ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 365 หลินจือไป๋... ฉันจะเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับทวีป!
ฝั่งสื่อมวลชนข่าวสารต่างก็พากันประโคมข่าวปู่เยโหวทะลุขีดจำกัดอีกครั้ง อิทธิพลแผขยายครอบคลุมวงการนิยาย วงการภาพยนตร์โทรทัศน์ และวงการมังงะ!
“มังงะของปู่เยโหว ดังเป็นพลุแตก!”
“One Piece กระแสความนิยมระดับปรากฏการณ์!”
“ชมการเปลี่ยนผ่านจากนักเขียนสู่การเป็นนักวาดการ์ตูนที่งดงามของปู่เยโหว!”
“ปู่เยโหวประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ในการข้ามสายงาน ความอัจฉริยะปีศาจไล่หลังไปตี้…!”
“ปู่เยโหวจะนำพามังงะท้องถิ่นของฉินโจวให้รุ่งโรจน์!?”
ก่อนหน้าที่จะมี ‘One Piece’ มังงะที่โด่งดังที่สุดบนบลูสตาร์ส่วนใหญ่มาจากฉูโจว เหมือนกับในชาติก่อนที่มังงะยอดฮิตในจีนพื้นฐานมาจากทางญี่ปุ่น! ที่ผ่านมามังงะท้องถิ่นของฉินโจวไม่เคยสู้พวกที่มาจากภายนอกได้!
แต่ ‘One Piece’ ของปู่เยโหวในตอนนี้กลับมีกระแสความนิยมสูงจนแม้แต่มังงะจากฉูโจวยังต้องหลีกทาง! และหลินจือไป๋ไม่ได้แปลกใจกับเรื่องนี้เลย เพราะยังไง One Piece ก็คือหนึ่งในผลงานมังงะระดับเจ้าโลกที่ครองตลาดมังงะมาอย่างยาวนานในชาติก่อน จะไม่เจ๋งได้อย่างไรล่ะ?
ด้วยเหตุนี้หลินจือไป๋จึงไม่เคยห่วงเลยว่ามังงะเรื่องนี้จะมีปัญหา ยิ่งไปกว่านั้นหลายคนอาจนึกไม่ถึงว่า กระแสความนิยมในตอนนี้สำหรับ One Piece แล้ว ความจริงเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ให้เนื้อเรื่องดำเนินไปมากกว่านี้ รอจนกว่าจะก้าวสู่ยุคที่รุ่งโรจน์ที่สุด!
ดังนั้น หลังจากนี้ก็วาด One Piece ต่อไปแล้วกัน ยังไงก็ไม่มีเรื่องอื่นให้ทำอยู่แล้ว ถือซะว่าเป็นงานอดิเรกคลายเครียดจากการแข่งขัน
ใช่แล้ว One Piece ที่สั่นสะเทือนวงการมังงะฉินโจว ทำให้นักอ่านนับไม่ถ้วนคลั่งไคล้ สำหรับหลินจือไป๋แล้วก็แค่ความเพลิดเพลิน เมื่อเทียบกับความสนใจในผลงานของ One Piece ความจริงช่วงนี้หลินจือไป๋ทุ่มความสนใจไปที่การแข่งขันคัดเลือกของทีมสีน้ำเงิน รายการวาไรตี้ ‘King of Mask Singer’ รอบคัดเลือกทีมสีน้ำเงิน!
ปัจจุบันการแข่งขันของทีมสีน้ำเงินดำเนินมาถึงตอนที่สองแล้ว เพราะยังไงในคนกลุ่มนี้ หลินจือไป๋ดูแล้วทั้งสองตอน ต้องมีคนที่กลายเป็นคู่ต่อสู้ของตนในภายหลัง และในบรรดานั้น มีนักร้องหน้ากากสองสามคนเริ่มฉายแววโดดเด่นในการแข่งขันคัดเลือกทีมสีน้ำเงินจนสะดุดตาหลินจือไป๋เข้าแล้ว
คนแรกคือ นักร้องหญิงที่ชื่อ ‘ดอกเพชฌฆาต’ มีเสียงสูงที่แข็งแกร่งมาก ทักษะการร้องระดับราชินีเพลง!
