พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 231 ซิหลงยอมรับและภักดีต่อนายท่าน
บทที่ 231 ซิหลงยอมรับและภักดีต่อนายท่าน
จู่ ๆ ก็มีชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้นที่ทางเข้าหมู่บ้าน เขาคนนั้นมิใช่ใครอื่นนอกจากซิหลงที่รีบกลับมาจากจวนเจ้าเมือง
เขาก้มตัวไปข้างหน้าพลางใช้มือทั้งสองข้างจับต้นขาของตัวเอง เพื่อควบคุมลมหายใจถี่กระชั้นให้เป็นปกติ
การรีบเร่งวิ่งตรงมาด้วยลมหายใจในระยะทางที่ค่อนข้างยาวไกลทำให้กำลังกายของซิหลงลดฮวบลงอย่างหนัก
ไม่รู้ว่าครอบครัวเป็นอย่างไรบ้าง ท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?
ซิหลงไม่กล้าคิดเรื่องนี้อีกแล้ว ความเดือดดาลราวฟืนไฟของแม่ทัพหลังย่อมไม่ใช่สิ่งที่จะรองรับไว้ได้!
บางที การสังหารเพียงหนึ่งนั้นเท่าทุน แต่สังหารสองนั้นได้กำไร!
ซิหลงเองเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดแล้ว เขายอมตายดีกว่าแสวงหาความยุติธรรม!
หลังจากพักอยู่สักครู่จนรู้สึกว่าร่างกายของตนผ่อนคลายลงและกลับมามีเรี่ยวแรงเป็นปกติแล้ว ซิหลงจึงสาวเท้าก้าวตรงไปยังบ้านของตัวเอง
วิสัยทัศน์ในการมองเห็นภาพรวมของหมู่บ้านกว้างขึ้น หลังจากเดินไปได้ไม่ไกลนัก ภาพเหล่าขุนศึกผู้เกรียงไกรสะท้อนอยู่ในแววตาของชายหนุ่ม
กองทหารชั้นยอดเช่นนี้! ย่อมเป็นเล่าเจี้ยงอย่างไม่ต้องสงสัย!
เมื่อมองไปยังทหารม้าที่รออยู่ตรงหน้า ในใจของซิหลงก็มั่นใจแจ่มแจ้งว่าใครคือนายของพวกเขา
“ไม่อนุญาตให้เข้าไปที่นี่!”
ทหารม้านายหนึ่งขวางทางด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยกลิ่นอายความโหดเหี้ยม
ซิหลงหยุดฝีเท้าลง ไม่ได้เข้าปะทะกับทหารม้าเพียงเพราะใจร้อนบุ่มบ่าม
“ข้าคือซิหลง เจ้าไม่ได้มาตามหาข้าหรอกหรือ!”
“ซิหลง?”
ขุนศึกเอ่ยทวนคำนั้นเบา ๆ จากนั้นเบี่ยงกายหลบไปครึ่งหนึ่งเป็นสัญญาณว่าให้เข้าไปได้
ซิหลงไม่ลังเล มุ่งหน้าตรงเข้าไปในบ้านทันที ยิ่งก้าวเดินเข้าไปใกล้เท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกกดดันและหวาดกลัวมากขึ้นเท่านั้น!
ไม่รู้ว่าท่านแม่เป็นอย่างไรบ้าง เดินเข้าไปแต่เกรงว่ายากที่จะมีชีวิตรอดออกมา
ซิหลงลอบถอนหายใจอยู่ในใจซ้ำ ๆ แต่ฝีเท้าของเขากลับไม่ได้ยั้งหยุด ชายหนุ่มเอื้อมมือออกไปผลักเปิดประตู
ทว่าภาพนั้นแตกต่างจากสิ่งที่จินตนาการไว้ มารดาเฒ่าของเขาดูเหมือนจะไม่ได้รับอันตราย แม้ว่านางจะมีท่าทีกระวนกระวายไม่น้อยก็ตาม
นอกเสียจากใบหน้าที่คุ้นเคยของคนนอกสองสามคนนี้แล้ว ก็ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาใดเกิดขึ้นภายในบ้านหลังนี้
แต่เจ้าของใบหน้าเหล่านี้ล้วนน่ากลัว ทั้งเล่าเจี้ยง เตียนอุย จูล่ง ไหนจะเว่ยจี้อีก!
