พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 166 ติดกับกาเซี่ยง
บทที่ 166 ติดกับกาเซี่ยง
เล่าเจี้ยงสงบนิ่งมากอยู่ด้านข้าง มิได้สะทกสะท้านเพราะคำพูดของกาเซี่ยง ทว่าซุนฮิวรู้สึกไม่เต็มใจ
“เหวินเหอ เจ้าพูดอะไร! ปั๋วอวี๋เดือดร้อน แล้วนายท่านเราไม่เดือดร้อนรึ!”
“ปั๋วอวี๋เดือดร้อน ข้าเชื่อว่าอย่างไรเขาก็หาวิธีข้ามผ่านไปได้! แต่หากทำให้นายท่านเดือดร้อน ถึงตอนนั้นสถานการณ์ในสนามรบซีเป่ยแย่ลง จะไม่กลายเป็นความเดือดร้อนของบ้านเมืองหรอกหรือ”
ซุนฮิวยิ่งพูดก็ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น มือเท้าเริ่มขยับไปมา
“กงต๋า ข้ารู้ดีว่าแม่ทัพหลังแบกรับภาระสำคัญ แต่ข้าช่วยไม่ได้จริง ๆ!”
“รวบรวมม้าศึกสี่พันตัวภายในหนึ่งเดือน ต่อให้ฆ่าข้าก็ทำไม่ได้หรอก!”
เว่ยจี้กลัดกลุ้มยิ่งนัก แม้แต่น้ำเสียงก็ยังลำบากใจ
กาเซี่ยงเดินไปข้างหน้าแล้วดึงซุนฮิวที่กำลังจะพล่ามต่อไว้
“กงต๋า ท่านอย่าเพิ่งวู่วาม! ข้าคิดว่าคุณชายเว่ยทำเต็มที่จริง ๆ แล้ว!”
“เจ้า? ฮึ่ม!”
นัยน์ตาซุนฮิวเต็มไปด้วยความโกรธจนต้องเบี่ยงตัวหันหนี ไม่สนใจกาเซี่ยงอีก
เว่ยจี้คล้ายกับเจอคนช่วย จึงรีบลุกขึ้นเดินไปอยู่ด้านข้างกุนซือปีศาจ
“ท่านกาเซี่ยง! ท่านพูดถูก ข้าช่วยไม่ได้จริง ๆ ท่านรีบช่วยข้าขอความเห็นใจหน่อยเถิด! เว่ยจี้จะขอขอบคุณยิ่ง”
เว่ยจี้โค้งคำนับ แสดงความเคารพอย่างสุดซึ้ง
แม้ไม่รู้ว่าเหตุใดกุนซือของแม่ทัพหลังถึงขัดแย้งกันขึ้นมา และไม่เข้าใจสาเหตุที่กาเซี่ยงถึงพูดแทนเขา ทว่าทั้งหมดนี้ล้วนไม่ใช่ปัญหา!
ขอแค่ช่วยเว่ยจี้ขอร้อง ไม่ให้ตระกูลเว่ยต้องส่งม้าศึกมาภายในสองเดือน เท่านี้ก็คือผู้มีพระคุณแล้ว!
กาเซี่ยงตบคุณชายเว่ยเบา ๆ บ่งบอกให้เขาวางใจ
“นายท่าน ดูท่าทีน่าสงสารของคุณชายเว่ยสิ เกรงว่าน่าจะหาม้าศึกเหล่านั้นมาไม่ได้ จวนแม่ทัพหลังเราจะใช้อำนาจรังแกคนอื่นไม่ได้!”
เล่าเจี้ยงพยักหน้า สีหน้าจะว่ายิ้มก็เหมือน ไม่ยิ้มก็เหมือน แม้เขาจะไม่เข้าใจ รู้แต่กาเซี่ยงไม่มีทางช่วยพูดเพื่อเว่ยจี้แน่
“นายท่าน แม่ทัพใหญ่เคยพูดกับท่านแล้วมิใช่หรือ เขาชังตระกูลเว่ยมาก จะไม่หาทุกวิถีทางมาแก้แค้นหรือ?”
