พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 107 โกะหยงเป็นสินเดิม
บทที่ 107 โกะหยงเป็นสินเดิม
บทที่ 107 โกะหยงเป็นสินเดิม?
ซัวหยงคว้าตัวเจ้าเมืองที่กำลังจะคุกเข่าลง ในใจพลันเกิดความรู้สึกซับซ้อนขึ้นมาทันที
ตอนนั้นที่เล่าเอี๋ยนเขียนจดหมายมาหาเขา อีกฝ่ายอ้อนวอนปราชญ์อาวุโสผู้นี้ไว้ไม่น้อย แต่เพื่อรักษาชื่อเสียง สุดท้ายตนกลับไม่แยแส
ลูกสาวซัวเอี๋ยมเป็นคนใจกว้างรู้ความ ไม่เคยทำให้บิดาลำบากใจแม้แต่น้อย ทว่าตั้งแต่กลับมาเมืองตันลิว ก็เอาแต่ร่ำไห้ทั้งวี่วัน ถึงกระนั้นเพื่อรักษาเกียรติยศ ตนกลับแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น
เล่าเจี้ยงต้อนรับตนด้วยใจจริง แต่กลับถูกตำหนิอย่างเย็นชา เจ้าหนุ่มนั่นไม่ลังเลที่จะลงมือสังหารใครเพื่อซัวเอี๋ยมเลย หลังจากแผนร้ายของตระกูลเว่ยเปิดเผย บิดาคนนี้ยังดึงดันจะทำตามใจ เพียงเพื่อคำพูดของตัวเอง
เฮ้อ… วันนี้เกิดเรื่องขึ้นมากมาย มีคนตายก็มาก หากเรื่องนี้เผยแพร่ออกไปข้างนอก ผู้คนต้องว่าข้าขี้ขลาด ไม่กล้าถอนหมั้นเพราะความผิดพลาด และยังขายลูกสาว…
“ท่านพ่อ หลายวันมานี้พี่หญิงมีชีวิตอยู่ก็เหมือนตาย ท่านจะแข็งใจทำได้ลงคอหรือ?”
เด็กผู้หญิงอีกคนเดินออกมาจากรถม้า เป็นซัวหลิง ธิดาคนรองของปราชญ์อาวุโสนั่นเอง
คำพูดของนางโจมตีเข้าจุดอ่อนของซัวหยงในฐานะบิดาเข้าอย่างจัง!
นั่นสิ ตัวเองขาดเงินและผลักลูกสาวลงกองไฟด้วยตัวเอง ตอนนี้ยังจะทำลายความสุขของลูกสาว เพราะชื่อเสียงตัวเองอีกหรือ?
“เอาล่ะ เอาล่ะ พวกเจ้าลุกขึ้นมาเถิด”
เล่าเจี้ยงกับซัวเอี๋ยมยังคงก้มหัวแนบพื้น หากไม่ได้ยินคำตอบที่ชัดเจน พวกเขาจะไม่ลุกขึ้นมา
“ลุกขึ้นมาเถิด ข้า… ตกลงแล้ว…”
เพียงคำธรรมดา แต่ซัวหยงพูดออกมาอย่างยากลำบาก พริบตาเดียวก็เหมือนกับว่าเขาแก่ลงไปหลายปี
วาจานี้อาจทำลายชื่อเสียงของปราชญ์อาวุโสแห่งแผ่นดินฮั่นไปอย่างสิ้นเชิง
เล่าเอี๋ยนไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เบิกบานสำราญใจขึ้นมาทันใด ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงแล้ว!
“ยัง… ยังไม่รีบขอบคุณลุงซัวหยงอีก!”
เล่าเจี้ยงหาได้ตื่นเต้นมากนัก เพียงแต่โล่งใจ แม่ทัพเล่าจับจองซัวเอี๋ยมไว้ในใจมานานแล้ว ไม่มีใครหน้าไหนจะหยุดเขาได้!
การตอบตกลงของซัวหยง เป็นเพียงแค่การลดความยากลงเท่านั้น
“เล่าเจี้ยงขอบคุณท่านลุงซัวหยงยิ่งนัก!”
ไม่ว่าในใจคิดอย่างไร ทว่าปากยังต้องสุภาพอยู่ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง
“เอี๋ยมเอ๋อร์ขอบคุณท่านพ่อยิ่งนัก”
ต่างจากเล่าเจี้ยง ซัวเอี๋ยมตื่นเต้นดีใจ ในน้ำเสียงเร่งร้อนเจือไปด้วยความสั่นเครือเล็กน้อย
สิบวันที่ผ่านมา ชีวิตนางเหมือนผ่านไปหนึ่งปี!
