พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 101 ซัวเอี๋ยมจะออกเรือนแล้วหรือ
บทที่ 101 ซัวเอี๋ยมจะออกเรือนแล้วหรือ
บทที่ 101 ซัวเอี๋ยมจะออกเรือนแล้วหรือ?
หลังจากรายงานมาเกือบหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดฮองตงก็บอกสถานการณ์ในตอนนี้แก่ซุนฮิวกับกาเซี่ยงเสร็จสิ้น
“ท่านกุนซือทั้งสอง ตอนนี้สถานการณ์กองทัพเราเป็นดังรายงาน”
“มีข้อเสนอแนะอะไรหรือไม่?”
ไม่ว่าซุนฮิวที่อายุน้อยหรือกาเซี่ยงที่มีอายุมาก ฮองตงล้วนคุยอย่างสุภาพมาก ไม่มีความเย่อหยิ่งใดแม้แต่น้อย
กาเซี่ยงกับซุนฮิวต่างก็เป็นปราชญ์แถวหน้า เมื่อฮองตงเคารพพวกเขา ทั้งสองก็ย่อมสุภาพด้วยมาก
“ผู้บัญชาการทุกท่านจัดการทุกอย่างได้ดีมาก ข้าไม่พบจุดผิดพลาดอะไรเลย”
“กงต๋า เจ้าเล่า?”
“ข้าน้อยก็ไม่มีข้อโต้แย้ง”
ซุนฮิวยืนขึ้น และมองคนอื่น ๆ ด้วยความรู้สึกขอโทษเล็กน้อย
“ผู้บัญชาการทุกท่าน พี่เหวินเหอ เนื่องจากนายท่านก็ไม่อยู่แล้ว บังเอิญวันนี้ข้าน้อยเองก็มีกิจธุระต้องขอตัวก่อน”
เดิมทีบัณฑิตหนุ่มไม่มีความตั้งใจที่จะจากไป เพียงใช้ประโยชน์จากการที่เล่าเจี้ยงไม่อยู่ จัดการเรื่องของตัวเองให้เสร็จ
“กงต๋าไม่ต้องเกรงใจ ที่นี่ก็ไม่มีเรื่องอะไร เชิญตามสบายเถิด”
กาเซี่ยงและคนอื่น ๆ เองก็ยืนขึ้น กุมมือส่งพร้อมกัน
“ท่านกุนซือ มีเรื่องอันใดรึ? ต้องการความช่วยเหลือหรือไม่?”
เตียนอุยสุภาพอย่างน่าประหลาดใจ และมองซุนฮิวด้วยรอยยิ้มแหย ๆ
ซุนฮิวโบกมือให้
“ขอบใจเจ้าเอ้อร์ไหลมาก เพียงแค่คุณชายรองตระกูลเว่ยใกล้จะแต่งงานแล้ว ข้าเองก็เป็นคนของตระกูลซุนแห่งเมืองเอ่งช้วน จึงต้องเตรียมของขวัญนิดหน่อย”
“ท่านกุนซือไม่ต้องเกรงใจ หากมีอะไรให้ข้าช่วยก็บอกมาได้เลย!”
แม้เตียนอุยจะทื่อทึ่ม กระนั้นก็มีจิตใจที่อบอุ่นมาก และได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่บริวารเล็ก ๆ ของเล่าเจี้ยง
“ตระกูลเว่ย? ตระกูลเว่ยแห่งเหอตงรึ?”
ไม่รู้กาเซี่ยงนึกอย่างไร จู่ ๆ ก็ถามขึ้นมา
ซุนฮิวชะงักเล็กน้อย ในใจสงสัยว่าเหตุใดวันนี้คนเหล่านี้ถึงอยากรู้อยากเห็นเช่นนี้ ทว่าเขาก็หาได้เร่งร้อน จึงพูดคุยอีกสักหน่อย
“ใช่แล้ว คือตระกูลเว่ยแห่งเหอตง เป็นทายาทของอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด เว่ยชิง”
“ข้ามีมิตรภาพอันดีกับเว่ยจี้ ลูกชายคนโตของตระกูลเว่ย คราวนี้เป็นน้องชายเขาเว่ยจ้งเต้า แต่งงานกับซัวเอี๋ยมลูกสาวคนโตของ ซัวหยง”
“อะไรนะ!”
ฮองตงและคนอื่น ๆ กรีดร้องด้วยความประหลาดใจ โดยเฉพาะเตียนอุยผู้มีเสียงดังราวกับฟ้าร้อง ทำเอาซุนฮิวสะดุ้งเฮือกขึ้นมา
เตียนอุยก้าวไปข้างหน้า และคว้าไหล่บัณฑิตหนุ่มเอาไว้
“ท่านกุนซือ ท่านว่าใครแต่งงานนะ?”
