ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1100 สังเกตเห็น
ตอนที่ 1100 สังเกตเห็น
เย่กวงโต้วไม่ได้สังเกต แต่เจียงเสี่ยวไป๋พบว่าเขาพลาดไปที่เปิดเผยข้อมูลที่ไม่ควรเปิดเผย
ซึ่งว่าแม้ ‘ไซอิ๋ว’ จะเปิดตัวเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 1982 แต่ก็มีเพียงตอนนำร่อง ‘ปีศาจแมงมุม’ เท่านั้นที่ออกอากาศในปี 1982 ต่อมาในช่วงเทศกาลตรุษจีนในปี 1986 ภาพยนตร์เรื่องไซอิ๋วจำนวน 11 ตอนแรก ออกอากาศทาง CCTV อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง ปี 1988 ก็ได้ออกอากาศทั้งหมด 25 ตอน
เขาเน้นย้ำทันทีว่า “อย่างไรก็ตาม เมื่อนายไปพูดคุยกับผู้อำนวยการหยาง ก่อนอื่นนายต้องให้เงินสนับสนุนเขาเพิ่ม และอย่างที่สองนายไม่สามารถพูดถึงชื่อเพลงได้ แต่แนะนำให้พวกเขาเตรียมเพลงประกอบมาร้องได้ เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนออกอากาศอย่างเป็นทางการของภาพยนตร์ไซอิ๋ว”
จากนั้น เย่กวงโต้วก็นึกบางอย่างขึ้นได้และถามด้วยความประหลาดใจว่า “อย่างไรก็ตามผู้ช่วยเจียง คุณรู้ได้อย่างไรว่าเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องไซอิ๋วคือเพลงหนทางใด ? ”
ขนาดเขาก็ยังไม่รู้เลย
เขาอยากรู้จริง ๆ ว่าเจียงเสี่ยวไป๋รู้ได้อย่างไร
เจียงเสี่ยวไป๋จ้องเขากลับและพูดอย่างลึกลับว่า “แน่นอน ฉันมีช่องทางของตัวเอง ! ”
เย่กวงโต้วเชื่อในสิ่งที่เขาพูด
เพราะว่าเป็นเจียงเสี่ยวไป๋ที่พูดออกมา
“โอเคครับ ! ”
“ผมจะไม่พูดถึงมัน ! ”
เย่กวงโต้วให้คำมั่นสัญญา
เจียงเสี่ยวไป๋ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะสามารถปิดช่องโหว่ได้ในที่สุด เขาโบกมือแล้วพูดว่า “ไปทำงานของคุณเถอะ แจ้งให้เราทราบด้วยเมื่อคุณได้ดำเนินการแล้ว”
“ได้ครับ ! ”
เย่กวงโต้วตอบกลับแล้วรีบออกจากสำนักงานไป
ห้องทำงานของเขาอยู่ที่แถวที่สองของอาคาร เดิมทีเขาวางแผนจะกลับไปที่ห้องทำงาน แต่หลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็หยุด และมองไปทางห้องทำงานของเฉินอันผิง เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เดินไป
“สวัสดีคุณเย่ ! ”
หลังจากที่เดินเข้ามา กั๋วติง ผู้ช่วยของเฉินอันผิงก็ลุกขึ้นยืนและทักทายทันที
เย่กวงโต้วพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “สวัสดีผู้ช่วยกั๋ว ตอนนี้รองประธานอันว่างแล้วหรือยัง ? ”
คำเรียก ‘รองประธานอัน’ ได้แพร่กระจายไปทั่วสำนักงานใหญ่ของเจียงเจียกรุ๊ปในเวลาเพียงหนึ่งวัน และเย่กวงโต้วก็เรียกเขาแบบนั้นมาโดยตลอด
กั๋วติงตอบว่า “คุณเย่ ต้องขอโทษด้วย รองประธานอันไปที่สำนักงานของรองประธานเมิ่งแล้ว หากคุณต้องการคุยกับเขาเกี่ยวกับงาน โปรดรอสักครู่นะคะ”
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “ถ้าใช้เวลาไม่นาน ฉันก็รอได้ แต่หากนาน ไว้ฉันจะกลับมาทีหลัง”
กั๋วติงพูดว่า “น่าจะกลับมาในไม่กี่นาทีนี้แหละค่ะ”
เมื่อเย่กวงโต้วได้ยินว่าอีกไม่กี่นาที เขาก็นั่งลงบนโซฟาตรงหน้าสำนักงานเพื่อรอเฉินอันผิง
กั๋วติงจึงชงชามาให้เขา
คนหนึ่งอยู่ในแผนกการตลาด ส่วนอีกคนก็อยู่ในแผนกวางแผนสื่อ ห้องทำงานของพวกเขาจึงอยู่ห่างกันพอสมควร และการที่เย่กวงโต้วรออยู่ที่นี่ก็ไม่ได้ทำให้เขาเสียเวลา เพราะเขาก็ได้คุยกับกั๋วติงเกี่ยวกับเรื่องงานบางอย่างด้วย
เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว
“เฮ้ คุณเย่มารอพบฉันเหรอ ! ”
เมื่อเฉินอันผิงกลับมา เขาที่เห็นเย่กวงโต้วกำลังพูดเรื่องงานกับกั๋วติง เขาจึงได้กล่าวทักทาย
