พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 230 ความเป็นไปของแผ่นไม้ไผ่
บทที่ 230 ความเป็นไปของแผ่นไม้ไผ่
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในบ้าน ซิหลงย่อมไม่รู้ จนถึงตอนนี้เขายังถูกนายอำเภอกลั่นแกล้งอยู่ที่จวนโน่น
“ซิหลง เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร? เจ้าเป็นผู้บัญชาการทหารประจำอำเภอหรือ?”
“ข้าจะบอกอะไรเจ้าให้ เจ้ามันก็แค่เสมียนตัวน้อย ๆ เท่านั้น! หากเจ้าเต็มใจทำก็ทำ หากไม่เต็มใจทำก็ไสหัวออกไป!”
ซิหลงก้มหน้าลงไม่กล้าโต้ตอบเลยสักนิด งานเสมียนนี้เป็นเลือดหล่อเลี้ยงชีวิตพวกเขาสองแม่ลูก หากสูญเสียงานเสมียนนี้ไป คงต้องร่อนเร่พเนจรกันแน่
“ใต้เท้าหลิว ข้าน้อยก็ทำเพื่องานราชการ การลำเลียงเสบียงห้าร้อยต้านอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ จะไม่เป็นการเปิดโอกาสให้ขโมยหรอกหรือ”
“หุบปาก!”
นายอำเภอหลิวโกรธจัด เลิกคิ้วขึ้นสูง
“เจ้าไอ้เสมียนตัวน้อยคนหนึ่ง นี่คือสิ่งที่เจ้าควรถามหรือ!”
ซิหลงน้อยเนื้อต่ำใจ ตัวเองหวังดีแต่กลับถูกปฏิบัติใส่เช่นนี้
“ใต้เท้าบริเวณรอบ ๆ อำเภอหยางมีโจรอาละวาดไปทั่ว ข้าน้อยกลัวว่าโจรมันจะมาปล้นเอาเสบียงไป แล้วทางจวนเจ้าเมืองจะเอาโทษใต้เท้าได้”
นายอำเภอหลิวพ่นลมหายใจอย่างเย็นชาออกมา และมองไปที่ซิหลงด้วยเจตนาชั่วร้าย
“ขโมยหรือ? เฮอะ! ข้าว่าเจ้านั่นแหละเป็นขโมย! ข้าบอกเจ้าไว้เลยนะ หากเสบียงถูกโจรขโมยไป เป็นเจ้านั่นแหละที่สมคบคิดกับพวกมัน”
ซิหลงไหนเลยจะทนกับการโดนพูดเช่นนี้ได้ พลันโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันใด
“ใต้เท้า ท่านกล่าวหาใส่ร้ายคนอื่นเช่นนี้ได้อย่างไร! ข้าเป็นคนดี จะยอมก้มหัวไปเป็นขโมยได้อย่างไร!”
“ฮึ! ต้องเป็นเพราะเจ้าเห็นทรัพย์สินแล้วเกิดละโมบขึ้นมาแน่ บอกมา! เจ้าสมรู้ร่วมคิดกับขโมยและเตรียมปล้นเสบียงของข้าเพราะหญิงแก่ในบ้านเจ้าใช่หรือไม่?”
ซิหลงเจ็บช้ำน้ำใจนัก ตัวเองเสนอให้นายอำเภอส่งคนเพิ่มเพื่อป้องกันไม่ให้เสบียงถูกปล้น แต่เมื่อถึงปากนายอำเภอกลับกลายเป็นสมรู้ร่วมคิดกับโจรเตรียมปล้นเสบียง!
ที่นี่ไม่มีทางให้คนดีมีชีวิตอยู่ต่อเลย!
“ใต้เท้าอย่าใส่ร้ายข้า ข้าอยู่ในที่ว่าการอำเภอมาหลายปี ไม่เคยทำเรื่องชั่วร้ายเลย!”
