พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 188 ติดกับหลุมพรางของกุนซือข้าแล้ว
บทที่ 188 ติดกับหลุมพรางของกุนซือข้าแล้ว
หลี่เหวินโหวดีใจระคนเหนือคาด เขานำทัพบุกตรงไปที่เมืองโดยไม่ถูกจู่โจมใด ๆ!
ดูเหมือนในเมืองจะไม่มีทหารแน่ หลี่เหวินโหวเริ่มยินดีปรีดา หากสามารถทำลายเมืองเหมยหยางได้จริง ๆ ตัวเองก็จะประสบความสำเร็จอย่างมาก
“คนที่อยู่ในเมืองจงฟัง! ข้าคือหลี่เหวินโหว ขุนพลแห่งกองทัพซีเหลียง! แม่ทัพทหารม้าเกราะหนัก เตียวอุ๋นของพวกเจ้าถูกล้อมไว้แล้ว อีกเดี๋ยวก็จะถูกกองทัพซีเหลียงเราฆ่าตายในไม่ช้า”
“ข้ารู้ว่าภายในเมืองนี้ว่างเปล่า ดังนั้นรีบเปิดประตูเมืองแล้วยอมแพ้เสีย ข้าหลี่เหวินโหวจะไว้ชีวิตพวกเจ้าแน่นอน!”
“ไม่อย่างนั้นละก็ อีกเดี๋ยวข้าจะบุกเข้าไป ไม่ว่าจะคนแก่หรือผู้ไร้ทางสู้ ก็จะไม่ให้เหลือรอด!”
หลี่เหวินโหวตะเบ็งเสียงเข้าไปในเมือง หากสามารถทำให้ทหารข้างในเป็นฝ่ายเปิดประตูเมืองก่อนได้ คงจะดีไม่น้อย!
ไม่นานหลังจากนั้น ก็มีชายคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนบัณฑิตโผล่ออกมา และโบกธงขาว
“แม่ทัพหลี่อย่าโจมตีเมืองเลย พวกเราขอยอมแพ้! พวกเรายอมแพ้แล้ว!”
เมื่อหลี่เหวินโหวได้ยินคำว่า ‘ยอมแพ้’ พลันปีติยินดีขึ้นทันใด และตื่นเต้นจนการหายใจระรัว
“ในเมืองยังมีทหารอีกกี่คน?”
“เรียนแม่ทัพหลี่ ภายในเมืองมีคนแก่และคนอ่อนแอเพียงห้าร้อยคน ที่เหลือถูกเตียวอุ๋นพาไปหมดแล้ว!”
“ข้าเป็นคนซีเหลียง ชื่นชมในชื่อเสียงของแม่ทัพมานาน อยากจะยอมจำนนต่อท่านมานานแล้ว! ขอท่านแม่ทัพรับข้าไว้ด้วย!”
คนที่อยู่บนกำแพงเมืองพูดภาษาเลียงจิ๋ว หลี่เหวินโหวยิ่งไม่เคลือบแคลงสงสัย และรู้สึกถูกปลุกเร้าขึ้นมา
“ได้สิ ได้! รีบเปิดประตูเมือง จะถือว่าเจ้าสร้างผลงานใหญ่ ข้าจะตกรางวัลให้เจ้าอย่างหนักแน่!”
“ท่านแม่ทัพโปรดรอประเดี๋ยว ข้าจะเปิดประตูเดี๋ยวนี้!”
ในขณะนี้เอง ภายในเมืองก็มีอีกเสียงหนึ่งดังออกมา
“ไอ้เจ้าคนชั่วช้า กล้ายอมศิโรราบต่อกองทัพซีเหลียง! เร็ว! ป้องกันประตูเมืองไว้ อย่าให้เปิดประตูได้เด็ดขาด!”
หลี่เหวินโหวตกใจ หากไม่มีใครเปิดประตูจะบุกโจมตีเข้าเมืองไปอย่างง่าย ๆ ได้อย่างไร?
