ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1099 เปลี่ยนวิธี
ตอนที่ 1099 เปลี่ยนวิธี
วันถัดมา
เย่กวงโต้วได้รับคำสั่งให้ไปหารือเกี่ยวกับการประชุมประจำปีของตัวแทนจำหน่ายในปีนี้กับจางอี้เต๋อ ซึ่งทั้งสองได้นัดพบกันที่ร้านนวดเท้า
จางอี้เต๋อกำลังชงชาอยู่
หลังจากที่เย่กวงโต้วขอบคุณเขา เขาก็พูดว่า “รัฐมนตรีจาง ผมได้ยินจากผู้ช่วยเจียงมานานแล้วว่าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการชงชา และชาที่คุณชงนั้นก็มีกลิ่นหอมเป็นพิเศษจริง ๆ ”
จางอี้เต๋อโบกมือแล้วพูดอย่างใจเย็น “มันเป็นแค่งานอดิเรกของฉันก็เท่านั้น”
หลังจากนั้น เขาก็ตรงไปที่หัวข้อ “เรื่องการประชุมประจำปีของตัวแทนจำหน่ายได้รับการตัดสินแล้วหรือยัง ? ”
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “ประธานได้บอกผมเป็นการส่วนตัว ว่าการประชุมประจำปีของตัวแทนจำหน่ายจะดำเนินต่อไป และจะจัดขึ้นที่เจียงเฉิง ซึ่งผู้ช่วยเจียงขอฟังความคิดเห็นของคุณก่อนที่จะกำหนดแผนงานเฉพาะ”
จางอี้เต๋อกล่าวว่า “ฉันไม่มีความคิดเห็นอะไรทั้งสิ้น”
เย่กวงโต้วอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่นในใจเขา เขากลัวมากว่าผู้นำจะบอกว่าไม่มีความคิดเห็น เพราะมันจะไม่สามารถกำหนดทิศทางได้เลย
“แล้วคุณมีความต้องการอะไรพิเศษไหมครับ ? ”
เย่กวงโต้วไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเปลี่ยนแนวทางและถามต่อไป
จางอี้เต๋อกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ลองทำให้มันใหญ่ขึ้น ทำให้มันมีชีวิตชีวามากขึ้น เพราะยิ่งมันมีชีวิตชีวามากเท่าไร ก็ยิ่งดีเท่านั้น”
ก็…ก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เย่กวงโต้วพูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง รู้สึกว่าการสื่อสารกับผู้นำนั้นเหนื่อยมากสำหรับเขา
เขาสามารถบอกความคิดของเขาได้เพียงบางส่วนเท่านั้น แบบนี้ไม่รู้ว่าจะมาขอคำแนะนำไปทำไม ?
พูดตามตรง แม้ว่าแผนของปีนี้จะยังไม่ได้จัดทำ แต่เขาก็เป็นคนเขียนแผนของปีที่แล้ว ประสบการณ์ในอดีตของเขาประกอบกับการสะสมงานในหนึ่งปีที่ผ่านมา ทำให้เขามีแนวคิดใหม่ ๆ ซึ่งมีความชัดเจนและสมเหตุสมผลมากกว่าที่จางอี้เต๋อให้มา
แต่…ผลที่ได้ก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่
หลังจากที่จางอี้เต๋อฟังจบ เขาก็เหลือบมองเย่กวงโต้ว ชายหนุ่มคนนี้มีความคิดและแรงบันดาลใจ แต่เมื่อเทียบกับเจียงเสี่ยวไป๋ เขาก็ยังด้อยกว่ามาก
เพราะแผนของเย่กวงโต้วยังไม่ได้ทำให้เขาประหลาดใจสักเท่าไหร่
“เสี่ยวเย่ ดูเหมือนว่าแผนที่คุณพูดถึงจะมีเพียงการประชุมประจำปีของตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น และไม่ได้กล่าวถึงการประชุมส่งเสริมการลงทุนเลย เกิดอะไรขึ้น ? ” จางอี้เต๋อถามขึ้นมา
“อ้อ จริงด้วยครับ…”
เย่กวงโต้วอธิบายอย่างรวดเร็ว โดยกล่าวว่าหลังจากพิจารณาแล้ว บริษัทจะจัดเฉพาะการประชุมประจำปีของตัวแทนจำหน่ายในปีนี้เท่านั้น และจะไม่จัดการประชุมส่งเสริมการลงทุนแล้ว
จางอี้เต๋อขมวดคิ้ว จัดแค่งานเดียวจะได้รับความนิยมเท่ากับจัดสองงานได้อย่างไร ? เขาถามด้วยความไม่พอใจว่า “ผู้ช่วยเจียงรู้เรื่องนี้หรือเปล่า ? ”
เย่กวงโต้วพยักหน้าและพูดว่า “ผู้ช่วยเจียงรู้ครับ”
จางอี้เต๋อพูดว่า “อ้อ” และพูดว่า “เอาล่ะ คุณสามารถเอาคำแนะนำของฉันไปบอกผู้ช่วยเจียงได้”
เย่กวงโต้วรีบพูดว่า “ครับ ท่านผู้นำพูดมาได้เลย ! ”
