พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 108 เจี้ยงเอ๋อร์ เจินจีก็ขอฝากเจ้าไว้ด้วย
บทที่ 108 เจี้ยงเอ๋อร์ เจินจีก็ขอฝากเจ้าไว้ด้วย
ซัวหยงมองไปที่เล่าเอี๋ยนก่อน จากนั้นหันไปหาเล่าเจี้ยง และซัวเอี๋ยม
“เอี๋ยมเอ๋อร์ ข้ารู้ว่าเจ้ารู้สึกขุ่นเคืองพ่ออยู่ในใจ พ่อเองก็รู้สึกผิดต่อเจ้าอย่างสุดซึ้งเช่นกัน”
“ท่านพ่อ อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย…”
ซัวหยงดึงซัวหลิงมาอยู่ตรงหน้าซัวเอี๋ยม ก่อนตบไหล่ลูกสาวทั้งสองเบา ๆ
“โชคดีที่จี้อวี้มาหยุดการกระทำอันโง่เขลาของพ่อ ไม่เช่นนั้นพ่อต้องเสียใจไปตลอดชีวิตเป็นแน่”
“หลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ ข้าก็เข้าใจอย่างสุดซึ้งว่าตัวเองไม่คู่ควรที่จะเป็นพ่อคน”
สองพ่อลูกเล่าเอี๋ยนอยากจะปลอบ แต่ถูกซัวหยงยกมือขึ้นห้ามไว้
“เจินจีติดตามข้ามา ต้องนอนกลางดินกินกลางทราย ทนทุกข์ทรมานมากมาย แม้พวกนางสองพี่น้องจะไม่ได้เติบโตมาด้วยกัน แต่ข้าเห็นว่าเจินจีพึ่งพาพี่สาวมากกว่าข้ามาก”
“เจ้ายินดีดูแลน้องสาวหรือไม่? ดูแลแทนข้าที่ไม่สมกับคำว่าพ่อผู้นี้…”
เมื่อซัวหลิงได้ยินคำพูดนี้ ก็รู้ทันทีว่าซัวหยงจะฝากตัวเองไว้กับพี่สาว พลันรู้สึกผิดหวังขึ้นมาทันใด
ธิดาคนรองตามติดบิดามาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยแยกจากกันเลยสักครั้ง ยามซัวหยงตกอับจนต้องฝากซัวเอี๋ยมไว้กับตระกูลเล่า ซัวหลิงก็ยังร่วมหัวจมท้ายไปกับบิดาไม่ห่าง
“ลุงซัวหยงโปรดวางใจ ต่อไปปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าดูแลเจินจีเอง”
เล่าเจี้ยงเอ่ยออกมาทันที รับหน้าที่สำคัญในการดูแลซัวหลิง
ซัวหยงมองไปที่แม่ทัพหนุ่มด้วยดวงตาลึกล้ำ ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่
เนิ่นนาน ปราชญ์อาวุโสก็พยักหน้า และส่งมือซัวหลิงให้กับเล่าเจี้ยง
“เช่นนั้นจากนี้ไปฝากจี้อวี้ด้วย”
“ฮึก… ฮืออออ” ในที่สุดซัวหลิงน้อยก็ทนไม่ไหว เริ่มร้องไห้ออกมา “ท่านพ่อไม่ต้องการข้าแล้ว”
“เฮ้อ…”
ซัวหยงส่ายหน้า รู้สึกเศร้าเหลือคณา แต่ก็ไม่ก้าวไปข้างหน้า
ซัวเอี๋ยมกอดน้องสาวไว้เบา ๆ ความรู้สึกเศร้าพรั่งพรูเข้ามาในหัวใจ นางนึกถึงภาพในแคว้นกิจิ๋วเมื่อสิบกว่าปีก่อนขึ้นมา
ครานั้นบิดาส่งนางให้เล่าเอี๋ยน ด้วยเหตุปฏิปักษ์กับเหล่าขันที ซัวหยงจึงต้องระหกระเหินหนีเภทภัย จากนั้นเล่าเจี้ยงก็ดูแลนางมาโดยตลอด
ไม่คิดเลยว่าสิบกว่าปีให้หลัง ซัวหยงจะต้องฝากฝังน้องสาวให้เล่าเจี้ยงอีกครั้ง
โชคชะตาช่างเล่นตลกนัก… ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
โกะหยงก้าวไปข้างหน้า และทักทายทุกคน
“ใต้เท้าเล่า แม่ทัพหลัง แม้ตระกูลโกะในเมืองง่อกุ๋นข้าจะไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรมาก แต่เรารู้วิธีการปฏิบัติต่อแขก หากใต้เท้าซัวเดินทางไปที่เจียงหนานได้ ตระกูลโกะข้าจะปฏิบัติและต้อนรับเป็นอย่างดี ขอทุกท่านไม่ต้องกังวล! ”
“ฟู่ว…”
เล่าเจี้ยงพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ แล้วส่ายหัวเล็กน้อย
“ท่านแม่ทัพ? มีอะไรไม่ถูกหรือเปล่า?”