“จากที่ข้าน้อยเห็น แม่ทัพใหญ่ต้องกล้านำม้าศึกสี่พันตัว มาแลกกับการคุ้มครองตระกูลเว่ยของนายท่านแน่”
“แบบนี้เราก็ได้ทั้งม้าศึก ได้สมานฉันท์กับแม่ทัพใหญ่ ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย แบบนี้จะไม่ดีกว่าหรือ?”
ความหวังทั้งหมดของเว่ยจี้ได้พังทลายลงไปตามคำพูดของกาเซี่ยง และถึงกับรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทั่วร่าง!
หากปราศจากการคุ้มครองจากเล่าเจี้ยง ต่อไปตระกูลเว่ยจะต้องเผชิญกับอะไร?
ความโกรธอันไม่มีที่สิ้นสุดของโฮจิ๋น!
แม่ทัพใหญ่เรียกร้องเงินทองมาแล้วหลายครั้ง ตัวเองก็ปฏิเสธว่าไม่มีไปชั่วคราว เพียงเพราะมีแม่ทัพหลังผู้นี้คอยหนุนหลังเท่านั้น
เมื่อเล่าเจี้ยงเปิดเผยว่าไม่ได้คุ้มครองตระกูลเว่ยอีกแล้ว ตระกูลเว่ยจะรับมือกับความชิงชังของแม่ทัพใหญ่ได้หรือ?
คำตอบคือไม่! โฮจิ๋นต้องถอนรากถอนโคนตระกูลเว่ยเป็นแน่!
ตอนนี้ตระกูลเว่ยไม่ได้เป็นเหมือนเมื่อตอนมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเว่ยชิงเป็นผู้นำแล้ว ชายผู้นั้นได้จากไปนานแล้ว พร้อมกับความยิ่งใหญ่ของตระกูลเว่ยอย่างไม่มีวันหวนกลับ
“เหวินเหอ ความเห็นเจ้าไม่เลวเลย ข้าว่าโฮจิ๋นคงไม่เสียดายม้าศึกพวกนี้หรอก!”
เล่าเจี้ยงดวงตาเปล่งประกาย และเข้าใจจุดประสงค์ของกาเซี่ยงทันที
“แม่ทัพหลัง เรื่องนั้นไม่ได้เด็ดขาด!”
เว่ยจี้มีหรือจะไม่เข้าใจการแสดงของสามนายกับลูกน้อง เห็นได้ชัดสามคนนี้เล่นละครหลอกเขา!
โฮจิ๋นจะยอมหรือ? เล่าเจี้ยงไม่รู้หรอก ซุนฮิวก็ไม่รู้ กาเซี่ยงยิ่งไม่รู้เข้าไปใหญ่
ทว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ… ตัวเขาก็ไม่รู้เช่นกัน!
และเว่ยจี้ก็ไม่กล้าพนัน! หากเกิดว่าโฮจิ๋นตกลงขึ้นมา เช่นนั้นตระกูลเว่ยคงล่มสลายด้วยน้ำมือของเขา
ตระกูลเว่ยจะรอดพ้นมรสุมในรุ่นนี้ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับเว่ยจี้เท่านั้น
อีกอย่างสมบัติของตระกูลเว่ย จะเทียบเท่ากับม้าศึกสี่พันตัวงั้นรึ?
กาเซี่ยงเดาถูกว่าเว่ยจี้ไม่กล้าพนัน ความจริงเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย หากพระเจ้าเลนเต้ไม่ทรงอยู่ข้างเล่าเจี้ยง
“เหวินเหอ ข้าว่าอย่าว่าแต่ม้าศึกสี่พันตัวเลย แม้แต่ห้าพันตัว หกพันตัว โฮจิ๋นก็ให้ได้โดยไม่เสียดาย!”
