พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 140 แตกร้าวกับพระญาติและตระกูลทรงอิทธิพลอย่างเป็นทางการ
บทที่ 140 แตกร้าวกับพระญาติและตระกูลทรงอิทธิพลอย่างเป็นทางการ
“แม่ทัพใหญ่ หลังจากที่ข้าตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ตระกูลเว่ยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มกบฏโพกผ้าเหลือง”
“ก่อนหน้านี้ข้าใส่ร้ายพวกเขาในท้องพระโรง เล่าเจี้ยงรู้สึกผิดยิ่งนัก เมื่อพวกเขาขอความช่วยเหลือจากข้า จึงทนไม่ไหวตอบตกลงไป”
โฮจิ๋นมองเล่าเจี้ยงด้วยความไม่อยากเชื่อ นี่ยังเป็นชายคนเดิมที่มีจิตใจคับแคบอยู่หรือเปล่า?
“น้องเล่า เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าตอนนั้นเว่ยเสียนกับลูกชายที่ตายไปแล้วของเขาทำอะไรกับเจ้าบ้าง”
เล่าเจี้ยงโบกมืออย่างใจกว้าง และไม่แยแส
“ไม่ว่าอย่างไรเว่ยจ้งเต้าก็ตายไปแล้ว ความแค้นเคืองพึงละ มิพึงผูก เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป”
โฮจิ๋นพ่นเสียงเย็นชาอยู่ในใจ เจ้าปล่อยผ่านได้แต่ข้าไม่! เงินตั้งสองพันตำลึงเชียวนะ! ตระกูลเว่ยไม่จ่ายแล้วใครจ่าย! เจ้าเล่าเจี้ยงจะจ่ายหรือไง?
“น้องเล่า เจ้ามีจิตใจกว้างขวางดั่งมหาสมุทร ไม่เอาความกับตระกูลเว่ย! ทว่าพี่นั้นทำไม่ได้ พี่ไม่อาจปล่อยมันไป!”
“แม่ทัพใหญ่ เพียงไว้หน้าข้าสักหน่อย ท่านก็มิยอมหรือ?”
เล่าเจี้ยงค่อย ๆ หุบยิ้มลง ถึงขนาดมองโฮจิ๋นด้วยสายตาคุกคามเล็กน้อย
โฮจิ๋นตื่นตัวขึ้นมาทันที ชายผู้นี้มาด้วยเจตนาร้าย นี่ไม่ใช่ท่าทีมาหารือ!
“แม่ทัพหลัง หากข้าบอกว่าไม่เล่า?”
โฮจิ๋นเปลี่ยนแม้แต่คำเรียก จากน้องเล่าเป็นแม่ทัพหลัง! สีหน้าไม่พอใจค่อย ๆ ปรากฏ
“แม่ทัพใหญ่ ข้าบอกแล้ว เงินก้อนนี้ตระกูลเว่ยจะไม่จ่าย ท่านฟังไม่เข้าใจหรือ?”
คล้ายกับเล่าเจี้ยงไม่สังเกตเห็นความโกรธของโฮจิ๋น แต่กลับกำเริบเสิบสานมากยิ่งขึ้น
โฮจิ๋นพ่นลมหายใจออกมาเสียงเบา มุมปากแสยะหว้าง ยิ้มเยาะเย้ยให้กับเล่าเจี้ยง
“ดูเหมือนแม่ทัพหลังจะคิดว่าตระกูลเว่ยแห่งเหอตงจะมีอำนาจมากกว่าจวนแม่ทัพใหญ่ข้าเสียอีกน่ะ!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
เล่าเจี้ยงหัวเราะลั่นออกมา ก่อนหรี่ตาลงเล็กน้อย
“ใน เมื่อเอ่ยกันในแง่ของอำนาจ จะเทียบได้กับจวนแม่ทัพใหญ่ได้เยี่ยงไร”
“ข้าน้อยแค่ออกหน้าแทนคนไร้ทางสู้เท่านั้น”
โฮจิ๋นสงสัยว่าเล่าเจี้ยงบ้าไปแล้วหรือเปล่า ถึงหันมาต่อต้านเขาเพราะตระกูลเว่ย แต่แม้จะเป็นเช่นนี้ โฮจิ๋นก็ไม่กลัว
“บางครั้งสิ่งที่เจ้าอยากปกป้อง ก็ใช่ว่าจะรักษาไว้ได้! แม่ทัพหลัง!”
