พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 105 แผนร้ายของตระกูลเว่ย
บทที่ 105 แผนร้ายของตระกูลเว่ย
ซุนฮิวไม่กล้าปล่อยให้เว่ยจี้พูดจาปากพล่อยอีก เผื่อเกิดว่านายท่านโมโหนึกฆ่าสหายเขาขึ้นมา นั่นคงสายเกินไปแล้ว
แต่คุณชายใหญ่เว่ยก็ยังร่ำไห้ไปพูดไปไม่ได้สติ
“ข้าช่างเลอะเลือนจริง ๆ เรื่องแต่งงานของแม่นางซัวเอี๋ยมได้หมั้นหมายกันไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อน เป็นใต้เท้าซัวหยงกับบิดาข้าเป็นคนสัญญากันเอง ตอนนั้นแม่นางซัวเอี๋ยมยังไม่เกิดเลย”
เว่ยจี้ยิ่งคิดเรื่องนี้ก็ยิ่งเสียใจมาก นี่มันเรื่องอะไรกัน! หากรู้ว่าเล่าเจี้ยงมีส่วนขัดแย้งกับเรื่องนี้ เขาคงไม่ลุยลงไปในน้ำโคลน มาเป็นหนังหน้าไฟเช่นนี้
“อะไรนะ!” เล่าเจี้ยงนิ่งอึ้ง และหันไปถามปราชญ์อาวุโสพร้อมถามอย่างสงสัย “เรื่องเป็นเช่นนี้หรือ”
“ตอนนั้นข้ากับเว่ยเสียน บิดาของเจ้าบ่าวนั้นเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน จึงลั่นวาจาไว้ตอนร่ำสุรา ทว่าลูกผู้ชายเมื่อสัญญาแล้วก็ต้องทำตามที่ลั่นวาจาไว้ ข้าจะกลับคำได้อย่างไร”
ซัวหยงถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงกระนั้นปราชญ์อาวุโสก็ไม่คิดว่าตัวเองทำผิดเลยแม้แต่น้อย
“ท่านทำเพื่อรักษาเกียรติของตัวเอง ไม่สนใจความสุขของลูกสาว ยังจะผลักไสนางไปสู่ความตายอีกหรือ?”
เล่าเจี้ยงมองซัวหยงใหม่ ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนที่ใฝ่หาชื่อเสียงเหนืออื่นใดเช่นนี้!
“เหตุใดกลับกลายข้าผลักนางไปตายเสียได้เล่า”
“ตระกูลเว่ยเป็นตระกูลร่ำรวยในเมืองเหอตง เอี๋ยมเอ๋อร์แต่งเข้าตระกูลเว่ยจะไม่มีความสุขได้อย่างไร”
“แม้คุณชายรองเว่ยจ้งเต้าผู้นั้นจะไม่ได้ดีเท่าเจ้า ทว่าก็โดดเด่นในด้านวรรณกรรมและมีคุณธรรม เป็นสามีที่จะคอยอยู่เคียงข้างลูกสาวข้าผู้สนใจในดนตรีและบทกวี เหตุใดจึงเป็นเรื่องเลวร้ายไปเสียได้”
เห็นได้ชัดว่าซัวหยงไม่เห็นด้วย ยังคงโต้แย้งแม่ทัพหนุ่มต่อไป
เล่าเจี้ยงไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนดื้อรั้น หัวโบราณ และจอมปลอมเช่นนี้!
“เว่ยจี้!”
คุณชายใหญ่เว่ยสะดุ้งโหยงกับเสียงตะโกนของเล่าเจี้ยง ก่อนมองมาด้วยความประหม่า
“เจ้าพูดออกมาเอง ว่าน้องเจ้าเป็นคนป่วยกระเสาะกระแสะใช่หรือไม่?”
ขณะที่เว่ยจี้กำลังจะพูด เล่าเจี้ยงแค่นเสียงเตือนอย่างดุดันขึ้นมาอีกครั้ง
“ลองดูทหารม้านับพันที่อยู่ข้างหลังเจ้าสิ! หากเจ้ากล้าโกหก ข้าจะไปบดขยี้ตระกูลเว่ยเสีย!”
