจำนวนมหาศาลจับจ้อง
ยักษ์องครักษ์ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น
มันสัมผัสได้ถึงความอันตราย แต่ไม่รู้ว่าศัตรูอยู่ที่ไหน ทำให้รู้สึกอึดอัดอย่างมาก
แม้จะกำลังโกรธ มันก็ยังไม่ลืมเปิดใช้สกิลเกราะหนังหนา
เกราะที่แข็งแกร่งขยายตัวออก ราวกับร่างกายขนาดใหญ่ด้านในกำลังพองตัวขึ้นอีกครั้ง
แต่การเพิ่มพลังชีวิตและความทนทานไม่ได้ทำให้มันสบายใจขึ้น
ยิ่งเวลาผ่านไป มันยิ่งกระวนกระวายมากขึ้น
ในที่สุด…
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
เสียงแหวกอากาศดังมาจากด้านบน
เป็นลูกธนูพวกนั้นอีกแล้ว ลูกธนูที่คร่าชีวิตพวกพ้องของมันไป
มันคำรามใส่ลูกธนู ยกขวานยักษ์ขึ้น และฟันลูกธนูไปสามลูก
จากนั้นลูกธนูที่เหลืออีกเก้าสิบหกลูกก็เปลี่ยนร่างของมันให้กลายเป็นเม่น
[ติ๊ง! คุณได้สังหารมอนสเตอร์ระดับชั้นยอด ยักษ์องครักษ์ เลเวล 36 ได้รับค่าประสบการณ์ +720000, แต้มต้าเซีย +360]
หลังจากได้ยินการแจ้งเตือนของระบบ
ซูเฉินก็นำทีมมุ่งหน้าไปยังค่ายนั้น
ไม่นาน พวกเขาก็มาถึงข้างร่างของยักษ์องครักษ์
เมื่อมองดูศพที่เต็มไปด้วยลูกธนู สองสาวมีสีหน้าลำบากใจ ทนมองแทบไม่ได้
“มันดูแย่มากเลย” เซี่ยหลิงหยุนพูด
ไม่ใช่ว่าเธอเป็นคนขี้สงสาร
แต่เพราะว่าบนร่างของมอนสเตอร์ระดับชั้นยอดตัวนี้ มองเห็นเนื้ออยู่เพียงเล็กน้อยท่ามกลางลูกธนูจำนวนมหาศาล
ถ้าไม่มีชุดเกราะช่วยยึดไว้ เธอคงเห็นแต่เนื้อเละๆ กระจัดกระจายเต็มพื้น
ซูเฉินเดินไปที่ลูกแสงแล้วเอื้อมมือไปแตะ
จากนั้น แผนที่ที่ทำจากหนังสัตว์ก็ปรากฏขึ้นในมือเขา
[ไอเทม: แผนที่ถ้ำยักษ์]
[คำอธิบาย: แผนที่ฉบับสมบูรณ์ที่ระบุตำแหน่งค่ายทั้งหมดในถ้ำยักษ์]
“นี่แหละสิ่งที่ฉันต้องการ…” ดวงตาของซูเฉินเต็มไปด้วยความยินดี
บนแผนที่มีสัญลักษณ์หัวกะโหลกจำนวนมาก เรียงกันแน่น แค่นับดูคร่าวๆ อย่างน้อยก็เกินร้อย
และทางทิศเหนือค่อนไปทางตะวันตก มีสัญลักษณ์หัวกะโหลกขนาดใหญ่กว่าที่อื่น และสวมมงกุ
นั่นน่าจะเป็นตำแหน่งของค่ายที่บอสอยู่!
ซูเฉินเปรียบเทียบตำแหน่งทางเข้ากับค่ายที่พวกเขาเคยพบ…
หลังจากกำหนดตำแหน่งปัจจุบันและทิศทางที่จะไปแล้ว เขาก็เก็บแผนที่ เตรียมออกเดินทางอีกครั้ง
แต่ก่อนจะไป เขาเหลือบมองลูกแสงบนพื้น
มันยังไม่สลายไป แสดงว่ายังมีของอยู่ข้างใน
แม้จะมีโอกาสสูงที่มันจะไม่ใช่ของดี แต่ด้วยความคิดที่ว่าไหนๆ ก็มาแล้ว…
เขาจึงหยิบอีกครั้ง
‘เกราะอกยักษ์องครักษ์ ระดับคุณภาพสูง’
“ขยะ”
‘รองเท้ายักษ์องครักษ์ ระดับคุณภาพสูง’
“ขยะ”
‘คัมภีร์เลื่อนขั้นสกิลระดับต้น’
“ขยะ… หืม? เดี๋ยวนะ… นี่มันอะไร?”
ซูเฉินหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ทันที แล้วมองม้วนคัมภีร์ในมือ
[ไอเทม: คัมภีร์เลื่อนขั้นสกิลระดับต้น]
[คำอธิบาย: ใช้ได้กับสกิลขั้นที่หนึ่งและขั้นที่สอง มีโอกาสช่วยเลื่อนขั้นสกิล อัตราสำเร็จของสกิลขั้นที่หนึ่งคือ 5% และอัตราสำเร็จของสกิลขั้นที่สองคือ 0.1%]
…
หลังจากอ่านคำอธิบาย ลมหายใจของซูเฉินเริ่มถี่ขึ้นเล็กน้อย
สำหรับคนอื่น การเลื่อนขั้นสกิลหนึ่งขั้น อาจไม่มีค่าเท่าไหร่
อย่างมากก็เพิ่มพลังจากหนึ่งเป็นสอง หรืออาจจะสี่หรือห้า
แต่ซูเฉินไม่เหมือนคนอื่น!
เมื่อสกิลเลื่อนขั้น ค่าประสบการณ์จะถูกรีเซ็ตและกลายเป็นเลเวล 1
ไม่เพียงแต่ผลของสกิลจะไม่หายไป แต่ยังแข็งแกร่งขึ้นเพราะขั้นที่สูงขึ้น
จากนั้นเขายังสามารถอัปเลเวลสกิลจนสูงสุดอีกครั้ง ซึ่งจะกระตุ้นพรสวรรค์ ‘วิวัฒนาการสกิล’ ได้อีกเก้าครั้ง
“คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีสมบัติวิเศษแบบนี้อยู่ในโลก” ซูเฉินพูดพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นเต้น
ส่วนเรื่องอัตราความสำเร็จต่ำ…
มันสำคัญตรงไหน?
อัตราความสำเร็จตอนใช้คัมภีร์เสริมพลังอุปกรณ์ระดับต้นเสริมพลังอุปกรณ์ระดับมหากาพย์ มันต่ำแค่ไหน?
แต่เขาก็ยังฝืนเสริมพลังม่านตาโลหิตจนถึง +10 ได้!
ถ้าของแบบนี้ดรอปในดันเจี้ยนได้
งั้นในศูนย์แลกเปลี่ยนก็ต้องมีจำนวนมากแน่นอน
แล้วด้วยสูตรโกง ‘โปรโมชั่นลดราคาพิเศษ 1 เหรียญทองแดง’ เขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องราคาเลย
หลังจากสงบสติอารมณ์ ซูเฉินก็เปิดแผงคุณสมบัติส่วนบุคคล เพื่อดูสกิลขั้นที่หนึ่งทั้งสามอย่างของตัวเอง
เขาเลือกใช้คัมภีร์เลื่อนขั้นสกิลระดับต้นกับสกิล ‘อัญเชิญก็อบลิน’
แสงเรืองรองปรากฏขึ้นบนม้วนคัมภีร์ และค่อยๆ สว่างขึ้นเรื่อยๆ
สามวินาทีต่อมา แสงนั้นก็ยุบตัวและสลายไปพร้อมกับม้วนคัมภีร์
เป็นไปตามที่คาดไว้ มันล้มเหลว!
แต่ซูเฉินไม่ได้ใส่ใจเลย
เขาลุกขึ้นแล้วพูดกับสองสาวที่กำลังเก็บของดรอปอย่างมีความสุข
“ไปกันเถอะ เลิกเก็บขยะพวกนี้ได้แล้ว”
สองสาวชะงัก
“ขยะ?”
พวกเธอมองอุปกรณ์ในมือ
แม้จะเป็นเพียงระดับทั่วไป แต่ค่าคุณสมบัติของอุปกรณ์ที่ดรอปจากมอนสเตอร์ในเหวลึกก็ไม่ได้ต่ำ
ถ้านำกลับไปขายที่ดาวสีน้ำเงินหรือศูนย์แลกเปลี่ยนก็อาจจะได้เงินไม่น้อย
ถึงแม้พวกเธอจะไม่ได้ขาดเงิน แต่ทั้งคู่ก็ชอบความรู้สึกตื่นเต้นตอนเก็บของดรอป
แต่เมื่อซูเฉินพูดแบบนั้น พวกเธอก็หยุด
ภายใต้การคุ้มกันของนักล่าอสูรยักษ์ ทั้งสามมุ่งหน้าไปยังค่ายของเผ่าหลักโดยตรง!
……………