ประโยคหลังสามคำสุดท้าย โฮจิ๋นแทบจะพ่นเสียงออกมาลอดไรฟัน เจตนาข่มขู่ชัดเจนยิ่ง
เล่าเจี้ยงจะฟังไม่ออกได้อย่างไร กลับกัน… ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น
“เช่นนั้นเราก็คอยดูกันต่อไป แม่ทัพใหญ่!”
โฮจิ๋นหอบหายใจด้วยความโกรธ เจ้าหนุ่มนี่จะอวดดีเกินไปแล้ว! บังอาจมาทำตัวกร่างที่จวนของข้า
“หยุด!”
อ้วนเสี้ยวมีท่าทีดีใจมาก รีบเรียกรั้งเล่าเจี้ยงที่หันหลังออกจากไป
“เล่าเจี้ยง เจ้าคิดว่าอำนาจของแม่ทัพหลังอย่างเจ้า จะทำให้เจ้าไม่ต้องเห็นหัวผู้ใดในใต้หล้างั้นหรือ? ข้าจะบอกอะไรให้! หากเจ้าล่วงเกินแม่ทัพใหญ่และตระกูลอ้วนเรา ต่อไปจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร เจ้าไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ!”
“หึ หึ หึ หึ!”
เล่าเจี้ยงยกยิ้ม และมองอ้วนเสี้ยวด้วยท่าทางเย้ยหยัน
“อ้วนเปิ่นชู เจ้าว่าข้ากล่าววาจาโอ้อวดโอหัง? เช่นนั้นข้าขอคืนคำเหล่านี้สนองให้เจ้าเหมือนกัน”
“เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร เป็นตัวแทนของจวนแม่ทัพได้ใหญ่ได้หรือ? เป็นตัวแทนของตระกูลอ้วนได้หรือ?”
“กลับไปถามอ้วนฮองกับอ้วนหงุยเสีย แล้วค่อยมารบกับข้าก็ยังมิสาย!”
อ้วนเสี้ยวโกรธเกรี้ยวจนหน้าดำหน้าแดง ก่อนชี้ไปที่เล่าเจี้ยงอย่างเดือดดาล
“เจ้า!”
“เปิ่นชูจะเป็นตัวแทนของตระกูลอ้วนได้หรือไม่ ข้าไม่รู้ แต่จวนแม่ทัพใหญ่แห่งนี้ ข้าเป็นใหญ่สุด”
โฮจิ๋นไม่ชอบท่าทีเช่นนี้ของเล่าเจี้ยงจริง ๆ จึงสนับสนุนอ้วนเสี้ยวทันที
ครั้นอ้วนเสี้ยวได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาทันใด และมองแม่ทัพหลังอย่างยั่วยุ
ในขณะที่เล่าเจี้ยงยังคงยิ้มแย้ม ไม่มีท่าทางยำเกรงแม้แต่น้อย
“แม่ทัพใหญ่ก็ดี ตระกูลอ้วนก็ดี ไม่ว่าจะมีอำนาจของล้นฟ้ามาจากไหน จะยิ่งใหญ่เท่าฝ่าบาท หรือจะเกรียงไกรเท่าตระกูลเล่าแห่งราชวงศ์ฮั่นเราหรือไม่!”
หลังจากโฮจิ๋นกับอ้วนเสี้ยวได้ยินเช่นนี้ก็ไม่กล้าเอ่ยโต้ตอบ หากพวกเขาท้าทาย นั่นก็ไม่ต่างอะไรกับการก่อกบฏ!
“โฮจิ๋น ข้าไม่กลัวที่จะบอกเจ้า หากมีอะไรเกิดขึ้นกับตระกูลเว่ยแห่งเหอตง ข้าไม่รับประกันตระกูลโฮในเมืองลำหยงเช่นกัน”
“หึ หึ หึ… ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
เล่าเจี้ยงไม่ลังเลอีก เขาหมุนตัวจากไป และทิ้งเสียงหัวเราะอันอหังหารเอาไว้
โครม!
โฮจิ๋นถีบเก้าอี้กระเด็นลอยออกไปเพื่อระบายโทสะในใจ
“น่ารังเกียจนัก! ไอ้สมควรตายเล่าเจี้ยง! ล่วงเกินข้ามากเกินไปแล้ว!”