“เจ้า…”
แม้เว่ยจี้จะตัวว่างเปล่า กระนั้นก็เป็นคุณชายผู้มีความสามารถและมาจากครอบครัวร่ำรวย เขารู้สึกต่อต้านคำข่มขู่นัก จึงอยากจะปฏิเสธทันที
“ปั๋วอวี๋ นายท่านของข้าพูดคำไหนคำนั้นมาแต่ไหนแต่ไร เจ้าคิดให้ดี ๆ นะ”
น้ำเสียงของซุนฮิวที่กล่าวกับสหายเปี่ยมความกังวล และสีหน้าเคร่งขรึม เขาไม่รู้ว่าเว่ยจ้งเต้าล้มป่วยจริงหรือไม่ แต่เจตนาของเขาคือให้เว่ยจี้ยอมรับเสีย จะได้หาหนทางรอดให้เขาได้!
“เฮ้อ!”
เว่ยจี้ก้มหน้าถอนหายใจแรง ก่อนมองเล่าเจี้ยงอย่างเลื่อมใส
“แม่ทัพหลัง ข้านับถือท่านจริง ๆ! น้องรองข้าไม่เป็นที่รู้จักมาก รู้ได้อย่างไรว่าเขาป่วยกระเสาะกระแสะ?”
“อะไรนะ! เขาป่วยจริง ๆ หรือ?”
ทุกคนต่างตกตะลึง รวมถึงซัวหยงด้วย
แต่ปราชญ์อาวุโสกลับไม่เชื่อ เขาคิดว่าเว่ยจี้ต้องกลัวเล่าเจี้ยงแน่
“ปั๋วอวี๋ ลูกผู้ชายไม่เกรงกลัวอำนาจ! เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าไม่เชื่อว่าเขาจะกล้าฆ่าคนอย่างป่าเถื่อน!”
เว่ยจี้มองไปที่ซัวหยงอย่างสับสน ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ
“ลุงซัวหยง พูดตามตรง น้องข้าขี้โรคมาตั้งแต่เด็ก หาหมอมีชื่อเสียงมาแล้วตั้งมากมาย แต่ก็ยังหาสาเหตุไม่ได้!”
เมื่อซัวหยงได้ยินเช่นนี้พลันรู้สึกอ่อนแรงทันที โชคดีที่โกะหยงช่วยประคองทัน ไม่เช่นนั้นคงล้มลงไปกับพื้น
“น้องชายเจ้าไอ กระอักเลือดอยู่ตลอดเวลาหรือเปล่า? และยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างด้วยใช่หรือไม่?”
“ท่านรู้ได้อย่างไร หรือท่านรู้การป่วยของน้องชายข้า?”
เว่ยจี้มองกลับมาอย่างประหลาดใจ ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะพูดถูกทุกอย่าง
เล่าเจี้ยงส่งเสียงเยาะเย้ยออกมา “หึ วัณโรค รอตายอย่างเดียวเถิด!”
“อะไรคือวัณโรค?”
เว่ยจี้มองไปที่แม่ทัพเล่าอย่างตื่นเต้น ในความคิดเขา ไม่มีหมอคนใดบอกได้ว่าน้องชายเขาเป็นอะไร หากเล่าเจี้ยงรู้จักโรคแล้วล่ะก็ ต้องมีทางรักษาได้แน่!
เล่าเจี้ยงขบขันกับความไร้เดียงสาของคุญชายใหญ่เว่ย ข้าน่ะรึจะช่วยเว่ยจ้งเต้า? หากชายผู้นั้นได้ลาโลกไปโดยไม่สมัครใจ แล้วเรื่องซัวเอี๋ยมจะทำเยี่ยงไร?
ตามประวัติศาสตร์ ซัวเอี๋ยมต้องสมรสกับเว่ยจ้งเต้านั้นถูกต้องแล้ว แต่คุณชายรองสกุลเว่ยจะสิ้นชีวิตไปในไม่ช้า โดยยังไม่ทันมีบุตรด้วยกันแม้แต่คนเดียว และเพราะสงครามก่อกบฏ ซัวเอี๋ยมจะตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือของประมุขชนเผ่าซยงหนู และลงเอยด้วยการกลายเป็นของรัฐบุรุษโจโฉแห่งวุยก๊กในท้ายที่สุด
พธูผู้แต่งงานถึงสามครั้ง และถูกผันเวียนเปลี่ยนมือไป
มีหรือนักท่องเวลาจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้น
“แม่ทัพหลัง หากท่านยอมช่วยน้องชายข้า ตระกูลเว่ยเรายินดียกเลิกการแต่งงาน”
เว่ยจี้รู้ว่าความขัดแย้งของพวกเขาอยู่ที่ไหน ขอแค่ตัวเองยุติสัญญาแต่งงาน ความเกลียดชังที่มีกับเล่าเจี้ยงย่อมได้รับการแก้ไข
“ช่วยไม่ได้ เห็นแก่ผู้บริสุทธิ์ที่อาจติดโรคจากเขาไปด้วย”
เล่าเจี้ยงตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง
น่ายินดียิ่งที่เว่ยจี้ออกปากว่าจะยกเลิกการแต่งงานออกมาก่อน
ความเกรี้ยวกราดในหัวใจแม่ทัพหนุ่มสงบลงทันที ทว่าซัวหยงกลับโมโหจนหน้าแดงก่ำ และชี้ไปที่คุณชายใหญ่เว่ยอย่างคาดโทษ
“เหตุใดตระกูลเว่ยของพวกเจ้าจึงปิดบัง! แถมยังคอยแต่เร่งรัดให้เราแต่งงานให้เร็วที่สุด มีจุดประสงค์อะไรกันแน่!”
