ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 891 มาหาหลินเจียลี่
ตอนที่ 891 มาหาหลินเจียลี่
หลินเจียลี่อยู่ในหอพัก
เมื่อเธอเปิดประตูและเห็นเจียงชาน เธอก็ประหลาดใจ “ชานชาน มาที่นี่ได้อย่างไร ! ”
“น้าเล็ก ! ” เจียงชานตะโกนเรียกเธอเสียงหวาน จากนั้น เธอก็หันไปโบกมือให้เจียงถิงและหวังกังที่อยู่ข้าง ๆ แล้วพูดว่า “ตามฉันมา นี่คือน้าเล็กของฉัน ! ”
เด็กน้อยสองคนเดินตามเจียงชานอย่างเป็นธรรมชาติ และตะโกนทักทายออกมาทันที
“สวัสดีค่ะน้าเล็ก ! ”
“สวัสดีครับน้าเล็ก ! ”
หลินเจียลี่ยิ้มให้เด็กน้อยทั้งสองและพาพวกเขาเข้าไปในห้อง ไม่ต้องพูดถึงว่าเธอมีความสุขแค่ไหน
ส่วนเจียงเสี่ยวไป๋นั้นก็ได้เดินตามมาข้างหลัง แต่เธอก็ไม่สนใจเขา
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่ได้แสดงออกว่ารังเกียจเหมือนเมื่อก่อน
“ทั้งสองคนชื่ออะไรกัน ? ” หลินเจียลี่ถามหวังกังและเจียงถิงด้วยรอยยิ้ม
เจียงชานชี้ไปที่เจียงถิงแล้วพูดว่า “นี่คือลูกสาวของอาสาม ชื่อเจียงถิง” จากนั้นเธอก็ชี้ไปที่หวังกังแล้วพูดว่า “ส่วนนี่น้องหวังกัง เป็นลูกชายของลูกพี่ลูกน้องของป่าป๊า”
ในเวลานี้ ซือถูหรงและฉู่หยวนหยวนก็ออกมาจากหอพัก ทักทายเด็กน้อยสามคนก่อน จากนั้นจึงเข้าไปพูดคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋อย่างกระตือรือร้น
“พี่เขย พี่มาที่นี่ได้อย่างไร เข้ามานั่งอบอุ่นร่างกายข้างในห้องก่อนค่ะ ! ”
ซือถูหรงเชิญเขาเข้าไป
เจียงเสี่ยวไป๋เคยมีประวัติกับหอพักหญิง เพราะตอนที่เขายังเป็นวัยรุ่น เขาเคยเข้าหอพักของหลินเจียอินมาแล้วครั้งหนึ่งและโดนจับได้ เขาจึงปฏิเสธซือถูหรงไป “ฉันไม่หนาว แค่พูดคุยสองสามคำกับลี่ลี่ก็พอแล้ว”
ลี่ลี่ ?
หลินเจียลี่หน้าแดงขึ้นมาทันที เจียงเสี่ยวไป๋เรียกเธอแบบนี้น่าขยะแขยงมาก ทำไมเขาถึงเรียกเธอได้ชวนขนลุกแบบนี้ !
ฉันกับคุณไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีด้วยกันสักหน่อย ?
เธอจึงมองแรงไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ “มีธุระอะไรกับฉันล่ะ ? ”
เธอยังโหดอยู่เหมือนเดิม !
ยังไม่ให้เกียรติเขาอยู่เหมือนเคย !
เจียงเสี่ยวไป๋ลูบจมูกของเขาแล้วถามอย่างช่วยไม่ได้ “ยังเหลือเวลาปิดเทอมอีกกี่วัน ? ”
หลินเจียลี่ม้วนริมฝีปากของเธอแล้วพูดว่า “แล้วอยากรู้ไปทำไมว่าฉันจะหยุดกี่วัน ! ”
ซื่อถูหรงและฉู่หยวนหยวนกลับพูดออกมาพร้อมกัน “พี่เขย พรุ่งนี้เราหยุดจนถึงวันที่ 19 เลยค่ะ ! ”
ทั้งสองไม่เพียงแต่บอกว่าเริ่มหยุดวันไหน แต่ยังบอกว่าหยุดกี่วันอีกด้วยงั้นเหรอ ?
คนทรยศ !