“เร็วเข้า รีบเปิดประตูเมือง ข้าจะเข้าไปช่วยเจ้า!”
ในที่สุด ประตูเมืองก็ถูกเปิดออกตามคำเร่งเร้าของหลี่เหวินโหว และมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังออกมา
“แม่ทัพหลี่ รีบหน่อย! ข้าทนไม่ไหวแล้ว!”
เมื่อหลี่เหวินโหวเห็นประตูเมืองเปิดออก ก็รีบควบม้าพุ่งเข้าไปในเมืองก่อนทันที พลางเร่งทหารใต้บัญชาไปด้วย
“เร็ว! เคลื่อนที่เร็วหน่อย! รีบบุกเข้ายึดเมือง”
ภายใต้การนำของหลี่เหวินโหว กองทัพซีเหลียงพุ่งตรงเข้าไปข้างใน ทหารด้านหลังยังมีความใจร้อนมาก ต่างเบียดกันเข้ามาไม่หยุด ด้วยกลัวว่าช้าไปจะไม่ได้ประโยชน์อันใด
ทว่าหลังจากหลี่เหวินโหวเข้ามาถึงก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เมื่อพ้นประตูกลับไม่ใช่ภายในเมือง แต่เป็นกำแพงเล็กที่สร้างล้อมรอบประตูเมืองต่างหาก!
นั่นเท่ากับว่าตัวเองเข้าไปในวงล้อมวงกลมที่ล้อมรอบด้วยกำแพง และยังต้องเปิดประตูตรงกำแพงที่ล้อมรอบนี้ก่อนถึงจะเข้าสู่ภายในตัวเมืองได้
แต่ทหารที่อยู่ด้านหลังไม่ทราบสถานการณ์นี้ ต่างก็เบียดเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง กำแพงที่เดิมไม่ใหญ่มากกลับแน่นขนัดไปด้วยทหารซีเหลียงในพริบตา
“เร็วเข้า! รีบเปิดประตูเมืองเร็ว!”
หลี่เหวินโหวร้อนใจมาก สถานการณ์ตอนนี้ทำให้เขามีลางสังหรณ์ไม่ดี อีกทั้งหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ทหารของตัวเองต้องเหยียบกันตายแน่
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ หลี่เหวินโหว เจ้าตกหลุมพรางกุนซือข้าแล้ว!”
เสียงหัวเราะหนึ่งดังลั่น จู่ ๆ ทหารจำนวนนับไม่ถ้วนก็ปรากฏตัวขึ้นบนกำแพงเมือง ทุกคนถือเกาทัณฑ์ครบครัน เป็นทัพของกองพลเกาทัณฑ์นั่นเอง
ผู้หัวเราะร่าข่มขวัญนั้นคือฮองตง
“แย่แล้ว!”
หลี่เหวินโหวตะโกนเสียงดัง แต่เขาพบว่าตอนนี้ทำอะไรไม่ได้แล้ว ในกำแพงเล็กมีคนหนาแน่นมาก อย่าว่าแต่หนีเลย แม้แต่ขยับก็ยังลำบาก
“ยิง!”
ฮองตงจะให้โอกาสหลี่เหวินโหวได้อย่างไร? เขาตะโกนออกมาเสียงดัง พลันลูกเกาทัณฑ์ก็ตกลงมาจากกำแพงเมืองดังห่าฝนทันที
ฉากนี้ทำให้ทหารในกองพลเกาทัณฑ์มีความสุขมาก พวกเขาสามารถยิงได้โดยไม่ต้องเล็ง แม้กระทั่งหลับตาก็ยังโดน
ทหารซีเหลียงที่อยู่เบื้องล่างแต่ละคนล้วนเป็นเป้านิ่ง ปล่อยให้คนยิงได้ตามใจชอบ!
