พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 168 เหมยหยางแตกพ่าย
บทที่ 168 เหมยหยางแตกพ่าย
เล่าเจี้ยงรู้สึกประหลาดใจกับคำตอบของซิหลง กระนั้นก็พอเดาได้ว่าเหตุใดเขาถึงพูดแบบนั้น
“กงหมิงเป็นห่วงแม่ใช่หรือไม่?”
“ใช่ขอรับ มารดาข้าเสียขาทั้งสองข้างไปเพราะข้า แล้วข้าจะอกตัญญูเพราะความเห็นแก่ตัวได้อย่างไร?”
ซิหลงเป็นคนมีความทะเยอทะยานมากคนหนึ่ง จะไม่มีความคิดออกรบได้อย่างไร? เพียงแต่เขาทำไม่ได้!
เขามีคนอยู่ข้างหลัง… จะตายไม่ได้เด็ดขาด
“ข้าคิดว่ากงหมิงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องท่านแม่เฒ่าหรอก ข้าสามารถรับท่านมาอยู่ที่จวนแม่ทัพหลังได้ ข้าจะดูแลท่านด้วยกันกับกงหมิง”
ซิหลงส่ายหน้าเปื้อนรอยยิ้มบาง
“แล้วหากข้าตายในสนามรบเล่า?”
ในที่สุดเล่าเจี้ยงก็รู้ความกังวลของซิหลง ไม่คิดเลยว่าแค่ชายหนุ่มอายุเพิ่งจะยี่สิบคนหนึ่ง กลับคิดได้ขนาดนี้ และเข้าใจหลักความสัมพันธ์ของมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง
ซิหลงรู้ว่าแม่ทัพหลังเห็นค่าตัวเอง และออกตัวยินดีช่วยเหลือมารดา หากซิหลงตายในสนามรบเล่า? อีกฝ่ายจะยังปฏิบัติต่อมารดาเขาเช่นเดิมอยู่หรือไม่ เมื่อถึงวันไร้ประโยชน์อีกต่อไป?
“ข้าน้อยจึงมิอาจตกลงแม่ทัพหลังได้ ข้าทำให้ท่านแม่ทัพผิดหวังแล้ว…”
เล่าเจี้ยงชะงักงันทำให้ซิหลงกังวลใจมากยิ่งขึ้น เดิมทีเขาเกิดความรู้สึกสั่นคลอนแล้วแต่กลับหายไปในชั่วพริบตา
“กงหมิง เจ้าอย่าเข้าใจผิด! หากเจ้าเต็มใจที่จะภักดีต่อข้า ต่อไปแม่ของเจ้าก็คือแม่ของข้า!”
เล่าเจี้ยงไม่ได้ลังเล เพียงแต่กำลังชื่นชม เขาไม่คิดเลยว่าซิหลงจะคิดการณ์ไกลเพื่อมารดาขนาดนี้
“ข้าน้อยตัดสินใจแล้ว ขอแม่ทัพหลังโปรดให้อภัยด้วย!”
น้ำเสียงซิหลงหนักแน่นมาก และได้ให้คำตอบชัดเจนแล้วว่าตนจะไม่สั่นคลอนเพราะคำพูดอีก
เล่าเจี้ยงเองก็ไม่ได้ไปหาเรื่องให้ลำบากใจ เขารู้ว่าการชักชวนมือขวานของโจโฉในประวัติศาสตร์ ต้องยากกว่าการขึ้นสวรรค์แน่
ชายหนุ่มหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องหนังสือโดยไม่ได้รู้สึกหดหู่แต่อย่างใด เขารู้จุดสำคัญในการชักชวนซิหลงแล้ว
มารดาของซิหลง ก็คือช่องทางฝ่าฟัน!
จากประสบการณ์ในอดีต ครอบครัวที่สามารถอบรมคนให้มีความสามารถโดดเด่นออกมาได้ ผู้เป็นมารดามักจะเข้าใจสถานการณ์
เหมือนกับคราวไทสูจู้ หากไม่ใช่เพราะมารดาเอ่ยปาก คาดว่าด้วยความสามารถของเล่าเจี้ยง ไม่มีทางชักชวนสำเร็จได้เลย
เล่าเจี้ยงหยิบหนังสือไม้ไผ่ที่เขียนเสร็จมา ก่อนกลับไปที่ห้องนั่งเล่น
“เหวินเหอ กงต๋า คุยกับปั๋วอวี๋เป็นอย่างไรบ้าง?”
เมื่อทั้งสามเห็นเล่าเจี้ยงกลับมา ก็ลุกขึ้นต้อนรับพร้อมกัน
“ปั๋วอวี๋เป็นคนสุขุมสง่างาม พวกเราพูดคุยกันสนุกมากขอรับ”
กาเซี่ยงกล่าวชื่นชมในตัวเว่ยจี้ ราวกับลืมเรื่องล่อเขาติดกับเมื่อครู่ไปแล้ว
เล่าเจี้ยงเดินไปหา แล้วยื่นจดหมายให้เขา
“ปั๋วอวี๋ เจ้าพาซิหลงกลับไปก่อน ข้ามีจดหมายอยู่หนึ่งฉบับ รบกวนเจ้ามอบมันให้กับมารดาของซิหลงด้วย”
“จำไว้ ห้ามให้ซิหลงรู้”
ขณะที่เว่ยจี้รับจดหมายไป เล่าเจี้ยงก็เน้นย้ำอีกครั้ง
“ห้ามให้ซิหลงรู้เด็ดขาด!”
