พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 165 ปั๋วอวี๋ ข้าชื่นชมในความกล้าได้กล้าเสียของเจ้า
บทที่ 165 ปั๋วอวี๋ ข้าชื่นชมในความกล้าได้กล้าเสียของเจ้า
บทที่165 ปั๋วอวี๋ ข้าชื่นชมในความกล้าได้กล้าเสียของเจ้า
ทั้งสี่คนในห้องแยกกันนั่งลงตามลำดับ หลังจากดื่มชาแล้ว เว่ยจี้ก็เป็นคนแรกเปิดประเด็น
“ข้าน้อยได้ยินมาว่า แม่ทัพหลังไปหาเรื่องจวนแม่ทัพใหญ่เพราะเรื่องตระกูลเว่ยเรา และแตกหักกับแม่ทัพใหญ่โฮจิ๋นอย่างเปิดเผย เว่ยจี้ซาบซึ้งยิ่งนัก”
เล่าเจี้ยงไม่พูดอะไร เพียงแค่หัวเราะเสียงดังออกมาไม่หยุด โดยซุนฮิวที่อยู่ด้านข้างสังเกตท่าทีของเว่ยจี้อยู่ไม่ห่าง
“ปั๋วอวี๋ นายท่านข้าไม่เพียงแตกหักกับแม่ทัพใหญ่ แม้แต่ตระกูลอ้วนที่คอยช่วยโฮจิ๋นก็ล่วงเกินไปด้วย ทั้งหมดนี้ก็เพราะตระกูลเว่ยของเจ้า!”
เว่ยจี้พยักหน้าไม่หยุด แต่ในใจกลับพร่ำบ่นไม่ขาด ดูท่าวันนี้จะไม่ค่อยดีอีกแล้ว!
“แม่ทัพหลังเป็นคนชอบธรรมเช่นนี้ ตระกูลเว่ยเราไม่มีทางเมินเฉยแน่นอน แม่ทัพหลังต้องการสิ่งใด บอกข้าน้อยมาได้เลย ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟก็จะหามาให้ท่าน”
เล่าเจี้ยงหัวเราะลั่นยามมองคุณชายเว่ยอย่างชื่นชม
“ปั๋วอวี๋กล่าวเช่นนี้ ก็ไม่เสียแรงที่ข้าล่วงเกินโฮจิ๋นกับตระกูลอ้วนเพื่อเจ้า ตระกูลเว่ยพวกเจ้าตกปากจะให้ม้าศึกข้าห้าพันตัวแล้ว ข้าจะกล้าขออะไรได้อีก”
วาจาเป็นธรรมเช่นนี้ชวนให้เว่ยจี้ประหลาดใจ เขาคิดไว้ว่าแม่ทัพหลังไม่ได้ช่วยเปล่า ๆ คงต้องหวังบางอย่างตอบแทนแน่ ครั้นกำลังจะเปิดปากพูดขอบคุณ ก็ได้ยินเล่าเจี้ยงกล่าวออกมาสองคำด้วยสีหน้าลำบากใจ
“เพียงแต่…”
นั่นปะไร! เว่ยจี้สะดุ้ง เขารู้อยู่แล้วว่าเล่าเจี้ยงไม่ได้พูดง่ายขนาดนั้น ทว่าก็ทำได้เพียงอดทนรอดูว่าอีกฝ่ายจะยื่นข้อเสนออะไรที่เกินควรออกมาอีก
“ปั๋วอวี๋ เจ้าอาจจะไม่รู้ ตอนนี้ฝ่าบาทพระราชทานงานแต่งให้ข้ากับองค์หญิงแล้ว”
รูม่านตาคุณชายเว่ยหดลง ในใจตกตะลึงอย่างมาก
ไม่คิดเลยว่าแค่เล่าเจี้ยงเคลื่อนไหว ก็กลายเป็นราชบุตรเขยแล้ว!
แล้วซัวเอี๋ยมเล่า? คราก่อน ชายผู้นี้แทบจะล้มล้างตระกูลเว่ยเพื่อแม่นางซัวเอี๋ยม นี่ท่านไม่ต้องการนางแล้วหรือ?
ทว่าตอนนี้ตระกูลเว่ยไม่ได้สนใจแล้ว ความเป็นตายของนางไม่เกี่ยวอะไรกับตระกูลเว่ย
“ยินดีกับแม่ทัพหลังด้วยที่ได้กอดสาวงาม และกลายเป็นราชบุตรเขย อำนาจบารมีต้องเพิ่มขึ้นไปอีกระดับเป็นแน่”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เช่นนั้นก็ขอให้สมพรปากปั๋วอวี๋”
เล่าเจี้ยงตั้งใจเผยข่าวเรื่องที่ตนกลายเป็นราชบุตรเขยให้เว่ยจี้ได้รู้ ด้วยกลัวอีกฝ่ายจะช่วยเหลือเขาแบบกั๊กไว้ ไม่ยอมเทหมดหน้าตัก
“ตามหลักแล้วข้าไม่ควรเอ่ยขออะไรอีก เพียงแต่ตอนนี้ข้าลำบากจริง ๆ จำต้องขอความช่วยเหลือจากปั๋วอวี๋!”