จางอี้เต๋อเหลือบมองเขาแล้วพูดอย่างใจเย็นว่า “ฉันได้พูดสิ่งที่จำเป็นต้องพูดแล้ว ยังจะให้พูดอะไรอีก ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็หยิบถ้วยชาขึ้นมาแล้วดื่มช้า ๆ
ก่อนจะวางถ้วยชาลง
เย่กวงโต้วรู้สึกเขินอายเล็กน้อย ก่อนต้องขอตัวกลับออกมา
หลังจากกลับมาที่เจียงเจียกรุ๊ป เขาก็ตรงไปที่สำนักงานของเจียงเสี่ยวไป๋ทันที
ซึ่งคนที่เขาเจอเป็นคนแรกก็คือหลี่ชิงอี
“เลขาหลี่ ผู้ช่วยเจียงอยู่ที่นี่หรือเปล่า ? ผมอยากพบเขาและรายงานเรื่องที่ไปหารือมา”
หลี่ชิงอีพูดอย่างสุภาพว่า “กรุณารอสักครู่นะคะ ! ”
จากนั้น เธอก็เข้าไปในสำนักงานด้านในและแจ้งให้เจียงเสี่ยวไป๋ทราบ
เมื่อเธอเข้ามา เจียงเสี่ยวไป๋ก็กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ เธอจึงรออยู่ที่หน้าประตู จนกระทั่งเจียงเสี่ยวไป๋วางสายโทรศัพท์แล้วจึงเดินไปที่โต๊ะ “ผู้ช่วยเจียง ผู้จัดการเย่กวงโต้วมาหา เพื่อจะมารายงานเรื่องที่ไปหารือกับรัฐมนตรีจางให้คุณทราบค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ให้เขาเข้ามา ! ”
“ได้ค่ะ ! ”
หลี่ชิงอีตอบกลับและออกไปบอกให้เย่กวงโต้วเข้ามา
“สวัสดี ผู้ช่วยเจียง ! ”
เย่กวงโต้วเดินเข้ามาที่โต๊ะของเจียงเสี่ยวไป๋และกล่าวด้วยความเคารพ
ทุกครั้งที่เขาเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ เขาจะระมัดระวังตัวอยู่เสมอ เหมือนกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ได้พบกับครูของเขา
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองเขา ก่อนจะยืนขึ้นแล้วพูดว่า “ไปนั่งคุยกันที่โต๊ะหลุมไฟเถอะ ! ”
จากนั้นก็ยื่นบุหรี่ให้เย่กวงโต้ว
เย่กวงโต้วหยิบมันมาและช่วยเจียงเสี่ยวไป๋จุดบุหรี่ จากนั้นเขาก็เดินตามไปนั่งลงที่โต๊ะหลุมไฟ และเล่าเรื่องราวที่เขาไปพบกับจางอี้เต๋อให้เจียงเสี่ยวไป๋ฟัง
เจียงเสี่ยวไป๋เงียบไปครู่หนึ่งหลังจากได้ยินแบบนี้
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียง ผมแค่ไม่เข้าใจว่ารัฐมนตรีจางหมายถึงอะไร … ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “เขาก็แค่บอกว่า ยิ่งเราจัดงานให้ใหญ่ขึ้น มันก็จะแพร่กระจายเป็นวงกว้างขึ้น และยิ่งมีชีวิตชีวามากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งส่งผลดีเท่านั้น”
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “ปีที่แล้วเราจัดงานสองงาน ปีนี้เราจัดเฉพาะการประชุมประจำปีของตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น ถึงแม้จะมีตัวแทนจำหน่ายมามากขึ้น แต่ระดับนี้ก็เทียบได้ยากกับปีที่แล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
“ง่ายจะตายไป ! ”
เย่กวงโต้วมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋อย่างงุนงง แล้วพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง มันจะง่ายได้อย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ แล้วพูดว่า “ทำไมเราไม่จัดการประชุมประจำปีของตัวแทนจำหน่ายอีกช่องทางหนึ่งล่ะ ? ”
เขาส่ายหัว “ถ้าวิธีการประชุมยังคงเหมือนเดิมทุกปี มันคงจะน่าเบื่อมาก คุณต้องหาวิธีดึงดูดตัวแทนจำหน่ายเหล่านั้นให้มาเยอะ ๆ ”
เย่กวงโต้วตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่คาดคิดว่าปัญหาแรกยังไม่ได้รับการแก้ไข แต่ปัญหาที่สองก็ตามมาติด ๆ แล้ว
เฮ้อ วางแผนงานนั้นเป็นเรื่องที่ปวดหัวจริง ๆ !
