พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 189 ชักจูงตั๋งโต๊ะให้ยอมจำนน
บทที่ 189 ชักจูงตั๋งโต๊ะให้ยอมจำนน
บทที่ 189 ชักจูงตั๋งโต๊ะให้ยอมจำนน?
“ใช่ ใช่ ใช่!”
“ข้าชื่อหลี่เหวินโหว! หยุดที หยุดทีเถิด!”
หลี่เหวินโหวใช้แรงทั้งหมดตะโกนอย่างสุดกำลัง ด้วยกลัวว่าชายน่าเกลียดตรงหน้าจะชกตัวเองอีก!
“รีบบอกแต่แรกก็จบแล้ว จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว…”
เตียนอุยยิ้มเยาะ ทั้งยังบ่นพึมพำ
หลี่เหวินโหวฝืนหันกลับไปมองทหารของตัวเอง ความรู้สึกเขาดำดิ่งอย่างขีดสุด!
ทุกคนที่ตามเข้ามาล้วนได้รับบาดเจ็บ ทั้งหมดถูกจาหม่าติงโจมตีและล้มลงกับพื้น บางคนโชคร้ายถูกจาหม่าติงแทงตายโดยตรง!
“ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง เจ้าจะยอมแพ้หรือไม่?”
เตียนอุยแสดงท่าทางดุร้าย พลางตวัดทวนใหญ่จ่อที่ลำคอหลี่เหวินโหว
เมื่อรู้สึกได้ถึงความเย็นที่ลำคอ หลี่เหวินโหวไหนเลยจะกล้าลังเล ร่ำไห้ร้องขอความเมตตาทันที
“ข้ายอมแพ้แล้ว! ขอท่านแม่ทัพโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”
หลังจากเตียนอุยได้ยินดังนั้น รอยยิ้มก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“แล้วเจ้ายอมให้ทหารของเจ้ายอมจำนนหรือไม่?”
“ยอม ยอม ข้ายินดีประกาศให้พวกเขายอมแพ้!”
หลี่เหวินโหวไม่คิดอะไรทั้งนั้น พยักหน้าตกลงทันที
ตอนนี้ขอแค่เขามีชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะเงื่อนไขอะไรก็สามารถหลับหูหลับตาตกลงได้
…
เมื่อเปรียบเทียบกับชัยชนะอย่างง่ายดายในเมืองเหมยหยาง
การเผชิญหน้าระหว่างกองทัพทางการกับกองทัพซีเหลียงคงไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว!
กองทหารราบที่นำโดยซุนเกี๋ยนกำลังเข้าโรมรันกันกับกองทัพซุ่มโจมตีของศัตรูอย่างแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อให้กัน
ทว่าอย่างไรกำลังก็เป็นปัญหาใหญ่ที่สุด ตอนนี้ทหารทางการต่างพึ่งความคิดนี้ฝืนต่อสู้ เมื่อเชือกขาด เกรงว่าพวกเขาจะไม่มีแรงสู้อีกต่อไปแล้ว!
แม้ทหารม้าที่ตั๋งโต๊ะกับโจวเซิ่นบัญชาการจะไม่อยู่ภายใต้สถานการณ์คับขัน กระนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับกำลังทหารที่มากกว่าถึงสองเท่าก็ยิ่งกดดันมาก
ทหารม้าที่เปียนจางกับเป่ยกงปั่วอวี้บัญชาการล้วนเป็นกองกำลังชนเผ่าแห่งแม่น้ำหวงสุ่ย ทหารทุกคนเคยผ่านพิธีล้างกรรมของชนเผ่ามาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกำลังรบ กำลังใจ ความคล่องตัวย่อมสูงกว่าทหารม้าของทางการเป็นอย่างมาก!
จำนวนคนมีมากกว่าและศักยภาพที่เหนือชั้นกว่าฝ่ายตนมาก หากเป็นเช่นนี้ต่อไปต้องกลายเป็นสงคราม
ตั๋งโต๊ะรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี เมื่อยี่สิบปีก่อน เขาเคยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับกองกำลังชนกลุ่มน้อยแห่งแม่น้ำหวงสุ่ย เรื่องความสามารถของอีกฝ่ายนั้นเขาประจักษ์ยิ่งกว่าใคร!
แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนาน และตั๋งโต๊ะเองก็ไม่ได้ติดต่อกับกองกำลังชนกลุ่มน้อยแห่งแม่น้ำหวงสุ่ยมานานแล้ว กระนั้นพวกชนเผ่าทางชายแดนก็ก่อกบฏกันอย่างต่อเนื่อง กองกำลังชนกลุ่มน้อยแห่งแม่น้ำหวงสุ่ยจึงต้องประสบกับสงครามมาตลอด
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างวิกฤต หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปกองทัพเราถูกกวาดล้างหมดแน่!”