คนที่สองคือ นักร้องชายที่ชื่อ ‘หลิวริมน้ำ’ มีความสามารถระดับราชาเพลง สไตล์คล้ายกับจางซีหยาง เป็นพวกนักรบหกเหลี่ยมที่รับมือได้ทุกอย่าง
และยังมีนักร้องหญิงที่ชื่อ ‘หญ้าอ่อนเขียวขจี’ ให้ความรู้สึกว่ามีฝีมือระดับราชินีเพลงเช่นกัน
ทั้งสามคนนี้ครองสามอันดับแรกในการแข่งขันคัดเลือกทีมสีน้ำเงินมาตลอด ต่อให้จะนำไปเปรียบเทียบกับสุนัขทิเบต เจ้าชายกบ และเทพดาราร้อยลักษณ์ของทีมสีแดง ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่ากันเลย ถึงขั้นไม่ได้มีแค่สามคนนี้เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีนักร้องอีกหลายคนที่แสดงทักษะการร้องที่ยอดเยี่ยมออกมาเช่นกัน
หลินจือไป๋วิเคราะห์ในใจ พบว่าเมื่อเทียบกับทีมสีแดงแล้ว พลังโดยรวมของทีมสีน้ำเงินถึงขั้นเหมือนจะเหนือกว่าอยู่ขั้นหนึ่งเสียด้วยซ้ำ!
ข่าวในฉินโจวช่วงนี้มีสองประเด็นร้อน!
หนึ่งคือ ความโด่งดังถล่มทลายของมังงะเรื่องแรกของปู่เยโหวอย่าง One Piece
สองคือ ความเข้มข้นของการแข่งขันคัดเลือกทีมสีน้ำเงินในรายการ ‘King of Mask Singer’ รวมถึงการวิเคราะห์ระดับมืออาชีพต่างๆ เกี่ยวกับนักร้องหน้ากากทีมสีน้ำเงิน
แต่จะว่าไปก็น่าสนใจอยู่ ถึงพวกนักร้องในการแข่งขันคัดเลือกทีมสีน้ำเงินจะมีความสามารถที่แข็งแกร่งมาก แต่การพูดถึงกลับไม่หวือหวาเท่ากับทีมสีแดง แม้ว่ายอดคลิกเข้าชมในแต่ละตอนจะไม่มีปัญหาอะไรก็ตาม คงเพราะการแข่งขันคัดเลือกของทีมสีน้ำเงินไม่มีคนอย่าง ‘เทพดาราร้อยลักษณ์’ มาคอยสร้างเรื่องละมั้ง?
อย่างน้อยปฏิกิริยาของชาวเน็ตก็เป็นแบบนี้
“ไม่ได้ฟังเทพดาราร้อยลักษณ์ร้องเพลงมาสองสัปดาห์แล้ว คิดถึงจัง”
“การแข่งทีมสีน้ำเงินสนุกนะ บางเวทีระเบิดกว่าทีมสีแดงอีก แต่ฉันรู้สึกเหมือนมันขาดอะไรไปสักอย่าง บนเวทีมันต้องมีราชาแห่งมีมอย่างเทพดาราร้อยลักษณ์ถึงจะสนุก”
“พวกนายพอกันที! ก่อนหน้านี้ตอนดูแข่งทีมสีแดง ยังบ่นกันอยู่เลยว่าเทพดาราร้อยลักษณ์เล่นใหญ่เกินไปจนกลบการแสดง ตอนนี้การแสดงออกมาดีมาก พวกนายก็เริ่มบ่นอีกว่าทีมสีน้ำเงินจริงจังเกินไป ไม่มีลูกเล่นเหมือนทีมสีแดง?”
“คนดูนี่เอาใจยากจริงๆ”
“ตอนนี้ที่ฉันกังวลคือ ในรอบแข่งชิงระหว่างทีมสีแดงและสีน้ำเงิน เทพดาราร้อยลักษณ์จะถูกคัดออกถ้าเจอพวกยอดฝีมือเข้าน่ะสิ คิดดูดีๆ แล้ว ฉันคงทำใจไม่ได้ที่สุดถ้าเทพดาราร้อยลักษณ์ต้องถูกคัดออก”
“เห็นด้วยกับข้างบน!”
