พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 181 เหมยหยางสำแดงอานุภาพ
บทที่ 181 เหมยหยางสำแดงอานุภาพ
“นายท่าน กองทัพซีเหลียงใช้แผนการเดิมอีกแล้ว”
เล่าเจี้ยงมองไปที่กาเซี่ยงด้วยสีหน้าสงสัย
“แผนการเดิม? หมายความว่าอย่างไร”
กาเซี่ยงยื่นมือออกไปข้างหน้า
“นายท่าน ท่านดูเหล่าทัพของกองทัพซีเหลียงกับขบวนทัพในตอนนี้สิ”
“เหล่าทัพ ขบวนทัพ?”
เล่าเจี้ยงไม่ค่อยเข้าใจความหมายเท่าไร ทว่าก็ยังมองตามทิศทางที่กาเซี่ยงชี้
“เหวินเหอ ไม่น่าผิดปกติอะไรนะ ตอนนี้กองทัพซีเหลียงมีคนห้าหรือหกหมื่นคน และก็เป็นทหารม้าทั้งหมดมิใช่หรือ?”
“เอ๊ะ เหมือนจะไม่ใช่… มันดูไม่ขยายกว้างไปหน่อยหรือ? ทหารม้าก็ตั้งค่ายกลแนวราบยาว”
เล่าเจี้ยงค่อย ๆ ค้นพบความผิดปกติ แม้กาเซี่ยงว่าเหล่าทัพไม่มีปัญหา ทว่าขบวนทัพนี้ดูแปลกเกินไป!
ปกติรูปแบบการโจมตีของทหารม้าส่วนใหญ่จะเป็นกระบวนทัพรูปหัวศร มีทั้งการรุกที่ดุดันและการป้องกันที่แน่นหนาแถมยังปรับรูปแบบต่อสู้ได้หลากหลาย
หากรบพุ่งรุนแรงกว่านี้อีกหน่อย แม่ทัพจะเลือกกระบวนทัพรูปกรวย กระบวนทัพอุกอาจดุดัน สามารถเจาะทะลวงทัพศัตรูได้ทันทีในพริบตา ทว่าเนื่องจากพลังโจมตีค่อนข้างรุนแรง และขอบเขตตีค่อนข้างกว้าง การป้องกันจึงค่อนข้างหละหลวมเป็นพิเศษ
ก่อนหน้านี้ตอนที่เล่าเจี้ยงบัญชาการทหารม้าก็โปรดปรานกระบวนทัพรูปกรวยมาก กองทัพโพกผ้าเหลืองเป็นพวกเสเพล ทันทีที่กองทัพถูกทหารม้าเจาะทะลวงก็จะวุ่นวายขึ้นทันที และนี่ก็เป็นความมั่นใจของเล่าเจี้ยงที่ใช้คนน้อยโจมตีคนมากในหลายครั้งด้วย
เช่นเดียวกับกระบวนทัพแนวราบยาวอย่างกองทัพซีเหลียง หากบุกเข้าโจมตี ก็จะเกิดการโจมตีที่วุ่นวายได้ง่าย ทหารที่อยู่ข้างหน้าไม่สามารถบุกเข้าไปได้ ทหารที่อยู่ด้านหลังก็จะเหยียบย่ำกันเอง
“เหวินเหอ หากหันซุยโง่ขนาดนั้นจริง คงไม่สามารถจัดการฮองฮูสงได้หรอก…”
กาเซี่ยงเผยรอยยิ้มออกมา เขารู้ว่าเจ้านายมองเห็นเบาะแสบางอย่างแล้ว
“นายท่าน กองทัพซีเหลียงไม่เพียงมีแต่ทหารม้าพวกนี้ ทว่าทหารม้าพวกนี้น่าจะเป็นทหารม้าทั้งหมดของพวกเขาแล้ว
“เจ้าจะบอกว่าเขายังมีทหารราบอีกหลายหมื่นคนหรือ?”
หลังจากการพยักหน้ายืนยันของกุนซือปีศาจ ในที่สุดเล่าเจี้ยงก็เข้าใจจุดประสงค์ของกองทัพซีเหลียง
“พวกเขาคิดจะแสร้งททำเป็นพ่ายแพ้อีกครั้ง!”
แม่ทัพหลังอุทานออกมาอย่างตกใจ ก่อนมองไปที่กาเซี่ยงเพื่อยืนยันครั้งสุดท้าย
“แต่เตียวอุ๋นจะหลงกลอีกครั้งได้อย่างไร? ฮองฮูสงเพิ่งพ่ายเพราะการแสร้งแพ้ของศัตรูไป ไม่ว่าเตียวอุ๋นจะโง่แค่ไหน ก็ไม่ควรหลงกลสิ!”