โจวเซิ่นสังหารข้าศึกอย่างสุดกำลังมาตลอดทาง หยุดแล้วตะโกนเสียงดังต่อหน้าแม่ทัพปราบเถื่อน
ตั๋งโต๊ะไม่ตอบ เขาจะเอาเวลาที่ไหนมาคิดว่าควรทำอย่างไรดี! ตอนนี้กองทัพซีเหลียงเอ็นดูเขาเป็นพิเศษ มีทหารนับไม่ถ้วนเข้ามาห้อมล้อมอย่างต่อเนื่อง
ไอ้บ้าเตียวอุ๋น รบกันได้ไม่ทันไร ก็ปล่อยให้ข้าตกอยู่ในอันตรายแล้ว!
แม้ตั๋งโต๊ะจะไม่มีเวลาคิดแผนรับมือ กระนั้นก็ไม่ส่งผลกระทบต่อคำก่นด่าผู้นำในใจเลยแม้แต่น้อย!
หงุดหงิดชะมัด ไม่คิดเลยว่ากองทัพทางการจะล้มที่เดิมถึงสองครั้ง!
เตียวอุ๋นล่ะ? หนีไปแล้วหรือ?
ไม่!
เตียวอุ๋นยังคงอยู่ที่เดิม สงครามดำเนินไปกว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว แต่เขายังนิ่งอึ้งอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน!
ยังเหม่อลอยอยู่หรือ?
ไม่… เตียวอุ๋นรู้สึกตัวและเข้าใจสถานการณ์ที่เขาเผชิญอยู่ในตอนนี้อย่างชัดเจน
แต่เขาไม่มีทางเลือก ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร!
แต่ถึงกระนั้น เตียวอุ๋นก็ใช่ว่าจะไม่รู้อะไรเลย
เขาเห็นความเหนื่อยล้าของทหารราบที่อยู่ข้างหลัง และเห็นความถดถอยของทหารม้าที่อยู่ตรงหน้า
รู้ด้วยว่าหากตัวเองไม่ทำอะไรเลย แล้วรอให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ต้องทำให้ทั้งกองทัพพังพินาศลงแน่
ตอนนี้เองเตียวอุ๋นถึงตระหนักได้ว่าสถานการณ์หนักหนาเกินกว่าจะเยียวยา และท่าทางเหยียดหยามของฮองฮูสงมันเพราะอะไร
สร้างชื่อเสียงงั้นรึ เก่งการรบงั้นรึ ปราบกบฏได้งั้นรึ
เตียวอุ๋นไม่กล้าขอเรื่องเกินควรเหล่านี้อีกแล้ว เขารู้ดีหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป คงได้เชือดคอฆ่าตัวตายอยู่กับที่แน่!
แม้จะโชคดีรอดพ้นจากความตายไปได้ แต่กองทหารทั้งหมดแสนนายก็ถูกตัวเองทำลาย และกลุ่มกบฏซีเหลียงบุกยึดดินแดนซานฟู่ได้สำเร็จ!
ถึงครานั้น พระเจ้าเลนเต้ไม่มีวันปล่อยเขาไปแน่ ไม่แน่อาจถูกประหารเก้าชั่วโคตร!
แทนที่จะทำร้ายครอบครัว มิสู้ตายไปเสียจะดีกว่า
กระนั้นเตียวอุ๋นยังคงมีความหวังนิด ๆ เขารู้ว่าแม่ทัพหลังยังอยู่ในเมือง และหวังว่าเล่าเจี้ยงจะเป็นอาวุธที่มาจากสวรรค์ สามารถพลิกสถานการณ์ได้
ไม่ใช่เพื่อเตียวอุ๋น แต่เพื่อต้าฮั่น! เพื่อราชวงศ์ฮั่นที่มีอายุมาหลายศตวรรษ!
เตียวอุ๋นโทมนัสสุดแสนอยู่ที่เดิม ในขณะที่เปียนจาง เป่ยกงปั่วอวี้ และแม้แต่หันซุยต่างพากันสุขสราญแล้ว
โดยเฉพาะหันซุย เขามั่นใจมากว่าศึกหนนี้ชนะแน่นอน อีกทั้งยังสามารถยึดดินแดนซานฟู่ได้อีกด้วย
เขารู้ว่าเล่าเจี้ยงไม่ได้อยู่ในสนามรบ แต่ก็ได้เตรียมแผนสำรองไว้แล้ว และมั่นใจว่าแม้จะไม่สามารถเอาชนะเล่าเจี้ยงได้ แต่ก็ยังควบคุมแม่ทัพหลังไว้ในเมืองได้!
ส่วนสมรภูมิตรงนี้ อย่างมากสุดภายในหนึ่งชั่วยาม กองทัพทางการต้องพ่ายแพ้ยับเยิน ถึงตอนนั้นผลแพ้ชนะก็ถูกกำหนดไว้แล้ว!
แม้เล่าเจี้ยงจะมีสามหัวหกแขน ก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีก!