ตอนนี้โฮจิ๋นเห็นอะไรก็ขัดตาไปเสียหมด จึงเขวี้ยงทุบของรอบกายไม่หยุด
“เจ้ากล้าลองดีกับข้ารึ! ย้ากกก! ว้ากกกกกกก!”
“ฮึกฮึก ฮืออ…”
ในระหว่างที่โฮจิ๋นเดือดเป็นฟืนเป็นไฟ ก็มีเสียงร้องไห้ดังขึ้นมาจากด้านข้าง
โฮจิ๋นหันกลับไปมอง ก็เห็นเขาฮิวกำลังปิดหน้าร้องไห้อีกครั้ง
“เอะอะก็ร้องไห้ ร้องไห้! ร้องทำบ้าอะไร!”
เขาฮิวน้อยใจ รีบคุกเข่าลงพื้นอย่างรวดเร็ว
“แม่ทัพใหญ่ เล่าเจี้ยงนั้นใช้ให้ทหารทุบตีข้าน้อยต่อหน้าธารกำนัลอยู่ข้างนอก ข้าน้อยคับแค้นใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้!”
อ้วนเสี้ยวเองก็หันไปหาโฮจิ๋น ก่อนคารวะพูดแทนสหาย
“แม่ทัพใหญ่ ในงานชุมนุมวรรณศิลป์ก่อนหน้านี้ เล่าเจี้ยงออกคำสั่งทุบตีจื่อเอี้ยง ลูกน้องท่านต่อหน้าผู้คนทั้งลกเอี๋ยง ไม่ไว้หน้าแม่ทัพใหญ่แม้แต่น้อย ข้าเองก็เห็นมากับตา”
โฮจิ๋นไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนจึงมองอ้วนเสี้ยวด้วยความตกใจ ก่อนกวาดสายตาไปหาเขาฮิว
“อะไรนะ!”
“เหตุใดเจ้าไม่บอกให้เร็วกว่านี้!”
เขาฮิวเงยหน้าขึ้น มองโฮจิ๋นด้วยท่าทางน่าเวทนา และเจ็บแค้นใจถึงที่สุด
“เปิ่นชู เจ้ารีบไปหามหาราชครูอ้วนเร็ว แจ้งสิ่งที่เล่าเจี้ยงทำในวันนี้เสีย!”
อ้วนเสี้ยวดีใจมาก ในที่สุดโฮจิ๋นก็ตัดสินใจพุ่งเป้าไปที่เล่าเจี้ยงแล้ว
“แม่ทัพใหญ่โปรดวางใจ ข้าจักโน้มน้าวท่านลุงให้เข้าร่วมมือกับฝ่ายแม่ทัพใหญ่ กำจัดเจ้าคนหยิ่งผยองนี้โดยเร็วที่สุด!”
“ไปเถิด”
อ้วนเสี้ยวตรงออกไปอย่างไม่ลังเล เขารอเห็นจุดจบของเล่าเจี้ยงไม่ไหวแล้ว
โฮจิ๋นเหลือบมองเขาฮิวครู่หนึ่ง ไม่ได้ตำหนิอะไร เพียงส่ายหน้าแล้วจากไป
ภายในห้องโถงเหลือเพียงเขาฮิวที่นั่งอยู่บนพื้นคนเดียว
น่าอนาถนัก!
…
เล่าเจี้ยงเดินลอยหน้าลอยตาอยู่บนถนน ด้วยหัวใจเต้นระรัวไม่หยุด
ตื่นเต้นจริง ๆ!
เมื่อกี้ข้ายั่วยุโฮจิ๋นกับอ้วนเสี้ยวซึ่งหน้า!
นักท่องเวลาดูเหมือนจะสงบนิ่ง ถึงเล่าเจี้ยงชำนาญงานปั่นตอนอยู่ในจวนแม่ทัพใหญ่ แต่ความจริงแล้วเขาตื่นเต้นมาก
นี่แตกต่างไปจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง เมื่อก่อนไม่เคยมีการแตกหักหรือต่อต้านซึ่ง ๆ หน้าขนาดนี้มาก่อน!