กาเซี่ยงตกใจ รีบตำหนิเตียนอุย
“เอ้อร์ไหล! เจ้ากำลังทำอะไร รีบปล่อยกงต๋าเดี๋ยวนี้”
คล้ายกับเตียนอุยไม่ได้ยินคำพูดของกุนซือปีศาจ ยังเอาแต่เขย่าตัวซุนฮิว
ซุนฮิวตกใจมาก นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
หากเตียนอุยอยากฆ่าเขา เขาคงไม่สามารถต้านทานได้ ทำได้เพียงรอความตายเท่านั้น
ภายใต้การเขย่าอย่างรุนแรงของขุนศึกทวนคู่ ซุนฮิวก็ได้สติกลับมา ก่อนมองอีกฝ่ายด้วยความโกรธ
“เจ้าคนบ้าระห่ำ รีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”
ฮองตงกับไทสูจู้รีบก้าวไปข้างหน้า และคว้าตัวเตียนอุยออกมา เพียงแต่ทั้งสองก็มองซุนฮิวด้วยความตกใจเช่นกัน
“ท่านกุนซือ ท่านพูดอีกครั้งสิ! ใครกำลังจะแต่งงานนะ?”
ซุนฮิวสับสนกับทั้งสามคน เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าตัวเองพูดอะไรผิด
“คุณชายรองตระกูลเว่ยแห่งเหอตง เว่ยจ้งเต้า”
“ไม่ใช่ คนที่เขาจะแต่งงานด้วยคือใคร!”
“ลูกสาวคนโตของซัวหยง ซัวเอี๋ยม”
พวกฮองตงสามคนมองหน้ากันด้วยความตกใจเปี่ยมล้น
ซัวเอี๋ยมเป็นคนรักในวัยเด็กของนายท่านไม่ใช่หรือ? จะแต่งงานกับเว่ยจ้งเต้าได้เยี่ยงไร?
“นี่…”
กาเซี่ยงรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน จึงถามฮองตงไปตรง ๆ
“ฮั่นเซิง เจ้าบอกมา นี่มันเกิดอะไรขึ้น!”
ฮองตงไม่ตอบ แต่มองไปที่เตียนอุยพร้อมตะโกน
“เอ้อร์ไหล รีบตามทหารที่เพิ่งมารายงานนายท่านเมื่อครู่เร็ว เร็วเข้า!”
เตียนอุยวิ่งตรงออกไปโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
ฮองตงมองไปที่พวกกาเซี่ยงสองคน พลางสังหรณ์ใจไม่ดี
“แย่แล้ว ท่านกุนซือทั้งสอง ข้ารู้สึกว่าจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น…”
ซุนฮิวกังวลทันที พยัคฆ์เกาทัณฑ์เป็นคนสุขุมมั่นคง หากรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เรื่องนั้นต้องร้ายแรงมากแน่
“เจ้ารีบพูดมาเร็ว”
ฮองตงตกใจซุนฮิว ไม่คิดเลยว่ายามบัณฑิตร้อนรนจะมีพลังมากขนาดนี้
“เรื่องนี้ท่านทั้งสองไม่รู้ แต่แม่นางซัวเอี๋ยมผู้นั้นเติบโตมากับนายท่านตั้งแต่เด็ก ทั้งสองเป็นคู่รักในวัยเยาว์”
“นายท่านผ่านความเป็นตายมาหลายครั้ง ทุกครั้งที่เขาพลิกกลับเอาชนะศัตรูได้ ก็เพราะคำนึงถึงนางในดวงใจ ซัวเอี๋ยม”
ซุนฮิวเผยท่าทางไม่อยากเชื่อออกมา สตรีมีผลสำคัญต่อสงครามเช่นนั้นเลยหรือ
“นี่จะเป็นไปได้อย่างไร?”
ไทสูจู้มีสีหน้าจริงจัง และส่ายหัวเบา ๆ
“ท่านกุนซือ พวกข้ารู้จักกับนายท่านมาหลายปี ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ นายท่านมักจะบอกเราว่า… หากปราศจากเอี๋ยมเอ๋อร์ ข้าคงยืนหยัดต่อไปไม่ได้”
“นายท่านมีความผูกพันกับแม่นางซัวเอี๋ยมลึกซึ้งมาก เขาเคยบอกกับข้ามากกว่าหนึ่งครั้ง ความปรารถนาที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตนี้ ก็คือสยบความโกลาหล แล้วใช้ชีวิตร่วมกับนางตลอดไป”
“นี่…”
ซุนฮิวนิ่งอึ้ง สยบความโกลาหลและใช้ชีวิตร่วมกับนางตลอดไปหมายความว่าอย่างไร?