คุณชายเว่ยพยักหน้า พลางนำจดหมายเก็บไว้ในอก
“แม่ทัพหลังโปรดวางใจ เรื่องนี้ข้าจะไปจัดการด้วยตัวเอง”
“เช่นนั้นรบกวนปั๋วอวี๋แล้ว”
“ในเมื่อไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ข้าน้อยไม่ขอรบกวนแล้ว หลังจากกลับไปข้าจะไปส่งจดหมายนี้ทันที!”
เว่ยจี้ไม่อยากอยู่ที่นี่ต่ออีกสักลมหายใจ จึงกุมมือบอกลาเล่าเจี้ยง
“อืม ปั๋วอวี๋เดินทางปลอดภัย”
พวกเขาทั้งสี่บอกลากันเสร็จ ก็เฝ้าดูเว่ยจี้จากไป
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ถึงวันที่สี่เดือนสี่แล้ว และงานแต่งงานของเล่าเจี้ยงก็กำลังจะจัดขึ้น
ช่วงเวลานี้สงบเงียบมาก ทำให้เขามีความอดทนในการเตรียมงานแต่งงานของตัวเองได้
แม้การแต่งงานจะมิอาจจัดอย่างเอิกเกริกได้ ทว่าเล่าเจี้ยงยังคงพยายามทำให้ซัวเอี๋ยมพอใจ
ในระหว่างที่คิดว่าสามารถจัดงานแต่งกับนางได้อย่างราบรื่น ข่าวการพ่ายศึกทางซีเป่ยก็แพร่มาถึงลกเอี๋ยง
ในท้องพระโรง ว่าราชกิจยามเช้า
“ฝ่าบาท ตามรายงานของเมืองเตียงอัน ฮองฮูสงล้มเหลวในการปราบกลุ่มกบฏ! ส่งผลให้สูญเสียกองกำลังและนายพล ตอนนี้ถูกปิดล้อมอยู่ที่เมืองเหมยหยาง”
เตียวเหยียงอ่านรายงานผลการรบที่ซีเป่ยอย่างสั้น ๆ ไม่เพียงให้พระเจ้าเลนเต้ฟังเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงพวกขุนนางเบื้องล่างด้วย
ฮองฮูสงรบพ่ายครั้งแรก กลับประสบความสูญเสียอย่างหนัก!
ไม่มีใครนึกถึงเรื่องนี้ รวมถึงนักท่องเวลาผู้คุ้นเคยกับประวัติศาสตร์เป็นอย่างดี
เล่าเจี้ยงจำได้ชัดเจนว่า ในประวัติศาสตร์ฮองฮูสงยื้อยุดกับกลุ่มกบฏ ไม่มีใครยอมใคร จากนั้นสิบขันทีก็กล่าวหาฮองฮูสงว่าใช้เงินทุนทหารอย่างสิ้นเปลืองแต่ไร้ความคืบหน้า จึงถูกปลดจากตำแหน่ง
ความพ่ายแพ้ของฮองฮูสงทำให้กองกำลังต่าง ๆ มีความคิดเป็นของตัวเอง
คนที่อึดอัดใจที่สุดคือโฮจิ๋น โฮจิ๋นเป็นคนแนะนำฮองฮูสง ความสำเร็จและความล้มเหลวของฮองฮูสงคือเครื่องยืนยันการไร้ความสามารถของโฮจิ๋น
สำหรับอ้วนหงุย ฮองฮูสงจะชนะหรือพ่ายก็ไม่สำคัญ เพราะมันไม่สาวมาถึงผลประโยชน์ของตระกูลอ้วนของพวกเขา
เล่าเจี้ยงเองก็เช่นกัน เพราะเขารู้ว่าสถานการณ์ในประวัติศาสตร์มาก่อน เคยคาดการณ์ไว้ว่าฮองฮูสงคงรบยืดเยื้อกับศัตรู และสิบขันทีต้องทำให้เขาพลาดท่าแน่นอน
คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเตียวเหยียงกับเตียวต๋ง
โดยเฉพาะเตียวต๋ง แทบหัวเราะจนจะบ้าตายแล้ว ไม่คิดเลยว่าฮองฮูสงจะไร้ความสามารถขนาดนี้ แทบไม่ต้องให้พวกเขาสิบขันทีกลั่นแกล้งเลย ก็ถูกไล่ฆ่าจนทิ้งเกราะทิ้งหมวกหนีตาย!