หึ หึ หากกาเซี่ยงคำนวณผิดพลาด เกรงว่าแม้แต่ตายเขาก็มิอาจรู้ด้วยซ้ำ
หนนี้ล่วงเกินโฮจิ๋นแบบสุด ๆ ทั้งสองฝ่ายมิอาจคืนดีกันได้อีก
ตระกูลอ้วนเองก็คงไม่ปล่อยตัวเขาไปง่าย ๆ ทว่าการล่วงเกินตระกูลอ้วน แทบจะเป็นการตัดวาสนากับที่ราบภาคกลางชั่วคราว
ดีที่ลูกศิษย์ลูกหาญาติมิตรของตระกูลอ้วนกระจัดกระจายอยู่ทั่วแว่นแคว้นที่ราบตอนกลาง ยังไม่ได้รุกล้ำไปยังปาสู่หรือซีเป่ย ไม่เช่นนั้นต่อไปคงต้องได้เผชิญกับความลำบากมากมายแน่!
อย่างไรก็ตามเล่าเจี้ยงเชื่อมั่นในตัวกาเซี่ยงแน่นอน และความคิดของกุนซือปีศาจก็ได้รับการยืนยันจากซุนฮิวด้วยตัวเองแล้ว
เล่าเจี้ยงอดหวนนึกถึงท่าทางเชื่อมั่นของกาเซี่ยงในหัวไม่ได้
“นายท่าน ก่อนหน้าท่านบอกแล้วมิใช่หรือ การต่อรองของตระกูลเว่ยไม่ขาดทุน”
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า มันไม่ขาดทุนจริง ๆ นั่นแหละ มันคือกำไรมหาศาลด้วยซ้ำ!
ได้ยุทธวิธีรบ ได้ม้าศึก และยังสร้างศัตรูกับโฮจิ๋นได้ถูกจังหวะ
ตัวเองยังอยากขอบเจ้าคุณลูกชายโง่เขลาทั้งสองคนของตระกูลอ้วนนัก! หากไม่มีพวกเขา ตัวเองจะผูกมิตรและสร้างศัตรูได้อย่างไร?
ตอนนี้หลังจากแตกหักกับอ้วนเสี้ยวและตระกูลอ้วนอย่างเปิดเผย เขาก็บรรลุเป้าหมายพอดี
คราวนี้ฝ่าบาทคงวางพระทัยได้ จวนแม่ทัพหลังของเขาตัวเองได้ประกาศสงครามกับจวนแม่ทัพใหญ่เป็นทางการแล้ว และได้ฉีกหน้าอ้วนเสี้ยวผู้นำตระกูลอ้วนอีก
ข้านี่มันห้าวเป้งจริง ๆ! กล้าต่อต้านฝั่งพระญาติ และฝั่งตระกูลมีอิทธิพล สองขั้วอำนาจใหญ่ได้!
แม้เป็นสิบขันทีก็คงจะไม่กล้า
แต่ก็ดีเหมือนกัน ตัวเองจะได้เข้าใกล้สิบขันทีได้มากขึ้น เมื่อถึงช่วงฝ่าบาทสิ้นพระชนม์ ตัวเองยังต้องใช้ประโยชน์พวกเขาอยู่
แล้วก็ยังมีตระกูลเว่ย เขาสร้างศัตรูทั่วฟ้าในครั้งนี้ จะปล่อยให้เจ้าพวกนั้นได้สิ่งที่ต้องการไปเปล่า ๆ ไม่ได้
เล่าเจี้ยงมองจูล่งที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนแสดงความขอบคุณที่อีกฝ่ายเลือกพาเว่ยจี้มาจริง ๆ
“จูล่ง! เจ้าคือขุนศึกนำโชคของข้าจริง ๆ!”
“ขอรับ?”
จูล่งงุนงง ไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ ๆ เล่าเจี้ยงพูดประโยคดังกล่าวออกมา
เตียนอุยเองก็มองไปที่นายท่านด้วยสีหน้าคาดหวังเช่นกัน
“นายท่าน นายท่าน แล้วข้าล่ะ ข้าเป็นอะไร!”
เล่าเจี้ยงมองท่าทางของเตียนอุย ก็อดระเบิดหัวเราะออกมาไม่ได้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
เจ้าเป็นอะไรน่ะหรือ? เป็นเจ้าขี้เหร่ของข้าไง