“ท่านแม่ ท่าน… ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”
แม่เฒ่าซิไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไร แต่เป็นเล่าเจี้ยงที่กล่าวต้อนรับแทน
“กงหมิง เดิมทีข้าวางแผนที่จะไปหาเจ้าที่จวนเจ้าเมือง ไม่คาดคิดว่าเจ้าจะกลับมา!”
ซิหลงขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางคารวะเล่าเจี้ยง
“มิกล้ารบกวนแม่ทัพหลังถึงเพียงนั้น แม่ทัพหลังให้เกียรติมาเยือนบ้านอันต่ำต้อยของข้าเช่นนี้ มีสิ่งใดที่ต้องการชี้แนะหรือขอรับ?”
ก่อนที่เล่าเจี้ยงจะได้ปริปากเอ่ย ไม่คาดคิดว่าแม่เฒ่าซิซึ่งอยู่ด้านหลังจะพลันมีโทสะขึ้นมา
“กงหมิง คุกเข่าลง!”
ซิหลงที่ไม่เคยถูกมารดาของตนปฏิบัติเช่นนี้จึงชะงักงันอยู่กับที่เมื่อได้ยินเสียงตะโกน
“คุกเข่าลง!”
“ท่านแม่ ข้า…”
“คุกเข่า!”
แม่เฒ่าซิเอ่ยตำหนิสามครั้งติดต่อกัน ซิหลงย่อมไม่กล้าฝ่าฝืน ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงคุกเข่าทั้งสองข้างลงเท่านั้น
“กงหมิง แม่เคยสอนเจ้าใช่หรือไม่ว่าทุนสร้างตัวของชายชาตรีบนผืนแผ่นดินนี้คืออะไร?”
ซิหลงไม่เข้าใจว่ามารดาของเขาหมายถึงอะไร ทว่าก็พยักหน้ารับ
“ซื่อตรง ภักดี ตอบแทนแผ่นดินเกิด กตัญญูต่อบิดามารดา มีเมตตาและเที่ยงธรรม ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในศีลธรรม จิตใสสัตย์ซื่อ มือสะอาด ไม่โลภมาก และมียางอาย”
แม่เฒ่าซิชี้มาที่ซิหลงด้วยมือสั่นเทา
“ทั้งที่เจ้ายังรู้เรื่องพวกนี้! ยังปกปิดจดหมายจากแม่ทัพหลัง หลอกลวงข้าว่ามีคนส่งมาผิด นี่เป็นวิธีแสดงความกตัญญูของเจ้าที่มีต่อข้าหรือ!”
“เจ้าต้องการรังแกแม่ที่ไม่รู้หนังสือใช่หรือไม่!”
ซิหลงคับข้องใจอยู่เต็มอก ทว่าเขาไม่กล้าปฏิเสธคำพูดของมารดา จึงทำได้เพียงโขกศีรษะรับผิด
“ท่านแม่ ลูกชายผิดไปแล้ว!”
ดวงตาของแม่เฒ่าซิพลันฉายร่องรอยของความปวดใจ หากแต่ยังคงผรุสวาทออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว
“แม่สอนเจ้าตั้งแต่เด็กว่าเป็นชายชาตรี ความจงรักภักดีและความถูกต้องต้องมาก่อน เจ้าเองก็มีวิชาความรู้ ไม่รู้เรื่องครอบครัวใหญ่และครอบครัวตนเลยหรืออย่างไร? ไม่รู้หรือว่าความภักดีและความกตัญญูนั้นไม่อาจทำได้พร้อมกันมาแต่ไหนแต่ไร?”
“ท่านแม่ ลูกมิอาจปล่อยมือจากท่านแม่ได้! ชีวิตลูกยังน้อย หากท่านแม่ต้องทนทุกข์ ลูกจะไม่ละอายใจต่อบรรพบุรุษได้อย่างไร!”
“โง่เขลา!”
ขาทั้งสองของแม่เฒ่าซิหัก ทำให้ลุกยืนไม่ได้ จึงได้แต่ตบเตียงดิ้นอย่างร้อนอกร้อนใจ
“หากเจ้ายังทำตัวตกต่ำแบบนี้ต่อไป เห็นทีคงว่าคงทำให้บรรพบุรุษผิดหวังจริง ๆ! ชายอกสามศอกสง่าผ่าเผยเช่นเจ้าเหตุใดไม่ไปยกทัพจับศึกเพื่อสร้างคุณูปการเล่า หากวันหน้าได้รับแต่งตั้งเป็นขุนนางใหญ่ ย่อมนำเกียรติมาสู่วงศ์ตระกูล! เจ้าไม่สามารถปล่อยให้ข้ารอความตายทุกวันได้! จะมาคอยปกป้องไม้แก่ใกล้ลงโรงอย่างข้าอยู่ทุกวันได้อย่างไร!”