เล่าเจี้ยงทำเหมือนไม่ได้ยินคุณชายเว่ยอย่างไรอย่างนั้น ยังคงจับคางครุ่นคิดคุยกับกุนซือ
เว่ยจี้กระวนกระวายใจ รีบปรี่เข้าไปขอร้อง
“แม่ทัพหลังทำเช่นนี้ไม่ได้เด็ดขาด! แม้ตระกูลเว่ยจะสิ้นเนื้อประดาตัว ก็จะรวบรวมม้าศึกมาให้ท่านแม่ทัพให้ได้!”
เล่าเจี้ยงเหยียดหยามในใจ เจ้ารับปากมาเลยดีกว่า ถึงขั้นนี้ยังจะมาเล่นลิ้นอีก!
เดิมทีทุกฝ่ายล้วนอยู่ด้วยความสงบสุข และไม่เสียความบาดหมางต่อกัน
เว่ยจี้ เจ้าเกิดปีลาหรือ? จะจูงไปไหนก็ยึกยัก ต้องให้ตีสักทีก่อนถึงจะยอมเดิน?
ข้ายอมรับ เจ้าฉลาดเหนือคนทั่วไปนิดหน่อย แต่มาอยู่เบื้องหน้าสองกุนซือ สุดท้ายก็เป็นหมองูตายเพราะงู ถูกไล่ต้อนจนจะไม่เหลือสภาพความเป็นคนแล้ว!
เห็นได้ชัดว่าเล่าเจี้ยงไม่ปล่อยคุณชายเว่ยไปง่าย ๆ แน่ จึงโบกมือรัว ๆ ให้
“ไม่ต้องแล้วปั๋วอวี๋ ข้าเล่าเจี้ยงเป็นคนใจกว้าง จะไม่ทำให้ใครลำบากใจแน่นอน! ม้าศึกเหล่านั้น เจ้าเอาเก็บไว้เองเถิด”
“ท่านแม่ทัพ?! ท่านฟังข้าอธิบายก่อน!”
ไม่ว่าเว่ยจี้จะตะโกนเรียกอย่างไร เล่าเจี้ยงก็แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน และนั่งเล่นนิ้วอยู่ตรงตำแหน่งประมุข
“กงต๋า…”
ครั้งนี้เว่ยจี้ตื่นตระหนก ทำได้เพียงขอร้องให้สหายเก่าอย่างซุนฮิวช่วยเหลือ หวังว่าเขาจะช่วยพูดให้ตัวเองสักสองสามคำ
ซุนฮิวมองเว่ยจี้ด้วยความขุ่นเคืองพลางชี้หน้าด่าทอ ยิ่งเป็นเพื่อนกันมาก่อน ยิ่งไม่มีความเกรงใจ
“ปั๋วอวี๋ เจ้าให้ข้าพูดเจ้ายังไงดี! เมื่อครู่ข้าพูดให้เจ้าไปมากมาย หากเจ้าฟังเข้าหูสักครึ่งหนึ่ง จะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้หรือ?”
“ตอนนี้นายท่านข้าโกรธแล้ว ข้านั้นก็หมดปัญญา ตระกูลเว่ยเจ้า… ขอให้โชคดีแล้วกัน!”
เว่ยจี้ในตอนนี้เสียใจภายหลังแล้ว เขาทำเรื่องเกินจำเป็นจริง ๆ เหตุใดตัวเองไม่ตอบตกลงเสีย!
แค่ม้าศึกสี่พันตัวตระกูลเว่ยสามารถหาให้ได้ภายในหนึ่งเดือนอยู่แล้ว!