เมื่อโกะหยงเห็นท่าทางเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเล่าเจี้ยง ก็คิดว่ามีอะไรไม่พอใจ
“ไม่มีอะไร ต่อไปขอฝากหยวนทั่นดูแลลุงซัวหยงด้วย”
เล่าเจี้ยงตอบโกะหยงด้วยรอยยิ้ม ในใจแอบด่าตัวเองที่ฝันหวานเกินไปจริง ๆ
โกะหยงผู้นั้นเป็นทายาทสายตรงของตระกูลโกะ หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองง่อกุ๋น ทายาทตระกูลใหญ่แบบนี้จะติดตามตัวเองหรือ?
“พี่ซัวหยงขอฝากสหายน้อยด้วย”
“ทุกท่านโปรดวางใจ”
โกะหยงยังคงกุมมือแสดงความเคารพต่อสองพ่อลูกตระกูลเล่าไม่หยุด จากนั้นก็พาซัวหยงขึ้นหลังม้า
“พี่ซัวหยงดูแลตัวเองด้วย”
“ลุงซัวหยงรักษาตัวด้วย”
“หวินหลาง จี้อวี้ รักษาตัวด้วย!”
ซัวหยงกุมมือกล่าวคำอำลากับพ่อลูกตระกูลเล่า ทว่าสายตากลับจับจ้องอยู่ที่ลูกสาวทั้งสอง
“เหวินจี เจินจี ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วย…”
สิ้นเสียงก็ไม่ลังเลอีก หันหลังจากไปทันที
จากไปได้ไม่ไกลนัก ก็มีเสียงผู้หญิงสองคนดังมาจากด้านหลัง หนึ่งในนั้นยังเจือไปด้วยเสียงสะอื้น
“ท่านพ่อ ดูแลตัวเองด้วย!”
ซัวหยงไม่หันกลับมา แค่โบกมืออยู่กลางอากาศ
ไม่นาน เขาก็หายลับไปจากสายตาของทุกคน
“ไปเถิด พวกเรากลับลกเอี๋ยงกัน!”
ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว พวกเล่าเจี้ยงเองก็ออกเดินทางไปยังลกเอี๋ยง
…
เมืองเหอตง ตระกูลเว่ย
เว่ยจี้ไม่ได้ไปที่ลกเอี๋ยง แต่ตรงกลับไปบ้านเกิดที่เหอตง
เหตุการณ์นี้กะทันหันเกินไป ซัวเอี๋ยมถูกเล่าเจี้ยงแย่งไป องครักษ์ทั้งหมดก็ถูกเล่าเจี้ยงสังหารตายหมด เขาต้องรายงานเรื่องนี้ให้ทางบ้านทราบ
เว่ยเสียนกำลังคุยเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับงานแต่งงานกับเว่ยจ้งเต้า ทันใดนั้นเว่ยจี้ก็บุกเข้ามา
“ปั๋วอวี๋?”
“พี่ใหญ่?”
เว่ยจี้เดินไปหาเว่ยเสียน และกุมมือทำความเคารพ
“ท่านพ่อ”
เว่ยเสียนมีสีหน้าฉงน ตอนนี้เว่ยจี้ควรต้อนรับซัวหยงอยู่ในลกเอี๋ยงสิ เหตุใดถึงกลับมาที่เมืองเหอตง? อีกอย่างเหตุใดถึงดูทุลักทุเลเช่นนี้ด้วย?