บอกตามตรงว่าเขาไม่มีความคิดดี ๆ ในขณะนี้ แต่จางอี้เต๋อก็รีบร้อน ดังนั้นเขาจึงต้องขอคำแนะนำจากเจียงเสี่ยวไป๋
“ผู้ช่วยเจียง โปรดให้คำแนะนำกับผมด้วยสิ ! ”
เย่กวงโต้วพูดอย่างช่วยไม่ได้
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “งั้นเราลองมาจัดคอนเสิร์ตดู”
หืม ?
เย่กวงโต้วตกตะลึง
นี่คือการประชุมประจำปีของตัวแทนจำหน่ายจริง ๆ ใช่ไหม ?
ทำไมถึงกลายเป็นคอนเสิร์ตไปได้ ?
เขารู้สึกเหมือนตามวงจรสมองของเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ทัน
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอธิบายให้เขาฟัง “ในนามของเจียงเจียกรุ๊ป เราจะจัดคอนเสิร์ตโดยเชิญคนดังหลายคนมาทำการแสดง และให้เป็นตัวแทนของเจียงเจียกรุ๊ปเพื่อเป็นการขอบคุณตัวแทนจำหน่ายทุกคน”
การดำเนินการประเภทนี้ มักจะก็ถูกใช้โดยองค์กรขนาดใหญ่ในยุคสมัยต่อมา
แต่การจัดคอนเสิร์ตที่ประเทศจีนในปี 1985 ยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก
เจียงเสี่ยวไป๋ตั้งใจที่จะมอบตั๋วคอนเสิร์ตให้กับตัวแทนจำหน่ายทั้งหมด และขายตั๋วส่วนหนึ่งให้กับผู้ที่อยากมาชมคอนเสิร์ตได้เข้าชม ด้วยวิธีนี้ จะเป็นการสร้างความนิยมให้กับงานมากขึ้น
นอกจากนี้ ในปี 1984 ยังมีเพลงฮิตมากมาย เช่น เพลงยากที่จดจำค่ำคืนนี้, เพลงรอยจูบของแม่, เพลงกลับบ้านเก่า, เพลงดวงดาวในคืนนั้น, เพลงเหมยกิ่งหนึ่ง ฯลฯ ซึ่งต่างก็ได้รับความนิยมมาก
หากนักร้องต้นฉบับของเพลงเหล่านี้ได้รับเชิญมาร้องในคอนเสิร์ต งานนี้จะต้องมีคนให้ความสนใจมากแน่นอน
หลังจากฟังคำอธิบายของเจียงเสี่ยวไป๋แล้ว เย่กวงโต้วก็รู้สึกประทับใจทันที
เฮ้อ… สุดท้ายก็ไม่พ้นต้องให้เจียงเสี่ยวไป๋วางแผน !
ไม่น่าแปลกใจเลยที่จางอี้เต๋อจะขอให้มาบอกคำแนะนำของเขาให้เจียงเสี่ยวไป๋ฟัง
“เอาล่ะ ผู้ช่วยเจียง ผมรู้แล้วว่าต้องทำอย่างไร ! ” เย่กวงโต้วพูดด้วยความตื่นเต้น
แม้ว่าเขาจะไม่เคยจัดคอนเสิร์ตมาก่อน แต่ด้วยทิศทางที่เจียงเสี่ยวไป๋บอกมา สิ่งต่อไปที่จะต้องจัดการก็ง่ายขึ้นมาก
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองเย่กวงโต้วแล้วถามว่า “คุณติดต่อพูดคุยกับผู้กำกับหยางของภาพยนตร์เรื่อง ‘ไซอิ๋ว’ ไม่ใช่เหรอ ? แขกรับเชิญในคอนเสิร์ตสามารถเชิญนักแสดงหลักของ ‘ไซอิ๋ว’ มาช่วยร้องเพลงได้ อย่างเพลง ‘หนทางใด’ ที่เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ หรือจะให้พวกเขาแต่งตัวเป็นหงอคง พระถังซัมจั๋ง ตือโป๊ยก่าย ขึ้นมาร้องเพลงบนเวทีและทำการแสดงก็ได้ วิธีนี้ไม่เพียงแต่สามารถโปรโมต ‘ไซอิ๋ว’ ได้เท่านั้น แต่ยังเป็นการมาเพิ่มสีสันให้คอนเสิร์ตอีกด้วย”
“เอาล่ะ ผมจะติดต่อผู้อำนวยการหยางเร็ว ๆ นี้ครับ ! ”
เย่กวงโต้วรู้สึกตื่นเต้นยิ่งขึ้น โดยไม่ทันสังเกตว่าเจียงเสี่ยวไป๋รู้ได้อย่างไรว่าเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องไซอิ๋ว คือเพลง ‘หนทางใด’