“ท่านแม่…”
ซิหลงเอ่ยเสียงสะอื้น เขามีหรือจะอยากตายรังทำงานเป็นเสมียนอยู่ที่นี่ทุกวัน? เพียงแต่เขาไม่มีทางเลือก เพราะไม่อาจปล่อยวางเรื่องมารดาไปได้!
“ก็ดี ดูเหมือนว่าคนแก่ตายยากอย่างข้าจะเป็นภาระของเจ้า วันนี้ข้าจะกระแทกตัวตายต่อหน้าเจ้าเสีย เพื่อที่เจ้าจะได้ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป!”
หลังจากที่แม่เฒ่าซิเอ่ยจบ นางก็พยายามดิ้นรนลุกขึ้น ก่อนกระแทกตัวเข้ากับกำแพงทันที
“ท่านแม่!”
ซิหลงตะโกนร้องเสียงดัง เมื่อชายหนุ่มลุกขึ้นเพื่อจะเข้าไปห้ามปรามมารดาของตนก็สายไปเสียแล้ว เขาทำได้เพียงมองนางกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างทำอะไรไม่ถูก
ชายหนุ่มโง่เขลาขึ้นมาโดยพลัน ไม่กล้าจินตนาการว่าจะเป็นอย่างไรหากแม่ของเขาล้มตายไปต่อหน้า!
ในทันใดนั้นเอง มีร่างหนึ่งถลาตัวเข้ามาขวางอยู่หน้ากำแพงดินอย่างรวดเร็ว กลายเป็นเบาะรองมนุษย์ให้แม่เฒ่าซิ
คนผู้นั้นคือเล่าเจี้ยง ผู้มีแววตาเฉียบคมและมืออันว่องไว!
“นายท่าน!”
“แม่ทัพหลัง!”
เตียนอุย จูล่ง และเว่ยจี้ตะโกนออกมาพร้อมกัน เมื่อพิจารณาจากสีหน้าเจ็บปวดของเล่าเจี้ยงแล้ว แรงกระแทกครานี้คงไม่เบานัก!
“แม่เฒ่าซิไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนี้ หากท่านจากไปเช่นนี้ มิเท่ากับเป็นการกักขังให้กงหมิงต้องติดอยู่ในความอยุติธรรมและความรู้สึกอกตัญญูหรอกหรือ”
เล่าเจี้ยงกัดฟันทนต่อความเจ็บปวดสาหัส พร้อมพยายามโน้มน้าวหญิงชราอย่างเต็มที่
แม่เฒ่าซิจะตายไม่ได้ หากนางตายไปในวันนี้ เล่าเจี้ยงย่อมต้องแบกรับทุกเรื่องราวเป็นแน่
เล่าเจี้ยงลูบท้องไปมาด้วยความกลัดกลุ้มเต็มอก! ไม่คาดคิดว่าพละกำลังของหญิงชราจะมีมากถึงเพียงนี้ คราวนี้เชื่อเรื่องการฆ่าตัวตายแล้วจริง ๆ!
แม่เฒ่าซิเองก็น้ำตารื้นคลอเบ้า แววตาของเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกเสียใจและขอโทษในยามที่มองมายังแม่ทัพหลัง
“กงหมิง เจ้าอย่าได้กังวลเกินไป ข้าบอกแม่เฒ่าไปแล้ว ไม่ว่าเจ้าจะตัดสินใจอย่างไร ข้าก็จะไม่ทำอะไรทั้งสิ้น”
“หากแต่เจ้าก็ต้องใคร่ครวญอย่างละเอียดถี่ถ้วน เมื่อนับรวมครั้งนี้ด้วย ข้าเองก็เอ่ยถามเจ้ามาถึงสามครั้งแล้ว”
ซิหลงพยักหน้าอย่างจริงจัง ตอนนี้เขารู้สึกขอบคุณเล่าเจี้ยงสุดหัวใจ หากอีกฝ่ายไม่เข้ามาแบกรับเอาไว้ ชีวิตของมารดาของเขาก็คงยากจะรักษาไว้ได้
“แม่ทัพหลังสละชีวิตเพื่อช่วยแม่ของข้า บุญคุณยิ่งใหญ่ครานี้ ซิหลงตายหมื่นครั้งก็ยากจะทดแทน!”