เว่ยจี้ไม่พูดอะไร เอาแต่ก้มหน้าไม่กล้ามองปราชญ์อาวุโส
“ไม่จำเป็นต้องพูดหรอก ตระกูลเว่ยของพวกเขากลัวว่าเว่ยจ้งเต้าจะตายก่อนแต่งงาน จึงจงใจดึงเอี๋ยมเอ๋อร์ให้กลายเป็นผู้รับเคราะห์”
คำพูดของเล่าเจี้ยงอาจไม่น่าฟังไปหน่อย ทว่าเว่ยจี้กลับไม่ได้ปฏิเสธ เพราะสิ่งที่เล่าเจี้ยงพูดเป็นความจริงทั้งหมด
“เจ้า! ไม่คิดเลยว่าตระกูลเว่ยพวกเจ้าจะกล้าทำเช่นนี้!”
“แคก แคก แคก”
ซัวหยงโกรธจนเส้นเลือดปูดโปน พลันหอบหายใจไม่ทันขึ้นมา
“ท่านลุงซัวหยง ข้าขอโทษจริง ๆ”
เว่ยจี้ทำได้เพียงขออภัยแทนตระกูลเว่ยเท่านั้น ถึงอย่างไรเรื่องทั้งหมด หาใช่เขาจะเป็นผู้ตัดสินใจได้
“ข้าตาบอดจริง ๆ ถึงกล้าคิดอยากแต่งลูกสาวเข้าครอบครัวเจ้า!”
ครั้นนึกถึงช่วงเวลานี้ที่ลูกสาวต้องทุกข์ทรมาน ซัวหยงก็อดร้องไห้น้ำตานองไม่ได้
“ข้าโง่เขลาเลอะเลือนจริง ๆ เกือบจะผลักลูกสาวเข้ากองไฟไปแล้ว”
“เว่ยจี้ เจ้าไปบอกแก่พ่อเจ้า การแต่งงานครั้งนี้เป็นโมฆะ!”
“ไม่ว่าเว่ยจ้งเต้าจะตายหรือมีชีวิตอยู่ จากนี้ไปไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเราอีก!”
ในที่สุดเล่าเจี้ยงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนหันไปหาคุณชายใหญ่เว่ย
ตอนนี้แค่เว่ยจี้พยักหน้า เรื่องทุกอย่างก็จะคลี่คลายได้หมด!
อย่างไรเสียเขาก็เป็นคนเก่งมีชื่อเสียง การศึกษาที่ได้รับมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ตระหนักรู้ถึงความละอายใจอย่างลึกซึ้ง
“ลุงซัวหยง เรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นความผิดของตระกูลเว่ย ข้าตอบรับคำลุงซัวหยงแทนบิดาข้า”
ปราชญ์อาวุโสซัวหยงไม่ชายตามองผู้ใดอีก ยังคงเบือนหน้าหนีไปร้องไห้อย่างเงียบงัน
เว่ยจี้ทำความเคารพเล่าเจี้ยงอีกครั้ง
“ท่านแม่ทัพหลัง เรื่องในวันนี้ข้าขอโทษจริง ๆ ขอท่านแม่ทัพอย่าเก็บมาใส่ใจเลย ภายภาคหน้าเว่ยจี้ต้องไปขอขมาถึงที่แน่นอน”
เล่าเจี้ยงพยักหน้า หากเป็นธุระให้เขี่ยเว่ยจ้งเต้าให้พ้นทางได้ เขาก็ค่อนข้างชื่นชมเว่ยจี้พอสมควร
“วันนี้ข้าเองก็หยาบคายไปหน่อย ปั๋วอวี๋ใจกว้างเช่นนี้ ข้าไม่ควรทำตัวเหมือนคนถ่อย เรื่องในวันนี้ก็ขอให้จบแต่เพียงเท่านี้”
เว่ยจี้กุมมือโค้งคำนับ ก่อนรีบกล่าวขอบคุณเล่าเจี้ยงซ้ำ ๆ
“ขอบคุณท่านแม่ทัพหลัง”
จากนั้นก็คำนับไปทางซุนฮิว
“ขอบคุณกงต๋ามากสำหรับวันนี้!”