“ประเด็นคือพลังของเทพดาราร้อยลักษณ์ดูบริสุทธิ์… ลึกลับนี่สิ บางทีฉันก็รู้สึกว่าเขามีพลังระดับราชาราชินีเพลงเลย แต่บางทีก็รู้สึกว่านอกจากลูกเล่นที่น่าสนใจแล้ว การร้องจริงๆ ก็แค่พอใช้ได้ เหมือนว่าเขาจะเก่งขึ้นตามคู่ต่อสู้ หรืออ่อนลงตามคู่ต่อสู้อะไรแบบนั้น?”
“พูดง่ายๆ คือขาดอำนาจการควบคุมเวที”
“เมื่อเทียบกันแล้ว เจ้าชายกบและสุนัขทิเบตต่างก็โชว์ฟอร์มได้เหนือชั้น ระดับที่ควบคุมเวทีได้เบ็ดเสร็จ แต่พอนึกได้ว่าเจ้าชายกบก็คือโจวหานจิน จะมีพลังการคุมเวทีขนาดนั้นก็พอเข้าใจได้ ส่วนสุนัขทิเบตต่อให้ไม่ใช่ราชาเพลง เขาก็มีฝีมือระดับราชาเพลงอย่างไม่ต้องสงสัยเลย”
สรุปคือคนพวกนี้เริ่มคิดถึงฉันแล้ว? เมื่อได้เห็นการสนทนาของชาวเน็ตหลินจือไป๋ก็เผยรอยยิ้มออกมา ดูเหมือนว่าภาพลักษณ์เทพดาราร้อยลักษณ์จะประสบความสำเร็จมากเลย
ส่วนเรื่องอำนาจการควบคุมเวทีนะเหรอ? ในระหว่างการแข่งขันคัดเลือกทีมสีแดง หลินจือไป๋ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นเลยสักนิด โดยเฉพาะหลังจากที่รู้ว่าเหล่านักร้องหน้ากากพวกนั้นล้วนเป็นเพื่อน ความอยากเอาชนะของหลินจือไป๋ก็แทบจะเป็นศูนย์ แค่ประคองตัวไม่ให้ถูกคัดออกอย่างเดียวก็พอ
บางทีอาจรอถึงรอบการแข่งขันระหว่างทีมแดงกับน้ำเงิน ถึงต้องเริ่มจริงจังขึ้นมา
ข่าวลือในเน็ตที่ว่า ‘One Piece’ กำลังจะถูกทำเป็นแอนิเมชันเป็นเรื่องจริง เจียงเฉิงตัวแทนคุนเผิงได้เซ็นสัญญาลิขสิทธิ์ดัดแปลงแอนิเมชันเรียบร้อยแล้ว ยังไงซะไม่ว่าจะเป็นคุนเผิงหรือสำนักพิมพ์เสินฮวา ต่างก็เป็นบริษัทของหลินจือไป๋เอง ดังนั้นขั้นตอนการเซ็นสัญญาจึงเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีการยื้อแย่งหรือถกเถียงใดๆ จากนั้นคุนเผิงก็นำลิขสิทธิ์ไปติดต่อกับเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เตรียมการผลิตแอนิเมชันที่เกี่ยวข้อง
หลังจากจัดการเรื่องนี้เสร็จ ตอนกลางคืนหลินจือไป๋ซุกตัวอยู่บนโซฟาที่บ้าน ดูรายการ ‘King of Mask Singer’ รอบคัดเลือกทีมสีน้ำเงินตอนที่สามพร้อมกับครอบครัว
สัปดาห์นี้มีนักร้องรับเชิญมาใหม่คนหนึ่ง ชื่อของนักร้องรับเชิญน่าสนใจมาก ชื่อว่า ‘ทุเรียนระเบิด’ เป็นนักร้องชาย สิ่งที่น่าจดจำยิ่งกว่าชื่อคือเวทีของทุเรียนระเบิด การแสดงเปิดตัวของเขาทำให้คนทั้งห้องส่งตะลึงงัน แม้แต่หลินจือไป๋ยังเผยสีหน้าประหลาดใจ
“ทักษะการร้องแข็งแกร่งมาก!”