หัวใจแตกสลายด้านชา หยาดน้ำตาหลั่งไหลดุจสายฝน
ทั้งหมดนี้คุ้มค่า ขอเพียงสวรรค์เมตตา ให้ได้วิวาห์กับคนที่รักนาง
เล่าเจี้ยงลุกยืนและช่วยประคองซัวเอี๋ยมขึ้นมา ดวงหน้านางสะท้อนอยู่ในแววตาของเขา
“นี่…”
แม่ทัพเล่าตกตะลึง รูปโฉมอันงดงามของซัวเอี๋ยมในวันเก่าเลือนหายไป และถูกแทนที่ด้วยรูปร่างซูบผอมยิ่งนัก
สีผิวนางซีดเหลือง ดูหดหู่เศร้าหมอง ดวงหน้าซูบตอบลงไปมาก แม้แต่กระดูกหน้าผากก็โผล่ออกมาให้เห็นเล็กน้อย
กายาผอมแห้ง ทรุดโทรม ขับให้เด็กสาววัยแรกแย้มคนนี้ดูแก่ลงไปมากจริง ๆ
เมื่อซัวเอี๋ยมเห็นเล่าเจี้ยงมองตัวเองแบบนี้ ก็รู้สึกเศร้าใจอย่างยากจะอธิบาย
“ท่านพี่ เอี๋ยมเอ๋อร์น่าเกลียดไปแล้วหรือไม่… ท่านพี่เกลียดข้าแล้วหรือ…”
ใจของเล่าเจี้ยเจ็บปวดราวกับถูกทิ่มแทง เกลียดซะที่ไหน? เขาปวดใจเหลือคณาต่างหาก!
มันคือความโศกเศร้าแบบไหนกันถึงทำให้ซัวเอี๋ยมมีสภาพเป็นเช่นนี้ได้!
เล่าเจี้ยงดึงนางเข้ามากอดไว้ในอ้อมอกกว้าง
“เอี๋ยมเอ๋อร์ พี่จะเกลียดเอี๋ยมเอ๋อร์ได้อย่างไร พี่แค่รู้สึกปวดใจ เอี๋ยมเอ๋อร์ของพี่…”
ยิ่งเล่าเจี้ยงพูดก็ยิ่งปวดร้าว พลันร้องไห้สะอื้น ไม่นานน้ำตาก็ไหลเปียกรื่นอยู่บนลาดไหล่ซัวเอี๋ยม
นั่นทำให้ซัวเอี๋ยมซาบซึ้งใจ ทว่านางไม่ได้ร้องไห้อีกแล้ว เพียงแต่มีความสุขยิ่งนัก
ความรักของเล่าเจี้ยงแทรกซึมลึกเข้าไปถึงในอกซ้าย นางสัมผัสได้อย่างชัดเจน
ซัวเอี๋ยมรู้สึกอบอุ่น ยินดี และเปี่ยมสุขยิ่งนัก นางยังคงตบหลังปลอบใจเล่าเจี้ยงเบา ๆ
“ท่านพี่ เอี๋ยมเอ๋อร์ไม่เป็นไร! ท่านพี่เป็นผู้บัญชาการควบคุมคนนับหมื่น จะทำตัวเหมือนผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ไม่ได้…”
แม้ซัวเอี๋ยมจะซูบผอม ทว่าเสียงยังคงกังวานใสเหมือนเดิม
เสียงอ่อนโยนดังขึ้นอยู่ข้างหูกับลมหายใจ ทำให้เล่าเจี้ยงรู้สึกคันยุบยิบในใจ จึงเผลอกระชับแขนที่กอดซัวเอี๋ยมแน่นขึ้น
ก็ยังพอมีน้ำมีนวลอยู่…
สมองเล่าเจี้ยงเริ่มคิดไปเรื่อยเปื่อย และไม่สนใจสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรเลยแม้แต่น้อย
“อือ…”
ซัวเอี๋ยมรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย จึงพ่นเสียงออกมาเบา ๆ ซึ่งยิ่งไปกระตุ้นเล่าเจี้ยงมากยิ่งขึ้น
คนนิสัยไม่ดี!
เมื่อรู้สึกถึงลมหายใจที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ ของเล่าเจี้ยง ซัวเอี๋ยมก็เข้าใจขึ้นมาทันที จึงพยายามผลักเล่าเจี้ยงออกไป
แต่เล่าเจี้ยงแข็งแร็งมาก นางจะผลักเขาออกได้อย่างไร?
การดิ้นรนของซัวเอี๋ยมทำให้เล่าเจี้ยงรู้สึกอยากจูบมากขึ้น
“อะแฮ่ม”
เสียงกระแอมไอทำให้เล่าเจี้ยงได้สติขึ้นมา
“เอ่อ… แคก! แคก!”
“จืออี้ จูล่ง พวกเจ้านำกองทหารกลับค่ายไปก่อนเถิด!”
เล่าเจี้ยงรู้สึกเขินอายมาก ไม่น่าซัวเอี๋ยมถึงดิ้นรนผลักเขาสุดชีวิต มีคนหลายพันคนกำลังดูพวกเขาอยู่น่ะสิ!
“รับคำสั่ง!”
หลังจากนั้นไม่นาน ทหารม้าก็จากไปตามระเบียบ เหลือเพียงสองพ่อลูกเล่าเอี๋ยน เตียนอุย ครอบครัวซัวหยงและโกะหยง
เล่าเจี้ยงเดินไปอยู่ตรงหน้าซัวหยง ก่อนก้มตัวโค้งคำนับ
“ลุงซัวหยง เชิญท่านไปพักอยู่ที่จวนข้าก่อน ให้ข้าได้ไถ่โทษแก่ท่าน!”
