พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 218 เตียวอุ๋นยอมรับความผิด
บทที่ 218 เตียวอุ๋นยอมรับความผิด
ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ก็มีเสียงคำรามด้วยความโกรธห้ามแม่ทัพปราบโจรไว้
เตียวอุ๋นลืมตาขึ้น เห็นหมัดของโจวเซิ่นอย่างชัดเจน แม้แต่รูขุมขนบนนั้น
“เหวินไถ ช่วยข้าด้วย เล่าเจี้ยงอยากฆ่าข้า!”
เมื่อซุนเกี๋ยนได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเตียวอุ๋นก็วิ่งตรงเข้าไปในห้อง และถีบโจวเซิ่นออกไป
“แม่ทัพเตียว ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม”
ซุนเกี๋ยนพยุงเตียวอุ๋นขึ้นก่อนสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
“เหวินไถ เล่าเจี้ยง… เล่าเจี้ยงอยากฆ่าข้า!”
ราวกับเตียวอุ๋นหาผู้ช่วยชีวิตเจอจึงจับซุนเกี๋ยนไว้แน่นไม่ยอมปล่อย อีกทั้งยังร้องไห้ออกมา
บางทีอาจเป็นเพราะอยู่ใกล้เตียวอุ๋นมากเกินไป จู่ ๆ ก็มีกลิ่นเหม็นสาบโชยออกมาจนทำให้ขุนพลอาสาย่นคิ้วเข้าหากันไม่ได้
“แม่ทัพหลัง เกิดอะไรขึ้น?”
ซุนเกี๋ยนเห็นเล่าเจี้ยงไม่สนใจตัวเอง ก็เลื่อนสายตาไปหาแม่ทัพปราบโจร
“โจวเซิ่น เหตุใดเจ้าถึงทำร้ายแม่ทัพเตียว”
โจวเซิ่นโมโหจนแทบบ้า เขามองซุนเกี๋ยนด้วยดวงตาวาวโรจน์ คาดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าขุนพลอาสาตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งไม่เพียงแต่กล้าถีบตัวเองกระเด็นออกไปแล้ว ยังกล้ามาเรียกชื่อแซ่ ถามคำถามกันด้วย!
“เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร กล้าดีเยี่ยงไรมาถีบข้า!”
คนแข็งแกร่งเด็ดเดี่ยวอย่างซุนเกี๋ยนจะกลัวลูกสุนัขอย่างโจวเซิ่นได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เตียวอุ๋นก็สนับสนุนเขาอยู่
“ข้าถามเจ้าว่าเหตุใดถึงทำร้ายแม่ทัพเตียว”
“เพราะเขาสมควรโดน!”
โจวเซิ่นตะโกนออกมา ก่อนโบกมือให้ทหารองครักษ์ของตัวเอง และชี้ตรงไปที่ซุนเกี๋ยน
“จับเจ้าโอหังผู้นี้มัดให้ข้า”
“ใครกล้าก็ลองดู!”
เมื่อเตียวอุ๋นมีซุนเกี๋ยนเป็นพวก ความมั่นใจก็ค่อย ๆ กลับคืนมา เขาตะโกนเสียงดังหยุดทหารองครักษ์ขอแม่ทัพปราบโจรไว้
ซุนเกี๋ยนชักดาบใหญ่ออกมา มองทุกคนในห้องด้วยท่าทางดุดัน ไทสูจู้กับจูล่งเองก็ไม่เกรงใจเช่นกัน พากันชักอาวุธออกมาพร้อมทำสงครามภายในห้อง
“ฮ่า ๆ ๆ แม่ทัพเตียวช่างน่าเกรงขามนัก!”
ในเวลานี้เอง เสียงหัวเราะดังมาจากนอกห้อง มีชายแข็งแกร่งคนหนึ่งเดินเข้ามา คือแม่ทัพปราบเถื่อนนั่นเอง
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ เล่าเจี้ยงกับโจวเซิ่นคิดก่อกบฏ ขอแม่ทัพตั๋งโต๊ะช่วยข้าปกป้องแม่ทัพเตียวด้วย!”
ซุนเกี๋ยนรีบขอความช่วยเหลือ ทว่าตั๋งโต๊ะไม่สนใจแม้แต่น้อย กลับเดินไปคำนับเล่าเจี้ยง
“แม่ทัพหลัง ขอแค่ท่านออกคำสั่ง ทุกคนในห้องนี้จะตายด้วยการลอบสังหารของกองทัพเสเหลียง!”
ตั๋งโต๊ะแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนโดยไม่ลังเลสักนิด ว่าจะยืนหยัดอยู่เคียงข้างเล่าเจี้ยงแน่นอน
“ตั๋งโต๊ะ เจ้าพูดอะไร!”
