พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 183 เตียวอุ๋นถูกผลการรบตรงหน้าบังตาจนสิ้น
บทที่ 183 เตียวอุ๋นถูกผลการรบตรงหน้าบังตาจนสิ้น
ในระหว่างถอยทัพ กองทัพซีเหลียงไม่ค่อยตื่นตระหนกมากเท่าใดนัก ทหารม้าแต่ละเหล่าทัพกำลังถอยไปตามผู้นำของตัวเอง
เปียนจาง หันซุย เป่ยกงปั่วอวี้และคนอื่น ๆ ที่ถอยอยู่แนวหน้าสุดมารวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว บนใบหน้าไม่มีร่องรอยความกังวลแม้แต่น้อย
โดยเฉพาะเป่ยกงปั่วอวี้ เปลี่ยนจากสีหน้าย่ำแย่ก่อนหน้าไปเป็นน่ากลัว
“เป็นอย่างไรบ้าง? กองทัพทางการตามทันแล้วหรือไม่?”
เปียนจางหันไปถามหันซุย
“ผู้บัญชาการเปียน กองทัพทางการอยู่ข้างหลังเรา ทว่าถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ทหารม้าของเราถอยเร็วเกินไป เตียวอุ๋นมีทหารม้าเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่เหลือเป็นทหารราบทั้งหมด”
เปียนจางขมวดคิ้วเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจกับสถานการณ์นี้อย่างมาก
“แบบนี้ไม่ได้ เตียวอุ๋นจะถูกดึงให้ไกลจากเรามากขึ้นเรื่อย ๆ!”
เป่ยกงปั่วอวี้พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความร้อนใจ
“ครั้งนี้เพื่อจับเตียวอุ๋น ขุนพลข้าตายไปคนหนึ่ง! อีกอย่างปลาติดเบ็ดไปแล้ว ห้ามปล่อยมันหลุดไปเด็ดขาด!”
“ผู้บัญชาการเปียน แม่ทัพเป่ยกง ข้ามีเรื่องหนึ่งไม่รู้ว่าควรพูดหรือไม่พูดดี”
เปียนจางยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดของหันซุย ก่อนจ้องอีกฝ่ายเขม็ง
“เหวินเยว่ เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว? มีสิ่งใดก็รีบบอกมาเถิด!”
เป่ยกงปั่วอวี้ยิ่งกระวนกระวายใจ จึงเอ่ยเร่งขึ้นมา
“นั่นสิ มีอะไรรีบพูดมา! ข้าสูญเสียขุนพลไปคนหนึ่งแล้ว เจ้ายังจะหลบ ๆ ซ่อน ๆ อีก!”
หันซุยถูกทั้งสองพูดจาหยาบคายใส่ไม่น้อย ทว่ามิอาจโกรธเคือง ได้แต่อดทนอยู่ในใจ
“ตอนนี้หากอยากจับกองทัพทางการ ต้องเสียสละทหารไปบางส่วน ปล่อยให้ทหารม้าของเรากับทางการสู้กัน ทั้งสู้ทั้งถอย จนกว่าจะล่อพวกเขาไปถึงจุดซุ่มโจมตีของเรา”
“ไม่ได้!”
ทันทีที่หันซุยพูดจบ เป่ยกงปั่วอวี้ก็คัดค้านทันที
“ทหารเหล่านี้ล้วนเป็นนักรบของชนเผ่าเชียงหู จะปล่อยให้พวกเขาตายได้อย่างไร! ข้าไม่เห็นด้วยเด็ดขาด!”
หันซุยรู้ว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ จึงลังเลมาตลอด ทว่าก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเสนอมันออกมาแล้ว
“แม่ทัพเป่ยกง ข้านั้นก็ไม่อยากเสียสละทหารไป แต่ตอนนี้ไม่มีทางอื่นแล้ว! หากกองทัพทางการหยุดไล่ตาม ความพยายามทั้งหมดของเราก็จะสูญเปล่า!”
หันซุยไม่ฟังคำโน้มน้าวใจพลางพูดเกลี้ยกล่อมอย่างจริงใจ ทว่าเป่ยกงปั่วอวี้ก็ยังปฏิเสธ
“ผู้บัญชาการเปียน ท่านมาโน้มน้าวแม่ทัพเป่ยกงหน่อยเถิด!”
เปียนจางเองก็ลำบากใจ เป่ยกงปั่วอวี้ดูเหมือนจะเชื่อฟัง แต่จริง ๆ แล้วเขาก็ปฏิเสธเมื่อตนต้องมีส่วนร่วมมากเกินไป
“แม่ทัพเป่ยกง เหวินเยว่พูดถูก หากกองทัพทางการเลิกตาม ขุนพลหม่าเย่กู่ก็ตายเปล่าน่ะสิ!”
