พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่68 คุณหนูใหญ่...หายตัวไปแล้ว!? (2)
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- บทที่68 คุณหนูใหญ่...หายตัวไปแล้ว!? (2)
บทที่68 คุณหนูใหญ่…หายตัวไปแล้ว!? (2)
เดิมทีนางคิดว่าเมิ่งซีโจวเอาเงินนั่นไปแล้ว อย่างน้อยอาจยอมปล่อยนางไปสักครั้ง ไหนเลยจะคาดคิดว่า ที่แท้เพียงเพื่อป้องกันมิให้นางซุกซ่อนถุงเงินไว้เท่านั้นเอง!
ชิงหลีถึงกับวิงเวียนศรีษะตาลายขึ้นทันใด รู้สึกว่าเบื้องหน้าตนยามนี้มีคลื่นดำมืดปรากฏขึ้นเป็นระลอก
นางถูกขังอยู่แต่ในห้องตลอดวัน ทั้งหวาดผวา ทั้งหิวเพราะอดอาหาร ครั้นยามนี้ยังถูกชี้หน้าเปิดโปงความจริง นางย่อมตระหนกตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อไปหมด อาการอ่อนแรงถาโถมเข้าใส่เป็นระลอก จนยามนี้ร่างทั้งร่างแทบทรุดฮวบหมดสติล้มลงไปกองกับพื้น
หยาดเหงื่อเม็ดโตไหลลงจากหน้าผาก แยกไม่ออกเลยว่าเป็นเหงื่อเย็นจากความหวาดกลัว หรือเป็นเหงื่อที่ไหลโซมเพราะความหิวโหยกันแน่
ฮูหยินเมิ่งยามนี้ยิ่งสูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าปอดเฮือกใหญ่ หัวใจประหนึ่งถูกคู่มือเหล็กที่แสนเย็นเฉียบกำลังบีบรัดอย่างโหดเหี้ยม คล้ายต้องการจะเค้นให้ตายเสียตรงนี้!
นังบ่าวโง่ชิงหลีผู้นี้! ถึงกับกล้าพกถุงเงินใบนั้นเที่ยวโอ้อวดผู้คนอย่างออกหน้าออกตาเลยรึ?!
นังบ่าวชั้นต่ำไร้สมอง ช่างสมควรตายนัก!
ชั่วพริบตานั้น นางก็พลันรู้สึกราวกับถูกไอเหน็บหนาวมืดมนสายหนึ่งโถมทับลงกลางศรีษะ! หากยามนี้เมิ่งชินรุ่ยออกคำสั่งให้ค้นตัวขึ้นมา หรือบีบคั้นสอบถามที่มาของถุงเงินนั่นจากชิงหลีจริงๆ…
และหากสาวไปตามเบาะแสที่มี ต่อให้สุดท้ายจะสาวมาไม่ถึงตัวนาง แต่เหล่าสาวใช้ในเรือนฉงหัวนั้น ก็ล้วนแต่เป็นคนที่นางจัดส่งไปเองทั้งสิ้น! ฉะนั้นแล้ว ข้อหาดูแลไม่ทั่วถึง ใช้คนผิดพลาด อย่างไรเสียก็ยากที่นางจะหลุดพ้นไปได้!
ความตื่นตระหนกพลันไหลบ่าท่วมทับความรู้สึกเดือดดาลในบัดดล
ห้วงสมองของฮูหยินเมิ่งพลันขาวโพลนไปหมด อึดใจนั้นแทบจะเรียกได้ว่า จำต้องอาศัยเพียงสัญชาตญาณการเอาตัวรอดล้วนๆ นางรีบหันคมดาบไปทางเมิ่งซีโจวในทันที
“เมิ่งหนานอี้! เจ้ายังจะมีหน้ามาซักถามผู้อื่นอีกรึ? กล่าวไปกล่าวมา เรื่องทั้งหมดนี้ก็ล้วนเกิดเพราะเจ้า! นี่เจ้าอบรมสั่งสอนบ่าวไพร่ตนมาเยี่ยงไร นางจึงกล้าก่อเรื่องน่าขันใหญ่โตถึงเพียงนี้ได้! ทำให้ท่านพ่อของเจ้าต้องเป็นกังวลแทบตาย ถึงกับส่งคนออกไปตามหาเจ้าตลอดทั้งวัน! สิ้นเปลืองทั้งกำลังคนและกำลังใจไปอย่างไร้ประโยชน์!”
