พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 177 เตียวอุ๋นโกรธเกรี้ยวเพราะอับอาย
บทที่ 177 เตียวอุ๋นโกรธเกรี้ยวเพราะอับอาย
เมืองเหมยหยาง จวนท่านเจ้าเมือง
งานเลี้ยงต้อนรับหรูหรามาก เห็นได้ชัดว่าเตียวอุ๋นใส่ใจยิ่ง ทว่าเพราะต้องจับศึกตลอดเวลา จึงไม่มีสุรา
แม้กระนั้นทุกคนต่างสนุกสนาน เพราะปกติพวกเขาไม่ได้มีอาหารอร่อย ๆ แบบนี้
เมื่อทุกคนกินกันพอประมาณแล้ว เตียวอุ๋นจึงอยากจะใช้โอกาสนี้ขอคำแนะนำแผนการปราบศัตรูจากเล่าเจี้ยง
“แม่ทัพหลัง อาหารถูกปากหรือไม่?”
เล่าเจี้ยงพอใจมาก จึงกุมมือคารวะ
“ขอบคุณแม่ทัพเตียวสำหรับการต้อนรับ หลายวันมานี้ข้าพักค้างอ้างแรมกลางแจ้ง ไม่สามารถทานอาหารอร่อยเช่นนี้มานานแล้ว”
“ฮ่า ๆ ๆ แม่ทัพหลังชอบก็ดีแล้ว”
เดิมทีเตียวอุ๋นก็มีความสุขมากเช่นกัน ทว่าเขาก็ค่อย ๆ หุบรอยยิ้มบนใบหน้า และเริ่มถอนหายใจออกมา
“เฮ้อ…”
“แม่ทัพเตียวเป็นอะไรหรือ?”
เล่าเจี้ยงรู้ความคิดของเตียวอุ๋น จึงโพล่งถามออกไป
“แม่ทัพหลังยังไม่รู้ ตั้งแต่ฮองฮูสงรบพ่าย พวกกบฏซีเหลียงคุกคามกำเริบเสิบสาน! ข้าได้รับความไว้วางใจจากฝ่าบาทช่วยเหลือการทหารซานฟู่ ทว่าตอนนี้ข้าไม่มีกลยุทธ์ดี ๆ ในการปราบศัตรูเลย ด้วยเหตุนี้จึงกลุ้มใจทั้งวันทั้งคืน”
เล่าเจี้ยงมองเตียวอุ๋นที่มีสีหน้ากลัดกลุ้ม ในใจเยาะเย้ยไม่หยุด
สมเป็นหนอนหนังสือจริง ๆ ทำงานอะไรช่างมากพิธีซะจริง
แค่อยากถามว่าตัวเองมีกลยุทธ์ปราบศัตรูมิใช่หรือ?
ถามมาตรง ๆ ก็จบแล้ว จะอ้อมค้อมไปไย!
“แม่ทัพเตียว ทัพศัตรูแข็งแกร่งยิ่งใหญ่ ควรรับมืออย่างระมัดระวัง ฮองฮูสงหวังแต่จะรีบปิดฉากชนะ ถึงได้ติดกับอุบายของศัตรูเข้า และทำให้เกิดการสูญเสียสาหัส”
เล่าเจี้ยงกุมมือให้ เพียงแต่ตอบกลับพอเป็นพิธีเท่านั้น เหมือนพูดคุยในวงกินข้าวกับแม่ทัพด้วยกัน
แต่เห็นได้ชัดว่าเตียวอุ๋นไม่พอใจกับคำตอบอย่างมาก จึงเอาแต่ส่ายหัวถอนหายใจไม่หยุด
“เฮ้อ! ฝ่าบาททรงหวังกับข้าไว้สูง จะนั่งเฉย ๆ ไม่ทำอะไรได้เยี่ยงไร?”