หลินเจียลี่เหลือบมองเพื่อนร่วมห้องทั้งสองคนของเธออย่างไม่พอใจ
เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้แต่ยิ้มออกมา
“ขอบคุณสาวสวยทั้งสอง งั้นเย็นนี้ฉันจะเลี้ยงอาหารเย็นเป็นการตอบแทนละกันนะ ! ”
อย่างไรก็ตาม เย็นนี้เขาได้นัดทานอาหารกับหลินเจียจวินและติงจวิ้นเจี๋ยอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะชวนหลินเจียลี่และเพื่อนร่วมห้องอีกสองคนของเธอไปทานด้วย
“ได้ค่ะ ! ”
“ขอบคุณค่ะพี่เขย ! ”
ซือถูหรงและฉู่หยวนหยวนต่างก็ตอบตกลงอย่างมีความสุข
“น้าเล็ก พรุ่งนี้น้าเล็กหยุดแล้วเหรอคะ ! ” เจียงชานมีความสุขมาก “ถ้าอย่างนั้นน้าก็สามารถกลับไปที่ชิงโจวพร้อมกับเราได้แล้วน่ะสิ”
“เรากำลังจะบินกลับอยู่พอดีเลยค่ะ ! ”
หลินเจียลี่ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จึงถามด้วยความประหลาดใจ “จะขึ้นเครื่องบินกลับงั้นเหรอ ? ”
เธอไม่รู้ว่าเที่ยวบินชิงโจวกลับมาเปิดให้บริการแล้ว
เจียงชานพยักหน้า “ใช่ค่ะ ป่าป๊าบอกว่าเราจะขึ้นเครื่องบินกลับกัน”
แต่เธอไม่ได้บอกว่าเที่ยวบินกลับมาเปิดให้บริการ เพราะเธอเองก็ไม่รู้
ในท้ายที่สุด เจียงเสี่ยวไป๋จึงได้อธิบายออกมา ทำให้หลินเจียลี่เข้าใจสถานการณ์
“เจียหลี่ เธอจะได้บินกลับไปพร้อมกับพี่เขยของเธอด้วย ฉันล่ะอิจฉาจริง ๆ ! ”
“ส่วนฉันได้นั่งรถไฟกลับเท่านั้น ! ”
ซือถูหรงและฉู่หยวนหยวนต่างก็อิจฉา พวกเธออยากนั่งบนเครื่องบินสักครั้ง แต่เพราะว่าตั๋วเครื่องบินมีราคาแพงมาก
หลินเจียลี่ยังคงเงียบ เดิมทีเธอกำลังวางแผนที่จะนั่งรถบัสกลับไปที่เจี้ยนหยาง แต่การนั่งเครื่องบินยังคงดึงดูดใจเธอมาก จึงทำให้เธอเริ่มที่จะลังเลขึ้นมา
อ้อ ลืมไป ฉันต้องกลับไปกับชานชาน
ไม่ว่าจะกลับแบบไหน เธอก็รับปากเจียงชานแล้ว !
หลินเจียลี่ทำได้เพียงปลอบใจตัวเองในใจเท่านั้น
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เอาล่ะ งั้นเอาตามนี้ นั่งเครื่องบินกลับ เราจะเดินทางกลับในวันที่ 16”
หลังจากหยุดชั่วคราว เขาพูดต่อ “แล้ววันนี้ ฉันจะขอให้พี่เจียจวินมารับเธอและเพื่อน ๆ ในตอนเย็น เพื่อไปทานอาหารเย็นด้วยกัน”
หลังจากนั้น เขาก็เรียกเจียงชานเพื่อไปที่อื่นต่อ
“น้าเล็ก งั้นเจอกันคืนนี้นะคะ ! ” เจียงชานกล่าวลาหลินเจียลี่ด้วยรอยยิ้ม
“เจอกันคืนนี้จ้ะ ! ” หลินเจียลี่โบกมือด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์นัก
เจียงเสี่ยวไป๋พาทั้งสามคนไปยังหอพักของเจียงเสี่ยวชิงต่อ
ระหว่างทาง เจียงถิงก็ได้ถามว่า “พี่ชานชาน น้าเล็กหน้าเหมือนป้าสะใภ้จังเลย ! ”
เจียงชานยิ้มแล้วพูดว่า “น้าเล็กเป็นน้องสาวของหม่าม๊า แปลกตรงไหนที่พี่น้องจะหน้าเหมือนกัน ? ”
เจียงถิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “หนูก็เป็นน้องสาวของพี่เหมือนกัน ทำไมเราดูไม่เหมือนกันเลยล่ะ ! ”
เจียงชานตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เธอไม่สามารถตอบคำถามได้สักพัก เธอหัวเราะและพูดอย่างภาคภูมิใจ “อาจเป็นเพราะพี่สวยกว่าไง ! ”
เจียงถิงยังหัวเราะเช่นกัน “ชมตัวเองได้ไง ! ”
หวังกังจึงเสริมว่า “ไม่ถ่อมตัวเลยนะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ฟังเด็กน้อยทั้งสามพูดหยอกล้อกันอย่างมีความสุข เขาก็ยกยิ้มขึ้นมา
ความสุขของเด็ก ๆ นั้นเรียบง่ายมาก
ฉันหวังว่าพวกเขาจะมีความสุขแบบนี้ตลอดไป
เรื่องนี้ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงหลินเจียอินที่อยู่บ้านขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่นะ ?