เมื่อนึกถึงหม่าเย่กู่ เป่ยกงปั่วอวี้รู้สึกเศร้าขึ้นมาอีกครั้ง เขาไม่คิดเลยว่าจะต้องเสียสละลูกน้องไป
“เฮ้อ! ก็ได้ข้าตกลง!”
หันซุยได้ยินเป่ยกงปั่วอวี้เห็นด้วย และกำลังจะโล่งใจ ก็เห็นเป่ยกงปั่วอวี้มองเขาด้วยสายตาดุดัน
“หันซุย ข้าขอพูดไว้ก่อนเลยนะ หากทำตามแผนเจ้าแล้วล้มเหลว ข้าไม่จบกับเจ้าแน่!”
“อีกอย่าง เจ้าไปล่อกองทัพทางการด้วยตัวเองซะ จำไว้ว่านักรบชนเผ่าเชียงหูของเราต้องบาดเจ็บล้มตายน้อยที่สุด!”
หันซุยถูกเป่ยกงปั่วอวี้ข่มขู่ ในใจก็โกรธจนสุดขีด แต่ไม่อาจทำอะไรไม่ได้ จึงต้องทนเอาไว้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“แม่ทัพเป่ยกงโปรดวางใจ เจ้ากับผู้บัญชาการเปียนไปจัดทัพที่แนวหน้าเถิด ทางนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง!”
เป่ยกงปั่วอวี้พยักหน้า จากนั้นมอบกองทหารให้หันซุยหนึ่งหมื่นนาย ในขณะที่ตัวเองกับเปียนจางหนีไป
หันซุยมองสองคนที่จากไปไกล ในตาเปี่ยมล้นไปด้วยความเยือกเย็น
“แม่ทัพหัน ตอนนี้ควรทำอย่างไร?”
ขุนพลม้าเผ่าเชียงหูได้รับคำสั่งจากเป่ยกงปั่วอวี้ให้ฟังคำสั่งของหันซุยทั้งหมด
หันซุยไม่ได้ระบายความโกรธใส่ขุนพลม้าผู้นี้ แต่กลับทักทายด้วยรอยยิ้ม
“ท่านขุนพล แจ้งกองทหารให้ชะลอความเร็วในการถอย และสู้กับกองทัพทางการไปด้วยถอยไปด้วย จำไว้ต้องแสร้งทำเป็นว่าสู้ไม่ได้”
“ขอรับ!”
หลังจากขุนพลทหารม้าชนเผ่าเชียงหูรับคำสั่ง ทหารม้าส่วนนี้ชะลอการล่าถอยลงอย่างมาก อีกทั้งได้เตรียมพร้อมที่จะปะทะกับศัตรูแล้ว
เตียวอุ๋นที่กำลังนำทหารราบไล่ตามกองทัพซีเหลียง ในตอนนี้รู้สึกกระวนกระวายใจ
มีข่าวส่งมาจากแนวหน้าไม่ขาดสายว่ากองทัพซีเหลียงถอยอย่างรวดเร็ว ทหารม้าของกองทัพทางการจึงไล่ตามแบบกัดไม่ปล่อย แต่มิอาจแตะต้องศัตรูได้เลย
“เร็วอีกนิด! เราใกล้ตามทันแล้ว!”
เตียวอุ๋นยังคงเร่งต่อไป โดยไม่เข้าใจต่อสถานการณ์ของทหารเลยแม้แต่น้อย
“แม่ทัพเตียว หากเราไล่ตามแบบนี้ต่อไป แม้จะตามศัตรูทัน กองทัพเราก็ไม่เหลือแรงสู้แล้ว!”
ในฐานะขุนพลอาสา ซุนเกี๋ยนย่อมไม่ปล่อยให้เตียวอุ๋นดึงดันทำตามใจ จึงกัดฟันเตือนเตียวอุ๋น
ทว่าเป็นไปตามที่ซุนเกี๋ยนคาดไว้ เตียวอุ๋นไม่ชอบคำพูดเหล่านี้อย่างมาก แม้แต่สายตาที่มองมาก็รำคาญเช่นกัน!
“ขุนพลอาสาซุน เลี้ยงคนพันวันเพื่อใช้งานวันเดียว! ขุนพลตี่แลกชีวิตเพื่อโอกาสดี ๆ นี้ จะให้ข้าเพิกเฉยหรือ!”*[1]
“แม่ทัพเตียว ข้า…”
ซุนเกี๋ยนอยากจะอธิบาย แต่ไม่คิดเลยว่าจะถูกเตียวอุ๋นขัดขึ้น
“พอแล้ว ไม่ต้องว่าให้มากความ รีบเร่งทหารไล่ตามต่อไป!”