ซุนฮิวพยักหน้าตอบ และส่งสายตาให้สหาย บ่งบอกให้รีบจากไป
“ทุกท่าน ข้าเว่ยจี้ขอตัวลาก่อน”
เว่ยจี้พลิกตัวขึ้นหลังม้า ครั้นเตรียมจะจากไป ก็ได้ยินน้ำเสียงอันจริงใจของเล่าเจี้ยงดังขึ้นมา
“ข้าเสียใจด้วยปั๋วอวี๋ โรคของน้องชายเจ้านั้น ข้ารักษาไม่ได้จริง ๆ เขาจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตา”
“ขอบคุณท่านแม่ทัพหลัง ข้าขอตัวลาก่อน”
หลังจากเว่ยจี้จากไป ทั่วบริเวณก็ค่อย ๆ อึดอัดขึ้นมา
ทั้งซัวหยงกับเล่าเจี้ยงต่างไม่กล้าสบตากัน อย่างไรเสียก่อนหน้านี้พวกเขาได้สบถคำหยาบคายใส่กันไว้มาก
ซัวหยงหรี่ตา เขารู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อย
เจ้าเด็กคนนี้… อยากแต่งงานกับลูกสาวข้า ยังไม่ขอโทษข้าอีกรึ!
หรือคาดหวังให้ข้าขอโทษเจ้า?
อีกด้าน เล่าเจี้ยงกลอกตาไปมา ภายในใจรู้สึกสับสนไปหมด
แย่แล้ว… แย่แล้ว! เมื่อครู่เล่นสาดเสียเทเสียปราชญ์อาวุโสไปตั้งขนาดนั้น อีกฝ่ายต้องเคียดแค้นเป็นแน่!
ข้าทำให้พ่อตาขุ่นเคือง จะทำอย่างไรดี?
หากเกิดว่าตัวเองขอขมา แต่อีกฝ่ายไม่ให้อภัยแล้วจะทำอย่างไร?
ไม่เพียงแต่เล่าเจี้ยงกับซัวหยงเท่านั้นที่กระอักกระอ่วน แต่โกะหยงยิ่งรู้สึกอึดอัดเข้าไปใหญ่
ในใจโกะหยงรู้สึกเหมือนมีม้าหลายพันตัวหยียบย่ำโคลนวิ่งผ่าน เขาเสียใจภายหลังยิ่งนัก
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ตัวเองออกหน้าแทนอาจารย์ ทำกริยาหยาบช้า พูดจาโอหัง ล่วงเกินแม่ทัพเล่าอย่างที่สุด
ตอนนี้เป็นอย่างไร? สถานการณ์พลิกผัน พวกท่านสองคนจะกลายเป็นพ่อตาลูกเขยแล้ว ข้าก็กลายเป็นหมาน่ะสิ! จะให้เอาตัวเองไปไว้ตรงไหน!?
หากโกะหยงเข้าใจภาษาในอนาคต คงพูดออกมาแล้วว่า ‘ปวดตับจริง ๆ!’
“อะแฮ่ม”
เล่าเจี้ยงกับซัวหยงกระแอมไอพร้อมกัน ทั้งสองหันกลับมามองหน้ากัน ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนี
น่าอายซะจริง!
ยิ่งเมื่อครู่อวดเบ่งอานุภาพไว้มากแค่ไหน ตอนนี้ก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดมากเท่านั้น!
กุบกับ กุบกับ
ทั่วบริเวณเงียบสงบผิดปกติ จนได้ยินเสียงควบม้าดังกังวานชัดเจน และดึงดูดความสนใจของทุกคนไป
“เจี้ยงเอ๋อร์! พี่ซัวหยง!”
เป็นเล่าเอี๋ยน บิดาของแม่ทัพเล่าที่ขี่ม้าเข้ามา!