เห็นอีกฝ่ายยังคงหยั่งเชิงอยู่ เล่าเจี้ยงจึงทำได้แค่กล่าวอ้อมค้อมต่อไป
“แม่ทัพเตียวมิต้องกังวลเกินไป แม้เราจะเฝ้ารักษาการณ์อยู่ที่นี่ และต้านทัพศัตรูไว้ได้ ก็นับว่าประสบความสำเร็จแล้ว!”
เตียวอุ๋นขมวดคิ้วมุ่น ไม่รู้ว่าเล่าเจี้ยงไม่เข้าใจความหมายตัวเองจริง ๆ หรือแกล้งไม่รู้กันแน่ จึงทำได้แค่อธิบายคำพูดให้กระจ่าง
“แม่ทัพหลังปราดเปรื่องเหนือใคร ทั้งยังปราบกบฏโพกผ้าเหลืองได้ เกรงว่าต้องมีอะไรให้เตียวผู้นี้เรียนรู้เป็นแน่ หวังว่าจะได้รับคำชี้แนะ!”
เล่าเจี้ยงมองอีกฝ่ายอย่างจนใจ ลึก ๆ พร่ำบ่นไม่ขาด เตียวอุ๋นผู้นี้น่าเบื่อเสียจริง ตนพยายามหลบเลี่ยงอย่างสุภาพแล้ว ยังจะโยงเข้ามาอยู่เรื่อย
“ใต้เท้าเตียวชมเกินไปแล้ว ตอนนี้เล่าเจี้ยงยังไม่มีแผนปราบศัตรู ทุกอย่างยังต้องค่อย ๆ ปรึกษากันให้ดีก่อน”
“เฮ้อ! งั้นก็คงต้องเป็นเช่นนั้นแล้ว”
เตียวอุ๋นพยักหน้าอย่างผิดหวัง และความหวังที่เขาฝากไว้กับเล่าเจี้ยงก็พังทลายลง
“แม่ทัพเตียว แม่ทัพหลังไม่มีกลยุทธ์ที่ดี แต่ข้ามีบางอย่างอยากพูด!”
คำพูดนี้ดึงดูดความสนใจของเตียวอุ๋นทันที เขารีบเงยหน้ามอง เป็นตั๋งโต๊ะที่ตัวเองเกลียดนั่นเอง
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะมีแผนอย่างไรหรือ?”
แม้เตียวอุ๋นจะไม่ชอบตั๋งโต๊ะ กระนั้นก็ไม่ถือสาที่จะฟังแผนการดี ๆ ของเขา
“กลยุทธ์นั้นไม่มี นอกเสียจากว่ายกทัพทั้งหมดปราบกบฏให้สิ้นโดยเร็วที่สุด!”
ตั๋งโต๊ะมองมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย พลางพูดความคิดของตัวเองออกมาเสียงดัง
แม่ทัพปราบเถื่อนรู้ว่าเตียวอุ๋นไม่ค่อยชอบตัวเองเท่าไรนัก และตนก็คร้านที่จะประจบประแจง ความจริงเขาเองก็ไม่พอใจข้าราชการพลเรือนเพิ่งหัดใส่เกราะอย่างเตียวอุ๋นเช่นกัน
เตียวอุ๋นพ่นลมหายใจออกมา ราวกับได้ยินเรื่องตลกที่น่าขันที่สุด
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะไม่ได้ล้อข้าเล่นหรอกใช่ไหม ยกทั้งกองทัพบุก? เจ้าอยากให้ข้าเดินตามรอยฮองฮูสงหรือ?”
ตั๋งโต๊ะไม่สนใจน้ำเสียงเย็นชาของอีกฝ่ายเลยสักนิด ยังคงสงบนิ่งมาก
“แม่ทัพเตียว ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ข้าเป็นคนเลียงจิ๋ว จึงรู้จักชนเผ่าหูเชียงในเลียงจิ๋วเป็นอย่างดี!”