“เจ้าไอ้คนชั่วอย่าคิดจะปิดบังข้านะ ข้ารู้สึกมานานแล้วว่าเจ้ามีเจตนาชั่ว! ข้าว่าควรจับทรมานเสียก่อน ดูสิว่าเจ้าจะไม่สารภาพ!”
นายอำเภอหลิวยิ่งทำเกินไปมากขึ้นเรื่อย ๆ นี่เตรียมจะตั้งข้อหาให้ซิหลงแล้ว
ซิหลงตกใจมาก ตัวเองยังมีแม่แก่ที่ต้องคอยดูแลอยู่ที่บ้าน จะยอมถูกจับได้อย่างไร จึงคิดแผนในใจขึ้นมาทันที
“ใต้เท้าหลิว ข้ากับเว่ยจี้เคยติดต่อคบหาสมาคมกัน!”
เป็นไปตามคาด หลังจากที่ซิหลงเอ่ยถึงเว่ยจี้ นายอำเภอมีสีหน้าตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
“ใคร… เว่ยจี้ไหน!?”
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ซิหลงก็รู้สึกโล่งใจ
“คือเว่ยจี้ คุณชายใหญ่ของตระกูลเว่ยแห่งเหอตง นายอำเภอเพิ่งเข้ารับตำแหน่งยังไม่รู้ ไม่กี่เดือนก่อนข้าได้รับเชิญจากคุณชายเว่ยด้วย”
เห็นได้ชัดว่านายอำเภอหลิวแคลงใจในคำพูดของซิหลง เจ้าซิหลงมีสถานะอะไร? ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็เป็นแค่คนจนคนหนึ่ง จะไปเกี่ยวข้องกับลูกชายคนโตของตระกูลเว่ยได้ด้วยหรือ?
ท่าทางที่ไม่แน่นอนของนายอำเภอหลิวทำให้ซิหลงกังวลมาก ตัวเขาเองก็ไม่มีความมั่นใจเลยสักนิดว่าจะได้ผล
อย่าว่าเคยติดต่อคบหากับเว่ยจี้มาก่อนเลย เว่ยจี้จะยังจำเขาได้หรือเปล่าก็ยังพูดยาก! โดยเฉพาะตัวเองที่ปฏิเสธการชักชวนของแม่ทัพหลังเล่าเจี้ยง อีกฝ่ายจะเกลียดเขาไปแล้วหรือไม่
ในเวลานี้เอง จู่ ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากด้านนอก
“กงหมิง! กงหมิง!”
เสียงชัดเจนมาก ซิหลงได้ยินก็รู้ว่าเป็นคนในหมู่บ้าน จึงรีบวิ่งออกไป
“เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดถึงร้อนใจเช่นนี้”
“เร็ว รีบกลับไปเร็ว!”
“หรือมีอะไรเกิดขึ้นกับแม่ข้า?”
ซิหลงตกใจจนหน้าถอดสี คิดว่าแม่ของตัวเองเจ็บไข้หนักจนทนไม่ไหวแล้ว
เห็นคนในหมู่บ้านส่ายหน้า จึงรีบหอบหายใจครู่หนึ่ง
“ไม่ ไม่ใช่! มีทหาร! มีทหารมากมายเข้ามาล้อมบ้านของเจ้า ตอนที่ข้ามา พวกเขาก็บุกเข้าไปแล้ว!”
“อะไรนะ!”
