ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 516 เดินเล่นในร่าง
เมิ่งน้อยที่ยังคงค้างคาอยู่ในงวงของช้าง ในตอนนี้จะเป็นครั้งแรกที่มันคิดจะจัดการช้างยักษ์คลั่งในที่สุด
ไอ้ฉิบหาย
ถ้าไม่อยากได้งวงของเจ้านักล่ะก็ให้ข้าช่วยเจ้าเอง
นี่ทำให้เมิ่งน้อยนั้น ปล่อยตัวเองให้ไถลไปตอนที่ปลายงวงของช้างยักษ์คลั่งได้ทุบลงพื้น ก่อนที่จะใช้มือปักไปตรงกล้ามเนื้อพร้อมกับเท้าที่แหย่ตรงไปอีกทาง หลังจากที่ช้างยักษ์คลั่ งได้ชูงวงขึ้นสูงเพื่อฟาดงวงลงมาอีกครั้ง มันก็ปล่อยตัวเองให้หลุดร่วงไป
กว่าช้างยักษ์คลั่งจะรู้สึกตัวก็เป็นตอนที่ตัวมันนั้นรู้สึกได้ถึงการลุกไหม้ที่เกิดขึ้น
ช้างยักษ์คลั่งที่กำลังฟาดงวงไปมาอย่างคลุ้มคลั่งนี้อยู่ๆก็รู้สึกได้ว่าราวกับมีเปลวไฟปรากฎอยู่ในงวงของมันจากไหนไม่รู้ นี่ทำให้มันต้องกริ่งเกรงนึกกลัวขึ้นมาในทันทีจนราวกั บวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง มันถลึงตากว้างจนราวกับตาของมันจะหลุดออกมาจากเบ้า
เฉินเฉียงที่คอยใช้กระแสจิตของตนสังเกตการณ์ต่อสู้ระหว่างสัตว์ร้ายของทั้งสองโลกอยู่นี้ก็ถึงกับต้องนิ่งอึ้งไป
การลงมือของเมิ่งน้อยนี่คงไม่ได้ทำอะไรให้เจ้าช้างยักษ์คลั่งสักเท่าไหร่….ละมั้ง
ทุกคนที่ยังคงเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ตอนนี้เองก็เห็นว่างวงของช้างยักษ์คลั่งนั้นอยู่ก็ทอแสงสีแดงออกมา หลังจากนั้นก็ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อย่างเพียงเท่านั้น
เป็นตอนนี้ที่เจ้าช้างยักษ์นั้นรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวเสียจนนึกอยากจะร้องขอให้มันตายไปเสียพ้นๆ
หลังจากย่างงวงข้างช้างคลั่งไปโดยเปลวไฟพิเศษจากร่างของเมิ่งน้อยแล้ว เมิ่งน้อยก็ได้ร่วงหล่นเข้าไปสู่ภายใน
ช้างยักษ์ใหญ่ที่คลุ้มคลั่งอย่างที่สุดก่อนหน้านี้ เพียงการลงมือไม่กี่ครั้งก็ทำให้ทั้งงวงและโคนงาที่เคยหลังเหลือก็ต้องมลายสิ้น พร้อมกับร่างกายของมันที่บังเกิดรูดำอย่างนั บไม่ถ้วน
และก่อนหน้านี้ ที่เมิ่งน้อยทำลงไปทั้งหมดนั้นก็เพื่อที่จะหาทางเข้าไปในร่างของช้างยักษ์คลั่งให้ได้เพียงเท่านั้น แต่จนมาถึงตอนนี้ มันไม่อาจจะหาจังหวะเข้าไปได้ เมื่อมีโอกาสมาถ ถึงตรงหน้ามีหรือที่มันจะยอมพลาดโอกาสนี้ไป
หลังจากร่วงผ่านงวงยาวมาได้ เมิ่งน้อยก็ไถลร่างของตนลงผ่านไปถึงลำคอของช้างยักษ์คลั่ง
แน่นอนว่าในกระบวนการนี้ ร่างกายของเมิ่งน้อยนั้นแดงฉานประดุจเปลวไฟอันร้อนแรงตลอดเวลา