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ เดิมเจ้าเป็นคนของตระกูลทรงอำนาจในเลียงจิ๋วอยู่แล้ว เหตุใดต้องรับใช้ราชสำนักด้วย? ข้าชื่นชมเจ้ามาก เหตุใดเจ้าไม่ยอมจำนนต่อเรา? เรามาแบ่งปันความรุ่งโรจน์ด้วยกันเถิด!”
หันซุยฆ่ามาจนถึงเบื้องหน้าตั๋งโต๊ะ และเริ่มชักชวนแม่ทัพปราบเถื่อนให้ยอมจำนน หากไม่มีสงครามคราวนี้ หันซุยเองก็เคยชื่นชมตั๋งโต๊ะจากก้นบึ้งของหัวใจ
หันซุยมีความทะเยอทะยานมาก หากสามารถชักชวนแม่ทัพปราบเถื่อนมารับใช้ได้ ต้องทำให้ความฝันของตนเป็นจริงโดยเร็ววันแน่
ในเลียงจิ๋ว ตั๋งโต๊ะมีชื่อเสียงในด้านความกล้าหาญและดุดัน เขาต่อสู้กับชนเผ่ามาหลายครั้ง ชื่อเสียงโด่งดังขจรขจายไปทั่ว!
อำนาจในตอนนี้ล้วนมาจากความพยายามอย่างหนักในวัยหนุ่ม
อีกอย่างตั๋งโต๊ะยังมาจากตระกูลเก่าแก่ ทว่าในยุคนี้ ตระกูลเก่าแก่ไกลปืนเที่ยงก็คือครอบครัวต่ำต้อย
ความสามารถของตั๋งโต๊ะบวกกับภูมิหลัง ทำให้หันซุยให้ความสนใจ
“หรือแม่ทัพตั๋งโต๊ะลืมเรื่องปราบกลุ่มโพกผ้าเหลืองในอดีตไปแล้วรึ? ท่านแม่ทัพพยายามอย่างหนักสร้างผลงาน แต่กลับเกือบตายไปแล้ว ราชสำนักเช่นนี้คู่ควรกับความภักดีของท่านแม่ทัพหรือ”
เมื่อเห็นตั๋งโต๊ะไม่ตอบสนอง ยังคงสู้กันอยู่ภายในใจ หันซุยก็เอ่ยโน้มน้าวอีกครั้ง
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ อย่าไปฟังคำพูดของไอ้กบฏเหล่านี้! พวกเรารับใช้ราชวงศ์ฮั่นมาอย่างยาวนาน จะทำเรื่องทรยศต่อราชสำนักได้อย่างไร!”
โจวเซิ่นที่อยู่ไม่ไกลได้ยินหันซุยพยายามชักชวนตั๋งโต๊ะ จึงรีบเข้ามาตอบโต้ข้างหน้า
หากตั๋งโต๊ะแปรพักตร์ในสนามรบอีก นั่นคงเป็นหายนะของกองทัพทางการจริง ๆ แน่!
ตั๋งโต๊ะไม่สนใครทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้ยินที่ทั้งสองพูด แต่กำลังวางแผนอยู่ในใจอยู่
หากยอมจำนนต่อหันซุย ก็หมายความว่าตั๋งโต๊ะเข้าร่วมกับกลุ่มกบฏ และเป็นกบฏที่ต่อต้านราชสำนักอย่างแท้จริง
จากนี้ไปเส้นทางการเป็นขุนนาง ชื่อเสียง และความพยายามก่อนหน้านี้ของตั๋งโต๊ะก็จะสูญเปล่าทั้งหมด!
อีกอย่างการก่อกบฏเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ไม่มีทางถอยหนี และเมื่อเริ่มแล้วก็ต้องไปให้สุด ไม่ตายก็หยุดไม่ได้
เมื่อนึกถึงตัวเองที่องอาจกล้าหาญมาตั้งแต่วัยหนุ่ม เสี่ยงชีวิตต่อสู้กับชนเผ่าซยงหนูถึงได้มีตำแหน่งอย่างทุกวันนี้ เขาจะเต็มใจปล่อยไปได้อย่างไร
แต่เปลี่ยนไปเป็นอีกมุมมองหนึ่ง ใช่ว่าการยอมจำนนต่อหันซุย สำหรับตั๋งโต๊ะจะเป็นไปไม่ได้
เมื่อถึงหน้าสิ่วหน้าขวานจริง เขาก็ยอมศิโรราบเพื่อรักษาชีวิตตัวเอง!
ถึงอย่างไรคนตายก็ไม่เหลืออะไร
ตั๋งโต๊ะยังคงรอ… รอโอกาสที่ต้องตัดสินใจเลือก เพราะยังมีอีกคนที่ยังไม่ปรากฏตัวออกมา!
คนที่เคยช่วยเขาจากมรสุมวารีและไฟผลาญ!