มาแล้ว! เว่ยจี้แอบถอนหายใจ ก่อนคารวะเล่าเจี้ยง
“แม่ทัพหลังมิต้องเกรงใจ ขอแค่เว่ยจี้ทำได้ จะไม่ปฏิเสธแน่นอน”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
เล่าเจี้ยงยิ่งยิ้มกว้าง และพยักหน้าให้ไม่หยุด
“ปั๋วอวี๋ ข้านับถือในความกล้าได้กล้าเสียของเจ้านัก!”
“บอกตามตรง หลังจากแต่งงานกับองค์หญิงแล้ว ข้าจะเดินทางไปซีเป่ยปราบกบฏเลียงจิ๋ว”
เว่ยจี้หัวเราะร่าเช่นกัน เขาไม่มีความขัดข้องอันใดต่อเรื่องนี้
“แม่ทัพหลังปราดเปรื่องการรบ นำทัพไปที่ใดก็ปราบกลุ่มกบฏได้ ข้าขออวยพรให้ท่านแม่ทัพสร้างผลงานได้สำเร็จอีกครั้ง”
คุณชายเว่ยยกถ้วยชาขึ้นดื่มให้เล่าเจี้ยง ทว่ากลับถูกอีกฝ่ายโบกมือปฏิเสธ
“ปั๋วอวี๋ ตอนนี้ข้านั้นไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด!”
เว่ยจี้วางถ้วยชาลงเบา ๆ ในหัวครุ่นคิดว่าอีกฝ่ายหมายความว่าอย่างไรกันแน่
“หรือแม่ทัพหลังจะถ่อมตัวมากเกินไป ท่านแม่ทัพยกทัพไปปรามกลุ่มโพกผ้าเหลืองนับแสนคนได้ แต่กลับกลัวกองทัพซีเหลียงไม่กี่หมื่นคนของเปียนจางกับหันซุยหรือ?”
เล่าเจี้ยงพยักหน้ายอมรับ โดยไม่มีความอับอายเลยแม้แต่น้อย
“ปั๋วอวี๋ กบฏโพกผ้าเหลืองส่วนใหญ่เป็นพวกชาวบ้านและนักเลงหัวไม้เสเพล ทว่าทัพกบฏซีเหลียงนั้นต่างออกไป พวกเขาเป็นชนเผ่าเชียงหูมาแต่เกิด แต่ละคนมีทักษะฝีมือที่ยอดเยี่ยม เหนือกว่ากลุ่มโพกผ้าเหลืองมาก!”
“อีกอย่างพวกเขาทุกคนล้วนมีทักษะการขี่ม้าที่ยอดเยี่ยม ต่อให้เป็นข้า ก็ไม่แน่ว่าจะได้ชัย นั่นคือเหตุผลที่ข้าขอรบกวนปั๋วอวี๋!”
แววตาของเล่าเจี้ยงจริงจังมาก จริงจังจนเว่ยจี้นั้นรู้สึกประหม่าขึ้นในใจ
“ไม่ทราบว่าข้าน้อยสามารถช่วยอะไรท่านแม่ทัพได้บ้าง?”
เล่าเจี้ยงแสยะมุมปาก เขากำลังรออีกฝ่ายพูดคำนี้อยู่เลย
“ปั๋วอวี๋ ข้าไม่ได้ขออะไรที่ทำให้เจ้ายากลำบากหรอก! เพียงแค่ม้าศึกห้าพันตัว ต้องส่งมาให้ข้าทั้งหมดก่อนข้าออกเดินทาง เป็นอย่างไร สำหรับเจ้าคงไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไรใช่ไหม!”
ในที่สุดเว่ยจี้ก็เข้าใจแล้ว เล่าเจี้ยงคลี่เรียวปากก็เหมือนกับมัจจุราชเผยรอยยิ้มให้เจ้า
ม้าศึกห้าพันตัวภายในเดือนสองเดือน? ท่านฆ่าข้าไปเสียจะง่ายกว่า!
“แม่ทัพหลัง ตั้งแต่ข้าน้อยกลับไปครั้งก่อนก็รีบจัดการอย่างรวดเร็ว แต่รวบรวมมาได้แค่พันตัว ซึ่งจะส่งมาให้ท่านเร็ว ๆ นี้”
“หากท่านแม่ทัพให้เวลามากขึ้นหน่อย ม้าศึกห้าพันตัวก็ไม่ใช่ปัญหา! เพียงแต่เวลามันสั้นเกินไป เว่ยจี้ไร้ความสามารถจริง ๆ”
เล่าเจี้ยงฟังจบไม่มีตอบสนองอะไร เพียงแค่หุบรอยยิ้ม แล้วยกถ้วยชาขึ้นจิบ
จู่ ๆ บรรยากาศก็กดดัน ซุนฮิวเห็นสถานการณ์เช่นนี้ก็รีบส่งสายตาให้สหาย
“ปั๋วอวี๋ เจ้าคงรู้ดีใช่ไหมว่านายท่านข้าเสี่ยงอันตรายขนาดไหนเพื่อตระกูลเว่ยพวกเจ้า? อยากถามว่าตอนนี้ในใต้หล้ามีใครบ้างกล้าล่วงเกินโฮจิ๋นกับตระกูลอ้วนไปพร้อมกัน!”