ซิหลงแผดเสียงตะโกน รีบผลักคนในหมู่บ้านออกไป และวิ่งตรงกลับบ้าน
ในตอนนี้เขารู้สึกสิ้นหวังอย่างยิ่ง ความรู้สึกโศกเศร้าพรั่งพรูขึ้นมาในใจ
กลัวอะไรได้อย่างนั้น! เมื่อครู่ตัวเองคิดจะล่วงเกินเล่าเจี้ยง ไม่คิดเลยว่ากรรมจะตามสนองเร็วขนาดนี้
การกลั่นแกล้งของนายอำเภอคนหนึ่งก็เสี่ยงตายแล้ว หากเป็นการแก้แค้นของแม่ทัพหลัง เกรงว่าวันนี้จะเป็นจุดจบของสองแม่ลูกแล้ว
ถึงกระนั้น ซิหลงยังคงไม่มีความคิดที่จะหลบหนี เขาตัดสินใจดีแล้ว ต่อให้ตาย ก็จะขวางอยู่ต่อหน้ามารดาให้ได้!
“ท่านแม่เฒ่า เรื่องก็เป็นเช่นนี้”
เล่าเจี้ยงบอกความตั้งใจที่จะชักชวนซิหลงกับชื่นชมเขาให้แม่เฒ่าฟัง ในขณะเดียวกันก็แสดงการยอมรับต่อซิหลงอีกครั้ง
“เฮ้อ! ลูกชายข้าเลอะเลือนไปแล้ว! เป็นเพราะข้าเป็นภาระเขา ข้าควรตายได้แล้ว!”
เห็นได้ชัดว่าแม่ซิหลงไม่รู้เรื่องรู้ราวเหล่านี้เลย พลันคิดว่าตัวเองถ่วงอนาคตดี ๆ ของลูกชาย
“หรือท่านแม่เฒ่าไม่รู้เรื่องเลย ท่านแม่เฒ่าไม่ได้รับแผ่นไม้ไผ่ที่ข้าส่งมาให้หรือ?”
ปฏิกิริยานี้ทำให้เล่าเจี้ยงงุนงงมาก รีบหันขวับไปมองเว่ยจี้
เว่ยจี้จ้องแม่ซิหลงเขม็ง ด้วยกลัวว่านางจะบอกว่าไม่ได้รับ ถึงตอนนั้นเขาจะแก้ตัวอย่างไรก็ไม่มีทางรอดพ้น!
แม่ของซิหลงตกอยู่ในความคิด หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ก็พยักหน้าขึ้นมาอย่างนึกขึ้นได้
“อ๋อ ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง!”
“แม่ทัพหลัง ข้าได้รับแผ่นไม้ไผ่มาฉบับหนึ่ง แต่ข้าอ่านไม่ออกเลยขอให้ลูกชายอ่านให้ฟัง แต่ลูกชายข้ากลับบอกว่าเขาส่งมาผิด”
เล่าเจี้ยงถอนหายใจ อุตส่าห์วางแผนมาหลายตลบ กลับคิดไม่ถึงว่าแม่ซิหลงไม่รู้หนังสือ เหตุนี้มิอาจโทษเว่ยจี้ได้ เป็นความผิดพลาดของเขาเอง
ในที่สุดเว่ยจี้ก็โล่งอก หากแม่ของซิหลงไม่ได้รับมัน เขาคงจะต้องทนทุกข์ทรมานอีกแล้วแน่!