เย่กวงโต้วหยุดคุยกับกั๋วติงทันที เขารีบยืนขึ้นแล้วพูดว่า “สวัสดีรองประธานอัน ผมมาที่นี่เพื่อพบคุณโดยเฉพาะ ผมได้ยินจากผู้ช่วยกั๋วว่าคุณไปที่ห้องทำงานของรองประธานเมิ่ง จึงอยู่คุยกับเธอเพื่อรอคุณที่นี่”
เฉินอันผิงพยักหน้ายิ้ม เขาพูดว่า “เข้าไปพูดคุยกันข้างในเถอะ ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็เปิดประตูและเข้าไปก่อน
เย่กวงโต้วจึงเดินตามเขาเข้าไปข้างใน
หลังจากที่เฉินอันผิงวางแฟ้มในมือลงบนโต๊ะ เขาก็เชิญเย่กวงโต้วให้ไปนั่งที่โต๊ะหลุมไฟ ยื่นบุหรี่ให้เขาแล้วพูดว่า “คุณเย่มาหาฉัน มีธุระอะไรหรือเปล่า ? ”
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “ผมเพิ่งออกมาจากห้องทำงานของผู้ช่วยเจียง มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการประชุมประจำปีของตัวแทนจำหน่ายในปีนี้”
“อ้อ ! ”
จู่ ๆ เฉินอันผิงก็สนใจขึ้นมาและถามด้วยรอยยิ้ม “ผู้ช่วยเจียงมีคำสั่งอะไรบ้าง ? ”
เย่กวงโต้วยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “รองประธานอัน ผมเกรงว่าความคิดก่อนหน้านี้ทั้งหมดของเราจะถูกล้มล้างไปเลย”
เฉินอันผิงดูไม่แปลกใจและพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าผู้ช่วยเจียงไม่เกิดไอเดียใหม่ ๆ ก็คงจะไม่ใช่ผู้ช่วยเจียงแล้วล่ะ”
หลังจากถอนหายใจ เขาก็พูดว่า “บอกฉันหน่อย ผู้ช่วยเจียงจะให้เราทำอะไร ? ”
เย่กวงโต้วไม่ต่อความยาวสาวความยืด เขาพูดออกมาโดยตรงว่า “ผู้ช่วยเจียงบอกว่าจะจัดคอนเสิร์ตขึ้นในเจียงเฉิง เพื่อเป็นการขอบคุณตัวแทนจำหน่ายของบริษัท”
“คอนเสิร์ตงั้นเหรอ ? ”
เฉินอันผิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และพูดด้วยรอยยิ้ม “สมกับเป็นความคิดของผู้ช่วยเจียงจริง ๆ เมื่อเขาเคลื่อนไหว ก็ทำให้เราประหลาดใจได้ทุกครั้ง”
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “ก็ใช่น่ะสิครับ ? ตอนนั้นผมไม่ได้โต้ตอบเลยด้วยซ้ำ”
เฉินอันผิงยิ้มและกล่าวว่า “แม้ว่าเขาจะบอกว่าเขาต้องการสร้างอาคารสหประชาชาติขึ้นมาใหม่ ฉันก็คงไม่แปลกใจ ! ”
เขาพูดติดตลกว่า “ถ้าหากว่าครั้งนี้เราจัดคอนเสิร์ตจริง ๆ ภาระงานก็คงไม่น้อยแน่นอน เห็นทีว่าจะต้องยุ่งกันอีกครั้ง”
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “ใช่ เราไม่เคยจัดคอนเสิร์ตมาก่อนเลย ไม่รู้ว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร และที่สำคัญไปกว่านั้นคือเราไม่เคยติดต่อกับเอเจนซี่เหล่านั้น ดังนั้นเราจึงไม่รู้ว่ามีศิลปินคนไหนที่ตรงตามมาตรฐานและงบประมาณที่ตั้งไว้”
เฉินอันผิงกล่าวว่า “เรื่องงบประมาณ คุณไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องนี้ เจียงเจียกรุ๊ปของเราไม่ได้ขาดแคลนเรื่องเงินอยู่แล้ว เนื่องจากผู้ช่วยเจียงเสนอให้จัดการประชุมประจำปีของตัวแทนจำหน่ายในรูปแบบของคอนเสิร์ต ก็แสดงว่าเขาต้องคิดเรื่องนี้ไว้แล้วว่าต้องใช้งบประมาณที่สูง แต่งานก็ต้องออกมาดีด้วย”
เย่กวงโต้วพยักหน้าแล้วพูดว่า “ที่ผมมาหาคุณเพื่อหารือกับคุณว่าจะติดต่อกับเอเจนซี่ของศิลปินดาราพวกนั้นอย่างไร คุณมีข้อมูลและเส้นสายไปทั่วประเทศ น่าจะรู้ดีที่สุด”
เฉินอันผิงพ่นควันออกมาแล้วพูดว่า “พูดถึงเรื่องนั้นแล้ว ฉันเพิ่งจำอะไรบางอย่างได้ เมื่อกี้ฉันไปที่สำนักงานของรองประธานเมิ่งเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน”
“มีอะไรเกิดขึ้นเหรอครับ ? ” เย่กวงโต้วถามด้วยความสงสัย
เฉินอันผิงกล่าวว่า “ตั้งแต่เดือนตุลาคม จู่ ๆ ก็มีบริษัทพาณิชย์เทียนจั้วก็ปรากฏตัวขึ้นมา พวกเขากำลังสรรหาการลงทุนทั่วประเทศ และอิทธิพลของพวกเขาก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าเจียงเจียกรุ๊ปของเราเลย”
หืม ?