พยัคฆ์แห่งกังตั๋งรู้ว่าความเร็วในการเดินทัพของทหารราบถึงขีดจำกัดแล้ว หากวิ่งแบบนี้ต่อไป ไม่ช้าพวกเขาต้องกลายเป็นลูกแกะรอถูกเชือดแน่
“แม่ทัพเตียว เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่ พวกทหาร…”
“รายงาน! รายงาน! รายงาน…”
ซุนเกี๋ยนมองไปข้างหน้าอย่างจนใจ ไยตัวเองจะพูดถึงคอยมีคนขัดอยู่ร่ำไป?
เบื้องหน้ามีทหารม้าคนหนึ่งวิ่งมา พลางกุมมือคำนับเตียวอุ๋นโดยตรง
“รายงานแม่ทัพทหารม้าเกราะหนัก ขุนพลตี่ส่งข่าวมาว่าทหารม้าของเราตามทันทหารม้าของศัตรู และเริ่มการต่อสู้นองเลือดแล้ว ขุนพลตี่ร้องขอให้ไปสนับสนุนโดยเร็ว!”
เตียวอุ๋นดีใจมาก จึงพยักหน้ารัว ๆ
“เจ้ารีบไปบอกแก่ขุนพลตี่ ข้าจะไปถึงเร็ว ๆ นี้!”
ทหารส่งสารรับคำสั่ง ก่อนมุ่งตรงไปข้างหน้า เตียวอุ๋นหันมามองซุนเกี๋ยน
“ได้ยินหรือยัง? กองทัพเราเข้าปะทะกับกลุ่มกบฏแล้ว เร็วเข้า รีบถ่ายทอดคำสั่ง เร่งความเร็วขึ้นอีก!”
ซุนเกี๋ยนรู้แล้วว่าไม่มีทางโน้มน้าวแม่ทัพได้อีก จึงได้แต่กุมมือรับคำสั่ง
เตียวอุ๋นมองไปข้างหน้าด้วยดวงตาร้อนแผดเผา ในใจยังคงไม่มีความคิดอื่นใดอยู่เลย
เร็ว! เร็วอีก! การสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว
จากนี้ไปใครในใต้หล้าจะกล้าดูแคลนข้าเตียวอุ๋น ใครจะกล้าว่าข้าขี่ม้าไม่ได้อีก!
เล่าเจี้ยงรึ โฮจิ๋นรึ หึหึ ต่อไปต้าฮั่นนี้ยังต้องพึ่งข้า!
เตียวอุ๋นยังคงกู่ร้องในใจ เลือดที่พลุ่งพล่านสูบฉีดอยู่ในร่างกาย ทำให้เขาอยากมุ่งไปฆ่าศัตรูด้วยตนเอง
ครึ่งชั่วยามต่อมา ขณะที่กองทัพซีเหลียงต่อสู้ไปด้วยถอยไปด้วย ถูกทหารม้ากองทัพทางการบีบไว้ ในที่สุดเตียวอุ๋นก็นำกองทหารมาถึง และสั่งการจู่โจมศัตรูทันที
“แม่ทัพหัน ทหารราบของกองทัพทางการตามมาทันแล้ว กองทัพทางการแข็งแกร่ง หากยังยืดเยื้อต่อไป ทั้งกองทัพเราถูกกวาดล้างสิ้นแน่!”
ขุนพลทหารม้าเผ่าเชียงหูมองหันซุยอย่างกังวลใจ คำสั่งของเป่ยกงปั่วอวี้คือ สูญเสียให้น้อยที่สุด หากมีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตจำนวนมาก เขาต้องถูกลงโทษอย่างหนักแน่
“ใกล้แล้ว ตรงหน้าไม่ไกลแล้ว! แจ้งพวกทหารให้หยุดปะทะกับกองทัพทางการ แล้วรีบถอนทัพ!”
ในที่สุดขุนพลทหารม้าเผ่าเชียงหูก็โล่งใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก และรีบสั่งให้ทหารทั้งหมดถอนทัพ
น่าเสียดายเมื่อเข้าปะทะกับฝ่ายศัตรูแล้ว ทหารม้าเหมือนจะติดอยู่ในหลุมโคลนใหญ่ ไม่สามารถหลบหนีไปได้ง่าย ๆ!
[1] 养兵千日,用兵一时 เลี้ยงคนพันวันเพื่อใช้งานวันเดียว อุปมาว่าการตระเตรียมความพร้อมในยามปกติเป็นระยะเวลายาวนั้น เพื่อไว้ใช้ในยามเร่งด่วน