“เดิมเป่ยกงปั่วอวี้เป็นผู้นำชนเผ่าหูเชียง มีบารมีสูงส่ง ทว่าเรื่องนำทัพก่อกบฏ ชนเผ่าหูเชียงจำนวนมากต่างตั้งตารอดู เพราะยังคงหวาดกลัวราชสำนักอยู่”
“ทว่าครานี้เป่ยกงปั่วอวี้เอาชนะกองทัพทางการได้ แถมผู้บัญชาการกองทัพทางการคือฮองฮูสงที่โด่งดังมากอีก นี่ช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจให้ชนเผ่าหูเชียงอย่างมาก! ดังนั้นจะต้องมีชนเผ่าหูเชียงหลั่งไหลมาเข้าร่วมก่อกบฏแน่ ยิ่งปล่อยเวลานานเข้า กองทัพศัตรูที่เราต้องเผชิญก็ยิ่งมากขึ้น!”
หลังจากตั๋งโต๊ะพูดจบก็ไม่สนใจปฏิกิริยาของอีกฝ่าย และกลับไปนั่งลงทันที
ท่าทางของแม่ทัพปราบเถื่อนหยิ่งผยองมาก เขาไม่สนใจเตียวอุ๋นเลยแม้แต่น้อย
เดิมเตียวอุ๋นเป็นคนนอบน้อม ในเวลานี้ถูกตั๋งโต๊ะอวดเบ่งใส่จนดวงตาเต็มไปด้วยไฟวาวโรจน์
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ เจ้าหยาบคายเกินไปแล้ว!”
ขุนพลอาสาซุนเกี๋ยนตบโต๊ะอย่างแรง ผุดลุกขึ้นมองไปที่ตั๋งโต๊ะด้วยความโกรธ
“ฮึ่ม เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร ถึงได้กล้าพูดกับข้าเช่นนี้!”
ตั๋งโต๊ะไหนเลยจะสนซุนเกี๋ยนที่เป็นเพียงขุนพลอาสา ในน้ำเสียงเขาเปี่ยมไปด้วยความรังเกียจอย่างชัดเจน
เล่าเจี้ยงปลีกตัวจากเรื่องนี้นานแล้ว โดยนั่งดื่มชาอยู่ด้านข้าง อยากเห็นนักว่าเตียวอุ๋นจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร
เตียวอุ๋นอารมณ์เสียเพราะพฤติกรรมเฉยเมยของแม่ทัพหลังอยู่แล้ว การทะเลาะกันระหว่างตั๋งโต๊ะกับซุนเกี๋ยนยิ่งทำให้เขาปวดหัวเข้าไปใหญ่
“ตอนนี้ศัตรูอยู่เบื้องหน้า พวกเจ้ายังคิดจะขัดแย้งกันภายในอีกหรือ! มันใช้ได้ที่ไหน! พวกเจ้านั่งลงให้หมด!”
ข้าราชการพลเรือนเพิ่งหัดสวมเกราะสั่งทุกคน
วิธีจัดการเรื่องนี้ของเตียวอุ๋นทำให้เล่าเจี้ยงตกใจอ้าปากค้าง เขาเสียดายแทนพระเจ้าเลนเต้จริง ๆ ที่ให้อาญาสิทธิ์สั่งประหารผู้ทำผิดกฎทหารแก่ชายคนนี้
ซุนเกี๋ยนแตกคอกับตั๋งโต๊ะเพราะปกป้องเจ้านะ เจ้าไม่เข้าข้างซุนเกี๋ยนก็หนักแล้ว ยังไว้หน้าปล่อยตั๋งโต๊ะไปอีก
มิน่าเล่า ตั๋งโต๊ะจึงไม่แยแสเจ้า! ช่างขลาดเขลาจริง ๆ!
ตั๋งโต๊ะกลับฟังคำพูดของเตียวอุ๋นก็นั่งลงทันที เหลือเพียงซุนเกี๋ยนที่มองผู้ออกคำสั่งด้วยสีหน้างุนงง
“เหวินไถ นั่งลง!”