“ท่านแม่เฒ่า ข้าเข้าใจสถานการณ์ของพวกท่านสองแม่ลูกแล้ว ข้าคิดว่าหากกงหมิงยังคงทำงานเป็นเสมียนในอำเภอหยางตลอดไป คงเป็นการสิ้นเปลืองความสามารถเขานัก ตอนนี้เป็นช่วงที่แผ่นดินวุ่นวาย ต้องการผู้กล้าจำนวนมาก หวังว่าท่านแม่เฒ่าจะคิดแทนกงหมิงให้มาก ๆ”
“แน่นอน… ไม่ว่าอย่างไร ข้าจะไม่ทำให้ท่านสองแม่ลูกต้องลำบากใจ ข้าจากลกเอี๋ยงมาอำเภอหยาง เพียงเพราะข้าให้ความสำคัญกับกงหมิง”
เล่าเจี้ยงแจ้งจุดยืนของตัวเองอีกครั้ง เขาจะไม่บังคับ หรือฝืนอะไรทั้งนั้น และจะไม่เคียดแค้นเพราะถูกปฏิเสธแน่นอน
แม่ของซิหลงเศร้าใจมาก น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด ได้แต่มองแม่ทัพหลังอย่างขอโทษ
“แม่ทัพหลัง ลูกชายข้าช่างโชคดียิ่งนักที่ได้รับความสำคัญจากท่าน ข้าแค่ชังที่ตัวเองเป็นตัวถ่วงลาภยศของลูกชาย ชังที่ตัวเองไม่ตายไปเร็ว ๆ เสีย มีชีวิตอยู่รังแต่จะเป็นภาระ”
เมื่อมีคนแก่คนหนึ่งร้องไห้แบบนี้ต่อหน้า เล่าเจี้ยงเองก็เสียใจมาก จึงรีบเอ่ยปลอบ
“ท่านแม่เฒ่าอย่าพูดเช่นนั้นลูกผู้ชายต้องมีจิตใจอันเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ เห็นความภักดี ความกตัญญู ความเมตตาและความชอบธรรมเป็นสำคัญ หากไม่ใช่เพราะความกตัญญูของกงหมิงทำให้รู้สึกประทับใจ ข้าคงไม่ได้เดินทางหลายร้อยลี้มาที่นี่”
แม่ของซิหลงพยักหน้าขอบคุณเล่าเจี้ยง หากไม่ใช่เพราะขาของนางเคลื่อนไหวไม่ได้ ต้องคำนับขอบคุณแน่นอน
แม้แม่ของซิหลงจะไม่รู้หนังสือ ทว่าหาได้สายตาคับแคบ
ตระกูลเว่ยแห่งเหอตง นางก็ยังรู้จัก ทั่วทั้งเมืองเหอตงนี้ เปรียบเว่ยจี้เหมือนดั่งฮ่องเต้ก็ไม่ปาน ทว่าตอนนี้ประมุขเว่ยกลับมีท่าทางนอบน้อมต่อหน้าเล่าเจี้ยง จากจุดนี้ก็พอเห็นอำนาจของแม่ทัพหลังได้แล้ว
สำหรับตระกูลซิที่ยากจน นี่เป็นเหมือนดั่งขนมที่หล่นลงมาจากฟ้า!แม้แต่ใช้คำว่าควันเขียวผุดจากหลุมฝังศพบรรพบุรุษมาอธิบายบุญคุณครั้งนี้ก็ยังได้!*[1]
ซิหลงปฏิเสธเล่าเจี้ยงหลายครั้ง เดิมควรพลาดโอกาสนี้ไปแล้ว ไม่คิดเลยว่าแม่ทัพหลังจะเดินทางไกลหลายร้อยลี้ เพื่อตามมาหาถึงอำเภอหยางด้วยตัวเอง
ไม่กล่าวถึงอย่างอื่น แค่ความจริงใจนี้ก็ทำให้แม่ของซิหลงรู้สึกประทับใจแล้ว
“ขอบคุณแม่ทัพหลังที่ไม่ทอดทิ้งลูกชายข้า และให้เกียรติมาถึงที่นี่ ข้ารู้สึกขอบคุณยิ่งนัก ไม่ต้องเอ่ยถึงลูกชายข้า วันนี้ข้าขอพูดไว้ตรงนี้ หากซิหลงปฏิเสธไม่ยอมจำนนต่อท่านแม่ทัพเพราะข้า ข้าจะโขกหัวตายต่อหน้าเขา!”
[1] 天上掉馅饼 ขนมตกลงมาจากฟ้า อุปมาว่า ได้สิ่งที่อยากได้โดยไม่ต้องออกแรง
[2] 祖坟冒青烟 ควันเขียวผุดจากหลุมฝังศพบรรพบุรุษ หมายถึง โชคดีมาก หรือได้ตำแหน่งใหญ่