“แม่… ดูมาตลอด ทำไมรู้สึกว่าความสามารถของนักร้องหน้ากากทีมสีน้ำเงินพวกนี้ดูจะแข็งแกร่งกว่าระดับเฉลี่ยของทีมสีแดงอีกละ?” พ่อเอ่ยขึ้น
หลินซีกล่าวอย่างครุ่นคิด “ถ้าพี่เดาไม่ผิด ทุเรียนระเบิดคนนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นราชาเพลงคนหนึ่งจากฉีโจว พี่เคยติดต่อกับเขาเมื่อหลายปีก่อน…”
“ราชาเพลงจากฉีโจว?” หลินเชิงเทียนกล่าวอย่างประหลาดใจ “นี่คิดจะพุ่งเป้าไปที่ตำแหน่งซูเปอร์สตาร์ระดับทวีปเลยเหรอ?”
เหล่าซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าของแต่ละทวีปบนบลูสตาร์ โดยพื้นฐานถือว่ามาถึงจุดสูงสุดของทวีปตัวเองแล้ว หากต้องการสถานะสูงขึ้นกว่านี้ ก็ต้องมองหาจุดเปลี่ยนเพื่อข้ามขีดจำกัดเดิมให้ได้
อย่างเช่นราชาเพลงจางซีหยาง ไม่ว่าเขาจะพัฒนาอย่างไร เส้นทางสายดนตรีในฉินโจวของเขาก็ถือว่าถึงเพดานแล้ว หากต้องการก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น ก็ต้องข้ามสายงานไปเป็นนักแสดงหรืออะไรทำนองนั้น เพื่อขยายอิทธิพลของตนให้ทะลุวงการเดิมออกไป
แต่การข้ามสายงานนั้นยากเกินไป วิธีแก้ที่ง่ายกว่านั้นความจริงคือการไปพัฒนาในทวีปอื่น เพื่อให้อิทธิพลของตนเองก้าวสู่ซูเปอร์สตาร์ระดับทวีป เพราะการขึ้นสู่จุดสูงสุดในทวีปเดียวกับการขึ้นสู่จุดสูงสุดในวงการบันเทิงของบลูสตาร์ทั้งวงการนั้นเป็นแนวคิดที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
“น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ” หลินซีหรี่ตาลง “ไม่อย่างนั้นระดับราชาเพลงแห่งฉีโจว ทำไมต้องมาถึงฉินโจวเพื่อเข้าร่วมรายการ ‘King of Mask Singer’ ด้วยล่ะ อย่ายืมสิว่าการเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับทวีปจะได้รับสิทธิพิเศษนำเข้าด้วยนะ”
“สิทธิพิเศษนำเข้า?” นี่เป็นครั้งแรกที่หลินจือไป๋ได้ยินคำนี้ “หมายความว่าอย่างไรเหรอครับ?”