เย่กวงโต้วตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และถามด้วยความตกใจ “มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอครับ ? ”
เฉินอันผิงพยักหน้าและพูดว่า “ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน พวกเขาได้ซื้ออสังหริมทรัพย์ไว้มากมายในเมืองใหญ่และเมืองขนาดกลางหลายร้อยแห่ง จากนั้นก็เริ่มทำการปรับปรุงแล้ว”
เขากล่าวต่อ พร้อมกับขมวดคิ้ว “ยิ่งไปกว่านั้นอสังหริมทรัพย์จำนวนมากที่พวกเขาซื้อยังเป็นร้านค้าขนาดใหญ่ที่มีทำเลดีอีกด้วย ไม่ใช่จะซื้อร้านเล็ก ๆ เหมือนที่เราเอามาเปิดเป็นร้านสะดวกซื้อ”
เย่กวงโต้วยิ่งประหลาดใจและถามออกมาว่า “แล้วพวกเขาทำเกี่ยวกับอะไรล่ะ ? ”
เฉินอันผิงส่ายหัวอย่างช้า ๆ และพูดว่า “นั่นคือสิ่งที่ฉันแปลกใจ พวกเขาเก็บความลับได้ดีมาก ฉันบอกคุณไม่ได้ว่าพวกเขาทำอะไร”
เย่กวงโต้วอดไม่ได้ที่จะคิดอย่างลึกซึ้ง และหลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็พูดว่า “บริษัทพาณิชย์เทียนจั้วนี้อาจจะกลายมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญของเจียงเจียกรุ๊ปในอนาคตก็เป็นได้ ! ”
เฉินอันผิงพยักหน้าและกล่าวว่า “นี่คือสิ่งที่ฉันกังวล ฉันไม่กลัวคู่แข่ง แต่ฉันกลัวแค่ว่าเราจะไม่รู้จักว่าคู่ต่อสู้ของเราคือใคร ? ”
เย่กวงโต้วพูดว่า “แล้วคุณไม่ได้บอกผู้ช่วยเจียงเกี่ยวกับเรื่องนี้เหรอ ? ”
เฉินอันผิงส่ายหัวแล้วพูดว่า “ก็เพราะหาข้อมูลอะไรไม่ได้ แล้วเราจะบอกเขาอย่างไร ? ”
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “ใช่ ผู้ช่วยเจียงมักจะพูดว่ารู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง แต่ถ้าเรายังสืบค้นข้อมูลอะไรไม่ได้แล้วไปบอกเขาตรง ๆ เขาจะรำคาญเสียเปล่า”
เฉินอันผิงโบกมือแล้วกล่าวว่า “เอาล่ะ อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลย เรามาคุยเรื่องธุรกิจกันต่อเถอะ”
เขาเหลือบมองเย่กวงโต้วและพูดว่า “เหตุผลที่ฉันบอกคุณเกี่ยวกับบริษัทพาณิชย์เทียนจั้วนี้ ก็เพราะพวกเขาได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการเป็นนายหน้าและการแสดงเชิงพาณิชย์ด้วย เราสามารถจ้างพวกเขามาจัดแสดงคอนเสิร์ตได้”
ดวงตาของเย่กวงโต้วเป็นประกาย เขาพูดอย่างรู้ทันว่า “รองประธานอัน คุณหมายความว่าเราจะใช้โอกาสนี้ในการติดต่อกับบริษัทพาณิชย์เทียนจั้วเพื่อให้พวกเขาแสดงตัวงั้นเหรอ…”