แม้พระเจ้าเลนเต้จะไม่ต้องการให้ฮองฮูสงชนะ ทว่าเขาก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายแพ้เร็วขนาดนี้
ตอนนี้ยังไม่ได้รวบรวมทหารแต่ละแว่นแคว้นเลย ทันทีที่เสียเมืองเหมยหยางไป สุสานหลวงต้องตกไปอยู่ในมือของกลุ่มกบฏแน่ และพระเจ้าเลนเต้ก็จะกลายเป็นคนบาปในหน้าประวัติศาสตร์
“เจ้าฮองฮูสงผู้นี้มีชื่อเสียงจอมปลอมจริง ๆ! แค่โจรชั่วสองสามคนก็เอาชนะไม่ได้ ทำให้เราขายหน้านัก!”
เมื่อเห็นพระเจ้าเลนเต้มีสีหน้าโกรธเกรี้ยว เตียวเหยียงก็รอสบโอกาสซ้ำเติม
“ฝ่าบาท ฮองฮูสงละโมบในผลงานจึงวู่วามออกรบ คิดว่าตัวเองชำนาญการทหาร แต่ความจริงติดกับทัพศัตรู!”
เตียวต๋งไหนเลยจะพลาดโอกาสกล่าวหาฮองฮูสง จึงรีบถือโอกาสผสมโรงไปด้วย
“ใช่แล้วฝ่าบาท ฮองฮูสงนั้นไม่รู้เรื่องสุสานหลวงที่อยู่ด้านหลังเมืองเหมยหยางหรือไรกัน? ความพ่ายแพ้ของเขาไม่เป็นการทำให้ฝ่าบาทได้รับความอัปยศชั่วลูกชั่วหลานหรอกหรือ? ครั้งนี้ต้องลงโทษเขาสถานหนักพ่ะย่ะค่ะ!”
สีหน้าพระเจ้าเลนเต้เริ่มถมึงทึงลงเรื่อย ๆ คราวนี้ฮองฮูสงพ่ายแพ้ ทำให้แผนการของเขายุ่งเหยิงไปหมด!
“ฝ่าบาท! แม้ฮองฮูสงจักพ่าย กระนั้นยังมีทหารนับหมื่นต้านทานศัตรูอยู่ในเมืองเหมยหยาง มิสู้ให้เขาได้แก้ไขในสิ่งผิดมิดีกว่าหรือพ่ะย่ะค่ะ”
โฮจิ๋นไม่สามารถปล่อยให้เตียวเหยียงกับเตียวต๋งพูดจาเหลวไหลได้อีก หากไม่พูดแทนฮองฮูสงวันนี้ วันหน้าขันทีชั่วสองคนนี้ต้องเอาชีวิตเขาได้แน่!
เตียวเหยียงเกลียดโฮจิ๋นมากจนไม่สามารถปล่อยให้โฮจิ๋นสมหวังได้ จึงโต้แย้งกลับทันที
“ฝ่าบาท สุสานหลวงมีความสำคัญอย่างยิ่ง มิอาจวางใจเขาได้อีก! นอกจากนี้หากเรายังใช้แม่ทัพที่พ่ายอยู่อีก จะไม่ทำให้พวกกบฏหัวเราะเยาะต้าฮั่นเราว่าไร้คนมีความสามารถหรอกหรือ?”
“ฝ่าบาท การเปลี่ยนแม่ทัพกะทันหัน เป็นการไม่เอื้อผลดีต่อการรบนะพ่ะย่ะค่ะ!”
“ฝ่าบาท…”
พวกขุนนางด้านล่างต่างก็เอ่ยออกมา พลันในท้องพระโรงอันศักดิ์สิทธิ์โหวกเหวกดุจตลาดขายผักขึ้นมาทันใด
“พอได้แล้ว!”
พระเจ้าเลนเต้กริ้วจัด เขาอารมณ์เสียเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งหงุดหงิดกับเสียงดังโวยวายเข้าไปอีก
“ถ่ายทอดพระราชโองการ ปลดฮองฮูสงออกจากตำแหน่งแม่ทัพทหารม้าเกราะหนักซ้าย และถอดยศ จับกุมกลับเมืองหลวง!”
“เตียวอุ๋น!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เตียวอุ๋นรีบก้าวออกมาจากแถว พลางกุมมือคำนับ
“ตอนนี้เราขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นแม่ทัพทหารม้าเกราะหนัก ร่วมกับแม่ทัพปราบเถื่อนตั๋งโต๊ะ และแม่ทัพปราบโจรโจวเซิ่น รวมถึงทหารจากแว้นแคว้นต่าง ๆ เร่งเดินทางไปเหมยหยาง ปราบกลุ่มกบฏให้ได้!”
“กระหม่อมรับพระบัญชา!!”
เมื่อเห็นว่าโฮจิ๋นยังต้องการพูด พระเจ้าเลนเต้จึงผุดลุกขึ้นมา
“เราตัดสินใจแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องโน้มน้าวเราอีก!”
“แม่ทัพหลังตามเรามา คนที่เหลือแยกย้ายได้!”
พระเจ้าเลนเต้หมุนตัวจากไปทันที ไม่ให้โอกาสโฮจิ๋นได้พูดเลย