พ่ออธิบายด้วยรอยยิ้มว่า “อนาคตลูกก็อาจจะต้องเดินบนเส้นทางนี้เหมือนกัน ซูเปอร์สตาร์ระดับทวีปเป็นมาตรฐานที่กำหนดโดยทางการของบลูสตาร์ ปกติแล้วถ้าอิทธิพลของดาราสามารถครอบคลุมได้ตั้งแต่สองทวีปขึ้นไปพร้อมกัน ก็ถือว่าถึงเกณฑ์มาตรฐานนี้”
“อิทธิพลครอบคลุมสองทวีป?” หลินจือไป๋กะพริบตา เขารู้สึกว่ามันไม่ได้ยากเย็นอะไรเป็นพิเศษ
หลินซียิ้มกล่าว “พี่ขอยกตัวอย่างโจวหานจินแล้วกัน โจวหานจินเป็นดาราตัวท็อปในฉินโจวบ้านเรา แต่ความจริงเขาไม่ได้โด่งดังอะไรมากนักในฝั่งฉีโจว เพราะเพลงของโจวหานจินจะถูกทางการฝั่งฉีโจวจำกัดการนำเข้าในหลายๆ ด้าน แฟนคลับที่นั่นถ้าอยากฟังเพลงของเขา ต้องดาวน์โหลดผ่านช่องทางพิเศษบางอย่าง นี่ก็คือการจำกัดอิทธิพลของโจวหานจินในฉีโจวยังไงละ”
หลินซีพูดอย่างอ้อมค้อม แต่หลินจือไป๋กลับเข้าใจแจ่มแจ้ง เหมือนชาติก่อนที่เขาอยากดูซีรีส์อเมริกาเรื่อง ‘Shameless’ แต่เพราะเนื้อหารุนแรงเกินไปจนไม่สามารถนำเข้ามาฉายในประเทศได้ จึงต้องดิ้นรนหาไฟล์ด้วยตัวเอง ยังไงซะมันก็มักจะมีบางที่ที่สามารถหาไฟล์เหล่านั้นมาจนได้…
“แต่ว่านะ” หลินซีกล่าวต่อ “ถ้าโจวหานจินเดินทางไปพัฒนาตัวเองที่ฉีโจว ไปร้องเพลงของตัวเองที่นั่น ค่อยๆ สะสมชื่อเสียงจนกลายเป็นดาราระดับท็อปของฉีโจว เมื่อนั้นผลงานของเขาก็จะถูกปลดล็อกในฉีโจวอย่างสมบูรณ์ รวมถึงถ้าต่อมาเขาออกเพลงใหม่ ก็จะสามารถปล่อยผลงานได้ทั้งสองทวีปพร้อมกันด้วย หรือพูดง่ายๆ ก็คือเพลงเดียวของเขาจะทำเงินได้จากทั้งสองทวีปเลย!”
“เข้าใจแล้วครับ” หลินจือไป๋กล่าว “แต่แค่การเป็นดาราตัวท็อปในทวีปเดียวก็ยากลำบากมากแล้ว จะเป็นตัวท็อปในอีกทวีปหนึ่งคงไม่ง่ายเลยใช่ไหมครับ?”
“ยากแน่นอนละ” หลินซียิ้มกล่าว “แต่มันก็ไม่ได้ยากเหมือนที่นายจินตนาการขนาดนั้นหรอก การไปถึงระดับท็อปในทวีปหนึ่งได้ ก็หมายความว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่นายจะไม่มีอิทธิพลในอีกทวีปหนึ่งอย่างสิ้นเชิง อย่าว่าแต่โจวหานจินเลย แม้แต่ไปตี้อย่างนายก็ย่อมต้องมีแฟนคลับในฉีโจวอยู่บ้าง เพราะผลงานบางอย่างของนายก็ต้องผ่านช่องทางเทาๆ เข้าไปที่ฉีโจวอยู่แล้ว!”
หลินจือไป๋: “แล้วยังไงครับ?”
หลินซีกล่าว: “เพราะฉะนั้นถ้านายขึ้นไปถึงระดับซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าในฉินโจวได้แล้ว ไปพัฒนาที่ฉีโจวต่อ โดยปกติแล้วนายจะเริ่มต้นที่ระดับดาราแถวสาม หรืออาจจะเป็นแถวสองหรือแถวหนึ่งเลยก็ได้ เรื่องนี้ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับว่าผลงานของนายถูกเผยแพร่เป็นการส่วนตัวในทวีปนั้นถึงระดับไหนแล้ว นอกจากนี้เพราะนายไปพัฒนาตัวเองโดยใช้ชื่อเสียงของดาราระดับท็อปจากทวีปอื่น ความสนใจที่จะได้รับย่อมสูงกว่าอยู่แล้ว ใครจะไม่สงสัยล่ะว่าซูเปอร์สตาร์ตัวท็อปจากทวีปอื่นจะมีฝีมือการทำงานเป็นยังไง?”
“เข้าใจแล้วครับ” ดวงตาหลินจือไป๋มีประกายวูบไหว ถ้าแบบนี้ตนก็จะควบได้ทั้งสองทาง ตอนที่ไปบุกเบิกตลาดที่ฉีโจวก็ต้องพยายามไปให้ถึงระดับซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าให้เร็วที่สุด!