แม้จะเป็นการต่อสู้เช่นนี้ เมิ่งน้อยก็ยังเอาใจใส่ในท่าร่างอันสง่างามของตนในทุกอิริยาบถ
ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับภายในงวงของช้างยักษ์ที่น่าสยดสยองขนาดไหนก็ตาม
หากว่ากันตามตรง ต่อให้ช้างยักษ์คลั่งตัวนี้จะเป็นสัตว์วิญญาณ แต่ในเมื่อมันนั้นอยู่ในระดับราชาสัตว์วิญญาณก็สมควรจะเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ได้
เพียงแค่ว่ามันนั้นถูกแผ่นแก่นพลังงานรูปแบบบ้าคลั่งเข้าไปทำให้มันนั้นไม่อาจมีสติพอที่จะคงสภาพการเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ไว้ได้อีก
กับสัตว์วิญญาณนั้น ร่างที่พวกมันจะแสดงพลังออกมาได้ดีที่สุดนั้นก็คือร่างสัตว์วิญญาณ เมื่อมันถูกฝังแผ่นแก่นพลังงงานบ้าคลั่งลงไปแล้ว มันย่อมต้องคงอยู่ในสภาพที่แสดงพลัง ออกมาได้ดีที่สุดเป็นธรรมดา
และในตอนนี้ เมิ่งน้อย ได้หลุดรอดเข้าไปในลำคอของมัน มันก็ไม่อาจจะขับเมิ่งน้อยออกมาจากร่างได้แต่อย่างใด
เมิ่งน้อยนั้นหลังจากทำลายงวงของมันไปแล้ว แถมมาในตอนนี้ยังร่วงหล่นไปสู่ลำคอของมัน นี่ไม่ใช่ว่าลำคอของมันจะพังไปด้วยรึไง
ในตอนนี้ช้างยักษ์คลั่งทำได้เพียงรอคอยชะตากรรมของมันเพียงเท่านั้น
ยังดีที่มันรับรู้ได้ว่าเมิ่งน้อยไม่ได้อยู่ที่ลำคอของมันไม่นาน ไม่อย่างนั้นลำคอของมันก็คงลุกไหม้ไปแล้ว แต่กระนั้น เมิ่งน้อยก็ร่วงหล่นเข้าไปยังกระเพาะที่ดูโสมมของช้างยักษ์ คลั่งไปแล้ว
ช้างยักษ์คลั่งในตอนนี้ไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกและวิตกออกมาแต่อย่างใด กลับกัน มันแสดงออกมาอย่างตื่นเต้นยินดีท่ามกลางความบ้าคลั่ง
ถึงแม้ก่อนหน้านี้เมิ่งน้อยจะทำให้มันรู้สึกตายดีกว่าอยู่มาแล้วก็ตาม แต่นั่นหาได้ทำให้ความเกลียดชังที่มีต่อเมิ่งน้อยนั้นลดลงไปแต่อย่างใด ว่ากันตรงๆ ความเกลียดชังนี้ทำให้มันต้อ องรู้สึกตื่นเต้นยินดีที่เมิ่งน้อยหลุดเข้าไปในกระเพาะของมัน
เพราะไม่ว่าจะเป็นตัวอะไรก็ตาม หรือแต่ให้มันจะต้องบาดเจ็บร้ายแรงขนาดไหน ตราบใดที่มันยังมีชีวิตอยู่ มันย่อมมีโอกาสรอดชีวิต
แต่กลับเมิ่งน้อยนั้นไม่มีทางที่มันจะปล่อยไป
มันจะทำให้เมิ่งน้อยได้รับรู้ว่าอะไรคือสิ่งทีเรียกว่า ตายเสียดีกว่าอยู่
นี่คือสิ่งที่ช้างยักษ์คลั่งได้คิดขึ้นมา
แต่ในตอนนี้ เหล่าศิษย์และสำนักเต๋าต่างๆที่เห็นก็ไม่ได้มีท่าทีสงสัยแต่อย่างใด
นั่นก็เพราะก่อนหน้านี้ช้างยักษ์คลั่งต้องตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถเพราะเมิ่งน้อยมา ถึงแม้ว่าขาของมันอีกสามข้างยังอยู่ดี แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้มันต่อสู้ได้ดีขึ้นสักเท่าไหร่นัก ก ว่าแต่…..ทำไมเมิ่งน้อยถึงยังไม่ออกมากัน