ดวงตาของกาเซี่ยงเคลื่อนไปมาอย่างรวดเร็ว สมองทำงานอย่างเต็มที่ กุนซือปีศาจกำลังครุ่นคิดแผนการรับมืออยู่
ไทสูจู้ถอนหายใจอย่างหนัก น้ำเสียงแฝงไปด้วยความกังวล
“เฮ้อ! ท่านกุนซือทั้งสองน่าจะเคยได้ยินว่านายท่านมีพรสวรรค์ด้านอักษรที่น่าทึ่ง ทว่านายท่านหาได้แสดงฝีมือให้ชมกันง่าย ๆ แต่กลับเขียนบทกวีให้แม่นางซัวเอี๋ยมนับไม่ถ้วน”
ตอนนั้นเองเตียนอุยคนระห่ำตรงเข้ามา หลังโดนพี่น้องโอบรัดจนหายใจไม่แทบออก เขาก็ตะโกนไปด้วยหอบไปด้วย
“แย่แล้ว! นายท่านไปรับครอบครัวของซัวหยงแล้ว!”
ทุกคนชะงักงัน มีเพียงกุนซือปีศาจที่ตอบสนองเร็วรี่
“กงต๋า ครอบครัวซัวหยงกลับมาเมืองหลวง ตระกูลเว่ยคงไม่ไปต้อนรับพวกเขาหรอกใช่ไหม?”
กาเซี่ยงขมวดคิ้ว มองบัณฑิตหนุ่มอย่างจริงจัง หวังว่าอีกฝ่ายจะบอกว่า ‘ไม่’
น่าเสียดายที่ซุนฮิวพยักหน้า
“เว่ยจี้ผู้นี้เคารพในระเบียบพิธีมาก จะต้องไปต้อนรับครอบครัวเจ้าสาวด้วยตนเองแน่!”
กาเซี่ยงสูดหายใจเข้าอย่างแรง เรื่องที่กังวลที่สุดปรากฏออกมาแล้ว
“หากเป็นตามที่จืออี้กับฮั่นเซิงว่ามา นายท่านจะต้องเสียสติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่!”
ซุนฮิวตกใจมาก เขาเข้าใจความหมายของเรื่องใหญ่นี้แล้ว
“นายท่านไม่มีทางครั่นคร้ามสงครามเพื่อแม่นางซัวเอี๋ยม! อีกอย่าง ท่านยังนำทหารม้านับพันไปด้วย!”
“แม้จูล่งจะยังเด็ก กระนั้นก็เป็นสุภาพบุรุษแห่งเสียงสัน น่าจะ… น่าจะโน้มน้าวนายท่านได้…”
ยิ่งซุนฮิวพูด เสียงก็ยิ่งเบาลง เมื่อเอ่ยมาถึงตรงนี้ตัวเองก็รู้สึกไม่แน่ใจ เหล่าคนที่เหลือต่างมองหน้ากันตาปริบ ๆ
เจ้าหนุ่มนั่นน่ะรึจะห้ามนายท่าน?
“ไม่อย่างแน่นอน!” ฮองตงปฏิเสธขึ้นมาคนแรก “จูล่งได้รับความเมตตาจากนายท่านมามาก เมื่อนายท่านออกคำสั่ง ต่อให้สะบั้นภูเขาเผาทะเล ก็ไม่แม้แต่จะทำหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยซ้ำ”
“พอเถิด”
กาเซี่ยงขัดจังหวะทุกคน เขาต้องการแก้ไขอย่างรวดเร็ว
“กงต๋า ฮั่นเซิง เอ้อร์ไหล พวกท่านรีบตามนายท่านไปเร็ว!”
“จืออี้ เจ้ารีบไปรวบรวมกองพลทหารม้าหัวหอก แล้วตามมาสมทบ!”
“ท่านกุนซือ หากรวบรวมทหาร เหตุใดไม่นำกองพลเกาทัณฑ์กับกองพลคุ้มกันไปด้วยเล่า! หากใครกล้าขัดขวาง ข้าจะปาดคอมันทันที!”
เตียนอุยคิดว่าจะไปสู้รบกับตระกูลเว่ย จึงระเบิดจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ออกมา
“เจ้าโง่!”
กาเซี่ยงเริ่มวิตกกังวล ไม่คิดเลยว่าเตียนอุยยังจะสร้างปัญหาเพิ่ม
“พวกเราไปเพื่อหยุดนายท่านไม่ให้ก่อเรื่อง! หาใช่ไปสู้! นำทหารม้าไปด้วยก็เผื่อว่าจะมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น”
เมื่อเห็นเตียนอุยจะพูดอีก กาเซี่ยงก็ยื่นมือออกไปปิดปากเขาไว้
“เอาล่ะ เวลาเร่งรัด รีบเคลื่อนไหวเถิด!”
ไทสูจู้พยักหน้าให้ทุกคน ก่อนรีบวิ่งออกไป
กาเซี่ยงยังคงบ่นอยู่ในใจอย่างต่อเนื่อง หากเล่าเจี้ยงโมโหฆ่าพวกเว่ยจี้ เช่นนั้นคงวุ่นจริง ๆ แน่!
ตอนนี้โฮจิ๋นมองเล่าเจี้ยงเป็นเข็มทิ่มตัว เมื่อถึงตอนนั้นไม่ว่าอย่างไรเขาจะไม่ปล่อยเล่าเจี้ยงไปแน่
“หวังว่ามันจะยังไม่สายเกินไป!”