ซิหลงกำลังจะคุกเข่าลงเพื่อขอบคุณ ทว่าเล่าเจี้ยงเอื้อมมือออกไปห้ามเขาไว้
“กงหมิง ข้าไม่ได้ต้องการให้เจ้าตายหมื่นครั้ง ข้าต้องการให้เจ้ามาร่วมสร้างยุครุ่งเรืองแห่งราชวงศ์ฮั่นขึ้นมาใหม่ไปพร้อมกับข้า! ฟื้นฟูความรุ่งโรจน์ดั่งฮั่นอู่!”
“ข้าจะสร้างค่านิยมอันช่วงโชติกว่าผู้ที่จักรวรรดิฮั่นอันยิ่งใหญ่ของข้าจะถูกกำจัดโดยไม่คำนึงถึงระยะทาง!”
ยุครุ่งเรืองแห่งราชวงศ์ฮั่น… รุ่งโรจน์ดั่งสมัยจักรพรรดิฮั่นอู่*[1]
คำพูดเหล่านี้อาจจะดูน่าขันหากออกจากปากของคนอื่น ทว่าเมื่อออกจากปากของเล่าเจี้ยงกลับน่าเชื่อถืออย่างยิ่ง! ซิหลงรู้สึกว่าเลือดร้อนเดือดพล่านไปทั่วทั้งร่างกายเพียงแค่ฟังน้ำเสียงฮึกเหิมของแม่ทัพหลัง!
แม่ทัพหลังที่อยู่ตรงหน้าเขาได้ต่อสู้กับกบฏโพกผ้าเหลืองด้วยวัยสิบห้าปี และในวัยสิบหกปี ชื่อเสียงของเขาเลื่องลือไปถ้วนแล้วเสียแล้ว!
แล้วตัวเขาเองเล่า? ยังตรากตรำเป็นบัณฑิต รายได้ก็น้อย อีกทั้งตอนนี้ยังถูกกลั่นแกล้งในทุกทาง!
เมื่อเกิดมาเป็นชายชาตรีบนผืนดินแล้ว จะไร้สิ้นหนทางได้อย่างไร
ซิหลงแน่วแน่ในความศรัทธาของตัวเองโดยสิ้นเชิงแล้ว เขาแกะตัวเองออกจากมือของเล่าเจี้ยงที่จับอยู่ แล้วถอยไปสองก้าว จากนั้นจึงคุกเข่าลงข้างหนึ่ง
“ข้าเป็นเพียงปุถุชนคนธรรมดา ไม่ได้มีความสามารถพิเศษใด แต่แม่ทัพหลังกลับมองเห็นความสำคัญ พยายามชวนให้เข้าร่วมกองทัพอยู่หลายครั้ง ซ้ำวันนี้ยังเดินทางมาไกลเป็นพันลี้ ข้าซาบซึ้งเสียจนน้ำตาไหลอย่างแท้จริง!”
“ร่างกายของท่านแม่ทัพหลังนั้นมีค่าจนประเมินราคาไม่ ทว่ากลับยอมใช้มันเพื่อช่วยมารดาของข้าเอาไว้ บุญคุณในครั้งนี้ ตายนับหมื่นครั้งยังมิอาจทดแทน! และด้วยสิ่งที่ท่านแม่ทัพหลังปฏิบัติต่อข้า แม้ว่าซิหลงจะต้องพลีชีพในสนามรบ ข้าก็เชื่อว่าแม่ทัพหลังจะดูแลมารดาของข้าเป็นอย่างดี!”
“นายท่าน โปรดรับการคารวะจากซิหลง! จากนี้ไป ไม่ว่าจะภูเขากระบี่หรือทะเลเพลิง ข้าจะปฏิบัติตามคำสั่งนายท่านทุกประการ”
[1] จักรพรรดิฮั่นอู่ตี้เป็นฮ่องเต้ชาวฮั่นที่ครองราชย์ยาวนานที่สุด มีผลงานปรับปรุงประเทศและแผ่ขยายอิทธิพลเส้นทางการค้าจากจีนไปยังกรุงโรมแห่งโรมัน โดยการปราบชนเผ่าและเจรจาสงบศึกกับประเทศต่างตลอดเส้นทางการค้าแห่งสายไหม เกลือและใบชา พระองค์ทำให้นักประวัติศาสตร์ถือเป็นมหาราช