“คงไม่ใช่ว่าเจ้าหนูนั่นคิดจะเล่นงานช้างยักษ์คลั่งจากภายในท้องของมันหรอกนะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็บันเทิงล่ะ ท้องของช้างยักษ์นั่นมันใหญ่โตจนเจ้าหนูนี่เดินเล่นเป็นตลาดได้เลยนะวุ้ย แล้วเจ้าหนูนั่นคิดจะทำอะไรกันแน่”
“ไม่อ่ะ ไม่ดีเลยสักนิด”
เมื่อเห็นท่าทางของคนที่พูดออกมาแล้ว นี่ทำให้ศิษย์สำนักที่พูดคุยกันก่อนหน้านี้แสดงออกมาด้วยหน้าตาหุบยิ้ม
และเปลี่ยนกลายเป็นสงสัย
นี่ทำให้คนที่พูดออกมาก่อนหน้านี้ได้อธิบายเพิ่มเติมในทันที “ข้านั้นหวังอย่างที่สุดว่าเจ้าตัวน้อยนั่นจะไม่ได้เข้าไปในกระเพาะของช้างยักษ์ตัวนั้น”
“นั่นก็เพราะข้าเคยได้ยินมาว่ากระเพาะของช้างนั้นแตกต่างจากของคนอย่างสุดกู่”
“กระเพาะของช้างยักษ์นั้นจะมีเนื้อเยื่อที่ซ้อนทับหนาประดุจดั่งรังมดก็ว่าได้”
“และที่น่าสะพรึงยิ่งกว่าก็คือในท้องของมันจะมีกรดที่เข้มข้นเกินกว่าจะจินตนาการได้ ว่ากันว่ากรดในกระเพาะของพวกมันนั้นสามารถย่อยได้ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้”
“มีคนเคยบอกไว้ว่ามันเข้มข้นมากจนแม้แต่แท่งเหล็กที่หนาพอๆกับกระเพาะของมันนั้นลงไปก็ยังต้องสลายไปจนหมดสิ้น”
“เออใช่ ข้าก็เคยได้ยินเช่นนั้น”
หนึ่งในคนที่มุงดูก็รีบกล่าวสำทับขึ้นมาในทันที “แล้วเจ้าเห็นนั่นรึเปล่า เจ้าช้างยักษ์นั่นไม่ได้แสดงท่าทางบ้าคลั่งแบบก่อนหน้านี้ กลับกันมันเหมือนออกจะดีในซะด้วยซ้ำ”
“ดูเหมือนว่ามันนั้นกำลังรอให้เจ้าลิงน้อยที่พึ่งจะร่วงหล่นไปในกระเพาะของมันนั้นย่อยก่อนเป็นแน่”
“นั่นเทียบกับมันได้ฆ่าเจ้าตัวน้อยเป็นการล้างแค้นแล้วเหมือนกัน”
“ไอ้ฉิบหาย ทำไมพวกเราไม่รีบเข้าไปฆ่าไอ้ช้างนั่นเพื่อช่วยเจ้าตัวน้อยกันล่ะ”
บนท้องฟ้าเอง ในตอนนี้ท่าทางของหยานเสวี่ยก็แสดงออกมาอย่างกระอักกระอ่วนเมื่อได้ยินการพูดคุยนี้ และในที่สุด เธอก็อดไม่ได้ที่จะหันไปหาเฉินเฉียงแล้วเอ่ยถามออกมา “เมิ่งน้อย จะ…ไม่เป็นอะไร…ใช่รึเปล่า”
หยานเสวี่ยนั้นจะมีความสุขที่ได้เห็นเมิ่งน้อยได้ออกเรี่ยวออกแรงจนแทบจะคลั่งตายอยู่ตรงนี้แล้วเหมือนกัน
จะมีสักกี่คนที่มีสัตว์เลี้ยงแสนรักที่ทรงพลังได้ถึงขนาดนี้
และเมิ่งน้อยเองก็เป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงแสนรักตัวนั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอได้ยินเหล่าศิษย์และผู้อาวุโสเบื้องล่างพูดคุยกัน นี่ทำให้เธอนั้นอดที่จะเป็นกังวลไม่ได้