เล่าเจี้ยงไม่เข้าใจเหตุใดเปียนจางกับหันซุยถึงมองเตียวอุ๋นเป็นคนโง่เช่นนี้
เมื่อเห็นท่าทางเหลือเชื่อของนายท่าน กาเซี่ยงก็ส่ายหน้าอย่างยิ้ม ๆ แล้วชี้ไปที่สนามรบ
“บางทีอาจจะเป็นขุนศึกจากกองทัพซีเหลียง”
แม้แม่ทัพหลังจะไม่ค่อยเข้าใจความหมายของกาเซี่ยง แต่ก็รู้ว่าลูกน้องไม่พูดจามั่วซั่วแน่นอน
“เอ้อร์ไหล ถ่ายทอดคำสั่งข้า…”
เล่าเจี้ยงที่อยู่นอกสนามรบไม่เข้าใจเจตนาของกองทัพซีเหลียง ส่วนเตียวอุ๋นที่อยู่ในสนามรบตกใจมากจนพูดไม่ออก
ขุนพลผู้ยิ่งใหญ่หกคน… หกคน! ถูกลูกน้องเป่ยกงปั่วอวี้สังหารสิ้น!
เป่ยกงปั่วอวี้ในเวลานี้หยิ่งผยองมาก เขาคาดไม่ถึงเลยว่ากองทัพทางการจะอ่อนแอขนาดนี้ แม้จะจู่โจมแบบไม่ทันได้ตั้งตัวแล้วก็ตาม
“เตียวอุ๋น ลูกน้องเจ้าไม่มีคนเก่งแล้วหรือ! ฮ่า ๆ ๆ ๆ ข้าขอแนะนำให้เจ้ารีบยอมแพ้เสียเถิด จะยังรักษาชีวิตแลทรัพย์สินเอาไว้ได้! มิฉะนั้น เมื่อจับเจ้าได้ ข้าจะตัดเจ้าเป็นชิ้น ๆ!”
เตียวอุ๋นโมโหจนหน้าแดงก่ำ ถูกด่าจนพูดไม่ออก และไร้ทางต่อปากต่อคำ เขาเสียใจอย่างสุดซึ้ง หากรู้เร็วกว่านี้คงพาเล่าเจี้ยงมา จะได้ไม่ต้องอับอายเช่นนี้!
จริงสิ ตั๋งโต๊ะ! ตั๋งโต๊ะก็เป็นแม่ทัพที่แข็งแกร่งเช่นกัน
เตียวอุ๋นหันขวับไปมองตั๋งโต๊ะทันที โดยหวังให้อีกฝ่ายออกไปสังหารกองทัพศัตรูเพิ่มขวัญกำลังใจเพื่อกองทัพทางการ
แต่ไม่ว่าเตียวอุ๋นจะส่งสายตาอย่างไร ตั๋งโต๊ะก็เอาแต่มองตรงไปข้างหน้า ไม่สนใจกันเลยแม้แต่น้อย
“ฮึ่ม!”
เตียวอุ๋นพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโกรธ เขารู้ว่าแม่ทัพปราบเถื่อนต้องตั้งใจเมินกันแน่ อยากเห็นเขาปล่อยไก่มากสินะ!
“เฮ้อ ไม่คิดเลยว่ากองทัพนับแสนคนของข้าจักสู้กับกองทัพกบฏไม่ได้สักคน!”
เสียงของเตียวอุ๋นเบามาก ทว่ายังลอยเข้าไปถึงหูของทุกคนที่อยู่รอบ ๆ
ซุนเกี๋ยนกำหมัดแน่น เขาเป็นขุนพลอาสา ในสถานการณ์ปกติไม่สามารถออกหน้าได้ ตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรแล้ว
“แม่ทัพตะ…”
ซุนเกี๋ยนกำลังจะขอคำสั่ง แต่กลับช้าไปก้าวหนึ่ง เขาเห็นขุนพลผู้ช่วยตี่หยางควบม้าไปอยู่เบื้องหน้าเตียวอุ๋น
“แม่ทัพเตียว ข้ายินดีออกไปสู้!”
“หืม? แม่ทัพตี่ยินดีไปสู้หรือ! เจ้าแน่ใจรึ?”
เตียวอุ๋นกลัวแล้ว ตี่หยางคือขุนศึกที่ฮองฮูสงทิ้งไว้ หากเขาตายในสนามรบ คงยากที่จะอธิบาย!