…เพียงแต่ค่าใช้จ่ายมันสูงมหาศาลชวนปวดใจอย่างมาก
ตระกูลเว่ยมีเงินทอง แต่ใช่ว่าจะหามาได้ง่าย ๆ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงตอนนี้ที่เว่ยจี้เป็นผู้นำ ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ให้จงหนัก
“กงต๋า หากท่านไม่ออกหน้าพูดช่วย เช่นนั้นคงต้องเก็บศพแทนข้าแล้ว!”
เว่ยจี้มองซุนฮิวด้วยใบหน้าเศร้า ขณะกล่าวขอบตาเริ่มแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าเสียใจสุดซึ้งแล้ว!
“เฮ้อ! หากไม่ใช่เพราะเจ้ากับข้ารู้จักกันมานาน ข้าคงไม่สนใจเจ้าแล้ว”
ซุนฮิวทำท่าทางไม่สบอารมณ์ พลางส่ายหัวอย่างจนใจ จากนั้นก็กุมมือไปทางเล่าเจี้ยง
“นายท่าน ปั๋วอวี๋เพียงเลอะเลือนไปชั่วขณะ ขอนายท่านพิจารณาอีกครั้งด้วย”
“นี่…”
เล่าเจี้ยงแสร้งทำเป็นลังเล ไม่ได้ตอบตกลงซุนฮิวในทันที
“นายท่าน เห็นแก่หน้าข้าสักครั้งเถิด!”
ซุนฮิวเห็นนายท่านไม่ตอบ ก็คำนับอีกครั้ง
เล่าเจี้ยงเห็นว่าพอสมควรแล้ว ก็พยักหน้าตอบตกลง เพียงแต่เขาไม่ได้พูดกับซุนฮิวดีนัก
“เฮ้อ! กงต๋า นี่เจ้ากำลังทำให้ข้าลำบากใจมิใช่หรอกหรือ! ช่างเถิด วันนี้เห็นแก่หน้าเจ้า แต่จะไม่มีครั้งหน้าแล้วนะ!”
ซุนฮิวรับคำนับขอบคุณ ก่อนกระตุ้นเว่ยจี้ทางสายตา
“ปั๋วอวี๋ ยังไม่รีบขอบคุณนายท่านข้าอีก!”
“ฮะ? อ๋อ! ใช่ ๆ!”
เว่ยจี้ได้สติกลับมา ก่อนคารวะ
“ขอบคุณแม่ทัพหลังยิ่งนัก!”
เมื่อเห็นว่าเล่าเจี้ยงยังคงเมินเฉยตัวเองอยู่ เว่ยจี้ก็หันไปหาซุนฮิว
“ขอบคุณพี่กงต๋า!”
ซุนฮิวเองก็ไม่สนใจ เพียงแค่ส่ายหัวอย่างหน่าย ๆ
“ปั๋วอวี๋…”
เล่าเจี้ยงเห็นเว่ยจี้ยืนทำตัวไม่ถูก จึงเอ่ยกับเขา
“แม่ทัพหลังมีอะไรจะสั่งหรือ?”
“ปั๋วอวี๋ ครั้งนี้หากไม่ใช่เพราะกงต๋าช่วยขอร้องให้เจ้า เรื่องของตระกูลเว่ยเจ้าข้าไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งแน่”
“ขอบคุณแม่ทัพหลังที่มีเมตตา!”
เว่ยจี้รู้ว่าเล่าเจี้ยงจงใจเตือนตัวเอง แต่ก็ทำได้แค่ขอบคุณซ้ำ ๆ
“แต่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น ไม่มีครั้งหน้าอีก! ครั้งหน้าไม่ว่าใครขอร้องแทนเจ้า ข้าก็จะไม่ไว้หน้าทั้งนั้น!”
ต้องโทษฟ้าที่ส่งคุณชายเว่ยมาฉลาดครึ่ง ๆ กลาง ๆ หากโง่ไปเสียเลย อาจไม่ต้องทรมานที่รู้ทุกสิ่ง หากแต่ต้องยอมจำนนเสมอ