แถมในตอนนี้เมิ่งน้อยได้ตกเข้าไปสู่กระเพาะของช้างยักษ์คลั่งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ค่าพลังจิตของหยานเสวี่ยจะไม่ได้ต่ำต้อย แต่ก็ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะพุ่งทะลุเข้าไปตรวจสอ อบสถานการณ์ของเมิ่งน้อยในกระเพาะของช้างยักษ์คลั่งได้เช่นเดียวกัน
แต่หากเป็นเฉินเฉียงนั้นหาได้มีปัญหาในเรื่องนี้ไม่
นั่นก็เพราะพลังจิตของเขาทรงพลังกว่าของหยานเสวี่ยนับสิบเท่า
และเมื่อเห็นเจ้าช้างยักษ์คลั่งตัวนี้มีท่าทางที่ผิดแปลกไป เฉินเฉียงเองก็เตรียมจะเข้าไปช่วยเมิ่งน้อยในทุกเวลาเช่นเดียวกัน
ส่วนหนึ่งนั่นก็เพราะเขานั้นดันไปพูดยียวนใส่เมิ่งน้อยไปก่อนหน้าจึงทำให้มันตัดสินใจทำเช่นนี้ประชดเขา ทั้งๆที่ความจริงแล้วเขานั้นก็แค่อยากจะรู้ว่าเมิ่งน้อยนั้นเก็บงำฝีมืออั นใดไว้บ้างก็เท่านั้น
แต่ในเมื่อนั่นทำให้เมิ่งน้อยคิดวิ่งเข้าหาอันตราย มีหรือที่เขาจะนิ่งเฉยได้กัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาเองก็ได้ยินสิ่งที่ผู้คนเบื้องล่างได้พูดคุยกันก่อนหน้านี้แล้วเกี่ยวกับเรื่องกระเพาะของช้างยักษ์ นี่จึงทำให้เขานั้นกังวลไม่น้อยจนต้องรีบส่งกระแสจิตเข้าไปส สังเกตเหตุการณ์
และที่เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสต่างๆได้พูดคุยกันนั้นก็ได้ถูกต้องแล้ว
จากที่เฉินเฉียงเห็นนั้น ในท้องของช้างยักษ์คลั่งราวกับก้นสมุทรที่มีแต่สาหร่ายทะเลก็ไม่ปาน ประดุจดั่งเขาได้เห็นฉากที่มีไอ้ตัวยึกยือที่เขาเคยได้พบเจอที่ก้นสมุทรคาบสมุท ทรมังกรแสนอยู่นับแสนตัวเลยก็ว่าได้ แถมกรดในกระเพาะก็ดูเข้มข้น ชั้นพื้นผิวกระเพาะที่ดูเหนียวสุดจะคาด พื้นผิวที่ดูขรุขระตะปุ่มตะป่ำราวกับหน้าตัดของแท่งงา…
นี่ทำให้เฉินเฉียงเองนั้นก็ยากที่จะบอกได้เหมือนกันว่าเมิ่งน้อยนั้นจะสามารถทนอยู่ในท้องของช้างยักษ์คลั่งตัวนี้ได้ไปสักเท่าไหร่
อย่างไรก็ตาม เมื่อเฉินเฉียงเห็นว่าในตอนนี้เมิ่งน้อยนั้นกำลังเล่นแต่ละส่วนในกระเพาะของช้างยักษ์คลั่งอยู่ นี่ทำให้เขานั้นอดที่จะหัวเราะไม่ได้
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ต้องกังวลไป เจ้าเด็กนั่นกำลังเพลินเลยเชียวล่ะ”
“อ้อ เจ้าเองก็บอกเหล่าศิษย์และผู้อาวุโสจากสำนักเต๋าต่างๆไปด้วยล่ะว่าไม่ต้องเข้าไปช่วยเหลือหรือเข้าไปยุ่งวุ่นวายในการต่อสู้ของเมิ่งน้อยกับไอ้ช้างยักษ์นั่น”
“ไม่อย่างนั้นล่ะก็ เดี๋ยวถ้าเมิ่งน้อยรู้เข้าล่ะก็ ข้าก็บอกได้แค่ว่าตัวใครตัวมันละกันนะ”