เตียวอุ๋นสั่งให้ซุนเกี๋ยนนั่งลงอีกครั้ง พลางโบกมือให้เขา
“แม่ทัพหลัง ท่านคิดว่าอย่างไร?”
เล่าเจี้ยงไม่คิดเลยว่าเตียวอุ๋นจะโยนคำถามมาให้ตัวเองอีกครั้ง ทว่าเขาก็อยากลองปะทะกับกองทัพซีเหลียงดูสักครั้ง ดูว่าจะหาข้อบกพร่องอะไรได้หรือไม่
“เรียนแม่ทัพเตียว ข้าคิดว่าเราสามารถลองปะทะกับกองทัพซีเหลียงดูได้ จะได้ดูว่ากองทัพซีเหลียงมีจุดบอดอะไรหรือไม่”
เตียวอุ๋นพยักหน้า ทว่ายังคงขบคิด ไม่ได้ตอบตกลงในทันทีเพราะความเห็นของแม่ทัพหลัง
เพราะเขากำลังกลัว เขากลัวว่าจะรบพ่ายเหมือนอย่างฮองฮูสงก็จะถูกคุมตัวกลับเมืองหลวง!
“รายงาน!”
ในเวลานี้เอง ทหารส่งสารที่อยู่นอกประตูก็วิ่งเข้ามา
“รายงาน กองทัพซีเหลียง เปียนจางได้ส่งจดหมายท้ารบมาขอรับ!”
“อ่านมา”
ทหารส่งสารเปิดจดหมายท้ารบ และอ่านตามคำสั่งเตียวอุ๋น
“ถึงแม่ทัพเตียวอุ๋น ได้ยินว่าเจ้าไม่มีความสามารถ แต่สอพลอเพื่อให้ได้มาซึ่งชื่อเสียงและเกียรติยศ! เชิญจัดเตรียมแต่งทัพ พรุ่งนี้รบกันนอกเมืองให้มันรู้ดำรู้แดงไปเลย! หากเจ้าขี้ขลาดไม่กล้าออกรบ ข้าจะรุดบุกเข้าเมืองเตียงอัน!”
ปั้ง!
เตียวอุ๋นตบโต๊ะอย่างแรง พลางชี้หน้าด่าทหารส่งสารยกใหญ่
“ไอ้เลวเปียนจางมันจะมากเกินไปแล้ว! เขากินเงินเดือนราชวงศ์ฮั่นมานาน ไม่คิดตอบแทนคุณบ้านเมืองแต่กลับทำการก่อกบฏ บัดนี้ยังกล้าเหยียดหยามข้าอีก!”
“รังแกข้าเกินไปแล้ว รังแกข้าเกินไปแล้ว!”
“ท่านแม่ทัพใจเย็น ๆ ใจเย็น ๆ”
ทหารส่งสารตกใจจนคุกเข่าอยู่บนพื้น และโขกหัวขอความเมตตาไม่หยุด
ทหารส่งสารเสียใจสุด ๆ ตัวเองแค่ทำตามคำสั่ง อีกฝ่ายก็ชี้หน้าระเบิดอารมณ์ใส่เขาราวกับจะสิ้นสติ เตียวอุ๋นให้อ่าน เขาก็แค่อ่าน ในใจลอบทักทายบรรพบุรุษเตียวอุ๋นไม่หยุด
“เอาละ ออกไปได้!”
เตียวอุ๋นไม่ระบายความโกรธกับทหารตัวเองแน่นอน จึงให้เขารีบออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ จากนั้นก็มองทุกคน
“ไอ้เลวเปียนจางรังแกคนอื่นมากเกินไป ไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย! ข้าตัดสินใจแล้ว พรุ่งนี้ยกทัพออกรบทั้งหมด สู้กับพวกมันให้ตายกันไปข้างหนึ่ง!”