พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 187 การจับจ้องของกุนซือปีศาจ
บทที่ 187 การจับจ้องของกุนซือปีศาจ
เมืองเหมยหยาง กำแพงเมืองหนึ่งไกลออกไปจากสนามรบ เดิมควรรอสงครามอย่างสงบ กลับกำลังจะไม่สงบสุขอีกต่อไป
ห่างออกไปห้าลี้ หลังภูเขาดินซุ่มโจมตี หลี่เหวินโหวกำลังนำกองทัพนับหมื่นรออยู่ตรงนี้
ก่อนหน้านี้หันซุยเคยแยกให้คำแนะนำหลี่เหวินโหวกับซ่งหยาง ซ่งหยางไปดักซุ่มโจมตีลำพัง รอเตียวอุ๋นเข้ามาติดกับ ส่วนหลี่เหวินโหวอ้อมไปยังเหมยหยาง รอโอกาสบุกเข้ายึดเมือง
“แม่ทัพหลี่ มีข่าวจากผู้บัญชาการเปียนมาว่ากองกำลังแสนนายของเตียวอุ๋นถูกกองทัพเราล้อมอย่างแน่นหนา ตอนนี้เมืองเหมยหยางคงไม่มีทหารมากแล้ว!”
หลี่เหวินโหวกำลังลูบนิ้วเล่นเบา ๆ ฟังทหารส่งสารรายงานอย่างใจไม่อยู่กับร่องกับรอย
สำหรับภารกิจนี้ หลี่เหวินโหวไม่อยากมา เขาอยากอยู่ในสนามรบ การฆ่าคนในสนามรบจะมีความสุขมากขนาดไหนกันนะ?
น่าเสียดายที่ไม่มีทางอื่น หลังจากหันซุยเสนอแผน เป่ยกงปั่วอวี้ก็เลือกหลี่เหวินโหว เขาเองก็ไม่กล้าขัดคำสั่งเป่ยกงปั่วอวี้อย่างเปิดเผย
“แน่ใจนะว่าผู้บัญชาการเปียนล้อมกองกำลังแสนนายของเตียวอุ๋นไว้แล้ว?”
“เรียนแม่ทัพหลี่ ผู้บัญชาการเปียนพูดเช่นนี้จริง ๆ แม่ทัพหันซุยยังฝากความมาถึงท่านด้วย ว่าหาโอกาสเข้ายึดเมืองเหมยหยางได้เลย”
“หากไม่สามารถยึดเมืองเหมยหยางได้ แม่ทัพหันให้แม่ทัพหลี่อ้อมไปทางด้านหลังกองทัพทางการ รวมตัวกับแม่ทัพซ่งโจมตีกองทัพทางการด้วยกัน!”
ทหารส่งสารยืนยันข้อสงสัยให้หลี่เหวินโหว และถ่ายทอดแผนการของหันซุยออกมาอีกครั้ง
เมื่อเห็นหลี่เหวินโหวไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ลูกน้องก็กระตุ้นเขาอีกครั้ง
“แม่ทัพหลี่ ผู้บัญชาการเปียนกำชับมาหลายครั้ง อย่าพลาดโอกาสในการโจมตี หากเป็นไปได้…”
ก่อนที่ทหารส่งสารจะพูดจบ ก็ได้รับสายตาดุร้ายจากหลี่เหวินโหวเสียก่อน
“ท่านแม่ทัพ… ข้า… ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น… ข้า…”
ทหารส่งสารสะดุ้งไปกับสายตาของหลี่เหวินโหว เขาเห็นจิตสังหารได้จากในดวงตาของอีกฝ่าย!
หลี่เหวินโหวเป็นชาวเชียงหูเหมือนกับเป่ยกงปั่วอวี้ เป็นกองกำลังชนกลุ่มน้อยแห่งแม่น้ำหวงสุ่ย จึงเชื่อมั่นในตัวพี่ใหญ่เป่ยกงปั่วอวี้มาก และไม่มีปากเสียงใด ทว่ากับเปียนจางและหันซุยต่างออกไป
ว่ากันตามจริงแล้ว อย่างไรเปียนจางกับหันซุยก็เป็นชาวฮั่น เพียงแต่มีชื่อเสียงอยู่ในดินแดนซีเป่ยเท่านั้น
เมื่อครั้งที่พี่ใหญ่เป่ยกงปั่วอวี้หลอกพวกเขามาที่นี่ หลี่เหวินโหวคิดว่าจะฆ่าคนสองคนนี้เพื่อสร้างอำนาจเสียอีก ไม่คิดเลยว่าจะบังคับให้พวกเขาเข้าร่วมกลุ่มด้วย
เข้าร่วมกลุ่มก็ไม่เป็นไร อย่างไรเสียทั้งสองก็มีความสามารถที่ยากจะหาใครเทียบได้
แต่เป่ยกงปั่วอวี้กลับให้เปียนจางเป็นผู้นำ มอบอำนาจทางทหารและการเมืองทั้งหมดให้กับเปียนจาง
การตัดสินใจของเป่ยกงปั่วอวี้นี้ทำให้หลี่เหวินโหวยอมรับไม่ได้ ทั้งสองจึงเกิดเหตุทะเลาะกันอย่างรุนแรง
หลี่เหวินโหวรู้สึกว่ามีพี่ใหญ่เป่ยกงปั่วอวี้นำทัพก็เพียงพอแล้ว จะทนให้ชาวฮั่นสองคนที่อ่อนแอมานั่งอยู่บนหัวได้อย่างไร?