“ปั๋วอวี๋ นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เหตุใดถึงมีสภาพเช่นนี้?”
ในสายตาของเว่ยเสียน เว่ยจี้เป็นคุณชายใหญ่ที่สง่าหล่อเหลามาโดยตลอด จะเคยมีสภาพเช่นนี้ได้อย่างไรกัน
เว่ยจี้ไม่มีอารมณ์พูดเรื่องพวกนี้ และมองเว่ยจ้งเต้าอย่างรู้สึกผิด
“น้องรอง พี่ไร้ความสามารถ เกรงว่าซัวเอี๋ยมจะไม่สามารถแต่งงานกับเจ้าได้แล้ว!”
“อะไรนะ!”
“แคก แคก แคก แคก!”
เว่ยจ้งเต้าได้ยินก็ร้อนรน จนไอรุนแรงออกมาอย่างทนไว้ไม่ไหว
เว่ยจี้ถอยหลังอยู่ห่างจากเว่ยจ้งเต้าไปสองสามก้าวอย่างอัตโนมัติ
จู่ ๆ ในหัวเว่ยจี้ผุดบทสนทนากับเล่าเจี้ยงขึ้นมาในห้วงความคิด
‘หึ วัณโรค รอตายอย่างเดียวเถิด’
‘อะไรคือวัณโรค’
‘แม่ทัพหลัง หากท่านยอมช่วยน้องชายข้า ตระกูลเว่ยของเรายินดียกเลิกการแต่งงาน!’
‘ช่วยไม่ได้ เห็นแก่ผู้บริสุทธิ์ที่อาจติดโรคจากเขาไปด้วย’
เว่ยจ้งเต้าขมวดคิ้ว รู้สึกขุ่นเคืองยิ่ง
พี่ใหญ่เป็นอะไร? เหตุใดถึงอยู่ห่างจากตัวเองไกลขนาดนั้น ราวกับข้าจะแพร่เชื้อให้เขาอย่างไรอย่างนั้นแหละ?
เว่ยเสียนเองก็ไม่พอใจเว่ยจี้เล็กน้อย ทว่าต้องทำความเข้าใจเรื่องของซัวเอี๋ยมก่อน
“สรุปมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เจ้ารีบพูดมาให้กระจ่าง”
“ท่านพ่อ มันอธิบายยากจริง ๆ”
เว่ยจี้ถอนหายใจอย่างหนัก นึกถึงความอัปยศที่เขาได้รับ ใจก็ยังมิอาจสงบลงได้
“ซัวเอี๋ยมผู้นั้นกับเล่าเจี้ยงเป็นคู่รักกันตั้งแต่เด็ก ข้าเองก็เกือบถูกเล่าเจี้ยงฆ่าตายแล้ว!”
“อะไรนะ! เล่าเจี้ยงไหน? กล้าดีอย่างไรกำเริบเสิบสานเช่นนี้ กล้าขัดขวางคนของตระกูลเว่ย!”
เว่ยเสียนโกรธเกรี้ยวทันที ในเมืองเหอตงตัวเองพูดคำไหนคำนั้น และนานแล้วที่ไม่มีใครแข็งขืนเขา
“ใช่ ริอ่านแย่งภรรยาข้า เขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ? พี่ใหญ่ พี่พาองครักษ์ไปด้วยตั้งมากมายมิใช่หรือ? ไม่ได้สั่งสอนเขาหรือ?”
เว่ยจ้งเต้าโกรธเกรี้ยวมากเช่นกัน ตัวเองเป็นถึงคุณชายรองแห่งตระกูลเว่ยผู้สูงส่ง จะทนทุกข์ทรมานกับความอัปยศเช่นนี้ได้อย่างไร!
“องครักษ์ตายหมดแล้ว เหลือเพียงข้าคนเดียวที่กลับมา!”
“หากกงต๋าไม่ออกปากช่วย เกรงว่าข้าคงไม่ได้กลับมาแล้ว!”
เว่ยจี้ยังคงรู้สึกหวาดกลัวเมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
ตัวเองสามารถรอดกลับมาได้ นับว่าเป็นโชคดีจริง ๆ
เว่ยจ้งเต้าก้าวไปคว้ามือพี่ชาย ก่อนมองสำรวจไปทั่ว
“พี่ใหญ่ ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม? พวกเขาทำอะไรท่านหรือเปล่า?”