แม่ทัพปราบเถื่อนหันไปมองพยัคฆ์แห่งกังตั๋งด้วยสายตาเหยียดหยาม
“ข้าบอกว่าพวกเจ้าจะตายด้วยน้ำมือกองทัพเสเหลียง ทำไม หูเจ้ามีปัญหาหรือ?”
“ไอ้สารเลว เจ้าสุนัขของเล่าเจี้ยง ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ซุนเกี๋ยนโกรธจัด ไม่คิดเลยว่าจะได้คนทรยศแทนคนสนับสนุน! เขาเหวี่ยงดาบใหญ่ตรงไปหาตั๋งโต๊ะ
เคร้ง!
ตั๋งโต๊ะยืนอยู่ที่เดิมไม่หลบ แต่ดาบยาวของซุนเกี๋ยนถูกใครบางคนขัดไว้ พลังนั้นแข็งแกร่งมากจนทำให้พยัคฆ์แห่งกังตั๋งตกตะลึง
“จูล่ง เจ้าเป็นสุภาพบุรุษแห่งเสียงสาน เหตุใดถึงช่วยคนอื่นทำชั่ว!?”
ซุนเกี๋ยนรู้ว่ารู้จักลูกน้องใต้บัญชาของเล่าเจี้ยงคนนี้เป็นอย่างดี หนึ่งคือฝีมือน่ายกย่อง สองคือนิสัยน่านับถือ
ฮองตง จูล่ง และไทสูจู้ต่างก็เป็นคนมีคุณธรรม ซื่อตรง และใจกว้าง ซุนเกี๋ยนยังคงหวังว่าพวกเขาจะละทิ้งความมืดและหันไปสู่ด้านสว่าง
น่าเสียดาย คำพูดถัดไปของจูล่งทำให้ผู้ฟังรู้สึกตกต่ำขั้นสุด
“ไม่ว่าจะทำชั่วหรือไม่ แต่หากนายท่านสั่ง ข้าตายหมื่นครั้งก็ไม่ปฏิเสธ”
ซุนเกี๋ยนเปี่ยมไปด้วยความผิดหวัง ไม่รู้จริง ๆ ว่าเล่าเจี้ยงชักจูงจิตใจผู้อื่นขนาดนี้ได้อย่างไร ก่อนหันไปหาไทสูจู้
“จืออี้ เจ้าก็เคยเป็นข้าราชการเหมือนกัน ก็จะทำเรื่องชั่วช้าเหมือนกันหรือ!”
ไทสูจู้ไม่พูดอะไร แค่ยกมุมปาก
ซุนเกี๋ยนรู้การยิ้มเยาะเย้ยนี้แสดงคำตอบอย่างชัดเจน ในขณะเดียวกันก็หมายความว่า วันนี้คงยากจะจบลงด้วยดี!
เมื่อเล่าเจี้ยงสังหารเตียวอุ๋น ตนก็อาจจะหนีความตายไม่พ้นเช่นกัน
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ลงมือให้เห็นกันไปเลย ชักอาวุธออกมาซะ!”
ซุนเกี๋ยนแผดเสียงคำราม และเข้าห้ำหั่นจูล่ง
แม้ว่าห้องจะเล็กแคบ มิอาจจำกัดการแสดงของทั้งสองได้ ทว่าอาวุธในมือทั้งสองคล่องแคล่ว ยืดหยุ่น และประกายแสงแวววาวดุจร่ายรำ
ทันใดนั้น ทั้งห้องเต็มไปด้วยแสงคมสรรพาวุธ สองฝ่ายสู้กันอย่างสูสี!
“แม่ทัพเตียว วันนี้เกรงว่าเรามิอาจอยู่รอดได้แล้ว!”
เล่าเจี้ยงจะฆ่าเขาจริง ๆ
หลังจากได้ยินคำพูดของซุนเกี๋ยน เตียวอุ๋นก็ตระหนักถึงความจริง! เล่าเจี้ยงสามารถฆ่าเขาได้ ในขณะเดียวกันยังปัดความผิดออกไปได้ด้วย ตนไม่เคยข่มขู่ให้อีกฝ่ายกลัวได้เลย
การทรยศของโจวเซิ่น ผนวกกับการแปรพักตร์ของตั๋งโต๊ะ ด้วยการช่วยแก้ต่างของแม่ทัพทั้งสอง เกรงว่าการตายของตัวเองคงถูกกลบฝังตลอดไป
“เหวินไถ หยุดเถอะ”
เตียวอุ๋นหยุดการต่อสู้ของซุนเกี๋ยนและจูล่งก่อนมองไปที่เล่าเจี้ยงด้วยความปรารถนาจะมีชีวิตรอด
“แม่ทัพหลัง วันนี้ไว้ชีวิตข้าสักครั้งหนึ่งได้หรือไม่”
ซุนเกี๋ยนไม่คิดเลยว่าแม่ทัพทหารม้าเกราะหนักจะห้ามตัวเองเพื่อร้องขอความเมตตา!