นางตวาดต่อว่าออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด อารมณ์ดูพลุ่งพล่านยิ่งนัก
“เจ้านี่ช่างเหลวไหลเกินไปจริงๆ! หน้าตาของจวนโหวถูกเจ้าทำลายจนหมดสิ้นไม่เหลือแล้ว!”
ครั้นตวาดกล่าวโทษจบแล้ว หน้าอกของนางก็กระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง หมายจะใช้ถ้อยคำก่นด่าประหนึ่งพายุคลั่งนี้ดึงความสนใจของทุกคน ให้หันไปอยู่ที่ ‘ความบกพร่อง’ ของเมิ่งซีโจวแทน ทั้งนี้เพื่อจะกลบเกลื่อนเรื่องถุงเงินใบนั้นที่อาจคร่าชีวิตของนางได้ และเพื่อกลบซ่อนความหวาดกลัวภายในใจที่ยามนี้แทบจะทะลักออกจากอกอยู่รอมร่อ
สีหน้าของเมิ่งชินรุ่ยพลันหม่นคล้ำเสียยิ่งกว่าน้ำค้างก่อนพายุฝน
สายตาเฉียบคมของเขากวาดมองไปมาระหว่างคนทั้งสามไม่หยุด
เรื่องสกปรกโสมมทั้งหลายภายในเรือนหลัง ใช่ว่าเขาจะไม่ล่วงรู้เสียทีเดียว เพียงแต่ตราบใดที่ยังไม่ก่อเรื่องมาถึงหน้าตน และมิได้สร้างความลำบากให้แก่เขานัก เขาก็มักจะหลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง ยอมปล่อยผ่านไปเสียบ้าง
แต่วันนี้… เป็นดังคำพูดของฮูหยินเมิ่งไม่ผิดเลย ‘เมิ่งหนานอี้’ ผู้นี้ช่างบังอาจคับฟ้านัก ถึงกับกล้าหลอกลวงเขาเช่นนี้ ทำเอาท่านโหวผู้ทรงเกียรติอย่างเขาต้องเต้นเป็นลิงตลอดทั้งวัน!
เพลิงโทสะพลันลุกพลุ่งพล่านอยู่ภายในอกของเมิ่งชินรุ่ย!
หรือเพราะนางคิดว่าตนเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตองค์หญิงใหญ่ไว้กระมัง จึงคิดว่าตนจะสามารถขึ้นขี่คอและวางอำนาจกดหัวเขาได้?
เขาแค่นหัวเราะเสียงเย็น วันนี้เขาเองก็เพิ่งจะได้ล่วงรู้ความจริงเช่นกันว่า เหตุใดองค์หญิงใหญ่จึงเสด็จกลับถึงเมืองหลวงก่อนกองทัพหนึ่งก้าว ที่แท้… องค์หญิงใหญ่ก็เป็นทหารหนีทัพ! บัดนี้ข่าวลือได้แพร่สะพัดไปทั่วแล้ว แต่นางผู้นี้ยังกล้าอาศัยบุญคุณข้อนี้มาทำตัวอวดดีอีก ช่างเป็นสตรีที่โง่เขลายิ่งนัก!
วันนี้เขาจะต้องสั่งสอนบุตรีผู้มิรู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำคนนี้ให้รู้จักกเกณฑ์เสียบ้างแล้ว นางจะได้รู้เสียทีว่าผู้ใดแน่ที่เป็นบิดา!
ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากกล่าววาจาใดออกมา บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งซึ่งแต่งกายคล้ายพ่อบ้าน ก็กลับวิ่งพรวดพราดปรี่เข้ามาในโถงใหญ่นี้ สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด พลันทำลายบรรยากาศประจันหน้าอันตึงเครียดภายในโถงให้สลายหายไปในทันที!
“ท่านโหว! แย่แล้วขอรับท่านโหว!”
บ่าวผู้นั้นถึงกับใบหน้าซีดเผือด ไม่ทันแม้แต่จะทำการคารวะ ก็โพล่งออกมาทันทีว่า “นายท่าน! คุณหนูใหญ่… คุณหนูใหญ่หาได้อยู่ในจวนไม่ขอรับ! บ่าวให้คนค้นหาจนทั่วทั้งด้านในด้านนอกของเรือนหลานจื่อแล้ว ก็ยังไม่พบแม้แต่เงาคนขอรับ! คุณหนูใหญ่… ได้หายตัวไปแล้วขอรับ!”