น่าเสียดายที่เป่ยกงปั่วอวี้เด็ดขาดมาก แม้หลี่เหวินโหวจะพูดจนปากเปียกปากแฉะก็ไม่สามารถสั่นคลอนความมุ่งมั่นของเขาได้ ภายใต้ความทำอะไรไม่ได้หลี่เหวินโหวทำได้แค่ยอมรับความจริงเท่านั้น
ตอนแรกมันก็ดี เปียนจางยังค่อนข้างเกรงใจ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป กองทัพเติบใหญ่ เขาก็ยิ่งหยิ่งผยองขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากเป่ยกงปั่วอวี้ก็ไม่เห็นคนอื่น ๆ อยู่ในสายตา และลืมสถานะตัวเองไปจนสิ้น!
หันซุยยังดีหน่อย ยังเกรงใจต่อชาวเชียงหูเหล่านี้เสมอ แม้จะวางแผนทำลายศัตรูแข็งแกร่งหลายครั้ง ถึงกระนั้นก็ไม่เอาความดีความชอบเข้าตัว
หลี่เหวินโหวเริ่มไม่พอใจเปียนจางมากขึ้นเรื่อย ๆ ตรงกันข้าม กลับมีมิตรภาพที่ดีกับหันซุยลึกซึ้งยิ่ง
ประกอบกับหันซุยมักจะบ่นกับเขาบ่อย ๆ ว่าเปียนจางเปลี่ยนไป แม้แต่มิตรภาพของสหายเก่าอย่างเขาก็ไม่สน ยิ่งทำให้หลี่เหวินโหวรู้สึกว่าเปียนจางเป็นคนถ่อยที่ลืมบุญคุณเข้าไปใหญ่
เดิมทีทหารส่งสารกล่าวถึงหันซุย ได้ยินคำฝากของหันซุยมาให้แก่ตนก็ยังไม่มีปฏิกิริยาใด แต่เมื่อทหารส่งสารถ่ายทอดคำสัั่งเปียนจางให้แก่ตนอีกครั้ง ความโกรธในใจยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้!
“ไสหัวไปบอกเปียนจาง ว่าข้าหลี่เหวินโหวไม่ทำให้เรื่องใหญ่เสียหรอก!”
“ขอรับ! ขอรับ! ข้าน้อยจะออกไปเดี๋ยวนี้”
ทหารส่งสารรู้สึกโล่งใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก และก้าวถอยหลังออกไป ทว่าในใจเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
หลี่เหวินโหวยืนขึ้น โบกมือให้กับทหารใต้บังคับบัญชา ทหารทุกคนล้วนเป็นพี่น้องที่ติดตามเขามาหลายปี ย่อมเข้าใจความหมายของหลี่เหวินโหว ทุกคนพลิกตัวขึ้นหลังม้า
“พวกพ้องทั้งหลาย เมืองเหมยหยางไร้พิษสงแล้ว เราจะบุกเข้าเมืองไปในตอนนี้ และปล้นสะดมได้ตามใจ!”
“ทรัพย์สิน ผู้หญิง หากพวกเจ้าต้องการ ข้าจะไม่ขัดขวาง!”
ชาวเชียงหูก็คือชาวเชียงหู ความละโมบจารึกอยู่ในกระดูก เมื่อได้ยินว่าสามารถปล้นทรัพย์สินได้ ทุกคนก็ล้วนตื่นเต้นขึ้นมา และแทบอยากบุกเข้าโจมตีเมืองเสียเดี๋ยวนั้น
“อยากได้กันหรือเปล่า!?”
เมื่อหลี่เหวินโหวเห็นความโลภไร้ยางอายเผยออกมาจากสายตาพวกทหารก็รู้สึกได้ใจ และตะโกนถามเสียงดัง
“อยาก! อยาก! อยาก!”
“ฮ่า ๆ ๆ พวกพ้องทั้งหลายตามข้ามา ยึดเอาเมืองเหมยหยาง!”
หลี่เหวินโหวคำราม จากนั้นขี่ม้าทะยานออกไปก่อน ทหารใต้บังคับบัญชไม่ลังเลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็กู่ร้องคำรามตามกันไป
ขวัญกำลังใจของทหารม้านับหมื่นพุ่งทะยาน เสียงตะโกนดังเลือนลั่น พวกเขามุ่งทะยานไปยังเมืองเหมยหยางด้วยความเร็วสูง
ห่างไปห้าลี้ แค่พริบตาเดียวก็มาถึง!