รวมถึงทางฝั่งฉินโจวด้วย หลินจือไป๋เองก็ต้องขึ้นสู่ระดับซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าให้เร็วที่สุดเช่นกัน การต่อสู้คงไม่ลากยาวเกินไปนัก เมื่อตัวตนของไปตี้และฉือตี้รวมกัน หลินจือไป๋จะต้องเข้าสู่แถวหน้าอย่างแน่นอน ถ้าตัวตนของปู่เยโหวถูกเปิดเผยด้วย การที่หลินจือไป๋จะก้าวเข้าสู่ระดับซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าโดยตรงก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพียงแต่สำหรับตัวตนปู่เยโหว หลินจือไป๋ยังไม่พร้อมจะเปิดเผยเท่านั้น
บางที… รอให้ไปถึงฉีโจวแล้วกลายเป็นดาราระดับท็อปแล้ว ตนค่อยพิจารณาเปิดเผยตัวตนปู่เยโหวก็ได้ ถึงตอนนั้นก็ขึ้นสู่จุดสูงสุดของทั้งสองทวีปพร้อมกันไปเลย! กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับทวีปในคราวเดียว!
“ซากาเอะ อิจิโร ซูเปอร์สตาร์แห่งฉูโจว นายรู้จักใช่ไหม หมอนี่เป็นราชาเพลงระดับท็อปของฉูโจว หลังจากมาที่ฉินโจวบ้านเรา ใช้เวลาไม่ถึงสองปีก็ประสบความสำเร็จในฐานะซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าของฉินโจวแล้ว แน่นอนว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับแม่ของเขาที่เป็นชาวฉินโจวด้วย ปกติแล้วการขึ้นสู่จุดสูงสุดในระดับซูเปอร์สตาร์ในทวีปอื่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
หลินซีรู้ดีราวกับเป็นสมบัติในบ้าน หลักๆ เพราะไปตี้ในฉินโจวย่อมต้องมีวันที่ได้เป็นซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าอย่างแน่นอน และหลินจือไป๋เองก็กำลังจะไปบุกเบิกตลาดที่ฉีโจวเร็วๆ นี้แล้ว เส้นทางนี้จึงเหมาะกับหลินจือไป๋ที่สุด การเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับทวีปต่างหากที่ควรจะเป็นเส้นทางของหลินจือไป๋
“พี่ถึงกับสงสัยเลยว่า ถ้านายไปถึงฉีโจวแล้วอาจจะเริ่มต้นในฐานะดาราแถวสามเลยด้วยซ้ำ เพราะในงานเลี้ยงการกุศลครั้งก่อนที่นายใช้ ‘อารัมภบทศาลากล้วยไม้’ แสดงพลังด้านศิลปะการเขียนพู่กันระดับสุดยอดออกมา ทำให้ผู้คนมากมายจากทุกทวีปจดจำนายในฐานะปรมาจารย์อักษรวิจิตรอันดับหนึ่งของโลกไปแล้ว การจะก้าวเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับทวีป การโชว์หน้าบนเวทีระดับโลกคือทางลัดที่ดีที่สุดนะ เสียดายที่ถึงทุกคนจะรู้ ก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถมีโอกาสสร้างชื่อต่อหน้าผู้ชมทั่วโลกได้…”
เหมือนกับงานเลี้ยงการกุศลคราวก่อน ไม่ว่าใครก็ตามที่ขึ้นไปเขียนผลงานอย่าง ‘อารัมภบทศาลากล้วยไม้’ หรือใช้วิธีที่คล้ายกันสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชมทั่วโลก ก็ย่อมสามารถวางรากฐานที่มั่นคงแก่การก้าวเข้าสู่ตำแหน่งซูเปอร์สตาร์ระดับทวีปได้ทั้งนั้น แต่ปัญหาคือจะมีสักกี่คนที่ทำได้ล่ะ?
หลินจือไป๋เผยรอยยิ้ม เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าการทุ่มสุดตัวให้กับอักษรพู่กันก่อนหน้านี้ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริงๆ
ฉันจะต้องเป็นราชาโจรสลัดให้ได้… ขออภัย มาผิดกองแล้ว ฉันจะเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับทวีปให้ได้!