“แม่ทัพเตียว ลูกผู้ชายอย่ากลัวตาย ไยต้องร้องขอความเมตตาเขาด้วย!”
เตียวอุ๋นไม่สนต่อความอัปยศของซุนเกี๋ยน ยังคงมองไปที่แม่ทัพหลังอย่างอ้อนวอน
เล่าเจี้ยงตอบอย่างเย็นชา
“ข้ายังย้ำคำเดิม สำหรับข้า เจ้าก็แค่หนอนแมลงตัวหนึ่ง ความเป็นตายของเจ้าไม่สำคัญ ข้าสามารถเหยียบเจ้าให้ตายได้ทุกเมื่อ”
“วันนี้ข้าจะให้โอกาสเจ้าได้มีชีวิตรอด เจ้าตรึกตรองความผิดของตัวเองดูเถิด หากรู้ความผิด ข้าก็จะไม่รังเกียจไว้ชีวิตหนอนแมลงตัวหนึ่ง”
คำพูดของเล่าเจี้ยงเต็มไปด้วยการดูถูกเตียวอุ๋น ทว่าอีกฝ่ายหาได้รู้สึกเคียดแค้น กลับเผยสีหน้าดีใจออกมา
“แม่ทัพหลัง ข้าผิดไปแล้ว! ข้าไม่ควรรั้งโจวเซิ่นไว้เพราะความเห็นแก่ตัว ข้าขอสารภาพ! ข้าแค่อยากยืมมือกองทัพเสเหลียงสังหารท่าน จากนั้นข้าก็จะได้รับคุณงามความดีในการปราบกบฏเพียงผู้เดียว”
“หลังจากที่ข้าได้ฟังแผนจากปากซุนฮิว ข้าก็ไปรั้งโจวเซิ่น เพราะตราบใดที่เขาไม่ปรากฏตัว เจ้าก็จะถูกกองทัพเสเหลียงล้อมอย่างแน่นหนา แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะหลบหนีออกมาได้…”
“สรุปแล้ว ทุกอย่างเป็นเพราะความเห็นแก่ตัวของข้า ข้ายินดีอธิบายความผิดต่อฝ่าบาทโดยละเอียด อีกทั้งจะจองล้างจองผลาญเรื่องในวันนี้อีกด้วย”
“ขอแม่ทัพหลังไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด เหมือนอย่างที่เจ้าพูด มองข้าเป็นแค่หนอนแมลงตัวหนึ่ง แล้วปล่อยไปเถิด ขอร้อง!”
เพราะมีคนอยู่ในห้องมากเกินไป เตียวอุ๋นจึงไม่ได้คุกเข่าขอความเมตตา ได้แต่โค้งคำนับเล่าเจี้ยง
“หึ ๆ…”
เล่าเจี้ยงเพียงแค่แสยะยิ้มโดยไม่พูดอะไร แต่ซุนเกี๋ยนที่อยู่ด้านข้างกลับนิ่งอึ้งกับคำพูดของเตียวอุ๋น
“แม่ทัพเตียว ท่านพูดจริงหรือ?”
เตียวอุ๋นมองดวงตาสับสนของพยัคฆ์แห่งกังตั๋ง ความรู้สึกผิดยิ่งปะทุรุนแรงขึ้นในใจ ทว่าทั้งหมดนี้เขาก็มิอาจปฏิเสธได้ เพียงพยักหน้าอย่างจนใจ
“เหวินไถ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าไม่จำเป็นต้องปิดบัง ก่อนหน้านี้ข้าไม่พอใจแม่ทัพหลังมาก ถึงขั้นแค้นด้วยซ้ำ”
“เหตุใดเขาถึงพลิกสถานการณ์ได้ เหตุใดเขาถึงออกคำสั่งเกินหน้าข้า เหตุใดทุกคนถึงเชื่อในตัวเขาขนาดนี้?”
“ข้าอิจฉา ชิงชังนัก ได้แต่ครุ่นคิดว่าคนผู้นี้มีสิทธิ์อะไรกัน! ข้าเป็นถึงแม่ทัพทหารม้าเกราะหนัก ผู้บัญชาการสูงสุด เล่าเจี้ยงควรอยู่ใต้บังคับบัญชาข้า ต้องฟังคำสั่งข้าถึงจะถูก!”
เตียวอุ๋นพรั่งพรูความในใจออกมาอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นถอนหายใจยาวออกมาอีกครั้ง
“เฮ้อ! ข้ารู้ตัวเองไร้ความสามารถ และสร้างปัญหาให้กับทุกคน และยังทำให้ทหารล้มตายไปนับไม่ถ้วน แต่ข้าทนไม่ได้ที่เขามาชี้นิ้วสั่งข้า!”
“เจ้าคนสารเลว!”