แม้ทหารของกองพลเกาทัณฑ์จะไม่ตั้งค่ายกล ทว่าการยิงไปตรง ๆ ก็ไม่ได้ยากสำหรับพวกเขา อีกทั้งยังยิงได้เร็วมากด้วย!
แค่อึดใจเดียวสั้น ๆ ลูกเกาทัณฑ์นับหมื่นถูกยิงออกมาดั่งห่าฝน ทำให้ทหารซีเหลียงที่ถูกยิงล้มระเนระนาดตกจากหลังม้า
โกลาหล… ภายในกำแพงเล็กเกิดความโกลาหลถึงขีดสุด ทหารทางการไม่ต้องยิงเกาทัณฑ์ก็ได้ แค่ม้าที่ตกใจก็เริ่มวิ่งชนกันไปทั่วแล้ว ทหารจำนวนมากที่ถูกยิงตกจากอาชาก็ถูกเหยียบย่ำจนตาย
หลี่เหวินโหวสิ้นหวัง เขารีบเข้ามาก่อนเป็นคนแรก และมาถึงด้านในสุด การหลบหนีออกไปย่อมไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน!
เขาแค้นนัก แค้นที่เหตุใดเปียนจางถึงให้เขามาโจมตีเมือง! ไม่คิดเลยว่าตัวเองที่เป็นวีรบุรุษมาทั้งชีวิต จะต้องมาตายอยู่ที่นี่
เมื่อเห็นทหารใต้บังคับบัญชาล้มลงทีละคน ทหารที่เคยมีนับหมื่นไม่รู้ว่าตอนนี้เหลือมากน้อยแค่ไหนแล้ว
ทันใดนั้น ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น ประตูเมืองเบื้องหน้าถูกเปิดออก!
ความปรารถนาที่จะเอาชีวิตรอดพรั่งพรูขึ้นในใจหลี่เหวินโหว เขามองเห็นความหวัง
“เร็ว! บุกเข้าไปในเมือง!”
หลี่เหวินโหวควบม้านำเข้าไปข้างในอีกครั้ง แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดประตูเมืองจึงเปิด รู้เพียงว่าหากยังอยู่ที่เดิมคงยากจะเอาชีวิตรอดจากการถูกยิงจนเป็นรูพรุนแน่!
น่าเสียดาย เมื่อประตูนรกอ้ากว้าง จะมีทางรอดกลับไปได้อย่างไร?
ประตูด้านหลังมีแต่จะนำไปสู่นรกที่ลึกกว่าเดิม
หลี่เหวินโหวไม่ได้คิดอะไรมาก บางทีต่อให้เป็นขุมนรกที่ลึกขึ้น ก็จะรุดหน้าไปอย่างห้าวหาญโดยไม่หวนกลับแน่นอน
เพราะเขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
ทันทีที่หลี่เหวินโหวนำทหารองครักษ์เข้าไปในประตูเมือง ก็พบว่ามีทหารทางการมาขวางอยู่เบื้องหน้า
กระนั้นหลี่เหวินโหวก็ไม่หวั่นกลัว เพราะอีกฝ่ายคือทหารราบบางส่วนเท่านั้น!
หากใช้ประโยชน์จากกำลังม้าศึกบุกเข้าไป ก็มิอาจจะสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับกองทัพทางการได้!
“บุก! ฆ่าพวกมัน เมืองเหมยหยางจะเป็นของเรา!”
หลี่เหวินโหวแผดเสียงคำราม ปลุกกำลังใจทหารใต้บังคับบัญชา
แต่ก่อนที่จะบุกเข้าไปหาทหารทางการตรงหน้า ม้าศึกก็ล้มลงไปทีละตัว ทหารซีเหลียงที่เข้ามาในเมืองอย่างยากลำบากถูกดีดกระเด็นตกพื้นไปหมด!