ตอนนี้เขากับซัวหยงคืนดีกันแล้ว เล่าเจี้ยงก็เกิดความคิดอยากพาโกะหยงไปด้วย
จากที่เห็นในเหตุการณ์นี้ โกะหยงเคารพซัวหยงเป็นยิ่งนัก เพื่ออาจารย์ ดรุณผู้นี้ไม่ลังเลที่จะล่วงเกินเล่าเจี้ยงที่รุ่งโรจน์ดุจดวงอาทิตย์เลย!
หากซัวหยงพูดอะไรสักเล็กน้อย ให้โกะหยงติดตามมา ไม่แน่ก็อาจจะได้รับคนมีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมอีกหนึ่งคน
ถึงขนาดคิดจะให้โกะหยงเป็นสินเดิม*[1]
จินตนาการของเล่าเจี้ยง เป็นได้แค่ฟุ้งฝันเท่านั้น…
“ข้ารับน้ำใจของจี้อวี้ไว้ จะไม่เข้าไปลกเอี๋ยงแล้ว”
ซัวหยงปฏิเสธน้ำใจของเล่าเจี้ยงทันควัน ไม่มีความตั้งใจจะมอบโกะหยงให้แม่ทัพหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
“ไม่ได้!”
สองพ่อลูกตระกูลเล่าพูดออกมาพร้อมกัน ไม่เห็นด้วยกับความคิดของซัวหยง
“พี่ซัวหยง ท่านมาถึงที่นี่แล้ว เหตุใดไม่ไปนั่งพักในบ้านเล่า? หากท่านไม่อยากไปจวนแม่ทัพหลังของเขาก็มาที่จวนของข้าได้!”
เล่าเจี้ยงพยักหน้าไม่หยุด ในใจรู้สึกกังวลยิ่งนัก
หากปราชญ์ซัวหยงไม่ไป โกะหยงก็ต้องหายไปด้วยเหมือนกันสิ!
“เฮ้อ… ข้ารู้สึกท้อแท้ยิ่งนัก หลังจากประสบเหตุการณ์นี้!”
“เดิมทีข้าวางแผนส่งเอี๋ยมเอ๋อร์แต่งงานเสร็จก็จะลงไปยังเจียงหนาน*[2] ตอนนี้ฝากฝังเอี๋ยมเอ๋อร์ไว้กับจี้อวี้ ข้าก็วางใจแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าไปในลกเอี๋ยงอีก”
ซัวหยงปฏิเสธคำเชิญอีกครั้ง เขาไม่มีหน้าไปบ้านของเล่าเอี๋ยนได้ เมื่อไปแล้วก็ต้องร่วมงานแต่งงานของลูกสาว ผู้ล้มเหลวในฐานะบิดาจะเผชิญหน้าผู้มีอำนาจในลกเอี๋ยงได้อย่างไร?
“ลุงซัวหยง! ท่านต้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยานงานแต่งงานระหว่างเอี๋ยมเอ๋อร์กับข้าสิ!”
“ใช่ท่านพ่อ เอี๋ยมเอ๋อร์หวังว่าจะได้รับพรจากท่านเช่นกัน”
เล่าเจี้ยงกับซัวเอี๋ยมพยายามชักชวนซัวหยงให้อยู่ต่อ ทว่าฝ่ายหลังกลับไม่สนใจ
“พวกเจ้าไม่ต้องพูดอะไร ข้าตัดสินใจไปแล้ว”
ท่าทางของซัวหยงจริงจังยิ่ง น้ำเสียงก็หนักแน่นมากเช่นกัน
“ความผูกพันของพวกเจ้าทั้งสองนั้น ข้ารู้กระจ่างแจ้งแล้ว หัวใจปราศจากความกังวลใด ๆ อีก”
“ลุงซัวหยง”
“ท่านพ่อ”
“พี่ซัวหยง”
แม้ลูกเขย ลูกสาว และสหายผู้น้องจะร้องเรียก แต่ปราชญ์ซัวหยงเพียงส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม ก่อนกวักมือเรียกซัวหลิงเข้ามาหา
“เจียงหนานอยู่ห่างออกไปหลายพันลี้ สิ่งเดียวที่ข้าเป็นห่วง ก็คือลูกสาวตัวน้อยคนนี้”
“ภรรยาข้าป่วยตาย และคนเดียวที่ข้าอดห่วงไม่ได้ก็คือเจินจี”
หัวใจเล่าเจี้ยงกระตุก หรือว่า… ?
[1] สินเดิม หมายถึงสินสอดของฝ่ายหญิงที่ต้องเอาติดตัวไปตอนแต่งงาน เล่าเจี้ยงฝันหวานว่าหลังแต่งงานกับเอี้ยมเอ๋อร์ ก็จะได้โกะหยงเป็นสินฝ่ายเจ้าสาวตามติดมาด้วย
[2] เจียงหนาน คือพื้นที่บริเวณตอนล่างของแม่น้ำแยงซีในประเทศจีนปัจจุบัน