ตี่หยางไม่มีสีหน้าหวาดกลัวเลยสักนิด เขายืนยันกับเตียวอุ๋นตรง ๆ
“แม่ทัพเตียวไม่ต้องกังวล ข้าฆ่าเขาก็เหมือนเชือดไก่ ก่อนหน้าข้าไม่อยากแย่งชิงผลงานท่านอื่น จึงปล่อยให้คนผู้นี้โอ้อวดอยู่ตรงหน้า”
เตียวอุ๋นได้ยินเช่นนี้ ก็ดีใจขึ้นมาทันที
“หากแม่ทัพตี่สังหารศัตรูได้ ข้าจะขอความดีความชอบต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าบาทให้แน่นอน”
“ขอบคุณแม่ทัพเตียว เพียงแต่ข้ามีคำขออย่างหนึ่ง ขอท่านรับปากด้วย”
“เจ้าว่ามาได้เลย”
เตียวอุ๋นตัดสินใจแล้ว ขอแค่คำขอของตี่หยางไม่มากเกินไป เขาตกลงแน่นอน
“ครั้งก่อนข้าติดตามแม่ทัพฮองฮูออกรบ เกือบจะฆ่าเป่ยกงปั่วอวี้ได้แล้ว คราวนี้ข้าไม่อยากปล่อยเขาไป อีกเดี๋ยวไม่ว่าเป่ยกงปั่วอวี้จะตายหรือหนีไป ข้าหวังว่าท่านแม่ทัพจะนำทัพบุกเข้ามาโจมตีกองทัพซีเหลียงให้แตกพ่ายยับเยิน!”
ตี่หยางมีสีหน้าดุดัน ในวาจาเปี่ยมไปด้วยความเกลียดชังต่อเป่ยกงปั่วอวี้
เตียวอุ๋นตกตะลึง เขาคิดว่าตี่หยางจะขอรางวัล เงินทอง ตำแหน่งเสียอีก ไม่คิดเลยว่าเขาจะขอเช่นนี้
นี่เรียกว่าคำขอได้หรือไม่? มันคือเรื่องที่เตียวอุ๋นต้องทำอยู่แล้ว!
“แม่ทัพตี่ไม่ต้องกังวล แค่เจ้าโบกดาบเป็นสัญญาณ ข้าจักยกทัพทั้งหมดเข้าจู่โจมทันที!”
“ขอบคุณแม่ทัพเตียว!”
ตี่หยางพยักหน้าอย่างจริงจัง พลางขี่ม้าทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล
“เจ้าเป็นใคร? ข้าไม่ฆ่าคนไร้นาม!”
ขุนพลซีเหลียงเห็นกองทัพทางการส่งคนมาตายอีกหนึ่งคน จึงมีท่าทางเย่อหยิ่งมาก
ตี่หยางไม่สนใจสักนิด ชักดาบใหญ่ออกมาหมายปลิดชีพขุนพลซีเหลียง ขณะเดียวกันก็ตะโกนออกมา
“ข้าคือขุนพลผู้ช่วยแห่งต้าฮั่น ตี่หยาง! กองทัพศัตรูต้องตาย!”
ตี่หยาง?
ขุนพลซีเหลียงได้ยินชื่อนี้ก็ตัวสั่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้ามีร่องรอยการครุ่นคิดปรากฏขึ้นมา
“เจ้าคือตี่หยาง?”
ชั่วพริบตาที่ขุนพลซีเหลียงลังเล ตี่หยางพุ่งไปอยู่ตรงหน้าเขา และยกดาบใหญ่ในมือขึ้นแล้ว
“อ๊ะ! เจ้า… เจ้า!”
“โจรกบฏต้องตาย!”
ตี่หยางตวัดดาบลงมาโดยตรง ผ่าขุนพลซีเหลียงเป็นสองท่อน แม้แต่ตายก็ไม่ให้อีกฝ่ายได้ต่อต้านเลย
“ดี!”
เตียวอุ๋นตะโกนเสียงดัง ตี่หยางทำให้ขวัญกำลังใจเพิ่มสูงขึ้นมาทันที
ขุนพลทางการก็ได้รับกำลังใจจากการสังหารของตี่หยางในครั้งนี้เช่นกัน จึงระเบิดเสียงคำรามสะเทือนเลือนลั่นออกมา
“เฮ! เฮ! เฮ!”
“เฮ! เฮ! เฮ!”
“เฮ! เฮ! เฮ!”
กองทัพซีเหลียงตกตะลึงกับการเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน คาดไม่ถึงเลยว่าขุนพลตัวเองที่สังหารขุนพลศัตรูไปหลายคนจะถูกฆ่าตายด้วยดาบเดียว อีกทั้งตายอย่างไม่ทันได้ตอบสนองใด ๆ ด้วย!
เป่ยกงปั่วอวี้มีสีหน้าขมึงทึงขีดสุด ขุนพลผู้นี้ตนยืมมาจากเซาตางเซียง*[1] ตอนนี้ตายแล้วเขาจะกลับไปอธิบายอย่างไร!
[1] 烧当羌 เซาตางเซียงเป็นชนเผ่าเชียงส่วนหนึ่ง