เว่ยจี้รีบผละตัวออกอย่างรวดเร็ว และถอยหลังไปสองก้าว
“น้องรอง พี่ไม่เป็นไร เจ้า… เจ้าไม่ต้องอยู่ใกล้พี่ขนาดนี้ก็ได้…”
มือของเว่ยจ้งเต้าค้างอยู่กลางอากาศ ความงุนงงเขียนเต็มอยู่บนใบหน้า
แม้แต่เว่ยเสียนก็มองเว่ยจี้ด้วยความไม่เข้าใจ เหตุใดออกไปแค่ครั้งเดียวก็เปลี่ยนไปมากขนาดนี้?
ก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องคู่นี้ดีมาก ไม่เคยมีความห่างเหินเช่นนี้มาก่อนเลย
“ปั๋วอวี๋ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ตอนนี้เว่ยเสียนไม่มีอารมณ์คิดถึงเว่ยจี้แล้ว เขามีแต่คำถามเกี่ยวกับเรื่องซัวเอี๋ยมเต็มหัวไปหมด
“ท่านพ่อ เป็นเล่าเจี้ยงที่โด่งดังผู้นั้น! แม่ทัพหลังเล่าเจี้ยง!”
“อะไรนะ! เล่าเจี้ยงคนที่สยบกลุ่มโพกผ้าเหลืองน่ะรึ?”
รูม่านตาของเว่ยเสียนหดตัวลง และแทบจะสิ้นสติไป
เว่ยจี้พยักหน้าอย่างหนักแน่น จากนั้นก็ถอนหายใจอีกครั้ง
“เป็นเขานั่นแหล่ะท่านพ่อ เล่าเจี้ยงนำทหารม้านับพันมาล้อมพวกเรา องครักษ์หลายสิบคนต่างตายอย่างน่าอนาถด้วยธนู!”
เว่ยเสียนไม่พูดอะไร ทว่าสีหน้าดูกราดเกรี้ยวผิดปกติ
เว่ยจ้งเต้าไม่สนใจว่าเล่าเจี้ยงจะเป็นใคร รีบเติมเชื้อเพลิงใส่บิดา
“ท่านพ่อ ไม่ต้องไปสนว่ามันเป็นใครหรอก! คร่าชีวิตคนตอนกลางวันแสก ๆ กฎหมายบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแปแล้วหรือ?”
“เขาไม่สนใจตระกูลเว่ยเราเลยด้วยซ้ำ หากไม่สั่งสอนเขา ข้าคง…”
“หุบปาก!”
เว่ยเสียนดุออกมา และจ้องมองลูกชายของเขาด้วยสายตาวาวโรจน์
“เจ้ารู้หรือเปล่าว่าตอนนี้เล่าเจี้ยงนั่นมีอำนาจแค่ไหน! แม้แต่แม่ทัพใหญ่โฮจิ๋นก็ยังไม่กล้าล่วงเกินเขาง่าย ๆ!”
เว่ยจ้งเต้าไม่ได้ตกใจไปกับคำพูดของเว่ยเสียน ตรงข้ามกลับตอบโต้อย่างรุนแรง
“แล้วอย่างไร? วันนี้เขากล้าดูแคลนเราสองพี่น้องเช่นนี้ พรุ่งนี้คงกล้าขึ้นนั่งบนคอตระกูลเว่ยเราแล้ว”
“ต่อไปตระกูลเว่ยเราจะมีหน้ายืนหยัดอยู่ในเมืองเหอตงได้อย่างไร? จะไม่ถูกผู้คนเยาะเย้ยเอาหรอกหรือ!”
“เจ้า!”
เว่ยเสียนชี้ไปที่บุตรชายคนรองด้วยความโกรธ แต่กลับไม่สามารถโต้แย้งกลับได้
ถูกต้องแล้ว เล่าเจี้ยงขโมยลูกสะใภ้ของตระกูลเว่ยไป ทั้งยังสังหารองครักษ์ของตระกูลเว่ยอย่างโหดเหี้ยม หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ตระกูลเว่ยคงเสียหน้าเป็นแน่
“ท่านพ่อ ในความเห็นข้าไม่ควรไปยั่วยุเล่าเจี้ยงดีกว่า”