เมืองเหมยหยางเป็นไปตามที่เปียนจางกับหันซุยคาดไว้ มันว่างเปล่ามาก มีเพียงลูกน้องสังกัดจวนแม่ทัพหลังของเล่าเจี้ยง นอกนั้นเตียวอุ๋นได้นำทหารทุกสังกัด ทุกเหล่าทัพออกไปหมดแล้ว!
อีกอย่าง หลังจากที่กาเซี่ยงค้นพบแผนการของกองทัพซีเหลียง เล่าเจี้ยงก็ย้ายกองทหารม้าหัวหอกไป หรือก็คือเมืองเหมยหยางในตอนนี้ มีคนแค่เพียงสี่พันห้าร้อยคน
ไม่ขาดไม่เกิน มีเพียงสี่พันห้าร้อยคนเท่านั้น!
ทว่ามีขุนพลอยู่สองคนจริง ๆ คือฮองตงกับเตียนอุย
แล้วก็ผู้มีสติปัญญาระดับแนวหน้าสองคน คือกาเซี่ยงกับซุนฮิวนั่นเอง!
เมื่อเล่าเจี้ยงมาถึงกองทหารม้าหัวหอกก็ให้เตียนอุยคุ้มกันกาเซี่ยงกลับเมือง อย่างไรเสียหากมีการบุกจู่โจม แม่ทัพหลังยากจะรับรองความปลอดภัยของกุนซือตนเองได้
เล่าเจี้ยงไม่อยากให้เกิดเรื่องเฉกเช่นบังทองที่ตายจากลูกหลงอยู่ที่เมืองลกเสีย*[1]
แม้เมืองเหมยหยางจะว่างเปล่า ดีที่เมืองนี้มีเพียงสองประตูเท่านั้น อีกทั้งยังมีกำแพงเล็กที่สร้างล้อมรอบประตูเมือง หากศัตรูต้องการโจมตีเข้ามา มันไม่ง่ายดังใจคิดแน่นอน
บนกำแพงเมืองเหมยหยาง กาเซี่ยงกับซุนฮิวยืนอยู่ตรงกลาง โดยมีฮองตงกับเตียนอุยยืนขนาบข้างอยู่
ในขณะนี้ทั้งสี่คนกำลังมองไปข้างหน้าอย่างจดจ่อ ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบอกอย่างชัดเจนแล้วว่าต้องมีทหารม้ามากมายบุกเข้ามาแน่นอน
หาใช่พวกพ้องเป็นแน่
“ท่านกุนซือ ดูแล้วคงมีทหารม้าอย่างน้อยหมื่นนาย”
น้ำเสียงฮองตงเคร่งขรึม แต่ไม่มีท่าทางตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
กาเซี่ยงเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยออกมา ไม่สนใจทหารม้าที่อยู่เบื้องล่างเลยสักนิด
“หึ ๆ มีทหารม้าแค่หมื่นคนเองหรือ ดูจะเสียเปรียบเปียนจางจริง ๆ”
“ทุกอย่างดำเนินการตามแผน!”
ฮองตงกับเตียนอุยกุมมือรับคำสั่ง ก่อนแยกจากกันไปดำเนินการตามแผนของกุนซือปีศาจ
“เหวินเหอ กองทัพซีเหลียงมาเจอเจ้า ช่างโชคไม่ดีจริง ๆ”
แม้แต่ซุนฮิวที่สุขุมมาตลอดยังมีสีหน้าหยอกล้อ พอให้นึกถึงแผนการอันร้ายกาจของกาเซี่ยงได้
กุนซือปีศาจไม่พูดอะไร แค่แสยะยิ้มเย็นยะเยือกออกมา เขาเติบโตในแคว้นเลียงจิ๋ว ย่อมไม่มีความเมตตาต่อชนเผ่าเชียงหูอยู่แล้ว!
หลี่เหวินโหวที่นำทัพบุกเข้ามายังคงครุ่นคิดว่าจะโจมตีเมืองอย่างไร หารู้ไม่ว่าตัวเองกำลังมุ่งหน้าไปสู่นรกที่ไม่มีสิ้นสุด
[1] บังทอง เป็นหนึ่งในกุนซือของเล่าปี่ มีฉายาว่า ‘หงส์อ่อน’ ด้วยความเป็นอัจฉริยภาพตั้งแต่วัยหนุ่ม ในยุคที่เล่าปี่กำลังขยายอิทธิพลในที่ราบตอนกลางหรือเสฉวน ตามประวัติศาสตร์ บังทองเข้าร่วมศึกที่ทหารของเล่าปี่ปะทะกองกำลังของเล่าเจี้ยงที่อำเภอลกเสีย และเสียชีวิตเพราะโดนลูกหลง โดยถูกยิงด้วยเกาทัณฑ์