ซุนฮิวว่าไป ทว่าในใจเว่ยจี้กลับเพิกเฉย ด้วยรู้อยู่แล้วว่าจวนแม่ทัพหลังต้องได้ประโยชน์อะไรบางอย่างเป็นแน่ หาใช่เพื่อตระกูลเว่ย
“พี่กงต๋า ข้ารู้แม่ทัพหลังมีบุญคุณอย่างมาก ข้าซาบซึ้งด้วยใจจริง เพียงแต่…”
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น! ในเมื่อรู้ว่านายท่านข้ามีบุญคุณกับเจ้า ตอนนี้เจ้าไม่ควรปฏิเสธ!”
เว่ยจี้กำลังจะอธิบาย ก็ถูกซุนฮิวขัดขึ้น
“ตอนนี้นายท่านข้าเป็นแม่ทัพหลัง อีกไม่นานก็จะกลายเป็นราชบุตรเขย! ฝ่าบาทยกองค์หญิงว่านเหนียนให้แต่งงานกับนายท่าน เจ้ารู้หรือไม่ว่าองค์หญิงว่านเหนียนมีสถานะเป็นอะไร?”
คุณชายเว่ยเผยสีหน้ากล้ำกลืน เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร!
“รู้ องค์หญิงว่านเหนียนเป็นธิดาที่ฝ่าบาททรงรักและโปรดปรานที่สุด”
“ในเมื่อรู้สถานะขององค์หญิงว่านเหนียนแล้ว เจ้ายังไม่รู้ความหมายที่ฝ่าบาทยกองค์หญิงให้นายท่านข้าอีกหรือ?”
เดิมทีเว่ยจี้ไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแต่ถูกซุนฮิวพูดแบบนี้ใส่ ก็ได้สติขึ้นมา
จริงด้วย! หากฝ่าบาทแค่อยากดึงเล่าเจี้ยงมาเป็นพวก ก็ให้แต่งกับองค์หญิงองค์อื่นก็ได้! เหตุใดต้องเป็นองค์หญิงว่านเหนียนด้วย
มันเป็นความเชื่อใจอย่างสุดซึ้ง หรือเห็นความสำคัญของเล่าเจี้ยงกันแน่ อีกอย่างหาใช่สำคัญธรรมดา ๆ มันน่าจะสำคัญอย่างที่สุด!
ซุนฮิวเห็นสหายมีสีหน้าลังเล ก็รู้ชัดแล้วว่าเว่ยจี้เริ่มโอนอ่อนตามที่ตนพูดแล้ว จึงรีบโน้มน้าวต่อ
“ปั๋วอวี๋ ความสำเร็จในอนาคตของนายท่านนั้น ข้าคงไม่จำเป็นต้องพร่ำพรรณนา เจ้าก็พอจะจินตนาการได้ใช่ไหม”
“หากไม่มีความมั่นใจ นายท่านข้าจะกล้าสมองเลอะเลือนจนล่วงเกินพระญาติกับตระกูลทรงอิทธิพลเพื่อตระกูลเว่ยหรือ?”
เล่าเจี้ยงที่กำลังจิบชาเกือบสำลักตายเพราะวาจาของซุนฮิว
สมองเลอะเลือนหมายความว่าอย่างไร!
แต่ซุนฮิวกำลังโน้มน้าว เล่าเจี้ยงไม่ได้ตำหนิ ถึงอย่างไรอีกเดี๋ยวเว่ยจี้ก็ทนไม่ได้แล้ว
“นี่… นี่…”
เว่ยจี้ถูกซุนฮิวคาดคั้นจนพูดไม่ออก เขามองซ้ายแลขวา เห็นได้ชัดว่ากำลังตื่นตระหนก
ในตอนนี้เอง กาเซี่ยงก็ลุกขึ้น และกุมมือคำนับเล่าเจี้ยง
“นายท่าน ข้าน้อยคิดว่าคุณชายเว่ยเดือดร้อนจริง ๆ ขออย่าทำให้เขาลำบากใจเลย”
เว่ยจี้ส่งสายตาขอบคุณไปให้ ทว่าเบื้องลึกรู้สึกไม่สบายใจ ไม่รู้เลยจริง ๆ ว่ากาเซี่ยงซ่อนความนัยไว้อย่างไร
เล่าเจี้ยงมองกาเซี่ยงไม่พูดอะไร รู้ดีว่ากุนซือปีศาจไม่ได้หวังดีอะไรหรอก
พูดปกป้องเว่ยจี้? เหอะ ๆ ฝันเสียเถอะ ไม่แน่กาเซี่ยงอาจคิดแผนอะไรออกแล้ว!