คุณจะอยู่ที่บ้านหรือเปล่านะตอนนี้ ?
ทว่าแท้จริงแล้ว ตอนนี้เฉินชินกำลังมารับเธอเข้าไปในเมืองและไปที่ร้านนวดเท้า
……
ปัจจุบัน หลินเจียอินอยู่ในร้านนวดเท้า นั่งอยู่ที่โต๊ะหลุมไฟร่วมกับเฝิงเยี่ยนหงและเฉินชิน ซึ่งหลินเจียอินกำลังฝึกชงชาอยู่
“พี่เจียอิน ยิ่งนานวันเข้า พี่ก็ยิ่งชงชามีรสชาติดีขึ้น ! ” เฝิงเยี่ยนหงจิบชาแล้วกล่าวชมออกมา
เฉินชินกล่าวว่า “ประธานเป็นคนหัวไว สามารถเรียนรู้ทุกสิ่งได้อย่างรวดเร็ว ทักษะการชงชาของเธอตอนนี้เทียบได้กับผู้ช่วยเจียงแล้ว ! ”
“ปากหวานเชียวนะ ! ” หลินเจียอินเอ็ดและพูดว่า “ฉันไม่รู้มาก่อนว่ามีหลายอย่างที่ต้องใส่ใจเมื่อเราชงชา มันสบายใจจริง ๆ เวลาชงชาแล้วมันทำให้ใจสงบน่ะ”
เฝิงเยี่ยนหงกล่าวว่า “เมื่อก่อนแทบจะไม่มีอาหารให้กินด้วยซ้ำ ฉันจะนั่งชงชาอย่างสบายใจขนาดนี้ได้อย่างไร ? ”
หลินเจียอินพยักหน้า แม้ตอนนี้เธอก็ยังคงคิดถึงชีวิตที่ยากลำบากในช่วงสามปีนั้นขึ้นมาเป็นครั้งคราว
บางครั้ง เธอก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอผ่านวันที่ยากลำบากแบบนั้นมาได้อย่างไร ?
หากเธอสามารถย้อนเวลากลับไปในวันที่น่าสังเวชเหล่านั้นได้ เธอก็คงไม่สามารถอยู่ต่อมาได้จนถึงทุกวันนี้
“โชคดีที่ทุกอย่างจบลงแล้ว ! ”
หลินเจียอินยิ้ม ชีวิตของเธอตอนนี้ถ้าเทียบกับตอนนั้นมันมีความสุขมากจริง ๆ
เฝิงเยี่ยนหงกล่าวว่า “ใช่ ทุกอย่างจบลงแล้ว ภายในสองหรือสามเดือน เราจะกลายเป็นแม่ลูกสองลูกสามแล้วนะ ! ”
หลินเจียอินอดไม่ได้ที่จะสัมผัสท้องที่นูนป่องของเธอและพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันไม่รู้ว่าการคลอดลูกสองคนพร้อมกันจะเป็นแบบไหน ? ”
เฝิงเยี่ยนหงพูดว่า “จะกลัวทำไม ตอนนี้ป้ากับลุงก็อยู่บ้านเฉย ๆ ไม่มีอะไรทำ ให้เขาช่วยพี่เลี้ยงหลานก็ได้”
หลินเจียอินกล่าวว่า “ฉันก็คิดแบบนั้น แต่ฉันไม่อยากให้พวกเขาเหนื่อยกับการที่ต้องมาเลี้ยงหลานอีก ถ้ามีผู้ช่วยก็ดี แต่สิ่งสำคัญคือต้องดูแลพวกเขาด้วยตัวเอง”
เฝิงเยี่ยนหงพยักหน้า “ใช่ ฉันก็อยากเอามาเลี้ยงเองเหมือนกัน”
หลินเจียอินกล่าวว่า “แล้วบ้านหลังใหม่ของเธอตกแต่งไปแล้วหรือยัง ? ”
เฝิงเยี่ยนหงกล่าวว่า “เกือบจะเสร็จแล้ว หวังผิงบอกว่ารอถึงตรุษจีนแล้วค่อยย้ายไปอยู่ที่นั่น”
หลินเจียอินกล่าวว่า “บ้านหลังใหม่มีขนาดกว้างขวาง เธอสามารถพาลุงรองและป้ารองมาเที่ยวในเมืองได้”
เฝิงเยี่ยนหงกล่าวว่า “ฉันบอกพวกเขาแล้ว แต่พวกเขาไม่อยากมา พวกเขาให้เหตุผลว่าหากเข้ามาในเมืองทั้งสองคน จะไม่มีใครดูแลสวน และก็กลัวบ้านจะถูกงัดเพราะไม่มีใครอยู่”
กริ๊ง……
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้น โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“ฉันไปรับเองค่ะ ! ”
เฉินชินวางถ้วยชาลงแล้วเดินอย่างรวดเร็วตรงไปที่บาร์