ภายในประตูเมืองเต็มไปด้วยจาหม่าติง*[1]
หลี่เหวินโหวก็ไม่เว้น เพียงแต่เขาโชคดีที่ล้มไปทางด้านหลังสุด ไม่เช่นนั้นคงถูกจาหม่าติงแทงจนเป็นรูพรุน!
ทว่าความโชคของหลี่เหวินโหวดูเหมือนจะหยุดอยู่แค่ตรงนี้ เพราะเมื่อเขาเงยหน้าขึ้น เห็นเงาดำขนาดใหญ่ทาบทับลงมาเบื้องหน้า
ตึ้ง!
เสียงกระทบอย่างรุนแรงดังขึ้นข้างหู เห็นทวนเหล็กอันหนึ่งเฉียดผ่านหน้าเขากระแทกลงกับพื้น ทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่บนแผ่นดิน!
อึก…
หลี่เหวินโหวกลืนน้ำลายลงไปโดยไม่รู้ตัว เขารู้ดีว่าหากทวนนี้ทุบลงโดนตัว เกรงว่าหัวของเขาคงแตกเป็นเสี่ยง ๆ แน่!
“เจ้าก็คือหลี่เหวินโหวงั้นรึ”
เสียงดูถูกเหยียดหยามดังขึ้น หลี่เหวินโหวหมอบอยู่บนพื้น แม้อยากจะเงยหน้าขึ้นมอง แต่ถึงเงยหน้าขึ้นสุดแล้วก็ยังมิอาจเห็นใบหน้าของคนเบื้องหน้าได้!
นี่คือสัตว์ประหลาดอะไร?
ก่อนที่เขาจะทันได้คิด หลี่เหวินโหวรู้สึกว่าตัวเองถูกคนหิ้วขึ้นมา จนในที่สุดก็ได้เห็นโฉมหน้าของสัตว์ประหลาดตนนี้
น่าเกลียด! คนผู้นี้น่าเกลียดมาก! แต่ก็ขะ… แข็งแกร่งมากจริง ๆ!
หลี่เหวินโหวไม่เคยเห็นคนแบบนี้มาก่อนเลย! และถึงกับคิดในใจว่านี่เป็นมนุษย์หรือเปล่า?
เจ้าของทวนยักษ์ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นเตียนอุยที่ถูกกาเซี่ยงจัดให้มาอยู่เบื้องล่างนี่เอง
“ข้าถามเจ้าอยู่นะ เจ้าคือหลี่เหวินโหวใช่หรือไม่?”
เมื่อเตียนอุยเห็นหลี่เหวินโหวไม่ตอบคำถามตัวเอง เอาแต่มองกันอยู่อย่างนี้ ก็โกรธขึ้นมาทันใด และชกเขาไปหมัดหนึ่ง
“อัก!!”
หลี่เหวินโหวรู้สึกถึงแรงมหาศาลตรงช่วงท้อง ถึงขั้นรู้สึกว่ามันสามารถทำให้ตัวเองกระเด็นลอยออกไปได้ น่าเสียดายหลังคอยังถูกหิ้วไว้อยู่
ความเจ็บปวดอันหนักหน่วงทำให้เขาขดตัว หยาดเหงื่อหยดลงนองพื้น
“ข้าถามเจ้าอีกครั้ง เจ้าคือหลี่เหวินโหวใช่หรือไม่!”
[1] 扎马钉 จาหม่าติงเป็นอาวุธชนิดหนึ่งในสมัยโบราณ มีลักษณะเป็นเหล็กปลายแหลมสี่คมเหมือนดาวกระจายแต่ตั้งได้ โดยปลายแหลมสามด้านวางยึดติดกับพื้นเหมือนขาตั้ง ส่วนปลายแหลมอีกหนึ่งอันหงายขึ้นฟ้า เมื่อปลายด้านบนถูกดันลง ปลายด้านล่างก็จะตั้งขึ้นมา เป็นแบบนี้เรื่อย ๆ ซึ่งคนที่ไปสัมผัสไม่มีทางหลบหนีได้เลย!